SCB OIL FUND
| ช่วงเวลา | 1 สัปดาห์ | 1 เดือน | 3 เดือน | 6 เดือน | YTD | 1 ปี | 3 ปี | 5 ปี | SI |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ผลตอบแทน | +1.70% | +12.15% | +60.50% | +84.56% | +84.41% | +80.47% | +18.64% | +14.50% | -0.98% |
| ความผันผวนกองทุน | - | - | - | - | - | +34.57% | +30.73% | +32.93% | - |
| Maximum Drawdown | - | - | - | - | - | -19.45% | -32.49% | -44.14% | - |
กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) โดยลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Invesco DB Oil Fund ซึ่งเป็นกองทุนที่บริหารจัดการโดย Invesco Capital Management LLC กองทุนดังกล่าวเป็นกองทุนรวมอีทีเอฟที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (New York stock Exchange : NYSE Arca) มีนโยบายลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) เพื่อให้ได้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี DBIQ Optimum Yield Crude Oil Index Excess Return ซึ่งเป็นดัชนีที่มุ่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) โดยกองทุนมี net exposure ในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
ในส่วนที่เหลือจากการลงทุนบริษัทจัดการอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งทุน ตราสารแห่งหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือเงินฝาก และ/หรือบัตรเงินฝากทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ รวมถึงอาจมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์อื่นหรือทรัพย์สินอื่น และ/หรือหาดอกผลโดยวิธีการอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้
นอกจากนี้ กองทุนหลักดังกล่าวอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management (EPM)) ได้ เช่น เพื่อป้องกันความเสี่ยง และ/หรือเพื่อการลงทุน ทั้งนี้ กองทุนไทยพาณิชย์ออยล์ อาจจะเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management) ซึ่งรวมถึงการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากการลงทุน เช่น การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน/ด้านราคาตราสาร/อัตราดอกเบี้ย ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ รวมทั้งอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
นอกจากนี้ กองทุนหลักไม่ได้ลงทุนหรือมีไว้ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่กองทุนไทยพาณิชย์ออยล์ จะลงทุนหรือมีไว้ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินในสกุลเงินต่างประเทศที่กองทุนถืออยู่เทียบกับสกุลเงินบาท ณ ขณะใดขณะหนึ่ง ซึ่งมีการกำหนดอัตราส่วนการป้องกันความเสี่ยงระหว่างร้อยละ 95 ถึงร้อยละ 105 ของมูลค่าความเสี่ยงที่มีอยู่
กองทุนจะไม่ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และจะไม่ลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities)
อนึ่ง กองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ Investment grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น
ในกรณีสถานการณ์ปกติ กองทุนจะลงทุนในต่างประเทศซึ่งจะส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหรือตามอัตราส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
1. 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียน
2. 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม
3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
