กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นไทยยั่งยืนแอคทีฟ ชนิดไทยเพื่อความยั่งยืนแบบสะสมมูลค่า

SCB Thai Sustainable Equity Active Fund

รหัสกองทุน: SCBTA(ThaiESGA)
บริษัทจัดการ: ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
ระดับความเสี่ยง: 6
ประเภทกองทุน: Equity General
มูลค่าหน่วยลงทุน (NAV)
12.1687 บาท
ณ วันที่ 24 ส.ค. 2569
Fund Size: 713,297,682.27 บาท
YTD Return: +27.01%

ผลการดำเนินงาน

ช่วงเวลา 1 สัปดาห์ 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน YTD 1 ปี 3 ปี 5 ปี SI
ผลตอบแทน -0.29% +1.55% +13.44% +10.86% +27.01% +28.44% - - +7.60%
ความผันผวนกองทุน - - - - - +14.88% - - -
Maximum Drawdown - - - - - -9.03% - - -

นโยบายการลงทุน

  • 1. นโยบายการลงทุน

    1.1 วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน

    กองทุนจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและ/หรือตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอ ไอ โดยจะเน้นลงทุนในบริษัทที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environment, Social and Governance: ESG) และ/หรือบริษัทที่ช่วยลดผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งมีแผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย ซึ่งผ่านกระบวนการวิเคราะห์การลงทุนแบบ ESG Integration โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม 

    1.2 เป้าหมายที่กองทุนรวมต้องการบรรลุ

    กองทุนตระหนักถึงบทบาทในฐานะนักลงทุนสถาบันในการสนับสนุนบริษัทที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) โดยมีเป้าหมายในการผลักดันการพัฒนาด้านความยั่งยืนของตลาดทุนไทย รวมถึงส่งเสริมประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ความยั่งยืน (ESG Transition) หรือการบรรลุเป้าหมายในการแก้ปัญหาการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ 13 ของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ

    1.3 กรอบการลงทุน (Investment Universe)

    กองทุนมีนโยบายลงทุนในตราสารทุนดังต่อไปนี้ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม

    (1) หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนใน SET บนกระดานหลัก หรือกระดาน mai ที่ได้รับการคัดเลือกจาก SET ว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environment, Social and Governance: ESG) ที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกของ SET ESG Rating ในระดับ BBB ขึ้นไป โดยจะพิจารณาผนวกกับปัจจัยด้าน ESG ในกระบวนการตัดสินใจลงทุน (ESG Integration) และ/หรือ

    (2) หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนใน SET บนกระดานหลัก หรือกระดาน mai ที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย รวมทั้งจัดให้มีการทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยผู้ทวนสอบที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ยอมรับ และ/หรือ
    (3) หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนใน SET บนกระดานหลักหรือกระดาน mai ที่มี ลักษณะดังนี้
    (3.1) เป็นหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป หรือเทียบเท่า
    (3.2) มีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนในเรื่องดังนี้ และรายงานความคืบหน้า การปฏิบัติตามเป้าหมายหรือแผน ผ่านช่องทางของ SET ซึ่งจัดไว้สำหรับการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวโดยเฉพาะ 
    (3.2.1) การมีเป้าหมายและแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มมูลค่าของกิจการ (cooperate value up plan)
    (3.2.2) การมีเป้าหมายและแผนการยกระดับการดำเนินงานในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ดังนี้ โดยต้องตั้งเป้าหมายเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามแผนการยกระดับดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปีนับแต่วันที่เปิดเผยเป้าหมายและแผนการยกระดับ
    (3.2.2.1) แผนดำเนินการที่ชัดเจนเพื่อเข้ารับการประเมินจากผู้ประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานสากลตาม (1)
    (3.2.2.2) เป้าหมายและแผนดำเนินการเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยตาม (2)
    (3.3) มีการเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารกับผู้ลงทุน ตามที่ SET กำหนด
    อย่างไรก็ดี การลงทุนในทรัพย์สินอื่นใดนอกเหนือจากกรอบการลงทุน (Investment Universe) ตามข้อ 1.3 จะเป็นไปในลักษณะที่ไม่ทำให้กองทุนมี net exposure ในกรอบการลงทุนดังกล่าว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีน้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

