กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นอินเดีย ชนิดจ่ายเงินปันผล

SCB INDIA EQUITY FUND

รหัสกองทุน: SCBINDIA
บริษัทจัดการ: ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
ระดับความเสี่ยง: 6
ประเภทกองทุน: India Equity
มูลค่าหน่วยลงทุน (NAV)
9.7291 บาท
ณ วันที่ 12 พ.ค. 2569
Fund Size: 502,842,870.36 บาท
YTD Return: -14.82%

ผลการดำเนินงาน

ช่วงเวลา 1 สัปดาห์ 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน YTD 1 ปี 3 ปี 5 ปี SI
ผลตอบแทน -3.36% -5.14% -12.88% -16.57% -14.82% -15.74% -1.89% -0.20% +2.60%
ความผันผวนกองทุน - - - - - +14.44% +13.00% +14.77% -
Maximum Drawdown - - - - - -20.93% -25.63% -25.63% -

นโยบายการลงทุน

  • กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) ได้แก่ iShares India 50 ETF (กองทุนหลัก) ซึ่งเป็นกองทุนประเภท Exchange Traded Fund (Equity ETF) ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก (NASDAQ STOCK MARKET) ประเทศสหรัฐอเมริกา และลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ กองทุนหลักบริหารโดย BlackRock Fund advisors มีนโยบายเน้นลงทุนในตราสารทุนที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์อินเดียเพื่อให้ได้ผลตอบแทนของกองทุนไปในทิศทางเดียวกับดัชนี Nifty 50 Index โดยกองทุนมี net exposure ในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
    ในส่วนที่เหลือจากการลงทุนบริษัทจัดการอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งทุน ตราสารแห่งหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือเงินฝาก และ/หรือบัตรเงินฝากทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ รวมถึงอาจมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์อื่นหรือทรัพย์สินอื่น และ/หรือหาดอกผลโดยวิธีการอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้
    กองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management (EPM)) โดยมีวัตถุประสงค์ให้กองทุนหลักสามารถสร้างผลตอบแทนของกองทุนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายให้ไปในทิศทางเดียวกับผลตอบแทนจากการลงทุนในดัชนีอ้างอิง  กองทุนหลักจะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน สกุลเงินรูปีและสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ แต่กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นอินเดีย อาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันควา มเสี่ยง (Hedging) จากการลงทุน เช่น การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ โดยกองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ตามความเหมาะสมสำหรับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น ปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง เป็นต้น เพื่อคาดการณ์ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน 
    กองทุนอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด 
    นอกจากนี้ ในส่วนของการลงทุนในประเทศ กองทุนจะไม่ลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note)และจะไม่ลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) รวมทั้งตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (unlisted securities) อนึ่ง กองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) หรือตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (unlisted securities) เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) หรือจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (listed securities) แล้วแต่กรณี ในขณะที่กองทุนลงทุน แต่ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงเป็น non – investment grade หรือ unlisted securities เท่านั้น 
    ในกรณีสถานการณ์ปกติ กองทุนจะลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหรือตามอัตราส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ 
    1. 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียน 
    2. 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม 
    3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
    อย่างไรก็ดี ในกรณีที่สถานการณ์การลงทุนในต่างประเทศ และ/หรือการลงทุนในกองทุนหลักไม่เหมาะสม เช่น ภาวะตลาดและเศรษฐกิจมีความผันผวน เกิดภัยพิบัติหรือเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติต่าง ๆ เป็นต้น และ/หรือในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ที่กระทบต่อการลงทุน เช่น การเปลี่ยนแปลงในเรื่องของกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนต่างประเทศ และ/หรือกรณีที่วงเงินลงทุนในต่างประเทศเต็มเป็นการชั่วคราว และ/หรือในช่วงระหว่างรอการอนุมัติการเพิ่ิมวงเงินลงทุนในต่างประเทศ และ/หรือกรณีเกิดเหตุสุดวิสัยหรือมีเหตุผลที่จำเป็นและสมควร ส่งผลให้กองทุนอาจไม่สามารถนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศได้ทันที หรืออาจจำเป็นต้องชะลอการลงทุนในต่างประเทศเป็นการชั่วคราว ดังนั้น จึงอาจมีบางขณะที่กองทุนไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามสัดส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ในโครงการตามข้างต้นได้ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะรายงานการไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามสัดส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ ในโครงการตามประกาศต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. 
    เนื่องจากกองทุน iShares India 50 ETF (กองทุนหลัก) มีการกำหนดสัดส่วนสูงสุดในการลงทุนในทรัพย์สินของผู้ออกรายใดรายหนึ่งและสัดส่วนสูงสุดที่กองทุนหลักสามารถกู้ยืมเงินชั่วคราวหรือฉุกเฉินจากธนาคารพาณิชย์ ไม่สอดคล้องตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ดังนั้น บริษัทจัดการจะทำการติดตามสัดส่วนการลงทุนของกองทุนหลัก และเมื่อพบว่ากองทุนหลักมีการลงทุนที่ไม่สอดคล้องตามสัดส่วนการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. บริษัทจัดการจะดำเนินการปรับลดสัดส่วนการลงทุนในกองทุนหลัก เพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด โดยจะดำเนินการภายใน 15 วันทำการ นับแต่วันที่รับทราบข้อมูลการลงทุนนั้น 
    อนึ่ง หากในกรณีที่การลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศหรือ กองทุน iShares India 50 ETF นั้นไม?เหมาะสมอีกต่อไป โดยอาจสืบเนื่องจากการได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น หรือมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขอื่นๆ ของกองทุนหลักนี้ เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน ลักษณะกองทุน อัตราค่าธรรมเนียม การลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินอื่นใดที่ขัดต่อหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด หรือผลตอบแทนของกองทุนต่างประเทศต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนอื่น ๆ ที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกันอย่างมีนัยสำคัญ หรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือขนาดของกองทุนต่างประเทศลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จนอาจมีผลกระทบต่อกองทุน หรือการลงทุนของกองทุนต่างประเทศไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนหรือโครงการ หรือเมื่อกองทุนต่างประเทศกระทำความผิดตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนต่างประเทศ หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน หรือการเปลี่ยนแปลงอื่นใดที่ส่งผลกระทบหรือความเสียหายต่อกองทุน กล่าวคือ ในกรณีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงซึ่งอาจมีผลต่อกองทุนหลัก (Master fund) และ/หรือบริษัทจัดการอย่างมีนัยสำคัญ หรือในกรณีที่มีกองทุนอื่นที่มีนโยบายใกล้เคียงกันและตอบสนองนโยบายการลงทุนของกองทุน และบริษัทเห็นว่าการย้ายไปลงทุนในกองทุนดังกล่าวเป็นผลดีต่อผลการดำเนินงานโดยรวมของกองทุนและเป็นผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงกองทุนรวมต่างประเทศหรือกองทุนหลัก (Master Fund) เป็นกองทุนต่างประเทศอื่นได้ ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะไม่ขัดกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน หรือขอสงวนสิทธิที่จะยกเลิกกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นอินเดียโดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยแล้ว โดยบริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงหรือก่อนทำการลงทุนดังกล่าวไม่น้อยกว่า 15 วัน 
    ในกรณีที่บริษัทจัดการอยู่ระหว่างการดำเนินการเปลี่ยน/โอนย้าย กองทุนจะยกเว้นไม่นำเรื่องการลงทุนซึ่งจะส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน มาบังคับใช้ในช่วงดำเนินการคัดเลือกและเตรียมการลงทุน เพื่อเป็นกองทุนหลักแทนกองทุนเดิม ซึ่งจะใช้ระยะเวลาภายใน 30 วันทำการ 

    ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในกองทุนปลายทางไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง หากปรากฏว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางที่กองทุนรวมไปลงทุนมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดโดยกองทุนปลายทางดังกล่าวเป็นกองทุนต่างประเทศที่ไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนรวมดัชนีหรือกองทุนรวมอีทีเอฟ

    (1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก 
    (2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักลดลงในช่วงระยะเวลาห้าวันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก 
    ในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าวบริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้
    (1) แจ้งเหตุที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม ให้สำนักงานและผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ 
    (2) ดำเนินการตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ
    (3) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานทราบภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ
    (4) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนรวมตาม (1) ต่อผู้ที่สนใจจะลงทุนเพื่อให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานะของกองทุนรวม
    ทั้งนี้ บริษัทจัดการกองทุนจะดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวด้วย
    ทั้งนี้ ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (2) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. 
    บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในกรณีที่มีการดำเนินการเปลี่ยน/โอนย้าย กองทุนจะยกเว้นไม่นำเรื่องการลงทุนซึ่งจะส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนมาบังคับใช้ในช่วงดำเนินการคัดเลือกและเตรียมการลงทุน
    ทั้งนี้ ในการโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนต่างประเทศอื่นข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาดำเนินการครั้งเดียวหรือหลายครั้งก็ได้ โดยการทยอยโอนย้ายเงินลงทุนอาจส่งผลให้ช่วงระยะเวลาดังกล่าว กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน ตามที่ระบุไว้ในโครงการข้างต้น อย่างไรก็ตามหากบริษัทจัดการไม่สามารถลงทุนในกองทุนอื่นใดที่มีนโยบายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการขอมติผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน หรือดำเนินการยกเลิกโครงการจัดการกองทุนรวมได้ 
    บริษัทจัดการจะทำการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักที่ตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก ประเทศสหรัฐอเมริกา และจะลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินหลัก ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักเป็นตลาดหลักทรัพย์อื่นใดนอกเหนือจากตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก และสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใดนอกเหนือจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐในภายหลัง โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ บริษัทจัดการจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน 
    ข้อมูลทั่วไปของกองทุน iShares India 50 ETF (กองทุนหลัก)
    (แหล่งที่มาของข้อมูล : รายละเอียดของกองทุน iShares India 50 ETF ข้อมูล ณ เดือน กรกฎาคม 2557) 