อย่างไรก็ดี ในกรณีที่สถานการณ์การลงทุนในต่างประเทศ และ/หรือการลงทุนในกองทุนหลักไม่เหมาะสม เช่น ภาวะตลาดและเศรษฐกิจมีความผันผวน เกิดภัยพิบัติหรือเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติต่าง ๆ เป็นต้น และ/หรือในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ที่กระทบต่อการลงทุน เช่น การเปลี่ยนแปลงในเรื่องของกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนต่างประเทศ และ/หรือกรณีที่วงเงินลงทุนในต่างประเทศเต็มเป็นการชั่วคราว และ/หรือในช่วงระหว่างรอการอนุมัติการเพิ่ิมวงเงินลงทุนในต่างประเทศ และ/หรือกรณีเกิดเหตุสุดวิสัยหรือมีเหตุผลที่จำเป็นและสมควร ส่งผลให้กองทุนอาจไม่สามารถนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศได้ทันที หรืออาจจำเป็นต้องชะลอการลงทุนในต่างประเทศเป็นการชั่วคราว ดังนั้น จึงอาจมีบางขณะที่กองทุนไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามสัดส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ในโครงการตามข้างต้นได้ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะรายงานการไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามสัดส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ ในโครงการตามประกาศต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
อนึ่ง หากในกรณีที่การลงทุนในกองทุนหลัก นั้นไม?เหมาะสมอีกต่อไป โดยอาจสืบเนื่องจากการได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น และ/หรือมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขอื่นๆ ของกองทุนหลักนี้ เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน ลักษณะกองทุน อัตราค่าธรรมเนียม และ/หรือการเปลี่ยนแปลงอื่นใดที่ส่งผลกระทบหรือความเสียหายต่อกองทุน เป็นต้น กล่าวคือ ในกรณีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงซึ่งอาจมีผลต่อกองทุนหลัก (Master fund) และ/หรือบริษัทจัดการ อย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงกองทุนรวมต่างประเทศซึ่งเป็นกองทุนหลัก ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะไม่ขัดกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน โดยอาจพิจารณาโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนรวมต่างประเทศอื่นภายใต้การบริหารของบริษัทจัดการอื่นที่มีประเภทกองทุนนโยบายการลงทุนที่ใกล้เคียงกัน เพื่อให้เหมาะสมกับสภาวการณ์การลงทุนในแต่ละขณะ หรือขอสงวนสิทธิที่จะยกเลิกกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ออยล์ และเพี่อคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ โดยถือว่าได้รับมติเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงหรือก่อนทำการลงทุนดังกล่าวไม่น้อยกว่า 15 วัน
ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในกองทุนปลายทางไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง หากปรากฏว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางที่กองทุนรวมไปลงทุนมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด โดยกองทุนปลายทางดังกล่าวเป็นกองทุนต่างประเทศที่ไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนรวมดัชนีหรือกองทุนรวมอีทีเอฟ
(1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก
(2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักลดลงในช่วงระยะเวลาห้าวันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก
ในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าวบริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้
(1) แจ้งเหตุที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม ให้สำนักงานและผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ
(2) ดำเนินการตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ
(3) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานทราบภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ
(4) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนรวมตาม (1) ต่อผู้ที่สนใจจะลงทุนเพื่อให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานะของกองทุนรวม
ทั้งนี้ บริษัทจัดการกองทุนจะดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวด้วย