    2. กลยุทธ์การลงทุน

    - ESG Integration: กองทุนเน้นกลยุทธ์การลงทุนที่มีกระบวนการปรับใช้ข้อมูลปัจจัย ESG เป็นส่วนหนึ่งในการจัดการลงทุนควบคู่กับการวิเคราะห์งบการเงินและแนวโน้มของธุรกิจ เพื่อประสานจุดแข็งของการเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนผ่านการลงทุนในบริษัทที่สามารถปรับตัวและเติบโตท่ามกลางพลวัตของการเปลี่ยนผ่านไปสู่ความยั่งยืน (ESG Transition Trend) และลดความเสี่ยงจากการลงทุนในบริษัทที่มีโอกาสดำเนินงานขัดแย้งกับปัจจัย ESG ซึ่งเมื่อผนวกกับการวิเคราะห์งบการเงินและแนวโน้มของธุรกิจที่มุ่งเน้นการวิเคราะห์โอกาสในการเติบโตของธุรกิจ ผลประกอบการ และมูลค่าที่เหมาะสม ทั้งหมดจะมีส่วนช่วยในการสร้างผลตอบแทนที่ปรับความเสี่ยง (Risk-Adjusted Return) ให้เหนือกว่าเกณฑ์มาตรฐานในระยะยาว

    2.1 หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์

    กองทุนจะเน้นลงทุนในตราสารทุนของบริษัทจดทะเบียนฯ โดยคำถึงถึงข้อมูลปัจจัย ESG อาทิ การที่บริษัทได้รับการคัดเลือกว่ามีความโดดเด่นด้านความยั่งยืนจากองค์กรหรือสถาบันที่มีความน่าเชื่อถืออย่างตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นต้น โดยผ่านกระบวนการวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่คำนึงถึงปัจจัยด้านความยั่งยืนด้วยวิธีการภายในของบริษัทจัดการกองทุนรวม

    2.2 กระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์

    กองทุนมีกระบวนการวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่คำนึงถึงปัจจัยด้านความยั่งยืน โดยมีการจัดทำโมเดลภายใน เพื่อใช้วิเคราะห์ความยั่งยืน (SCBAM ESG Rating) ซึ่งเป็นมาตรวัดเชิงปริมาณ ที่สะท้อนความสามารถของบริษัทที่ลงทุนในการพัฒนาด้านความยั่งยืน โดยข้อมูลที่ใช้จัดทำข้อมูลดังกล่าว จะเป็นการอ้างอิงข้อมูลจากหลายแหล่ง ทั้งจากผลการประเมินด้านความยั่งยืนจากภายใน (Internal ESG Scoring) ผลการประเมินด้านความยั่งยืนจากภายนอก (External ESG Scoring) รวมถึงอาจมีการปรับใช้ข้อมูลด้านความยั่งยืนจากบทวิจัยด้านความยั่งยืนที่จัดทำโดยบุคคลที่สามตามความเหมาะสม

    ทั้งนี้ กระบวนการวิเคราะห์หลักทรัพย์มีการกำหนดประเด็นความสำคัญด้านความยั่งยืน (ESG Materiality Issues) และปรับใช้เกณฑ์การให้น้ำหนักของประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน (ESG Materiality Weighting) เพื่อสะท้อนถึงผลกระทบด้านปัจจัย ESG ที่อาจส่งผลแตกต่างกันในแต่ละอุตสาหกรรม ภายใต้กรอบการพิจารณา ยกตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน (Sustainable Energy) หลักธรรมาภิบาล (Corporate Governance) และการต่อต้านคอรัปชั่น (Anti-Corruption เป็นต้น

