SCB Thai Sustainable Equity Passive Fund
| ช่วงเวลา | 1 สัปดาห์ | 1 เดือน | 3 เดือน | 6 เดือน | YTD | 1 ปี | 3 ปี | 5 ปี | SI |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ผลตอบแทน | -1.05% | +2.69% | +13.04% | +16.54% | +31.16% | +33.60% | - | - | +8.49% |
| ความผันผวนกองทุน | - | - | - | - | - | +14.40% | - | - | - |
| Maximum Drawdown | - | - | - | - | - | -8.83% | - | - | - |
1. นโยบายการลงทุน
1.1 วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน
กองทุนจะลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET ESG Total Return Index ซึ่งเป็นหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน โดยกองทุนมี net exposure ในตราสารดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม
1.2 เป้าหมายที่กองทุนรวมต้องการบรรลุ
กองทุนตระหนักถึงบทบาทในฐานะนักลงทุนสถาบันในการสนับสนุนบริษัทที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) ซึ่งจะเน้นลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET ESG Total Return Index โดยกองทุนมีเป้าหมายในการผลักดันการพัฒนาด้านความยั่งยืนของตลาดทุนไทย รวมถึงส่งเสริมประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ความยั่งยืน (ESG Transition) หรือการบรรลุเป้าหมายในการแก้ปัญหาการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ 13 ของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ
1.3 กรอบการลงทุน (Investment Universe)
กองทุนจะเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) จากข้อมูลที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้จัดทำผลการประเมินหุ้นยั่งยืน ซึ่งเป็นหุ้นของบริษัทจดทะเบียน (SET ESG Rating) และการจัดทำดัชนี SET ESG Total Return Index โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม
ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนจะลงทุนโดยมีเป้าหมายเพื่อจำลองการเคลื่อนไหวของดัชนี SET ESG Total Return Index เพื่อให้กองทุนมีผลตอบแทนใกล้เคียงกับอัตราผลตอบแทนของดัชนีดังกล่าวมากที่สุด
อย่างไรก็ดี การลงทุนในทรัพย์สินอื่นใดนอกเหนือจากกรอบการลงทุน (Investment Universe) ตามข้อ 1.3 จะเป็นไปในลักษณะที่ไม่ทำให้กองทุนมี net exposure ในกรอบการลงทุนดังกล่าว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีน้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
2. กลยุทธ์การลงทุน
- Positive Screening: กองทุนใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบ Positive Screening ผ่านการลงทุนตามดัชนี SET ESG Total Return Index โดยมีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นผู้จัดทำดัชนีดังกล่าว และจัดอันดับ ESG Ratings ซึ่งดัชนีดังกล่าวมีการทบทวนกลุ่มหลักทรัพย์ปีละ 2 ครั้ง
2.1 หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์
กองทุนจะเน้นลงทุนในหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET ESG Total Return Index ซึ่งมีการทบทวนปีละ 2 ครั้ง โดยหลักทรัพย์เหล่านี้ได้รับการประเมิน ESG Ratings จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษาวิธีการจัดทำดัชนี SET ESG Total Return Index ได้ที่ https://www.set.or.th/th/market/index/setesg/profile
2.2 กระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์
กองทุนจะเน้นลงทุนในหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET ESG Total Return Index โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจำลองการเคลื่อนไหวของดัชนี SET ESG Total Return Index เพื่อให้กองทุนมีผลตอบแทนใกล้เคียงกับอัตราผลตอบแทนของดัชนีดังกล่าวมากที่สุด โดยอาจจะใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบ Optimization หรือวิธีอื่นใดในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ เช่น กรณีห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี หรือเหตุการณ์อื่นใดที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
โดยกระบวนลงทุนดังกล่าวเป็นการลงทุนเพื่อมุ่งเน้นการลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืนตามหลักสากลที่ได้จากการประเมินหุ้นยั่งยืนที่จัดทำโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีหัวข้อการประเมินทั้ง 3 ปัจจัยได้แก่*