ทั้งนี้ ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (2) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในกรณีที่มีการดำเนินการเปลี่ยน/โอนย้าย กองทุนจะยกเว้นไม่นำเรื่องการลงทุนซึ่งจะส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนมาบังคับใช้ในช่วงดำเนินการคัดเลือกและเตรียมการลงทุน
อนึ่งในการโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนต่างประเทศอื่นข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาดำเนินการครั้งเดียวหรือหลายครั้งก็ได้ โดยการทยอยโอนย้ายเงินลงทุนจึงอาจส่งผลให้ช่วงระยะเวลาดังกล่าวกองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน ตามที่ระบุไว้ในโครงการข้างต้น อย่างไรก็ตามหากบริษัทจัดการไม่สามารถลงทุนในกองทุนอื่นใดที่มีนโยบายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการขอมติผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน หรือดำเนินการยกเลิกโครงการจัดการกองทุนรวมได้
ทั้งนี้ ในช่วงระหว่างรอการลงทุน ซึ่งมีระยะเวลาประมาณ 15 วันทำการนับตั้งแต่วันถัดจากวันจดทะเบียนกองทรัพย์สิน และ/หรือ ในช่วงระยะก่อนเลิกโครงการ และ/หรือในช่วงที่ผู้ลงทุนทำการสั่งซื้อ / ขายคืนหน่วยลงทุน ซึ่งมีระยะเวลาประมาณ 15 วันทำการเป็นต้น กองทุนอาจจำเป็นต้องชะลอการลงทุนในต่างประเทศเป็นการชั่วคราว ดังนั้น จึงอาจมีบางขณะที่กองทุนไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามสัดส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ในโครงการตามข้างต้นได้
ลักษณะทั่วไปของกองทุนหลัก “Invesco DB Oil Fund” สรุปได้ดังนี้
ชื่อกองทุน | Invesco DB Oil Fund |
| ประเภท | กองทุนรวมอีทีเอฟ (Exchange Trade Fund) ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (New York Exchange: NYSE Arca) ประเภทกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป (Retail Fund) |
| วันที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ | วันที่ 5 มกราคม 2550 |
| นโยบายการลงทุน | ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนที่ใกล้เคียงกับดัชนี DBIQ Optimum Yield Crude Oil Excess Return หักด้วยค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการจัดการทั้งหมดของกองทุน |
| อายุกองทุน | ไม่กำหนดอายุโครงการ |
| บริษัทจัดการ | Invesco Capital Management LLC |
| ผู้ดูแลผลประโยชน์ (Trustee) | Wilmington Trust Company |
| ผู้เก็บรักษาทรัพย์สิน (Custodian) | The Bank of New York |
| สกุลเงิน | ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (US$) |
| ISIN Code | US46140H4039 |
| วันทำการซื้อขายหน่วยลงทุน | ทุกวันทำการของธนาคารพาณิชย์ในประเทศสหรัฐอเมริกาเว้นแต่เป็นวันหยุดของกองทุน |
| รหัสกองทุน (Fund Ticker) | DBO |
| ดัชนีอ้างอิง | ดัชนี DBIQ Optimum Yield Crude Oil Excess Return ซึ่งเป็นดัชนีที่มุ่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าน้ำมันดิบ WestTexas Intermediate (WTI) |
| รหัสดัชนีอ้างอิง (Index Ticker) | DBCMOCLE |
| ตลาดหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนซื้อขาย | ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (New York Exchange: NYSE Arca) |
| Website | http://www.invesco.com |
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุน (ร้อยละต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน) | |
ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) | 0.75
|
ค่านายหน้าซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (โดยประมาณ) (Estimated Futures Brokerage Expenses) | 0.04 |
| ค่าใช้จ่ายอื่น | เก็บตามจ่ายจริง |
*อนึ่ง กองทุนหลักอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของกองทุนได้ ทั้งนี้ หากการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงอัตราการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมของกองทุนนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบ ภายใน 60 วันก่อนการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราใหม่
