กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นเกาหลี ชนิดสะสมมูลค่า

SCB KOREA EQUITY FUND

รหัสกองทุน: SCBKEQTG
บริษัทจัดการ: ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
ระดับความเสี่ยง: 6
ประเภทกองทุน: Asia Pacific Ex Japan
มูลค่าหน่วยลงทุน (NAV)
25.4682 บาท
ณ วันที่ 21 พ.ค. 2569
Fund Size: 6,530,363,360.79 บาท
YTD Return: +87.26%

ผลการดำเนินงาน

ช่วงเวลา 1 สัปดาห์ 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน YTD 1 ปี 3 ปี 5 ปี SI
ผลตอบแทน -2.07% +27.41% +31.95% +108.04% +87.26% +204.01% +39.80% +13.44% +8.34%
ความผันผวนกองทุน - - - - - +41.16% +30.71% +28.20% -
Maximum Drawdown - - - - - -22.13% -29.81% -50.41% -

นโยบายการลงทุน

  • กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นเกาหลี (กองทุน) มีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) ได้แก่ iShares MSCI South Korea ETF (กองทุนหลัก) เป็นกองทุนประเภท Equity Exchange Traded Fund (Equity ETF) ซึ่งบริหารและจัดการโดย BlackRock Fund Advisors (BFA) จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ค (New York Stock Exchange, NYSE ARCA) ประเทศสหรัฐอเมริกา และมีนโยบายการลงทุนในตราสารทุนของประเทศเกาหลีใต้ เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนกองทุนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมดของกองทุนให้ใกล้เคียงหรือเทียบเท่ากับผลตอบแทนจากการลงทุนในดัชนี MSCI Korea 25/50 โดยกองทุนหลักจะลงทุนในตราสารทุนของประเทศเกาหลีใต้เป็นสกุลเงินวอน และกองทุนจะลงทุนในกองทุนหลักดังกล่าวเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) โดยกองทุนมี net exposure ในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

    ในส่วนที่เหลือจากการลงทุนบริษัทจัดการอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งทุน ตราสารแห่งหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือเงินฝาก และ/หรือบัตรเงินฝากทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ รวมถึงอาจมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์อื่นหรือทรัพย์สินอื่น และ/หรือหาดอกผลโดยวิธีการอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้

    กองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management (EPM)) ที่อ้างอิงกับหลักทรัพย์หรือตัวแปรอ้างอิงที่กองทุนหลักลงทุน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนกองทุนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมดของกองทุนให้ใกล้เคียงหรือเทียบเท่ากับผลตอบแทนจากการลงทุนในดัชนีอ้างอิง 
    ทั้งนี้ กองทุนหลักจะไม่ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและสกุลเงินวอน) แต่กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ได้ ตามความเหมาะสมและสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนเห็นเหมาะสม โดยผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น ปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง เป็นต้น เพื่อคาดการณ์ทิศทางอัตราแลกแลกเปลี่ยน 
    กองทุนอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด 
    นอกจากนี้ ในส่วนของการลงทุนในประเทศ กองทุนจะไม่ลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และจะไม่ลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated securities) รวมทั้งตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted securities) อนึ่ง กองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) หรือตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted securities) เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) หรือตราสารแห่งทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Listed securities) แล้วแต่กรณี ในขณะที่กองทุนลงทุน แต่ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงเป็น Non-investment grade หรือ Unlisted securities เท่านั้น 
    ในกรณีสถานการณ์ปกติ กองทุนจะลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหรือตามอัตราส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยได้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ 
    1. 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียน 
    2. 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม 
    3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ 
    อย่างไรก็ดี ในกรณีที่สถานการณ์การลงทุนในต่างประเทศ และ/หรือการลงทุนในกองทุนหลักไม่เหมาะสม เช่น ภาวะตลาดและเศรษฐกิจมีความผันผวน เกิดภัยพิบัติหรือเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติต่าง ๆ เป็นต้น และ/หรือในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ที่กระทบต่อการลงทุน เช่น การเปลี่ยนแปลงในเรื่องของกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนต่างประเทศ และ/หรือกรณีที่วงเงินลงทุนในต่างประเทศเต็มเป็นการชั่วคราว และ/หรือในช่วงระหว่างรอการอนุมัติการเพิ่ิมวงเงินลงทุนในต่างประเทศ และ/หรือกรณีเกิดเหตุสุดวิสัยหรือมีเหตุผลที่จำเป็นและสมควร ส่งผลให้กองทุนอาจไม่สามารถนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศได้ทันที หรืออาจจำเป็นต้องชะลอการลงทุนในต่างประเทศเป็นการชั่วคราว ดังนั้น จึงอาจมีบางขณะที่กองทุนไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามสัดส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ในโครงการตามข้างต้นได้ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะรายงานการไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามสัดส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ ในโครงการตามประกาศต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. 
    เนื่องจากกองทุน iShares MSCI South Korea ETF (กองทุนหลัก) มีการกำหนดสัดส่วนสูงสุดในการลงทุนในทรัพย์สินของผู้ออกรายใดรายหนึ่ง และสัดส่วนสูงสุดที่กองทุนหลักสามารถกู้ยืมเงินชั่วคราวหรือฉุกเฉินจากธนาคารพาณิชย์ ที่ไม่สอดคล้องตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ดังนั้น บริษัทจัดการจะทำการติดตามสัดส่วนการลงทุนของกองทุนหลัก และเมื่อพบว่ากองทุนหลักมีการลงทุนที่ไม่สอดคล้องตามสัดส่วนการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. บริษัทจัดการจะดำเนินการปรับลดสัดส่วนการลงทุนในกองทุนหลัก เพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด โดยจะดำเนินการภายใน 15 วันทำการ นับแต่วันที่รับทราบข้อมูลการลงทุนนั้น
    อนึ่ง หากในกรณีที่การลงทุนในกองทุน iShares MSCI South Korea นั้นไม?เหมาะสมอีกต่อไป โดยอาจสืบเนื่องจากการได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น หรือมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขอื่นๆ ของกองทุนหลักนี้ เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน ลักษณะกองทุน อัตราค่าธรรมเนียม การลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินอื่นใดที่ขัดต่อหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด  หรือผลตอบแทนของกองทุนต่างประเทศต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนอื่น ๆ ที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกันอย่างมีนัยสำคัญ หรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือขนาดของกองทุนต่างประเทศลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จนอาจมีผลกระทบต่อกองทุน หรือการลงทุนของกองทุนต่างประเทศไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนหรือโครงการ หรือเมื่อกองทุนต่างประเทศกระทำความผิดตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนต่างประเทศ หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน หรือการเปลี่ยนแปลงอื่นใดที่ส่งผลกระทบหรือความเสียหายต่อกองทุน กล่าวคือ ในกรณีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงซึ่งอาจมีผลต่อกองทุนหลัก (Master fund) และ/หรือบริษัทจัดการอย่างมีนัยสำคัญ หรือในกรณีที่มีกองทุนอื่นที่มีนโยบายใกล้เคียงกันและตอบสนองนโยบายการลงทุนของกองทุน และบริษัทเห็นว่าการย้ายไปลงทุนในกองทุนดังกล่าวเป็นผลดีต่อผลการดำเนินงานโดยรวมของกองทุนและเป็นผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน โดยบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงกองทุนรวมต่างประเทศหรือกองทุนหลัก เป็นกองทุนต่างประเทศอื่นได้ ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะไม่ขัดกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน หรือขอสงวนสิทธิที่จะยกเลิกกองทุน โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยแล้ว ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ และบริษัทจัดการจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงหรือก่อนทำการลงทุนดังกล่าวไม่น้อยกว่า  15 วัน
    ในกรณีที่บริษัทจัดการอยู่ระหว่างการดำเนินการเปลี่ยน/โอนย้าย กองทุนจะยกเว้นไม่นำเรื่องการลงทุนซึ่งจะส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนมาบังคับใช้ในช่วงดำเนินการคัดเลือกและเตรียมการลงทุน เพื่อเป็นกองทุนหลักแทนกองทุนเดิม ซึ่งจะใช้ระยะเวลาภายใน 30 วันทำการ
    ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในกองทุนปลายทางไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง หากปรากฏว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางที่กองทุนรวมไปลงทุนมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด โดยกองทุนปลายทางดังกล่าวเป็นกองทุนต่างประเทศที่ไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนรวมดัชนีหรือกองทุนรวมอีทีเอฟ 
    (1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก 
    (2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักลดลงในช่วงระยะเวลาห้าวันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก 
    ในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าวบริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้ 
    (1) แจ้งเหตุที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม ให้สำนักงานและผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ 
    (2) ดำเนินการตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ 
    (3) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานทราบภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ 
    (4) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนรวมตาม (1) ต่อผู้ที่สนใจจะลงทุนเพื่อให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานะของกองทุนรวม 
    ทั้งนี้ บริษัทจัดการกองทุนจะดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวด้วย 
    ทั้งนี้ ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (2) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. 
    บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในกรณีที่มีการดำเนินการเปลี่ยน/โอนย้าย กองทุนจะยกเว้นไม่นำเรื่องการลงทุนซึ่งจะส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนมาบังคับใช้ในช่วงดำเนินการคัดเลือกและเตรียมการลงทุน