*แหล่งข้อมูล: https://setsustainability.com/
2.3 การอ้างอิงดัชนีชี้วัดที่เกี่ยวกับความยั่งยืน (investment benchmark)
ดัชนีชี้วัดของกองทุน ได้แก่ ดัชนี SET ESG Total Return Index ในสัดส่วน 100% ซึ่งดัชนีดังกล่าวมีแนวทางการคัดเลือกหุ้นเพื่อเป็นองค์ประกอบของดัชนี ดังนี้
- เป็นบริษัทที่มีผลประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Rating ปีล่าสุดซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
- เป็นหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท
- มีสัดส่วนผู้ถือหลักทรัพย์รายย่อย (Free-float) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของทุนชำระแล้ว
- จำนวนหุ้นซื้อขายไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.5 ของจำนวนหุ้นจดทะเบียนของบริษัท เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 9 ใน 12 เดือน
- ไม่จำกัดจำนวนหลักทรัพย์ในดัชนี
ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษาวิธีการจัดทำดัชนี SET ESG Total Return Index ได้ที่ https://www.set.or.th/th/market/index/setesg/profile
ทั้งนี้ ในกรณีที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีการจัดทำดัชนีอื่นใดเพื่อทดแทนดัชนีดังกล่าว บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงดัชนีอ้างอิง เพื่อให้สอดคล้องกับดัชนีที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด
2.4 ข้อจำกัดด้านการลงทุน (investment restrictions)
กองทุนมีนโยบายลงทุนในหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET ESG Total Return Index เป็นหลัก
3. ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องจากการลงทุนอย่างยั่งยืน
เนื่องจากการใช้ข้อมูลปัจจัย ESG เป็นส่วนหนึ่งในการวิเคราะห์ ESG Ratings จึงมีความจำเป็นต้องพึ่งพาการเปิดเผยข้อมูลด้านปัจจัย ESG จากบริษัทที่ลงทุน ทำให้อาจมีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปัจจัย ESG (ESG Data) ทั้งจากความพร้อมใช้งานของข้อมูล (Data Availability) คุณภาพของข้อมูล (ESG Data Quality) ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดในการวิเคราะห์คุณภาพของการพัฒนาด้านความยั่งยืน
เนื่องจากข้อจำกัดด้านปัจจัย ESG และจำนวนหลักทรัพย์ที่สามารถลงทุนตามกรอบการลงทุนอาจมีค่อนข้างจำกัด ดังนั้น หากมีปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนดังกล่าว จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก
ในบางครั้ง บริษัทที่กองทุนลงทุนอาจได้รับผลกระทบจากประเด็น หรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับปัจจัย ESG อย่างมีนัยสำคัญ อาจนำไปสู่การฟ้องร้อง คดีความ ค่าปรับ การเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค และอื่นๆ ซึ่งทั้งหมดนี้อาจส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องของการดำเนินธุรกิจ และอาจส่งผลให้ผลกำไรของบริษัท หรือการตอบสนองของราคาหุ้นมีความผันผวนมากขึ้น
เนื่องจากหลักทรัพย์หรือตราสารที่ลงทุนอาจมีปริมาณการซื้อขายที่จำกัด ซึ่งอาจทำให้กองทุนไม่สามารถซื้อขายหลักทรัพย์หรือตราสารที่ถือครองอยู่ในราคาที่เหมาะสมและภายในระยะเวลาอันสมควร ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาการลงทุนในตราสารที่มีคุณภาพและคำนึงถึงสภาพคล่องในการซื้อขายก่อนตัดสินใจลงทุน
การขายคืนหน่วยลงทุนชนิดไทยเพื่อความยั่งยืนแบบสะสมมูลค่า ชนิดไทยเพื่อความยั่งยืน และชนิดไทยเพื่อความยั่งยืนผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ อาจส่งผลให้ผู้ลงทุนต้องชำระคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษี ดังนั้น ผู้ลงทุนมีหน้าที่ต้องศึกษาและปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎหมายภาษีอากร ทั้งนี้ สำหรับผู้ลงทุนที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี จะต้องถือหน่วยลงทุนครบตามระยะเวลาที่กฎหมายภาษีอากรกำหนด ณ วันที่ขายหน่วยลงทุน
4. แนวทางการดำเนินการ และมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนของ SRI Fund ไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่ได้กำหนดไว้