    นอกจากนี้ ผู้จัดการกองทุนจะผนวกปัจจัยด้าน ESG ในกระบวนการจัดการลงทุน (ESG Integration) ควบคู่กับการวิเคราะห์โอกาสในการเติบโตของธุรกิจ ผลประกอบการ และมูลค่าที่เหมาะสม อีกทั้งกองทุนอาจมีการดำเนินการของกองทุนรวมโดยบริษัทจัดการกองทุนรวมในฐานะผู้ลงทุน เพื่อผลักดันให้บริษัทมีการปฏิบัติด้านความยั่งยืนตามความเหมาะสม อาทิ การเข้าไปมีส่วนร่วมกับบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับปัจจัย ESG (ESG Engagement) เป็นต้น

    2.3 การอ้างอิงดัชนีชี้วัดที่เกี่ยวกับความยั่งยืน(investment benchmark)

    ดัชนีชี้วัดของกองทุน ได้แก่ ดัชนี SET ESG Total Return Index ในสัดส่วน 100% ซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนการเคลื่อนไหวราคาของกลุ่มหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีความโดดเด่นด้านปัจจัย ESG ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียอย่างครอบคลุมทั้งด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม มีกระบวนการบริหารจัดการเพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่องค์กร เช่น การบริหารความเสี่ยง การจัดการห่วงโซ่อุปทาน และการพัฒนานวัตกรรม รวมถึงเป็นกลุ่มหลักทรัพย์ที่มีขนาดและสภาพคล่องผ่านตามเกณฑ์ที่ทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด

    โดยผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถศึกษาวิธีการจัดทำดัชนี (Index Methodology) ได้ที่ https://www.set.or.th/th/market/index/setesg/profile

    ทั้งนี้ ในกรณีที่มีดัชนีชี้วัดอื่นใดที่สะท้อนการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนในอนาคตบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดในการเปรียบเทียบตามที่บริษัทจัดการเห็นควรและเหมาะสม เพื่อสะท้อนความเสี่ยงของกองทุน ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนที่มุ่งเน้นด้านสิ่งแวดล้อมหรือด้านความยั่งยืนที่กำหนด โดยบริษัทจัดการจะเปิดเผยข้อมูลและแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบในหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ และประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ

    2.4 ข้อจำกัดด้านการลงทุน (investment restrictions)

    กองทุนจะไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องอย่างมีนัยสำคัญกับธุรกิจ ผลิต/จัดจําหน่ายหรือจําหน่ายสินค้าในประเภทที่เกี่ยวข้องกับยาสูบ และการค้าอาวุธ โดยกำหนดเกณฑ์การชี้วัดการเข้าข่ายธุรกิจดังกล่าว จะใช้เกณฑ์สัดส่วนรายได้ที่มากกว่าร้อยละ 20

    3. ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนอย่างยั่งยืน

    • ความเสี่ยงข้อมูล ESG ที่ไม่เพียงพอในการวิเคราะห์

    เนื่องจากกลยุทธ์การลงทุนมีการปรับใช้ข้อมูลปัจจัย ESG เป็นส่วนหนึ่งในการวิเคราะห์การลงทุน (ESG Integration) จึงมีความจำเป็นต้องพึ่งพาการเปิดเผยข้อมูลด้านปัจจัย ESG จากบริษัทที่ลงทุน ทำให้อาจมีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปัจจัย ESG (ESG Data) ทั้งจากความพร้อมใช้งานของข้อมูล (Data Availability) คุณภาพของข้อมูล (ESG Data Quality) ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดในการวิเคราะห์คุณภาพของการพัฒนาด้านความยั่งยืน

    • ความเสี่ยงการกระจุกตัวของหลักทรัพย์ (Concentration Risk)

    เนื่องจากข้อจำกัดด้านปัจจัย ESG และจำนวนหลักทรัพย์ที่สามารถลงทุนตามกรอบการลงทุนอาจมีค่อนข้างจำกัด ดังนั้น หากมีปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนดังกล่าว จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก

    • ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับปัจจัย ESG (ESG Risk)