    ทั้งนี้ ในการโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนต่างประเทศอื่นข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาดำเนินการครั้งเดียวหรือหลายครั้งก็ได้ โดยการทยอยโอนย้ายเงินลงทุนอาจส่งผลให้ช่วงระยะเวลาดังกล่าว กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน ตามที่ระบุไว้ในโครงการข้างต้น อย่างไรก็ตามหากบริษัทจัดการไม่สามารถลงทุนในกองทุนอื่นใดที่มีนโยบายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการขอมติผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน หรือดำเนินการยกเลิกโครงการจัดการกองทุนรวมได้

    ข้อมูลทั่วไปของกองทุน  iShares MSCI South Korea ETF (กองทุนหลัก)

    ข้อมูลล่าสุด : ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2563

    ลักษณะทั่วไปของกองทุน

     

    ประเภท

     

     

     

    นโยบายการลงทุน

    กองทุนรวมอีทีเอฟ (Exchange Trade Fund) ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (New York Exchange: NYSE Arca) ประเภทกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป (Retail Fund)

    กองทุนติดตามผลการลงทุนของดัชนี MSCI Korea25/50* (“ดัชนีอ้างอิง”) โดยใช้กลยุทธ์ “เชิงรับ” (Passive) หรือกระบวนการลงทุนแบบอิงดัชนี (indexing approach) เพื่อพยายามบรรลุเป้าหมายการลงทุนของกองทุน

     

    Ticker

    EWY UP EQUITY 

    CUSIP

    464286772 
    วันจัดตั้งกองทุน5 กันยายน 2543 
    ผู้บริหารกองทุน (Manager)BlackRock Fund Advisors (BFA) 

    นายทะเบียน (Administrator)

    และผู้รับฝากทรัพย์สิน (Custodian)

     

    State Street Bank and Trust Company (State Street)

     

     
    อายุกองทุนไม่กำหนดอายุโครงการ 
    สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (US$) 
    การกำหนดมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (Determination of NAV)มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) จะถูกกำหนดวันละครั้ง 
    วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ณ สิ้นเวลาทำการปกติของตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (“NYSE”)
     
    การจ่ายปันผลอย่างน้อยปีละครั้ง (ถ้ามี) 
    ดัชนีอ้างอิง (Index)MSCI Korea 25/50 Index* 
    เว็บไซต์ (website)www.iShares.com 

    ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนหลัก**

     

    ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) : ร้อยละ 0.61 ต่อปี

     
    ค่าธรรมเนียมการซื้อ/ขาย หลักทรัพย์ (Brokerage Commission) : 
    จะขึ้นอยู่กับบริษัทที่บริการการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ (Broker)
     