    ลักษณะทั่วไปของกองทุน

    ประเภท

    กองทุนรวมอีทีเอฟ 

    (Exchange Traded Fund (Equity ETF))

    นโยบายการลงทุน

    ลงทุนในตราสารทุนที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์อินเดียเพื่อให้ได้ผลตอบแทนของกองทุนไปในทิศทางเดียวกับดัชนี  Nifty  50 Index

    วันจัดตั้งกองทุน

    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2552

    ประเทศที่จดทะเบียน

    สหรัฐอเมริกา

    อายุกองทุน

    ไม่กำหนดอายุโครงการ

    สกุลเงิน

    ดอลลาร์สหรัฐ (USD)

    Bloomberg Ticker

    INDY US EQUITY

    Index Ticker

    BXTRNIF$ Index 

    CUSIP

    464289529

    ตลาดหลักทรัพย์ที่จดทะเบียน

    แนสแด็ก สหรัฐอเมริกา (NASDAQ) 

    ดัชนีอ้างอิง (Index)

    Nifty 50 Index

    ผู้จัดการกองทุน (Manager)

    BlackRock Fund Advisors

    เว็บไซต์ (website)

    www.iShares.com

    ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนหลัก*

    ค่าธรรมเนียมการจัดการ 

    (Management Fee)

    ร้อยละ 0.89 ต่อปี

    ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ (Other Expenses)

    ร้อยละ 0.05 ต่อปี

    ค่าธรรมเนียมรวม (Gross Expenses)

    ร้อยละ 0.94 ต่อปี

    * อนึ่ง กองทุนหลักอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของ กองทุนได้ ทั้งนี้ หากการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงอัตราการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมของกองทุนนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบ ภายใน 7 วันก่อนการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราใหม่
    ** ในกรณีที่กองทุนหลักมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไขเพิ่มเติมโครงการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลักโดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซด์ของบริษัทจัดการโดยพลัน

    ดัชนี Nifty 50 Index 
    ดัชนี Nifty 50 Index เป็นดัชนีที่ใช้วัดผลการดำเนินงานของตราสารทุนของบริษัทชั้นนำ 50 บริษัทที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์อินเดีย โดยใช้มูลค่าตามราคาตลาดที่กระจายในกลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อย (free float market capitalization) ดัชนีอาจประกอบไปด้วยบริษัทที่มีมูลค่าตามราคาตลาดสูง ปานกลาง หรือต่ำ ซึ่งได้แก่ บริษัทผู้ขายสินค้าอุปโภคบริโภค บริษัทที่ประกอบกิจการด้านพลังงาน การเงิน และเทคโนโลยีสารสนเทศ องค์ประกอบของดัชนีและปริมาณการลงทุนที่เป็นตัวแทนของอุตสาหกรรมบางประเภทอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

Top 5 Holdings

BLACKROCK FUND ADVISORS
99.9%
BANK OF AYUDHYA PCL. (77421_INDIAFUND)
5.02%
BANK OF AYUDHYA PCL. (FCUSDBAYindia)
0.33%
BAY (FWTHBUSD26717MA)
0.16%
BAY (FWTHBUSD26N20T)
0.13%

สัดส่วนการลงทุน

หน่วยลงทุน
99.90%
เงินฝาก/ตราสารเทียบเท่า
5.35%
สินทรัพย์อื่น ๆ / หนี้สินอื่น ๆ
-0.29%
ตราสารอนุพันธ์
-4.96%

ค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมการขาย
+0.50%
สูงสุดไม่เกิน: +3.21%
ค่าธรรมเนียมการจัดการ
+1.00%
สูงสุดไม่เกิน: +1.07%
ค่าธรรมเนียมผู้ดูแล
-
สูงสุดไม่เกิน: +0.11%
ค่าใช้จ่ายอื่น
-
สูงสุดไม่เกิน: +1.07%

รายละเอียดการซื้อขาย

เวลาตัดรอบการซื้อ: 15:30
เวลาตัดรอบการขาย: 15:30
วันชำระเงิน: 2 วัน
การจ่ายเงินปันผล: จ่ายเงินปันผล
มูลค่าขั้นต่ำการซื้อครั้งแรก: 1,000.00 บาท
มูลค่าขั้นต่ำการซื้อครั้งถัดไป: 1,000.00 บาท

เอกสารเพิ่มเติม

ดาวน์โหลด Fund Factsheet

ข้อมูล ณ วันที่ 14 พ.ค. 2569

หมายเหตุ

  • การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
  • ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
  • ข้อมูลการวัดผลการดำเนินงานของกองทุนนี้ ได้จัดทำตามมาตรฐานการวัดผลการดำเนินงานของกองทุนของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน
  • ข้อมูล % ต่อปี สำหรับผลการดำเนินงานที่แสดงในช่วงเวลาตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป

Yuanta Securities (Thailand)

เลขที่ 127 อาคารเกษร ทาวเวอร์ ชั้น 14-16 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพฯ 10330

Tel: 0-2009-8000 Fax: 02-009-8889 Email: online@yuanta.co.th