SCB INDIA EQUITY FUND
| ช่วงเวลา | 1 สัปดาห์ | 1 เดือน | 3 เดือน | 6 เดือน | YTD | 1 ปี | 3 ปี | 5 ปี | SI |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ผลตอบแทน | -3.36% | -5.14% | -12.91% | -16.60% | -14.85% | -15.78% | -1.90% | - | -2.63% |
| ความผันผวนกองทุน | - | - | - | - | - | +14.44% | +13.00% | - | - |
| Maximum Drawdown | - | - | - | - | - | -20.97% | -25.65% | - | - |
กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) ได้แก่ iShares India 50 ETF (กองทุนหลัก) ซึ่งเป็นกองทุนประเภท Exchange Traded Fund (Equity ETF) ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก (NASDAQ STOCK MARKET) ประเทศสหรัฐอเมริกา และลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ กองทุนหลักบริหารโดย BlackRock Fund advisors มีนโยบายเน้นลงทุนในตราสารทุนที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์อินเดียเพื่อให้ได้ผลตอบแทนของกองทุนไปในทิศทางเดียวกับดัชนี Nifty 50 Index โดยกองทุนมี net exposure ในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
ในส่วนที่เหลือจากการลงทุนบริษัทจัดการอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งทุน ตราสารแห่งหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือเงินฝาก และ/หรือบัตรเงินฝากทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ รวมถึงอาจมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์อื่นหรือทรัพย์สินอื่น และ/หรือหาดอกผลโดยวิธีการอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้
กองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management (EPM)) โดยมีวัตถุประสงค์ให้กองทุนหลักสามารถสร้างผลตอบแทนของกองทุนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายให้ไปในทิศทางเดียวกับผลตอบแทนจากการลงทุนในดัชนีอ้างอิง กองทุนหลักจะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน สกุลเงินรูปีและสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ แต่กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นอินเดีย อาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันควา มเสี่ยง (Hedging) จากการลงทุน เช่น การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ โดยกองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ตามความเหมาะสมสำหรับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น ปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง เป็นต้น เพื่อคาดการณ์ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน
กองทุนอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
นอกจากนี้ ในส่วนของการลงทุนในประเทศ กองทุนจะไม่ลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note)และจะไม่ลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) รวมทั้งตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (unlisted securities) อนึ่ง กองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) หรือตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (unlisted securities) เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) หรือจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (listed securities) แล้วแต่กรณี ในขณะที่กองทุนลงทุน แต่ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงเป็น non – investment grade หรือ unlisted securities เท่านั้น
ในกรณีสถานการณ์ปกติ กองทุนจะลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหรือตามอัตราส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
1. 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียน
2. 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม
3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
อย่างไรก็ดี ในกรณีที่สถานการณ์การลงทุนในต่างประเทศ และ/หรือการลงทุนในกองทุนหลักไม่เหมาะสม เช่น ภาวะตลาดและเศรษฐกิจมีความผันผวน เกิดภัยพิบัติหรือเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติต่าง ๆ เป็นต้น และ/หรือในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ที่กระทบต่อการลงทุน เช่น การเปลี่ยนแปลงในเรื่องของกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนต่างประเทศ และ/หรือกรณีที่วงเงินลงทุนในต่างประเทศเต็มเป็นการชั่วคราว และ/หรือในช่วงระหว่างรอการอนุมัติการเพิ่ิมวงเงินลงทุนในต่างประเทศ และ/หรือกรณีเกิดเหตุสุดวิสัยหรือมีเหตุผลที่จำเป็นและสมควร ส่งผลให้กองทุนอาจไม่สามารถนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศได้ทันที หรืออาจจำเป็นต้องชะลอการลงทุนในต่างประเทศเป็นการชั่วคราว ดังนั้น จึงอาจมีบางขณะที่กองทุนไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามสัดส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ในโครงการตามข้างต้นได้ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะรายงานการไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามสัดส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ ในโครงการตามประกาศต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