    * ดัชนี MSCI Korea 25/50 
    ประกอบด้วยหุ้นที่ซื้อขายส่วนใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ ดัชนีอ้างอิงนี้เป็นดัชนีราคาหุ้นชนิดถ่วงน้ำหนักด้วยมูลค่าตลาดและการกระจายของผู้ถือหุ้นรายย่อย (free-float adjusted market capitalization weighted index) โดยใช้วิธีกำหนดสัดส่วนผู้ออกตราสารเพื่อไม่ให้ผู้ออกตราสารรายใดรายหนึ่งมีมากกว่า 25% ของสัดส่วนในดัชนีอ้างอิง และผู้ออกตราสารทุกรายที่มีสัดส่วนเกินกว่า 5% เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 50% ของสัดส่วนในดัชนีอ้างอิง 
    ดัชนีอ้างอิงนี้อาจรวมถึงบริษัทที่มีมูลค่าตลาดระดับสูง ปานกลาง หรือต่ำ ส่วนใหญ่รวมถึงบริษัทที่ประกอบกิจการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การเงิน และสินค้าฟุ่มเฟือยกลุ่มบริษัทที่อยู่ในดัชนีอ้างอิงและกลุ่มบริษัทที่เป็นตัวแทนของอุตสาหกรรมบางประเภทอาจเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา 
    ดัชนีอ้างอิงได้รับการรับรองโดยบริษัทจัดทำดัชนี (“Index Provider”) ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระของกองทุนและ BFA บริษัทจัดทำดัชนีจะกำหนดสัดส่วนและน้ำหนักการลงทุนของหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องในดัชนีอ้างอิง แล้วเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าตลาดของดัชนีอ้างอิง บริษัทจัดทำดัชนีของกองทุนคือบริษัท MSCI (“MSCI”) 

    ** กลยุทธ์ในการลงทุนของผู้บริหารกองทุน BlackRock Fund Advisors (BFA) 
    BFA บริหารกองทุนโดยใช้กลยุทธ์การอิงดัชนีตัวแทน การเลือกดัชนีตัวแทน (Representative Sampling) คือกลยุทธ์การอิงดัชนีที่เกี่ยวกับการลงทุนในหลักทรัพย์ที่เลือกมาเป็นตัวแทนโดยมีโปรไฟล์ใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิง หลักทรัพย์ที่เลือกมาเป็นตัวแทนนั้นในภาพรวมคาดหวังว่าจะมีคุณลักษณะที่เหมาะแก่การลงทุน (ขึ้นอยู่กับปัจจัยเช่น มูลค่าตามราคาตลาดสัดส่วนการลงทุนตามประเภทธุรกิจ) คุณลักษณะพื้นฐาน (เช่น ความไม่แน่นอนในผลตอบแทนเงินปันผล/ดอกเบี้ย) และสภาพคล่องใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิง กองทุนอาจถือหรืออาจไม่ถือหลักทรัพย์ทุกตัวที่อยู่ในดัชนีอ้างอิง 

    *** อนึ่ง กองทุนหลักอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของ 
    กองทุนได้ ทั้งนี้ หากการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงอัตราการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมของกองทุนนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบ ภายใน 60 วันก่อนการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราใหม่ 
    **** ในกรณีที่กองทุนหลักมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไขเพิ่มเติมโครงการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลักโดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซด์ของบริษัทจัดการโดยพลัน 