**ในกรณีที่กองทุนหลักมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไขเพิ่มเติมโครงการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลักโดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็ปไซด์ของบริษัทจัดการโดยพลัน
ข้อจำกัดในการลงทุน
กองทุนจะลงทุนส่วนใหญ่ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยหลักทรัพย์บางส่วนจะถูกนำไปวางเป็นหลักประกัน (Margin) ในการซื้อขายล่วงหน้าและจะต้องมีการแยกบัญชีที่เป็นอิสระเฉพาะกองทุนตามหลักเกณฑ์ของ Commodity Futures Trading Commission (CFTC) ซึ่งจะมีการกำหนดตราสารที่จะลงทุนได้ที่มีคุณภาพ เช่น ตราสารที่มีรัฐบาลประเทศสหรัฐอเมริกาให้การค้ำประกัน ดังนั้น กองทุนจึงมีการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกา และ/หรือตราสารหนี้ที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา สำหรับทรัพย์สินในส่วนที่เหลืออาจจะนำไปลงทุนในเงินฝากธนาคาร และ/หรือ พันธบัตร/ตั๋วเงินคลังสหรัฐอเมริกา และ/หรือตราสารอื่นที่ได้รับการอนุมัติให้ลงทุนจาก CFTC
หมายเหตุ:
น้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ถือเป็นน้ำมันดิบที่มีคุณภาพดี มีความหนาแน่นและกำมะถันต่ำ อีกทั้งยังเป็นน้ำมันดิบที่มีสภาพคล่องในการซื้อขายในตลาดซื้อขายล่วงหน้าสูงสุด จึงถูกนำมาใช้เป็นมาตรฐานสำหรับสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันซึ่งซื้อขายกันในประเทศสหรัฐอเมริกา และถือเป็นตัวชี้วัดหลักของการผลิตน้ำมันของประเทศสหรัฐอเมริกาอีกด้วย
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับดัชนี DBIQ Optimum Yield Crude Oil Excess Return
• เป็นดัชนีที่มุ่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI)
• เป็นดัชนีที่มีการกำหนดวิธีการคำนวณไว้อย่างชัดเจน โดยวันฐานที่ใช้ในการคำนวณดัชนี คือ วันที่ 2 ธันวาคม 2531 และจะทำการทบทวนการถ่วงน้ำหนักของดัชนีเป็นประจำทุกปีในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งปัจจุบันผู้คำนวณดัชนีจะถ่วงน้ำหนักการลงทุนในน้ำมันดิบ ในอัตราร้อยละ 100 (ข้อมูลการถ่วงน้ำหนัก ณ วันที่ 28 มิถุนายน 2555)
• ได้รับการจัดทำและคำนวณดัชนีทุกวัน โดยสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือ คือ Deutsche Bank AG London
• มีการแสดงข้อมูลของดัชนีอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกวันทำการใน Bloomberg, Rueters และเว็ปไซต์ http://dbfunds.db.com/dbo/index.aspx
ความเสี่ยงในการลงทุนของกองทุนหลัก
1) ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนอาจได้รับผลขาดทุนบางส่วนหรือทั้งหมดจากการลงทุนในกองทุนได้
2) การซื้อขายกองทุนเกิดขึ้นบนตลาดที่มีความผันผวนสูง
3) กองทุนแต่ละกองทุนมีค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่คิดจากยอดโดยรวม (โดยประมาณ) ต่อปีตามที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนกองทุนหลัก กองทุนจะประสบความสำเร็จต่อเมื่อมีรายได้จากผลตอบแทนรายปีจากการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าประเภทฟิวเจอร์ส รายได้จากดอกเบี้ยรายปีจากการถือครองหลักทรัพย์ของรัฐบาลสหรัฐ ฯ และตราสารหนี้ระยะสั้นอื่น ๆ ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือสูง มากกว่าค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย กองทุนแต่ละกองคาดว่าจะมีรายได้จากดอกเบี้ยต่อปีร้อยละ 0.07 จากผลตอบแทนของตั๋วเงินคลัง 3 เดือนของรัฐบาลสหรัฐ ฯ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2555 หรือจำนวนเงินเป็นดอลลาร์สหรัฐ ที่มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 25 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อหลักทรัพย์ ต่อปี ดังนั้น จากผลต่างระหว่างอัตราผลตอบแทนปัจจุบันของตั๋วเงินคลัง 3 เดือนของรัฐบาลสหรัฐ ฯ และค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมรายปี กองทุนแต่ละกองทุนจะต้องทำรายได้สุทธิให้เท่ากับหรือมากกว่าจำนวนโดยประมาณที่ระบุไว้ต่อปีตามหนังสือชี้ชวนกองทุนหลัก เพื่อให้การลงทุนของนักลงทุนถึงจุดคุ้มทุนภายใน 12 เดือนแรก รายได้จากดอกเบี้ยที่แท้จริงอาจจะสูงกว่าหรือต่ำกว่าอัตราผลตอบแทนของตั๋วเงินคลัง 3 เดือนของรัฐบาลสหรัฐ ฯ ได้
