SCB Thai Sustainability Bond Fund
| ช่วงเวลา | 1 สัปดาห์ | 1 เดือน | 3 เดือน | 6 เดือน | YTD | 1 ปี | 3 ปี | 5 ปี | SI |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ผลตอบแทน | -1.25% | -2.39% | -4.72% | -7.20% | -7.31% | -4.69% | - | - | +1.16% |
| ความผันผวนกองทุน | - | - | - | - | - | +7.00% | - | - | - |
| Maximum Drawdown | - | - | - | - | - | -12.84% | - | - | - |
1. นโยบายการลงทุน
1.1 วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน
กองทุนจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond) ที่มีการเปิดเผยข้อมูลตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond) ซึ่งผ่านกระบวนการคัดเลือกหลักทรัพย์แบบ Screening โดยมี net exposure ในทรัพย์สินดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม
1.2 เป้าหมายที่กองทุนรวมต้องการบรรลุ
กองทุนตระหนักถึงบทบาทในฐานะนักลงทุนสถาบันในการสนับสนุนผู้ออกตราสาร ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่มีวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (use of proceeds) เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) โดยมีเป้าหมายในการผลักดันการพัฒนาด้านความยั่งยืนของตลาดทุนไทย รวมถึงส่งเสริมประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ความยั่งยืน (ESG Transition) หรือการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ
1.3 กรอบการลงทุน (Investment Universe)
กองทุนมีนโยบายการลงทุนซึ่งจะส่งผลให้มี net exposure ในทรัพย์สินดังต่อไปนี้ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม
(1) ตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond) ที่ออกตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่ต่อบุคคลในวงจำกัด และการเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพต่อบุคคลที่มีลักษณะเฉพาะ หรือประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยข้อกำหนดที่เกี่ยวกับการออกและเสนอขายศุกูก และการเปิดเผยข้อมูล แล้วแต่กรณี ซึ่งมีการเปิดเผยข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหรือเอกสารที่นำเสนอต่อผู้ลงทุนในการเสนอขายตราสารดังกล่าวในเรื่องดังนี้
(1.1) กรณีเป็นตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือตราสารเพื่อความยั่งยืน ต้องมีการเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (use of proceeds) ว่าเป็นไปเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของประเทศไทย แล้วแต่กรณี
(1.2) กรณีเป็นตราสารส่งเสริมความยั่งยืนต้องมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของผู้ออกตราสารดังกล่าวในประเทศไทย
(2) พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond)
อย่างไรก็ดี การลงทุนในทรัพย์สินอื่นใดนอกเหนือจากกรอบการลงทุน (Investment Universe) ข้างต้น จะเป็นไปในลักษณะที่ไม่ทำให้กองทุนมี net exposure ในกรอบการลงทุนดังกล่าว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีน้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
2. กลยุทธ์การลงทุน
- Screening: กองทุนเน้นกลยุทธ์การลงทุนแบบ Positive Screening โดยคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) ประกอบการวิเคราะห์ผู้ออกตราสาร ทั้งในเชิงคุณภาพ ปริมาณ และความสามารถในการชำระหนี้
2.1 หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์
กองทุนจะเน้นลงทุนในตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond) ที่มีการเปิดเผยข้อมูลตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond) โดยผ่านหลักเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์ของบริษัทจัดการ เช่น มีการเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (use of proceeds) ว่าเป็นไปเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของประเทศไทย รวมทั้งผ่านกระบวนการวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่คำนึงถึงปัจจัยด้านความยั่งยืนด้วยวิธีการภายในของบริษัทจัดการกองทุนรวม
2.2 กระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์
บริษัทจัดการมีกระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกตราสาร โดยใช้ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เช่น สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย รวมทั้งแหล่งข้อมูลภายนอกอื่นๆ เพื่อคัดเลือกตราสารที่จะลงทุนให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุน โดยผู้จัดการกองทุนจะทำการวิเคราะห์กลยุทธ์ แผนการดำเนินงาน ฐานะทางการเงิน ความสามารถในการชำระหนี้ ผลกระทบต่อกำไรหรือผลการดำเนินงาน อันดับความน่าเชื่อถือของตราสาร ผู้ออกตราสาร รวมถึงวิเคราะห์โครงการที่จะนำเงินลงทุนไปใช้ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือความยั่งยืนของประเทศไทยอย่างแท้จริง