    สรุปความเสี่ยงทั่วไปของกองทุนหลัก 
    เช่นเดียวกับการลงทุนใดก็ตาม ผู้ลงทุนอาจสูญเงินลงทุนบางส่วนหรือทั้งหมดในกองทุนและผลตอบแทนของกองทุนอาจให้ผลใกล้เคียงกับการลงทุนประเภทอื่น กองทุนมีความเสี่ยงหลักดังต่อไปนี้ ความเสี่ยงบางเรื่องอาจส่งผลเชิงลบต่อมูลค่าสินทรัพย์สุทธิต่อหุ้น (NAV) ของกองทุนราคาซื้อขาย เงินปันผล/ดอกเบี้ย ผลตอบแทนทั้งหมด และความสามารถในการบรรลุเป้าหมายการลงทุนของกองทุน 
    ความเสี่ยงจากประเภทสินทรัพย์ (Asset Class Risk) 
    - หลักทรัพย์ในดัชนีอ้างอิงหรือในพอร์ทลงทุนของกองทุนอาจให้ผลตอบแทนที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับตลาดหลักทรัพย์ทั่วไปหรือสินทรัพย์ประเภทอื่น 
    ความเสี่ยงจากการกระจุกตัว (Concentration Risk) 
    - กองทุนอาจเสี่ยงที่จะขาดทุนจากสถานการณ์เชิงลบด้วยเหตุที่กองทุนเน้นลงทุนกับผู้ออกตราสารรายใดรายหนึ่งหรือหลายราย ประเทศ กลุ่มประเทศ ภูมิภาค ตลาดหลักทรัพย์ อุตสาหกรรม กลุ่มอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจหรือประเภทสินทรัพย์ 
    ความเสี่ยงจากภาคธุรกิจสินค้าฟุ่มเฟือย (Consumer Discretionary Sector Risk) 
    - ธุรกิจสินค้าฟุ่มเฟือยอาจได้รับผลกระทบจากความผันผวนของเศรษฐกิจภายในประเทศและระหว่างประเทศ อัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ย การแข่งขัน รายได้หลังหักภาษีของผู้บริโภคและความพึงพอใจของผู้บริโภค แนวโน้มทางสังคม และการรณรงค์ทางการตลาด 
    ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Currency Risk) 
    - เนื่องจากมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุนกำหนดในรูปของเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ มูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุนอาจลดลงหากค่าเงินสกุลดอลลาร์ในตลาดนอกสหรัฐอเมริกาที่กองทุนเข้าไปลงทุนตกต่ำ 
    ความเสี่ยงจากการสูญหลักทรัพย์ในครอบครอง (Custody Risk) 
    - ตลาดหลักทรัพย์ในประเทศกำลังพัฒนามีโอกาสพบปัญหามากกว่าในเรื่องของการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ (clearing and settling of trades) และการถือครองหลักทรัพย์ของธนาคารท้องถิ่น ตัวแทนซื้อขายหลักทรัพย์ สถานที่รับฝากหลักทรัพย์ 
    ความเสี่ยงจากตราสารทุน (Equity Securities Risk) 
    - ตราสารทุนอิงตามมูลค่าที่เปลี่ยนแปลง และมูลค่าดังกล่าวอาจผันผวนมากกว่าสินทรัพย์ประเภทอื่น 
    ความเสี่ยงจากภาคธุรกิจการเงิน (Financials Sector Risk) 
    - การดำเนินงานของบริษัทที่อยู่ในธุรกิจการเงินอาจได้รับผลกระทบเชิงลบจากปัจจัยหลายอย่าง อาทิ ระเบียบข้อบังคับของภาครัฐ สภาพเศรษฐกิจ การลดอันดับความเชื่อถือด้านเครดิต การเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย และสภาพคล่องที่ลดลงในตลาดสินเชื่อ จากอดีตที่ผ่านมาภาคธุรกิจการเงินประสบภาวะการขาดทุนอย่างมาก และผลกระทบจากการมีข้อกำหนดการลงทุนที่เข้มงวดขึ้น ผลกระทบจากระเบียบข้อบังคับที่ผ่านมาหรือในอนาคตเกี่ยวกับภาคธุรกิจการเงินทั้งระบบหรือบริษัทการเงินรายใดรายหนึ่งยังเป็นเรื่องที่คาดการณ์ไม่ได้ 
    ความเสี่ยงทางภูมิศาสตร์ (Geographic Risk) 
    - ภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติอื่นอาจเกิดขึ้นได้ในภูมิภาคที่กองทุนเข้าไปลงทุน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจหรือการประกอบธุรกิจด้านใดด้านหนึ่งของบริษัทที่อยู่ในภูมิภาคที่มีสภาพภูมิศาสตร์เฉพาะอันมีผลเชิงลบต่อการลงทุนของกองทุนในภูมิภาคดังกล่าว 
    ความเสี่ยงจากดัชนีที่เกี่ยวข้อง (Index-Related Risk) 
    - ไม่มีการรับประกันว่ากองทุนจะประสบความสำเร็จกับการลงทุนในดัชนีอ้างอิงแล้วต้องบรรลุเป้าหมายการลงทุนของกองทุนได้ดีเยี่ยม การหยุดชะงักของตลาดและข้อจำกัดที่ใช้ควบคุมอาจมีผลกระทบเชิงลบต่อความสามารถของกองทุนในการปรับตัวที่จะติดตามดัชนีอ้างอิงได้ตามต้องการ ความผิดพลาดในข้อมูลดัชนีอาจเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวและอาจไม่ได้ชี้ชัดหรือแก้ไขมานานแล้ว และอาจมีผลกระทบเชิงลบต่อกองทุนและผู้ถือหุ้นกองทุน 