4) CFTC และ กฎเกณฑ์ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์จำกัดการเข้าร่วมซื้อขายในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์
5) ถ้าผู้บริหารกองทุนตัดสินใจว่าเกิดความไม่เหมาะสมหรือไม่มีประสิทธิภาพสำหรับกองทุนที่จะลงทุนทั้งหมดหรือบางส่วนในดัชนีสินค้าโภคภัณฑ์ใด ๆ จากการลงทุนในสัญญาฟิวเจอร์ที่อ้างอิงถึงดัชนีอ้างอิง กองทุนนั้นอาจลงทุนในสัญญาฟิวเจอร์ที่อ้างอิงกับดัชนีสินค้าโภคภัณฑ์อันใดอันหนึ่งนอกเหนือไปจากสัญญาฟิวเจอร์ที่อ้างอิงถึงดัชนีอ้างอิง หรือ หากผู้บริหารกองทุนตัดสินใจว่าราคาของสัญญาฟิวเจอร์นั้น ๆ มีแนวโน้มเกี่ยวข้องกับราคาของสัญญาฟิวเจอร์ที่อ้างอิงถึงดัชนีอ้างอิง กองทุนอาจลงทุนในสัญญาฟิวเจอร์อื่น ๆ นอกเหนือไปจากสัญญาฟิวเจอร์ที่อ้างอิงกับดัชนีสินค้าโภคภัณฑ์อันใดอันหนึ่ง
6) ไม่สามารถรับประกันได้ว่ากองทุนจะมีผลกำไรหรือขาดทุนจากการลงทุน
7) ผลการดำเนินงานของกองทุนอาจไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกับดัชนี ซึ่งอาจทำให้กองทุนมีผลการดำเนินงานแตกต่างหรือต่ำกว่าดัชนีได้
8) ความขัดแย้งทางผลประโยชน์เกิดขึ้นระหว่างผู้บริหารกองทุน บริษัทในเครือ และผู้ถือหุ้น เช่น ผู้บริหารกองทุนและนายหน้าอยู่ภายใต้ Deutsche Bank AG นายหน้าอาจจะเกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างการซื้อขายสำหรับกองทุนและลูกค้า นายหน้าจะได้รับประโยชน์จากส่งคำสั่งแก่ลูกค้าแต่กองทุนอาจจะได้รับความเสียหายที่นายหน้ามีทรัพย์สินน้อยกว่าที่จะจัดสรรให้แก่บัญชีกองทุนลูกค้าเหล่านั้น การจัดสรรทรัพย์สินของกองทุนมีแนวโน้มทำให้เกิดความขัดแย้งได้ การซื้อขายโดยบริษัทในเครือของผู้บริหารกองทุนและนายหน้าอาจสร้างความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้เป็นครั้งคราว ถึงแม้ว่าผู้บริหารกองทุนได้กำหนดนโยบายเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งนี้ แต่ผู้บริหารกองทุนไม่ได้มีข้อกำหนดที่เป็นทางการเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์ทั้งหมด ดังนั้น การลงทุนอาจจะต้องขึ้นอยู่กับว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งนี้สามารถแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ ความเสี่ยงอื่น ๆ ของกองทุนหลักที่ผู้ลงทุนควรทราบมีดังต่อไปนี้
1) มูลค่าของกองทุนมีความสัมพันธ์โดยตรงกับมูลค่าของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และสินทรัพย์อื่น ๆ ที่กองทุนถือครอง ดังนั้นความผันผวนของราคาสินทรัพย์ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบในทางลบอย่างมีนัยสำคัญต่อการลงทุนในกองทุน ทั้งนี้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าซึ่งกองทุนถือครองอาจจะมีความผันผวนสูง โดยปัจจัยที่ก่อให้เกิดความผันผวนดังกล่าวได้แก่ปัจจัยดังต่อไปนี้
• อุปสงค์และอุปทาน
• อัตราดอกเบี้ยทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยดังกล่าว
• อัตราเงินเฟ้อทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อดังกล่าว
• การซื้อขายเก็งกำไรของกองทุนต่างๆ
• สถานการณ์ทางการเมือง เศรษฐกิจ และการเงินโลก
2) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนอาจไม่สอดคล้องกับราคาตลาด ราคาซื้อขายหรือราคาตลาดของกองทุนในตลาดหลักทรัพย์ที่กองทุนจดทะเบียนซื้อขาย อาจมากกว่าหรือน้อยกว่ามูลค่าหน่วยลงทุนของกองทุน ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่มีการสร้างหรือไถ่ถอนตะกร้าหลักทรัพย์ (Basket) ที่มีมูลค่าแตกต่างไปจากราคาตลาดของหน่วยลงทุน นอกจากนี้ความแตกต่างดังกล่าวอาจเกิดจากความแตกต่างของเวลาทำการของตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ค (NYSE Arca) ที่กองทุนทำการซื้อขายหน่วยลงทุนกับเวลาทำการของตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