2.3 การอ้างอิงดัชนีชี้วัดที่เกี่ยวกับความยั่งยืน(investment benchmark)
เนื่องจากในช่วงแรกกองทุนจะเน้นลงทุนในพันธบัตร และ/หรือตราสารหนี้ที่ออกโดยภาครัฐเป็นหลัก ดัชนีชี้วัดของกองทุนคือ ดัชนี Government Bond ESG Index ซึ่งเป็นกลุ่มดัชนีตราสารหนี้ ESG ที่ออกโดยรัฐบาล
โดยผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดดัชนีได้ที่ https://www.thaibma.or.th/EN/Market/Index/ESGIndex.aspx
ทั้งนี้ ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถดูรายละเอียดสัดส่วนที่ใช้ในการอ้างอิงของดัชนีชี้วัดได้ที่หนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ
อนึ่ง ในกรณีที่กองทุนมีการปรับเปลี่ยนพอร์ตตามนโยบายการลงทุนของกองทุนที่สามารถลงทุนในพันธบัตร หุ้นกู้ และ/หรือตราสารหนี้ที่ออกโดยภาครัฐและเอกชน และ/หรือมีดัชนีชี้วัดอื่นใดที่สะท้อนการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนในอนาคต บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดในการเปรียบเทียบตามที่บริษัทจัดการเห็นควรและเหมาะสม เพื่อสะท้อนความเสี่ยงของกองทุน ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนที่มุ่งเน้นด้านสิ่งแวดล้อมหรือด้านความยั่งยืนที่กำหนด โดยบริษัทจัดการจะเปิดเผยข้อมูลและแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบในหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ และประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
2.4 ข้อจำกัดด้านการลงทุน (investment restrictions)
กองทุนจะไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องอย่างมีนัยสำคัญกับธุรกิจ ผลิต/จัดจําหน่ายหรือจําหน่ายสินค้าในประเภทที่เกี่ยวข้องกับยาสูบ และการค้าอาวุธ โดยกำหนดเกณฑ์การชี้วัดการเข้าข่ายธุรกิจดังกล่าว จะใช้เกณฑ์สัดส่วนรายได้ที่มากกว่าร้อยละ 20
3. ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนอย่างยั่งยืน
การใช้ข้อมูลด้าน ESG จากแหล่งข้อมูลภายนอกเพื่อประกอบการวิเคราะห์และคัดเลือกตราสาร อาจมีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล ทั้งจากความพร้อมใช้งานของข้อมูล (Data Availability) คุณภาพของข้อมูล (ESG Data Quality) ทำให้ข้อมูลที่ได้รับไม่เพียงพอหรือไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลต่างๆ รวมถึงรายงานประจำปีและรายงานความยั่งยืนของผู้ออกตราสาร เพื่อให้ข้อมูลที่นำมาใช้ในการวิเคราะห์มีความถูกต้องมากขึ้น
เนื่องจากข้อจำกัดด้านปัจจัย ESG และตราสารที่สามารถลงทุนตามกรอบการลงทุนอาจมีค่อนข้างจำกัด ดังนั้น กองทุนอาจเสียโอกาสในการลงทุนในตราสารหนี้ทั่วไปที่อาจให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า
ในบางครั้ง บริษัทที่กองทุนลงทุนอาจได้รับผลกระทบจากประเด็น หรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับปัจจัย ESG อย่างมีนัยสำคัญ อาจนำไปสู่การฟ้องร้อง คดีความ ค่าปรับ การเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค และอื่นๆ ซึ่งทั้งหมดนี้อาจส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องของการดำเนินธุรกิจ ผลกำไรของบริษัท หรือความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร
เนื่องจากหลักทรัพย์หรือตราสารที่ลงทุนอาจมีปริมาณการซื้อขายที่จำกัด ซึ่งอาจทำให้กองทุนไม่สามารถซื้อขายหลักทรัพย์หรือตราสารที่ถือครองอยู่ในราคาที่เหมาะสมและภายในระยะเวลาอันสมควร ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาการลงทุนในตราสารที่มีคุณภาพและคำนึงถึงสภาพคล่องในการซื้อขายก่อนตัดสินใจลงทุน
การขายคืนหน่วยลงทุนชนิดไทยเพื่อความยั่งยืนแบบสะสมมูลค่า ชนิดไทยเพื่อความยั่งยืน และชนิดไทยเพื่อความยั่งยืนผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ อาจส่งผลให้ผู้ลงทุนต้องชำระคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษี ดังนั้น ผู้ลงทุนมีหน้าที่ต้องศึกษาและปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎหมายภาษีอากร ทั้งนี้ สำหรับผู้ลงทุนที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี จะต้องถือหน่วยลงทุนครบตามระยะเวลาที่กฎหมายภาษีอากรกำหนด ณ วันที่ขายหน่วยลงทุน
4. แนวทางการดำเนินการ และมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนของ SRI Fund ไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่ได้กำหนดไว้