    ความเสี่ยงจากธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology Sector Risk) 
    - บริษัทที่ประกอบกิจการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศต้องเผชิญกับการแข่งขันอย่างรุนแรงและผลิตภัณฑ์ที่ค่อนข้างล้าสมัยรวดเร็ว ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ยังต้องพึ่งพาเรื่องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบเชิงลบจากความสูญเสียหรือเสื่อมค่าของสิทธิดังกล่าว 
    ความเสี่ยงจากผู้ออกตราสาร (Issuer Risk) 
    - ผลการดำเนินงานของกองทุนขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของหลักทรัพย์ประเภทใดประเภทหนึ่งที่กองทุนเข้าไปลงทุน การเปลี่ยนแปลงในสภาวะทางการเงินหรืออันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสารอาจเป็นเหตุให้มูลค่าของหลักทรัพย์ลดลง 
    ความเสี่ยงจากการบริหารจัดการ (Management Risk) 
    - เนื่องจากกองทุนอาจลงทุนโดยเลียนแบบดัชนีอ้างอิงไม่ได้ทั้งหมด ทำให้เกิดความเสี่ยงที่ว่ากลยุทธ์การลงทุนของ BFA อาจให้ผลตอบแทนไม่ได้ตามคาดหมาย 
    ความเสี่ยงจากตลาด (Market Risk) 
    - กองทุนอาจสูญเงินในช่วงระยะเวลาสั้นๆ เนื่องจากการเคลื่อนไหวของราคาตลาดในระยะสั้นและการถือหลักทรัพย์นานเกินไปในช่วงที่ตลาดตกต่ำ 
    ความเสี่ยงจากการซื้อขายภายในตลาด (Market Trading Risk) 
    - กองทุนเผชิญกับความเสี่ยงมากมายจากการซื้อขายภายในตลาด รวมถึงการที่หุ้นกองทุนไม่ค่อยลงทุนในตลาดเชิงรุก การขาดทุนจากการซื้อขายในตลาดรอง (secondary market) ช่วงเวลาที่การสร้างและการไถ่ถอนหน่วยลงทุนของกองทุน (creation/redemption process)มีความผันผวนและหยุดชะงักสูง ปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเหล่านี้อาจทำให้การซื้อขายหุ้นกองทุนมีราคาสูงหรือต่ำกว่ามูลค่าสินทรัพย์สุทธิ 
    ความเสี่ยงจากการไม่กระจายการลงทุน (Non-Diversification Risk) 
    - กองทุนอาจลงทุนด้วยสินทรัพย์ของกองทุนในสัดส่วนเปอร์เซนต์ที่สูงโดยซื้อหลักทรัพย์ที่ออกโดยผู้ออกตราสารกลุ่มเล็ก ทำให้ผลตอบแทนของกองทุนอาจขึ้นอยู่กับผลประกอบการของผู้ออกตราสารเพียงกลุ่มเล็ก 
    ความเสี่ยงจากหลักทรัพย์ที่ไม่ใช่ของสหรัฐอเมริกา (Non-U.S. Securities Risk) 
    - การลงทุนในหลักทรัพย์ที่ผู้ออกตราสารไม่ใช่สหรัฐอเมริกาจะเกิดความเสี่ยงที่เกี่ยวกับการลงทุนในตลาดนอกสหรัฐอเมริกา เช่น ความเสี่ยงจากเงินเฟ้อสูงหรือการแปรรูปกิจการเอกชนเป็นของรัฐ (nationalization) กองทุนอาจสูญเงินเนื่องจากสถานการณ์ทางการเมือง เศรษฐกิจ และสภาพภูมิศาสตร์ที่ส่งผลกระทบต่อผู้ออกตราสารเกาหลีใต้หรือตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ รวมถึงความตึงเครียดที่รุนแรงขึ้นระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ กองทุนจะเผชิญกับความเสี่ยงจากเศรษฐกิจของเอเชียโดยเฉพาะ 
    ความเสี่ยงจากการลงทุนเชิงรับ (Passive Investment Risk) 
    - กองทุนไม่ได้บริหารจัดการเชิงรุก และ BFA ไม่ได้แสวงหามาตรการตั้งรับไม่ว่าสภาวะตลาดแบบใด รวมถึงตลาดที่ถดถอย 
    ความเสี่ยงจากการพึ่งพาคู่ค้า (Reliance on Trading Partners Risk) 
    - กองทุนลงทุนในประเทศที่เศรษฐกิจต้องพึ่งพาการซื้อขายกับคู่ค้าหลัก หากการซื้อขายลดลงอาจมีผลกระทบเชิงลบต่อการลงทุนของกองทุน ด้วยเหตุที่กองทุนต้องผ่านคู่ค้า กองทุนจะตกอยู่ในความเสี่ยงจากเศรษฐกิจของเอเชียและความเสี่ยงจากเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา 
    ความเสี่ยงจากการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ (Risk of Investing in Emerging Markets) 
    - การลงทุนของกองทุนในตลาดเกิดใหม่อาจเผชิญกับความเสี่ยงที่จะขาดทุนมากกว่าการลงทุนในตลาดที่พัฒนาแล้ว ตลาดเกิดใหม่อาจมีโอกาสที่จะเผชิญกับความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อ ความยุ่งเหยิงทางการเมือง และการเปลี่ยนแปลงสภาพเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วมากกว่าตลาดที่พัฒนาแล้ว เอกภาพทางบัญชีและข้อกำหนดในการรายงาน ตลอดจนการประเมินหลักทรัพย์ที่เชื่อถือไม่ได้ในตลาดเกิดใหม่มักจะมีน้อยกว่าและความเสี่ยงที่เกี่ยวกับการสูญหลักทรัพย์ในครอบครองจะมีมากกว่า 