3) CFTC และ ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์มีการควบคุมและจำกัดการมีไว้ซึ่งสถานะการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อลดหรือป้องกันการผันผวนอย่างรุนแรงหรือการขึ้นลงแบบไม่มีเหตุผลของราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้า รวมทั้งเกณฑ์อื่นๆ อาจจำกัดการสร้างตะกร้าการลงทุนในกองทุน ซึ่งจะกระทบถึงการบริหารจัดการกองทุนของกองทุนหลัก
4) ผลการดำเนินงานของกองทุนอาจจะไม่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของดัชนีสินค้าโภคภัณฑ์เสมอไป อาจเนื่องมาจากหลักเกณฑ์ของ CFTC ที่กล่าวมาข้างต้น นอกจากนี้ อาจมีสาเหตุจากผลการดำเนินงานของกองทุนถูกหักด้วยต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ รวมทั้งกิจกรรมการซื้อขาย และการเพิ่มขึ้นของรายได้จากดอกเบี้ยของหลักทรัพย์อื่นที่กองทุนถืออยู่ด้วย
5) การบริหารจัดการกองทุนเป็นไปในเชิงรับ ดังนั้นมูลค่าของหน่วยลงทุนจะปรับตัวตามดัชนีสินค้าโภคภัณฑ์ ทั้งในช่วงที่ดัชนีไม่มีการเปลี่ยนแปลง ช่วงที่ดัชนีเปลี่ยนแปลงลดลง เช่นเดียวกับช่วงที่ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้น
6) การซื้อขายกองทุนในตลาด NYSE Arca อาจมีความจำเป็นต้องหยุดซื้อขาย อันเนื่องมาจากสภาพตลาดหรือกฏเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ เช่น เมื่อตลาดเกิดการผันผวนอย่างรุนแรง จนเกิดความจำเป็นต้องใช้กฎ “circuit breaker” ซึ่งจะกระทบความสามารถในการขายหน่วยลงทุนของผู้ลงทุน
7) ตลาดหลักทรัพย์ที่กองทุนจดทะเบียนซื้อขายอาจไม่มีสภาพคล่องในการซื้อขายหน่วยลงทุนอย่างสม่ำเสมอ อาจทำให้ผู้ลงทุนขาดทุนเมื่อขายหน่วยลงทุน
8) หน่วยลงทุนของแต่ละกองทุนเป็นหลักทรัพย์ใหม่ ซึ่งมูลค่าอาจจะลดลงหากมีปัญหาที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นในการบริหารจัดการ หรือซื้อขายหน่วยลงทุน
9) ผู้บริหารจัดการ ( Managing Owner และ Principal) มีประสบการณ์ในการบริหารกองทุน หรือกองทุนหลัก ตั้งแต่เดือน มกราคม 2549 ซึ่งอาจจะไม่เหมาะสมหรือเพียงพอในการบริหารกองทุน หรือกองทุนหลัก
10) ผู้ลงทุนไม่ควรตัดสินใจลงทุนจากผลการดำเนินงานของกองทุนในอดีต
11) หากจำนวนสินค้าโภคภัณฑ์ที่กองทุนลงทุนมีจำนวนน้อย ความผันผวนของกองทุนจะเพิ่มมากขึ้น
12) สัญญาซื้อขายล่วงหน้ามีความผันผวนของราคาอาจจะทำให้ผู้ลงทุนสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด
13) ในอดีตที่ผ่านมาดัชนีสินค้าโภคภัณฑ์มีการปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน (Peak-to-Valley) ซึ่งมูลค่าหน่วยลงทุนจะลดลงในลักษณะเดียวกัน
14) จะมีการจัดเก็บค่าใช้จ่ายของกองทุน (Fees and Commissions) ไม่ว่ากองทุนจะมีผลกำไรหรือไม่ ซึ่งอาจจะทำให้มูลค่าของหน่วยลงทุนลดลง
15) ผู้ลงทุนไม่สามารถแน่ใจได้ว่าผู้บริหารจัดการกองทุนจะให้บริการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบในทางลบต่อกองทุน
16) การขาดสภาพคล่องของตลาดซื้อขายสัญญาล่วงหน้าอาจจะส่งผลกระทบในทางลบต่อกองทุน
17) บางสถานการณ์ผู้ลงทุนอาจจะได้รับผลกระทบจากการที่คำสั่งขายหน่วยลงทุนถูกเลื่อนเวลา ระงับเป็นการชั่วคราวหรือถูกปฏิเสธ
18) สัญญาซื้อขายล่วงหน้าไม่มีมูลค่าที่แท้จริง (Intrinsic Value) ดังนั้นการเพิ่มขึ้นของมูลค่าเงินลงทุนของผู้ลงทุนจะต้องมาจากการลดลงของมูลค่าลงทุนของผู้อื่น
19) ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์อาจจะเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับ ตราสารทางการเงินอื่นๆ เช่น หุ้น และพันธบัตร ดังนั้นการลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์อาจจะไม่ช่วยกระจายความเสี่ยงของการลงทุนดังที่คาดไว้