เนื่องจากกองทุน iShares India 50 ETF (กองทุนหลัก) มีการกำหนดสัดส่วนสูงสุดในการลงทุนในทรัพย์สินของผู้ออกรายใดรายหนึ่งและสัดส่วนสูงสุดที่กองทุนหลักสามารถกู้ยืมเงินชั่วคราวหรือฉุกเฉินจากธนาคารพาณิชย์ ไม่สอดคล้องตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ดังนั้น บริษัทจัดการจะทำการติดตามสัดส่วนการลงทุนของกองทุนหลัก และเมื่อพบว่ากองทุนหลักมีการลงทุนที่ไม่สอดคล้องตามสัดส่วนการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. บริษัทจัดการจะดำเนินการปรับลดสัดส่วนการลงทุนในกองทุนหลัก เพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด โดยจะดำเนินการภายใน 15 วันทำการ นับแต่วันที่รับทราบข้อมูลการลงทุนนั้น
อนึ่ง หากในกรณีที่การลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศหรือ กองทุน iShares India 50 ETF นั้นไม?เหมาะสมอีกต่อไป โดยอาจสืบเนื่องจากการได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น หรือมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขอื่นๆ ของกองทุนหลักนี้ เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน ลักษณะกองทุน อัตราค่าธรรมเนียม การลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินอื่นใดที่ขัดต่อหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด หรือผลตอบแทนของกองทุนต่างประเทศต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนอื่น ๆ ที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกันอย่างมีนัยสำคัญ หรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือขนาดของกองทุนต่างประเทศลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จนอาจมีผลกระทบต่อกองทุน หรือการลงทุนของกองทุนต่างประเทศไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนหรือโครงการ หรือเมื่อกองทุนต่างประเทศกระทำความผิดตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนต่างประเทศ หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน หรือการเปลี่ยนแปลงอื่นใดที่ส่งผลกระทบหรือความเสียหายต่อกองทุน กล่าวคือ ในกรณีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงซึ่งอาจมีผลต่อกองทุนหลัก (Master fund) และ/หรือบริษัทจัดการอย่างมีนัยสำคัญ หรือในกรณีที่มีกองทุนอื่นที่มีนโยบายใกล้เคียงกันและตอบสนองนโยบายการลงทุนของกองทุน และบริษัทเห็นว่าการย้ายไปลงทุนในกองทุนดังกล่าวเป็นผลดีต่อผลการดำเนินงานโดยรวมของกองทุนและเป็นผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงกองทุนรวมต่างประเทศหรือกองทุนหลัก (Master Fund) เป็นกองทุนต่างประเทศอื่นได้ ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะไม่ขัดกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน หรือขอสงวนสิทธิที่จะยกเลิกกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นอินเดียโดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยแล้ว โดยบริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงหรือก่อนทำการลงทุนดังกล่าวไม่น้อยกว่า 15 วัน
ในกรณีที่บริษัทจัดการอยู่ระหว่างการดำเนินการเปลี่ยน/โอนย้าย กองทุนจะยกเว้นไม่นำเรื่องการลงทุนซึ่งจะส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน มาบังคับใช้ในช่วงดำเนินการคัดเลือกและเตรียมการลงทุน เพื่อเป็นกองทุนหลักแทนกองทุนเดิม ซึ่งจะใช้ระยะเวลาภายใน 30 วันทำการ
ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในกองทุนปลายทางไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง หากปรากฏว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางที่กองทุนรวมไปลงทุนมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดโดยกองทุนปลายทางดังกล่าวเป็นกองทุนต่างประเทศที่ไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนรวมดัชนีหรือกองทุนรวมอีทีเอฟ
(1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก
(2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักลดลงในช่วงระยะเวลาห้าวันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก
ในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าวบริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้
(1) แจ้งเหตุที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม ให้สำนักงานและผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ
(2) ดำเนินการตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ
(3) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานทราบภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ
(4) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนรวมตาม (1) ต่อผู้ที่สนใจจะลงทุนเพื่อให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานะของกองทุนรวม
ทั้งนี้ บริษัทจัดการกองทุนจะดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวด้วย
ทั้งนี้ ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (2) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในกรณีที่มีการดำเนินการเปลี่ยน/โอนย้าย กองทุนจะยกเว้นไม่นำเรื่องการลงทุนซึ่งจะส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนมาบังคับใช้ในช่วงดำเนินการคัดเลือกและเตรียมการลงทุน
ทั้งนี้ ในการโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนต่างประเทศอื่นข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาดำเนินการครั้งเดียวหรือหลายครั้งก็ได้ โดยการทยอยโอนย้ายเงินลงทุนอาจส่งผลให้ช่วงระยะเวลาดังกล่าว กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน ตามที่ระบุไว้ในโครงการข้างต้น อย่างไรก็ตามหากบริษัทจัดการไม่สามารถลงทุนในกองทุนอื่นใดที่มีนโยบายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการขอมติผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน หรือดำเนินการยกเลิกโครงการจัดการกองทุนรวมได้
บริษัทจัดการจะทำการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักที่ตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก ประเทศสหรัฐอเมริกา และจะลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินหลัก ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักเป็นตลาดหลักทรัพย์อื่นใดนอกเหนือจากตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก และสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใดนอกเหนือจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐในภายหลัง โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ บริษัทจัดการจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน
ข้อมูลทั่วไปของกองทุน iShares India 50 ETF (กองทุนหลัก)
(แหล่งที่มาของข้อมูล : รายละเอียดของกองทุน iShares India 50 ETF ข้อมูล ณ เดือน กรกฎาคม 2557)
ลักษณะทั่วไปของกองทุน | |
ประเภท | กองทุนรวมอีทีเอฟ (Exchange Traded Fund (Equity ETF)) |
นโยบายการลงทุน | ลงทุนในตราสารทุนที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์อินเดียเพื่อให้ได้ผลตอบแทนของกองทุนไปในทิศทางเดียวกับดัชนี Nifty 50 Index |
วันจัดตั้งกองทุน | วันที่ 18 พฤศจิกายน 2552 |
ประเทศที่จดทะเบียน | สหรัฐอเมริกา |
อายุกองทุน | ไม่กำหนดอายุโครงการ |
สกุลเงิน | ดอลลาร์สหรัฐ (USD) |
Bloomberg Ticker | INDY US EQUITY |
Index Ticker | BXTRNIF$ Index |
CUSIP | 464289529 |
ตลาดหลักทรัพย์ที่จดทะเบียน | แนสแด็ก สหรัฐอเมริกา (NASDAQ) |
ดัชนีอ้างอิง (Index) | Nifty 50 Index |
ผู้จัดการกองทุน (Manager) | BlackRock Fund Advisors |
เว็บไซต์ (website) | www.iShares.com |
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนหลัก* | |
ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) | ร้อยละ 0.89 ต่อปี |
ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ (Other Expenses) | ร้อยละ 0.05 ต่อปี |
ค่าธรรมเนียมรวม (Gross Expenses) | ร้อยละ 0.94 ต่อปี |
* อนึ่ง กองทุนหลักอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของ กองทุนได้ ทั้งนี้ หากการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงอัตราการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมของกองทุนนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบ ภายใน 7 วันก่อนการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราใหม่
** ในกรณีที่กองทุนหลักมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไขเพิ่มเติมโครงการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลักโดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซด์ของบริษัทจัดการโดยพลัน
ดัชนี Nifty 50 Index
ดัชนี Nifty 50 Index เป็นดัชนีที่ใช้วัดผลการดำเนินงานของตราสารทุนของบริษัทชั้นนำ 50 บริษัทที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์อินเดีย โดยใช้มูลค่าตามราคาตลาดที่กระจายในกลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อย (free float market capitalization) ดัชนีอาจประกอบไปด้วยบริษัทที่มีมูลค่าตามราคาตลาดสูง ปานกลาง หรือต่ำ ซึ่งได้แก่ บริษัทผู้ขายสินค้าอุปโภคบริโภค บริษัทที่ประกอบกิจการด้านพลังงาน การเงิน และเทคโนโลยีสารสนเทศ องค์ประกอบของดัชนีและปริมาณการลงทุนที่เป็นตัวแทนของอุตสาหกรรมบางประเภทอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้
ข้อมูล ณ วันที่ 14 พ.ค. 2569
Yuanta Securities (Thailand)
เลขที่ 127 อาคารเกษร ทาวเวอร์ ชั้น 14-16 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพฯ 10330
Tel: 0-2009-8000 Fax: 02-009-8889 Email: online@yuanta.co.th