กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Genomic Revolution ชนิดสะสมมูลค่า

SCB Genomic Revolution

รหัสกองทุน: SCBGENOME(A)
บริษัทจัดการ: ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
ระดับความเสี่ยง: 7
ประเภทกองทุน: Health Care
มูลค่าหน่วยลงทุน (NAV)
4.6223 บาท
ณ วันที่ 14 ส.ค. 2569
Fund Size: 129,543,646.07 บาท
YTD Return: +46.51%

ผลการดำเนินงาน

ช่วงเวลา 1 สัปดาห์ 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน YTD 1 ปี 3 ปี 5 ปี SI
ผลตอบแทน +1.01% +5.31% +41.91% +47.21% +46.51% +65.49% +7.99% - -14.37%
ความผันผวนกองทุน - - - - - +38.55% +38.87% - -
Maximum Drawdown - - - - - -21.84% -42.16% - -

นโยบายการลงทุน

  • กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ เช่น หน่วย CIS และ/หรือหน่วยของกองทุนอีทีเอฟ (ETF) เป็นต้น ที่มีนโยบายเน้นลงทุนในหลักทรัพย์และ/หรือตราสารของบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับวิทยาการทางด้านพันธุวิศวกรรม (Genomic Revolution theme) ซึ่งมุ่งเน้นและคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์ ผ่านการพัฒนาและความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์

    โดยกองทุนมี net exposure ในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศที่มีลักษณะดังกล่าวข้างต้นโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศอย่างน้อย 2 กองทุน โดยจะลงทุนในกองทุนใดกองทุนหนึ่งโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งสัดส่วนการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน

    ส่วนที่เหลือ บริษัทจัดการอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่ง ตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือเงินฝาก และ/หรือบัตรเงินฝากทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ รวมถึงอาจมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์อื่นหรือทรัพย์สินอื่น และ/หรือหาดอกผลโดยวิธีการอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ 
    กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient portfolio management) และ/หรือการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้เพิ่มขึ้น และ/หรือลดค่าใช้จ่ายของกองทุน รวมทั้งอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุน เช่น การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ 
    กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ตามความเหมาะสมสำหรับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น ปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง เป็นต้น เพื่อคาดการณ์ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน
    นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) รวมทั้งตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted) รวมถึงอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด 
    ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ 
    1. 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียน 
    2. 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม 
    3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
    กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนโดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ กองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) และกองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนต่อในกองทุนอื่นภายใต้บริษัทจัดการเดียวกันอีก (cascade investment) 

    การใช้สิทธิออกเสียงกรณีกองทุนลงทุนในกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน : ห้ามมิให้กองทุนต้นทางลงมติให้กองทุนปลายทาง อย่างไรก็ดี ในกรณีที่กองทุนปลายทางไม่สามารถดำเนินการเพื่อขอมติได้ เนื่องจากติดข้อจำกัดห้ามมิให้กองทุนต้นทางลงมติให้กองทุนปลายทาง บริษัทจัดการสามารถขอรับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ได้ หากได้รับมติเกินกึ่งหนึ่งของผู้ถือหน่วยของกองทุนปลายทางในส่วนที่เหลือ

    ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในกองทุนปลายทางไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางหากปรากฏว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางที่กองทุนรวมไปลงทุนมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด โดยกองทุนปลายทางดังกล่าวเป็นกองทุนต่างประเทศที่ไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนรวมดัชนีหรือกองทุนรวมอีทีเอฟ 
    (1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงเกินกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางดังกล่าว 
    (2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางดังกล่าวลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวนเกินกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางนั้น 
    ในกรณีที่มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางที่กองทุนไปลงทุนลดลงในลักษณะดังกล่าว บริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้ 
    (1) แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลงพร้อมแนวทางการดำเนินการโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 
    (2) ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 
    (3) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ 
    (4) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนตาม (1) ต่อผู้ที่สนใจจะลงทุนเพื่อให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานะของกองทุน ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวด้วย 
    ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (2) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. 

    บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสารและ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds)ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี)

    รายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับหน่วยลงทุนชนิดควบประกัน :

    ข้อมูลสิทธิประโยชน์และความคุ้มครอง

    ผู้รับเอาประกันของหน่วยลงทุนชนิดควบประกันในปัจจุบัน คือ บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต

    ผู้ถือหน่วยลงทุนของหน่วยลงทุนชนิดควบประกันจะได้รับความคุ้มครองประกันชีวิตและสุขภาพของบริษัทประกัน ตามที่กรมธรรม์กำหนด ดังนี้

    1.   คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเอาประกัน

    •  เป็นบุคคลธรรมดา

    • เป็นผู้ถือหน่วยลงทุนที่อยู่ในทะเบียนรายชื่อผู้ถือหน่วยลงทุนชนิดควบประกันโดยถือครองหน่วยลงทุนที่มีมูลค่าเงินลงทุนคงเหลือรวมตั้งแต่ 50,000 บาท ขึ้นไป หรือจำนวนอื่นใดที่บริษัทจัดการจะเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยบริษัทจัดการจะพิจารณามูลค่าเงินลงทุนคงเหลือตามเลขที่บัตรประชาชนของผู้ถือหน่วยลงทุน

    มูลค่าเงินลงทุนคงเหลือ = มูลค่าเงินที่ผู้ถือหน่วยลงทุนซื้อ/สับเปลี่ยนเข้า – มูลค่าเงินที่ผู้ถือหน่วยลงทุนขาย/สับเปลี่ยนออก

    •  ต้องมีอายุระหว่าง 15-65 ปีบริบูรณ์ (หรือเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทจัดการกำหนด)

    • เป็นบุคคลที่บริษัทประกันถือว่ามีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง โดยสิทธิความคุ้มครองจะมีผลเมื่อได้รับการอนุมัติ การเอาประกันจากบริษัทประกัน

    ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติ และเงื่อนไขของผู้มีสิทธิเอาประกันตามความเหมาะสม โดยการดำเนินการดังกล่าวบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และจะเปิดเผยให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างทั่วถึงด้วยวิธีการที่เหมาะสมอันทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับทราบข้อมูลดังกล่าว โดยอย่างน้อยจะเผยแพร่ข้อมูลไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทจัดการและเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี)

    2.   ความคุ้มครอง

    ในกรณีที่ผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นผู้มีสิทธิเอาประกัน ผู้ถือหน่วยลงทุนจะได้รับความคุ้มครองนับตั้งแต่วันที่เริ่มความคุ้มครอง หรือนับตั้งแต่วันที่ได้รับการอนุมัติการเอาประกันจากบริษัทประกัน

    3.  ผู้ถือหน่วยลงทุนจะสิ้นสุดความคุ้มครอง ในกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังต่อไปนี้

    • เมื่อกรมธรรม์สิ้นสุดผลบังคับ

    • เมื่อผู้ถือหน่วยลงทุนพ้นสภาพการเป็นผู้ถือหน่วยลงทุนชนิดควบประกัน

    • เมื่อผู้ถือหน่วยลงทุนเสียชีวิต

    • เมื่อผู้ถือหน่วยลงทุนมีอายุเกินกว่าอายุสูงสุดที่กำหนดไว้ข้างต้น

    • เมื่อผู้ถือหน่วยลงทุนมีมูลค่าเงินลงทุนคงเหลือไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด

    •  เมื่อผู้ถือหน่วยลงทุนขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งของคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเอาประกันตามข้อ 1.