บริษัทจัดการจะให้ความสำคัญในการติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิดจากทุกแหล่ง โดยในกรณีที่บริษัทจัดการพบว่า ตราสารที่ลงทุนอาจมีความเสี่ยงในด้านของคุณภาพหรือความถูกต้องของข้อมูล ESG อย่างมีนัยสำคัญ หรือพบว่ามีประเด็น หรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับปัจจัย ESG อย่างมีนัยสำคัญนั้น ในขั้นแรกบริษัทจัดการจะนำรายชื่อบริษัทดังกล่าวไปบรรจุใน ESG Watchlist จากนั้นบริษัทจัดการอาจดำเนินการเข้าไปมีส่วนร่วมกับบริษัทผู้ออกตราสารในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับปัจจัย ESG (ESG Engagement) ตามความเหมาะสม อาทิ การสอบถามข้อมูลด้านความยั่งยืนผ่านฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ หรือฝ่ายพัฒนาความยั่งยืน หรือเรียกร้องให้บริษัทที่ลงทุนมีการเปิดเผยข้อมูลด้านปัจจัย ESG เพิ่มเติม รวมถึงกองทุนจะทำการระงับการลงทุน ไม่ลงทุนเพิ่ม หรือขายหลักทรัพย์ออกไปในโอกาสที่เหมาะสม
ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะทำการตรวจสอบ ประเมินปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ และปรับปรุงกลุ่มรายชื่อหลักทรัพย์ให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ โดยหากบริษัทจัดการประเมินว่าความเสี่ยงดังกล่าวมีการปรับปรุงไปในทางที่ดีขึ้น บริษัทจัดการอาจพิจารณาปรับรายชื่อหลักทรัพย์ดังกล่าวออกจากกลุ่ม ESG Watchlist ข้างต้น
อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการปรับปรุงแนวทางการดำเนินการ และมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนของ SRI Fund ไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่ได้กำหนดไว้ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการลงทุนด้วยความรับผิดชอบที่บริษัทจัดการกำหนด
เงื่อนไขในการลงทุนเพิ่มเติม
เงินลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ และ/หรือเงินฝาก ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่กองทุนสามารถลงทุนได้ โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือให้ความเห็นชอบ รวมถึงอาจลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Notes) ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่มี underlying เป็นอัตราดอกเบี้ย ดัชนีเงินเฟ้อ credit rating หรือ credit event เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และ/หรือการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้เพิ่มขึ้น และ/หรือลดค่าใช้จ่ายของกองทุน รวมถึงอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Lending) โดยหลักทรัพย์ที่ให้ยืมเป็นตราสารหนี้ หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
ทั้งนี้ การเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ข้างต้น อาจมีความเสี่ยงที่เกิดจากคู่สัญญาในการทำธุรกรรม (Counterparty Risk) มีผลการดำเนินงานและฐานะทางการเงินที่ด้อยลง ส่งผลให้ไม่สามารถจ่ายเงินตามภาระผูกพันเมื่อครบกำหนดเวลา (Counterparty Risk) ได้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของแนวทางการบริหารเพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว กองทุนจะลงทุนในสัญญาอนุพันธ์ (Derivative Contract) กับคู่สัญญาที่เป็นธนาคารพาณิชย์เพื่อป้องกันความเสี่ยง โดยบริษัทจัดการจะเข้าทำสัญญากับธนาคารพาณิชย์ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่อยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) และมีการวิเคราะห์ความสามารถในการชำระหนี้ของคู่สัญญาในการทำธุรกรรมก่อนและหลังการลงทุน
นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด ทั้งนี้ กองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) และกองทุนปลายทางจะไม่ลงทุนต่อในกองทุนอื่นภายใต้บริษัทจัดการเดียวกัน (cascade investment) เกินกว่า 1 ทอด
การใช้สิทธิออกเสียงกรณีกองทุนลงทุนในกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน : ห้ามมิให้กองทุนต้นทางลงมติให้กองทุนปลายทาง
ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
1. 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียน
2. 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม
3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
ข้อมูล ณ วันที่ 22 พ.ค. 2569
Yuanta Securities (Thailand)
เลขที่ 127 อาคารเกษร ทาวเวอร์ ชั้น 14-16 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพฯ 10330
Tel: 0-2009-8000 Fax: 02-009-8889 Email: online@yuanta.co.th