    ในบางครั้ง บริษัทที่กองทุนลงทุนอาจได้รับผลกระทบจากประเด็น หรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับปัจจัย ESG อย่างมีนัยสำคัญ อาจนำไปสู่การฟ้องร้อง คดีความ ค่าปรับ การเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค และอื่นๆ ซึ่งทั้งหมดนี้อาจส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องของการดำเนินธุรกิจ และอาจส่งผลให้ผลกำไรของบริษัท หรือการตอบสนองของราคาหุ้นมีความผันผวนมากขึ้น

    • ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการขาดสภาพคล่องของตราสาร (Liquidity Risk)

    เนื่องจากหลักทรัพย์หรือตราสารที่ลงทุนอาจมีปริมาณการซื้อขายที่จำกัด ซึ่งอาจทำให้กองทุนไม่สามารถซื้อขายหลักทรัพย์หรือตราสารที่ถือครองอยู่ในราคาที่เหมาะสมและภายในระยะเวลาอันสมควร ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาการลงทุนในตราสารที่มีคุณภาพและคำนึงถึงสภาพคล่องในการซื้อขายก่อนตัดสินใจลงทุน

    • ความเสี่ยงด้านสิทธิประโยชน์ทางภาษี

    การขายคืนหน่วยลงทุนชนิดไทยเพื่อความยั่งยืนแบบสะสมมูลค่า ชนิดไทยเพื่อความยั่งยืน และชนิดไทยเพื่อความยั่งยืนผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ อาจส่งผลให้ผู้ลงทุนต้องชำระคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษี ดังนั้น ผู้ลงทุนมีหน้าที่ต้องศึกษาและปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎหมายภาษีอากร ทั้งนี้ สำหรับผู้ลงทุนที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี จะต้องถือหน่วยลงทุนครบตามระยะเวลาที่กฎหมายภาษีอากรกำหนด ณ วันที่ขายหน่วยลงทุน

    4. แนวทางการดำเนินการ และมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนของ SRI Fund ไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่ได้กำหนดไว้

    บริษัทจัดการจะให้ความสำคัญในการติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิดจากทุกแหล่ง โดยในกรณีที่บริษัทจัดการพบว่า บริษัทที่ลงทุนอาจมีความเสี่ยงในด้านของคุณภาพหรือความถูกต้องของข้อมูล ESG อย่างมีนัยสำคัญ หรือพบว่ามีประเด็น หรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับปัจจัย ESG อย่างมีนัยสำคัญนั้น ในขั้นแรกบริษัทจัดการจะนำรายชื่อบริษัทดังกล่าวไปบรรจุใน ESG Watchlist จากนั้นบริษัทจัดการอาจดำเนินการเข้าไปมีส่วนร่วมกับบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับปัจจัย ESG (ESG Engagement) ตามความเหมาะสม อาทิ การสอบถามข้อมูลด้านความยั่งยืนผ่านฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ หรือฝ่ายพัฒนาความยั่งยืน หรือเรียกร้องให้บริษัทที่ลงทุนมีการเปิดเผยข้อมูลด้านปัจจัย ESG เพิ่มเติม รวมถึงกองทุนจะทำการระงับการลงทุน ไม่ลงทุนเพิ่ม หรือขายหลักทรัพย์ออกไปในโอกาสที่เหมาะสม

    ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะทำการตรวจสอบ ประเมินปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ และปรับปรุงกลุ่มรายชื่อหลักทรัพย์ให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ โดยหากบริษัทจัดการประเมินว่าความเสี่ยงดังกล่าวมีการปรับปรุงไปในทางที่ดีขึ้น บริษัทจัดการอาจพิจารณาปรับรายชื่อหลักทรัพย์ดังกล่าวออกจากกลุ่ม ESG Watchlist ข้างต้น

    อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการปรับปรุงแนวทางการดำเนินการ และมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนของ SRI Fund ไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่ได้กำหนดไว้ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการลงทุนด้วยความรับผิดชอบที่บริษัทจัดการกำหนด