    ความเสี่ยงของการลงทุนในเกาหลีใต้ (Risk of Investing in South Korea) 
    - การลงทุนในตราสารของเกาหลีใต้อาจทำให้กองทุนอยู่ภายใต้ความเสี่ยงทางกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ การเมือง อัตราแลกเปลี่ยน ความมั่นคงและเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ นอกจากนี้ การพัฒนาทางการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านของเกาหลีใต้อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจเกาหลีใต้ 
    ความเสี่ยงจากการให้กู้หลักทรัพย์ (Securities Lending Risk) 
    - กองทุนอาจมีส่วนร่วมในการให้กู้หลักทรัพย์ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่กองทุนอาจสูญเงินเนื่องจากผู้ขอกู้หลักทรัพย์ดังกล่าวผิดนัดในการไถ่คืนหลักทรัพย์ตามเวลาที่กำหนดหรือไม่ชำระคืนทั้งหมด นอกจากนี้ กองทุนอาจขาดทุนในกรณีที่หลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้มีมูลค่าลดลง หรือมีการลดลงของมูลค่าการลงทุนที่ใช้เงินสดค้ำประกัน เหตุการณ์เหล่านี้อาจทำให้กองทุนต้องเสียภาษีไม่พึงประสงค์จากกรณีดังกล่าวด้วย 
    ความเสี่ยงจากระบบป้องกันภัย (Security Risk) 
    - สภาพภูมิศาสตร์ของประเทศที่กองทุนเข้าไปลงทุนเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงในเรื่องความปลอดภัย สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบป้องกันภัยของประเทศหรือของภูมิภาคอาจเป็นสาเหตุของความไม่แน่นอนในตลาดแถบนี้ และอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจของประเทศหรือภูมิภาคและการลงทุนของกองทุน 
    ความเสี่ยงที่เป็นผลมาจากโครงสร้าง (Structural Risk) 
    - ประเทศที่กองทุนเข้าไปลงทุนอาจพิจารณาถึงระดับความไม่มีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ การเมืองและสังคมเป็นสำคัญ 
    ความเสี่ยงที่เกิดจากค่าความผิดพลาด (Tracking Error Risk) 
    - ค่าความผิดพลาดเป็นสิ่งที่ทำให้ผลตอบแทนของกองทุนต่างจากผลตอบแทนของดัชนีอ้างอิง ค่าความผิดพลาดอาจเกิดขึ้นจากความแตกต่างระหว่างหลักทรัพย์ที่อยู่ในพอร์ทลงทุนของกองทุนกับหลักทรัพย์ที่อยู่ในดัชนีอ้างอิง ความต่างด้านราคาหลักทรัพย์ ค่าใช้จ่ายทางธุรกรรม เงินสดที่กองทุนมีอยู่ ความต่างในเรื่องของเวลาการรับและการจ่ายเงินปันผล การเปลี่ยนแปลงดัชนีอ้างอิงหรือความจำเป็นที่ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับที่มีอยู่หรือข้อบังคับใหม่ต่าง ๆ ความเสี่ยงชนิดนี้อาจเพิ่มสูงขึ้นในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนมากหรือสภาวะตลาดไม่ปกติ ค่าความผิดพลาดอาจส่งผลให้เกิดความเสี่ยงเนื่องจากกองทุนมีค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในขณะที่ดัชนีอ้างอิงไม่มี กองทุนที่ติดตามกลุ่มดัชนีที่ให้น้ำหนักการลงทุนสูงในตลาดเกิดใหม่อาจพบค่าความผิดพลาดสูงกว่าดัชนีกองทุน ETF ที่ไม่ได้ติดตามกลุ่มดัชนีดังกล่าว 
    ความเสี่ยงจากการประเมินราคา (Valuation Risk) 
    - ราคาหลักทรัพย์ที่กองทุนขายได้อาจแตกต่างจากราคาที่กองทุนประเมินไว้ และอาจแตกต่างจากมูลค่าที่ดัชนีอ้างอิงใช้อยู่โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักทรัพย์ที่ซื้อขายในปริมาณน้อยหรือซื้อขายในช่วงที่ตลาดผันผวนหรือในช่วงที่มูลค่าหลักทรัพย์ใช้วิธีคิดแบบมูลค่ายุติธรรม นอกจากนี้ มูลค่าหลักทรัพย์ในพอร์ทลงทุนของกองทุนอาจเปลี่ยนแปลงในวันที่ผู้ถือหุ้นไม่สามารถซื้อหรือขายหุ้นกองทุนได้ 
    หมายเหตุ: 
    กรณีที่ข้อมูลความเสี่ยงของกองทุน iShares MSCI South Korea ETF มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับหนังสือชี้ชวนของกองทุนหลัก ให้ถือเอาต้นฉบับของกองทุนหลักเป็นหลัก ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลความเสี่ยงอย่างระมัดระวังก่อนตัดสินใจลงทุน 