20) ผู้ถือหน่วยลงทุนจะไม่ได้รับการคุ้มครองใด ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับความเป็นเจ้าของ/กรรมสิทธิ์ในบริษัทจัดการลงทุนที่จดทะเบียนภายใต้กฏหมายบริษัทจัดการลงทุนของประเทศสหรัฐอเมริกา ปี ค.ศ. 1940
21) การซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดซื้อขายล่วงหน้านอกประเทศสหรัฐฯ ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของประเทศสหรัฐฯ
22) ความขัดแย้งของผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นหรืออาจจะเกิดขึ้น อาจจะส่งผลกระทบในทางลบต่อผู้ถือหน่วยลงทุน
23) ผู้ถือหน่วยลงทุนต้องจ่ายภาษี ตามเงินได้สุทธิที่ได้รับจากการลงทุน รวมถึงกรณีที่ไม่ได้รับเงินปันผลจากกองทุน
24) อาจมีการเปลี่ยนแปลงการบันทึก รายรับ รายจ่ายของกองทุนหากสรรพากรของประเทศสหรัฐฯ ไม่เห็นด้วยกับการบันทึกดังกล่าว
25) อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงกฏหมายการจัดเก็บภาษีกำไรจากการลงทุน (Capital Gain) ของประเทศสหรัฐฯ ซึ่งอาจจะ ส่งผลกระทบในทางลบต่อผู้ลงทุน ทั้งนี้ ผู้ลงทุนควรปรึกษา ที่ปรึกษาทางภาษีของตนเอง
26) ถ้าบริษัทนายหน้า( Future Commission Merchant or Commodity Broker) ในตลาดซื้อขายสัญญาล่วงหน้าล้มละลาย ในกรณีที่บริษัทนายหน้าไม่สามารถแยกสินทรัพย์ของลูกค้าออกจากทรัพย์สินของบริษัทนายหน้าได้อาจจะทำให้กองทุนขาดทุนเพิ่มขึ้น หรือแม้ในกรณีที่บริษัทนายหน้าสามารถแยกสินทรัพย์ของลูกค้าออกจากทรัพย์สินของบริษัทนายหน้าได้ กองทุนก็อาจจะได้สินทรัพย์คืนเพียงบางส่วนหรืออาจไม่ได้รับคืนเลย
27) การชะงักงันของตลาดและการแทรกแซงของรัฐบาลทำให้เกิดผลกระทบต่อการลงทุนได้
28) การเปลี่ยนแปลงกฏเกณฑ์ต่างๆ ของทางการอาจจะกระทบวิธีการลงทุนของกองทุน
29) กองทุนไม่มีที่ปรึกษาอิสระเป็นตัวแทนของผู้ลงทุน
30) การยกเลิกกองทุนอันเนื่องมาจากผู้บริหารจัดการกองทุน หรือจากความต้องการของผู้ลงทุนรายใหญ่ อาจจะมีผลกระทบเชิงลบต่อพอร์ตการลงทุนของผู้ลงทุน
31) ผู้ถือหน่วยลงทุนไม่มีสิทธิบางประการเนื่องมาจากการเป็นเจ้าของ เมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนอื่นๆ เช่น สิทธิในการเลือกผู้บริหาร เป็นต้น
32) การลงทุนในหน่วยลงทุนอาจได้รับผลกระทบทางลบที่มาจากการแข่งขันที่เกิดจากทางเลือกการลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ด้วยวิธีอื่นๆ
33) การเรียกร้องสิทธิสืบเนื่องจากการเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวเนื่องกับกองทุนอาจส่งผลกระทบทางลบต่อกองทุน
34) มูลค่าของกองทุนอาจลดลงหากกองทุนต้องชดใช้ความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นให้กับผู้บริหารจัดการกองทุน (Managing Owner) หรือผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุน (Trustee)
35) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (Net Asset Value) อาจจะมากกว่า หรือน้อยกว่ามูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ที่กองทุนถือครอง จากวิธีการคำนวณราคาสินทรัพย์ (Valuation Method) ที่ใช้ในกรณีที่ไม่สามารถหาหรือไม่มีราคาส่งมอบหลักทรัพย์ในวันที่มีการคำนวณมูลค่าดังกล่าว (Settlement Price)
36) โดยทั่วไป ผู้ลงทุนในกองทุนมีภาระผูกพันจำกัดเท่ากับมูลค่าเงินลงทุน ยกเว้นในบางกรณี อาทิเช่น ในกรณีที่กองทุนล้มละลาย หรือในกรณีที่ผู้ลงทุนก่อให้เกิดความเสียหายกับกองทุน จะทำให้ความรับผิดชอบของผู้ลงทุนอาจมากกว่ามูลค่าเงินลงทุนได้
หมายเหตุ: กรณีที่ข้อมูลความเสี่ยงของกองทุน Invesco DB Oil Fund มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับหนังสือชี้ชวนภาษาอังกฤษ ให้ถือเอาต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลความเสี่ยงอย่างระมัดระวังก่อนตัดสินใจลงทุน
ข้อมูล ณ วันที่ 22 พ.ค. 2569
Yuanta Securities (Thailand)
เลขที่ 127 อาคารเกษร ทาวเวอร์ ชั้น 14-16 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพฯ 10330
Tel: 0-2009-8000 Fax: 02-009-8889 Email: online@yuanta.co.th