    เงื่อนไขในการลงทุนเพิ่มเติม

    เงินลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนอาจลงทุนในตราสารทุน และ/หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือตราสารหนี้ และ/หรือเงินฝาก และ/หรือหน่วย CIS และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์/REITs และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ และ/หรือกองทุนอีทีเอฟ (ETF) ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่กองทุนสามารถลงทุนได้ โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือให้ความเห็นชอบ รวมถึงอาจลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Notes) ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่มี underlying เป็นอัตราดอกเบี้ย และ/หรือทรัพย์สินที่กองทุนนี้สามารถลงทุนได้ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และ/หรือการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้เพิ่มขึ้น และ/หรือลดค่าใช้จ่ายของกองทุน รวมถึงอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด

    นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) รวมทั้งตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด

    กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม หรือลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ยกเว้นกรณีที่กองทุนปลายทางเป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ลงทุนสูงสุดได้ไม่เกิน 1 ใน 3 ของจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมดของกองทุนปลายทาง โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด ทั้งนี้ กองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) และกองทุนปลายทางจะไม่ลงทุนต่อในกองทุนอื่นภายใต้บริษัทจัดการเดียวกัน (cascade investment) เกินกว่า 1 ทอด

    การใช้สิทธิออกเสียงกรณีกองทุนลงทุนในกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน : ห้ามมิให้กองทุนต้นทางลงมติให้กองทุนปลายทาง อย่างไรก็ดี ในกรณีที่กองทุนปลายทางไม่สามารถดำเนินการเพื่อขอมติได้ เนื่องจากติดข้อจำกัดห้ามมิให้กองทุนต้นทางลงมติให้กองทุนปลายทาง บริษัทจัดการสามารถขอรับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ได้ หากได้รับมติเกินกึ่งหนึ่งของผู้ถือหน่วยของกองทุนปลายทางในส่วนที่เหลือ

    ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ

    1. 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียน

    2. 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม

    3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ

Top 5 Holdings

KRUNG THAI BANK PUBLIC COMPANY LIMITED
9.23%
GULF DEVELOPMENT PUBLIC COMPANY LIMITED
8.37%
SCB X PUBLIC COMPANY LIMITED
7.01%
AIRPORTS OF THAILAND PUBLIC COMPANY LIMITED
7%
KASIKORNBANK PUBLIC COMPANY LIMITED
5.02%

สัดส่วนการลงทุน

หุ้น
96.98%
เงินฝาก/ตราสารเทียบเท่า
2.85%
สินทรัพย์อื่น ๆ / หนี้สินอื่น ๆ
0.17%

ค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมการขาย
0.00%
สูงสุดไม่เกิน: +3.21%
ค่าธรรมเนียมการจัดการ
+1.87%
สูงสุดไม่เกิน: +2.14%
ค่าธรรมเนียมผู้ดูแล
-
สูงสุดไม่เกิน: +0.11%
ค่าใช้จ่ายอื่น
-
สูงสุดไม่เกิน: +0.85%

รายละเอียดการซื้อขาย

เวลาตัดรอบการซื้อ: 15:30
เวลาตัดรอบการขาย: 15:30
วันชำระเงิน: 2 วัน
การจ่ายเงินปันผล: ไม่จ่ายเงินปันผล
มูลค่าขั้นต่ำการซื้อครั้งแรก: 1,000.00 บาท
มูลค่าขั้นต่ำการซื้อครั้งถัดไป: 1,000.00 บาท

เอกสารเพิ่มเติม

ดาวน์โหลด Fund Factsheet

ข้อมูล ณ วันที่ 25 ส.ค. 2569

หมายเหตุ

  • การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
  • ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
  • ข้อมูลการวัดผลการดำเนินงานของกองทุนนี้ ได้จัดทำตามมาตรฐานการวัดผลการดำเนินงานของกองทุนของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน
  • ข้อมูล % ต่อปี สำหรับผลการดำเนินงานที่แสดงในช่วงเวลาตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป

Yuanta Securities (Thailand)

เลขที่ 127 อาคารเกษร ทาวเวอร์ ชั้น 14-16 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพฯ 10330

Tel: 0-2009-8000 Fax: 02-009-8889 Email: online@yuanta.co.th