Top 5 Holdings

BLACKROCK FUND ADVISORS
100.26%
KASIKORNBANK PCL.
4.34%
BAY (FWTHBUSD26N20V)
0.16%
KTB
0.12%
BAY (FWTHBUSD26717KW)
0.1%

สัดส่วนการลงทุน

หน่วยลงทุน
100.26%
เงินฝาก/ตราสารเทียบเท่า
4.35%
สินทรัพย์อื่น ๆ / หนี้สินอื่น ๆ
-0.82%
ตราสารอนุพันธ์
-3.79%

ค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมการขาย
+0.50%
สูงสุดไม่เกิน: +1.61%
ค่าธรรมเนียมการจัดการ
+1.00%
สูงสุดไม่เกิน: +1.07%
ค่าธรรมเนียมผู้ดูแล
-
สูงสุดไม่เกิน: +0.11%
ค่าใช้จ่ายอื่น
-
สูงสุดไม่เกิน: +1.07%

รายละเอียดการซื้อขาย

เวลาตัดรอบการซื้อ: 15:30
เวลาตัดรอบการขาย: 15:30
วันชำระเงิน: 2 วัน
การจ่ายเงินปันผล: ไม่จ่ายเงินปันผล
มูลค่าขั้นต่ำการซื้อครั้งแรก: 1.00 บาท
มูลค่าขั้นต่ำการซื้อครั้งถัดไป: 1.00 บาท

เอกสารเพิ่มเติม

ดาวน์โหลด Fund Factsheet

ข้อมูล ณ วันที่ 22 พ.ค. 2569

หมายเหตุ

  • การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
  • ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
  • ข้อมูลการวัดผลการดำเนินงานของกองทุนนี้ ได้จัดทำตามมาตรฐานการวัดผลการดำเนินงานของกองทุนของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน
  • ข้อมูล % ต่อปี สำหรับผลการดำเนินงานที่แสดงในช่วงเวลาตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป

Yuanta Securities (Thailand)

เลขที่ 127 อาคารเกษร ทาวเวอร์ ชั้น 14-16 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพฯ 10330

Tel: 0-2009-8000 Fax: 02-009-8889 Email: online@yuanta.co.th