    ทั้งนี้ การสิ้นสุดความคุ้มครอง ให้เป็นไปตามเงื่อนไขตามปีกรมธรรม์หรือตามรอบระยะเวลาที่บริษัทประกันกำหนด

    4.  ผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีสิทธิเอาประกันจะได้รับความคุ้มครองด้านประกันชีวิตและสุขภาพ โดยมีรายละเอียดเงื่อนไขและความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยกำหนด

    5.  ผู้ถือหน่วยลงทุนจะต้องยินยอมเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล อาทิเช่น ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ ข้อมูลด้านสุขภาพ ของผู้ถือหน่วยลงทุน หรือข้อมูลอื่นใดที่เป็นตามที่บริษัทประกันกำหนด ทั้งนี้ หากบริษัทจัดการไม่ได้รับการเปิดเผยข้อมูลใด ๆ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธการได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันชีวิตและสุขภาพดังกล่าว

    สิทธิประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนที่ได้รับตามกรมธรรม์ดังกล่าว บริษัทจัดการได้จัดให้เพื่อความคุ้มครองผู้ถือหน่วยลงทุนและเพื่อเป็นประโยชน์ในด้านการเสริมสร้างความมั่นคงของชีวิตและสุขภาพ โดยเบี้ยประกันที่ได้รับความคุ้มครองจะรวมอยู่ในค่าธรรมเนียมอื่น ๆ

    ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจพิจารณาสิทธิประโยชน์ด้านการประกันชีวิตและสุขภาพทุก ๆ ปี หรือระยะเวลาอื่นใดตามที่บริษัทจัดการเห็นสมควร หากบริษัทจัดการเห็นว่าสิทธิประโยชน์ด้านการประกันชีวิตและสุขภาพจะไม่เกิดประโยชน์ต่อผู้ลงทุนโดยรวม หรือมีผลกระทบต่อกองทุนรวมในอนาคต บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุง หรือเพิ่มเติมเงื่อนไขของสิทธิประโยชน์ความคุ้มครอง เงื่อนไขกรมธรรม์ บริษัทประกัน หรือเงื่อนไขอื่นใด ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด รวมถึงยกเลิกสิทธิประโยชน์ความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ หรือยกเลิกหน่วยลงทุนชนิดควบประกัน โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และจะเปิดเผยให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างทั่วถึงด้วยวิธีการที่เหมาะสมอันทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับทราบข้อมูลดังกล่าว โดยอย่างน้อยจะเผยแพร่ข้อมูลไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทจัดการและเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี)

    เงื่อนไขการเริ่มรับความคุ้มครอง

    •    การเปิดให้บริการหน่วยลงทุนชนิดควบประกันครั้งแรก หากมีผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีคุณสมบัติได้รับสิทธิความคุ้มครองตามกรมธรรม์ไม่ถึง 50 ราย บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเลื่อนรอบความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันชีวิตและสุขภาพ หรือปฏิเสธการให้ความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันชีวิตและสุขภาพ และหากภายหลังเปิดให้บริการหน่วยลงทุนชนิดควบประกันครั้งแรก มีผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีคุณสมบัติได้รับสิทธิความคุ้มครองตามกรมธรรม์เพิ่มขึ้นจนถึง 50 ราย ผู้ถือหน่วยลงทุนดังกล่าวก็จะได้รับสิทธิการคุ้มครองตามเงื่อนไขที่กำหนด

    •   การเปิดให้บริการหน่วยลงทุนชนิดควบประกันครั้งแรก หากมีผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีคุณสมบัติได้รับสิทธิความคุ้มครองตามกรมธรรม์ครบ 50 ราย และต่อมาภายหลังการเปิดให้บริการหน่วยลงทุนชนิดควบประกันครั้งแรก มีผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีคุณสมบัติได้รับสิทธิความคุ้มครองตามกรมธรรม์ลดลงต่ำกว่า 50 ราย ผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมยังคงได้รับสิทธิคุ้มครองตามเงื่อนไขที่กำหนด

    วันที่กรมธรรม์มีผลบังคับ หมายถึง ตั้งแต่วันที่ 1 ของเดือนถัดไปนับจากวันเปิดให้บริการชนิดหน่วยลงทุนควบประกันครั้งแรก (หรือวันที่ระบุไว้ในกรมธรรม์)