บริษัทจัดการจะให้ความสำคัญในการติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิดจากทุกแหล่ง โดยในกรณีที่บริษัทจัดการพบว่า บริษัทที่ลงทุนอาจมีความเสี่ยงในด้านของคุณภาพหรือความถูกต้องของข้อมูล ESG อย่างมีนัยสำคัญ หรือพบว่ามีประเด็น หรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับปัจจัย ESG อย่างมีนัยสำคัญนั้น ในขั้นแรกบริษัทจัดการจะนำรายชื่อบริษัทดังกล่าวไปบรรจุใน ESG Watchlist จากนั้นบริษัทจัดการอาจดำเนินการเข้าไปมีส่วนร่วมกับบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับปัจจัย ESG (ESG Engagement) ตามความเหมาะสม อาทิ การสอบถามข้อมูลด้านความยั่งยืนผ่านฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ หรือฝ่ายพัฒนาความยั่งยืน หรือเรียกร้องให้บริษัทที่ลงทุนมีการเปิดเผยข้อมูลด้านปัจจัย ESG เพิ่มเติม รวมถึงกองทุนจะทำการระงับการลงทุน ไม่ลงทุนเพิ่ม หรือขายหลักทรัพย์ออกไปในโอกาสที่เหมาะสม
ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะทำการตรวจสอบ ประเมินปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ และปรับปรุงกลุ่มรายชื่อหลักทรัพย์ให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ โดยหากบริษัทจัดการประเมินว่าความเสี่ยงดังกล่าวมีการปรับปรุงไปในทางที่ดีขึ้น บริษัทจัดการอาจพิจารณาปรับรายชื่อหลักทรัพย์ดังกล่าวออกจากกลุ่ม ESG Watchlist ข้างต้น
อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการปรับปรุงแนวทางการดำเนินการ และมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนของ SRI Fund ไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่ได้กำหนดไว้ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการลงทุนด้วยความรับผิดชอบที่บริษัทจัดการกำหนด
เงื่อนไขในการลงทุนเพิ่มเติม
เงินลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนอาจลงทุนในตราสารทุน และ/หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือตราสารหนี้ และ/หรือเงินฝาก และ/หรือหน่วย CIS และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์/REITs และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ และ/หรือกองทุนอีทีเอฟ (ETF) ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่กองทุนสามารถลงทุนได้ โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือให้ความเห็นชอบ รวมถึงอาจลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Notes) ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่มี underlying เป็นหุ้นหรือทรัพย์สินที่กองทุนนี้สามารถลงทุนได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และ/หรือการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้เพิ่มขึ้น และ/หรือลดค่าใช้จ่ายของกองทุน รวมถึงอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) รวมทั้งตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม หรือลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ยกเว้นกรณีที่กองทุนปลายทางเป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ลงทุนสูงสุดได้ไม่เกิน 1 ใน 3 ของจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมดของกองทุนปลายทาง โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด ทั้งนี้ กองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) และกองทุนปลายทางจะไม่ลงทุนต่อในกองทุนอื่นภายใต้บริษัทจัดการเดียวกัน (cascade investment) เกินกว่า 1 ทอด
การใช้สิทธิออกเสียงกรณีกองทุนลงทุนในกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน : ห้ามมิให้กองทุนต้นทางลงมติให้กองทุนปลายทาง อย่างไรก็ดี ในกรณีที่กองทุนปลายทางไม่สามารถดำเนินการเพื่อขอมติได้ เนื่องจากติดข้อจำกัดห้ามมิให้กองทุนต้นทางลงมติให้กองทุนปลายทาง บริษัทจัดการสามารถขอรับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ได้ หากได้รับมติเกินกึ่งหนึ่งของผู้ถือหน่วยของกองทุนปลายทางในส่วนที่เหลือ
ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
1. 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียน
2. 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม
3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
ข้อมูล ณ วันที่ 14 ส.ค. 2569
Yuanta Securities (Thailand)
เลขที่ 127 อาคารเกษร ทาวเวอร์ ชั้น 14-16 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพฯ 10330
Tel: 0-2009-8000 Fax: 02-009-8889 Email: online@yuanta.co.th