    วันที่เริ่มความคุ้มครอง หมายถึง วันที่กรมธรรม์มีผลบังคับหรือวันที่บริษัทประกันอนุมัติให้ความคุ้มครอง หรือ เปลี่ยนแปลงแผนความคุ้มครองให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน

    ระยะเวลาความคุ้มครอง หมายถึง วันที่เริ่มความคุ้มครอง ถึงวันสิ้นสุดความคุ้มครอง ซึ่งจะไม่เกินวันที่กรมธรรม์ยังให้ความคุ้มครองอยู่

    เงื่อนไขวันเริ่มคุ้มครอง

    • กรณีผู้ถือหน่วยลงทุนทำรายการซื้อภายในวันที่ 25 ก่อนเวลา 15.30 น. ของเดือนนั้น ๆ วันได้รับสิทธิคุ้มครอง คือ วันที่ 1 ของเดือนถัดจากเดือนที่ลงทุน

    • กรณีผู้ถือหน่วยลงทุนทำรายการซื้อภายหลังวันที่ 25 ของเดือนนั้น ๆ วันได้รับสิทธิคุ้มครอง คือ วันที่ 1 ของ 2 เดือนถัดจากเดือนที่ลงทุน

    บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงวันที่เริ่มความคุ้มครอง โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และจะเปิดเผยให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างทั่วถึงด้วยวิธีการที่เหมาะสมอันทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับทราบข้อมูลดังกล่าว โดยอย่างน้อยจะเผยแพร่ข้อมูลไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทจัดการและเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) เว้นแต่กรณีที่เกิดจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ หรือกรณีจำเป็นและสมควร บริษัทจัดการจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวโดยทันที

Top 5 Holdings

ARK INVESTMENT MANAGEMENT
77.62%
BLACKROCK FUND ADVISORS
23.09%
KASIKORNBANK PCL.
11.72%
TTB
2.54%
LHB
0.88%

สัดส่วนการลงทุน

หน่วยลงทุน
100.71%
เงินฝาก/ตราสารเทียบเท่า
11.83%
ตราสารอนุพันธ์
-2.94%
สินทรัพย์อื่น ๆ / หนี้สินอื่น ๆ
-9.60%

ค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมการขาย
+1.00%
สูงสุดไม่เกิน: +3.21%
ค่าธรรมเนียมการจัดการ
+0.50%
สูงสุดไม่เกิน: +1.60%
ค่าธรรมเนียมผู้ดูแล
-
สูงสุดไม่เกิน: +0.11%
ค่าใช้จ่ายอื่น
-
สูงสุดไม่เกิน: +1.07%

รายละเอียดการซื้อขาย

เวลาตัดรอบการซื้อ: 15:30
เวลาตัดรอบการขาย: 15:30
วันชำระเงิน: 4 วัน
การจ่ายเงินปันผล: ไม่จ่ายเงินปันผล
มูลค่าขั้นต่ำการซื้อครั้งแรก: 1,000.00 บาท
มูลค่าขั้นต่ำการซื้อครั้งถัดไป: 1,000.00 บาท

เอกสารเพิ่มเติม

ดาวน์โหลด Fund Factsheet

ข้อมูล ณ วันที่ 18 ส.ค. 2569

หมายเหตุ

  • การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
  • ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
  • ข้อมูลการวัดผลการดำเนินงานของกองทุนนี้ ได้จัดทำตามมาตรฐานการวัดผลการดำเนินงานของกองทุนของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน
  • ข้อมูล % ต่อปี สำหรับผลการดำเนินงานที่แสดงในช่วงเวลาตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป

Yuanta Securities (Thailand)

เลขที่ 127 อาคารเกษร ทาวเวอร์ ชั้น 14-16 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพฯ 10330

Tel: 0-2009-8000 Fax: 02-009-8889 Email: online@yuanta.co.th