SCB Global Clean Energy
| ช่วงเวลา | 1 สัปดาห์ | 1 เดือน | 3 เดือน | 6 เดือน | YTD | 1 ปี | 3 ปี | 5 ปี | SI |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ผลตอบแทน | -5.07% | +8.49% | +11.38% | +31.11% | +29.38% | +73.47% | +5.27% | -5.96% | -8.39% |
| ความผันผวนกองทุน | - | - | - | - | - | +31.25% | +32.51% | +35.48% | - |
| Maximum Drawdown | - | - | - | - | - | -11.96% | -60.00% | -76.33% | - |
กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) ได้แก่ BNP Paribas Funds Clean Energy Solutions (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน (share class) I Capitalisation สกุลเงินยูโร (EUR) กองทุนหลักบริหารโดย BNP PARIBAS ASSET MANAGEMENT จดทะเบียนภายใต้กฎหมายของประเทศลักเซมเบิร์ก และอยู่ภายใต้ UCITS กองทุนหลักมุ่งเน้นที่จะมีส่วนร่วมไปยังการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนของโลก ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) โดยจะลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 75 ของมูลค่าทรัพย์สินกองทุนในหุ้นและ/หรือหลักทรัพย์เทียบเท่าหุ้นที่ออกโดยบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลกที่มีส่วนร่วมกับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งรวมถึง ธุรกิจด้านพลังงานทดแทนและการเปลี่ยนถ่ายพลังงาน (renewable & transitional energy), การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ (energy efficiency), ระบบขนส่งอย่างยั่งยืน (sustainable transport), อาคารและโครงสร้างพื้นฐานที่คำนึงถึงการใช้พลังงาน (green building and infrastructure)
ส่วนที่เหลือไม่เกินร้อยละ 25 ของมูลค่าทรัพย์สินกองทุนอาจลงทุนในตราสารที่เปลี่ยนมือได้ (transferable securities) ตราสารตลาดเงิน หรือเงินสด โดยจะลงทุนในตราสารหนี้ไม่เกินร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินกองทุน และลงทุนใน UCITS หรือ UCIs ไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินกองทุน กองทุนหลักจะมี exposure ทั้งทางตรงและทางอ้อมไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินกองทุน ในหลักทรัพย์จีนแผ่นดินใหญ่ China A-Shares ผ่าน Stock Connect
กองทุนหลักอาจพิจารณาจำกัดการไถ่ถอนหน่วยลงทุนจากคำสั่งขายคืน/สับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเพื่อไม่ให้เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุนหลัก โดยจะพิจารณารับคำสั่งขายคืน/สับเปลี่ยนหน่วยลงทุนดังกล่าวตามสัดส่วนเพื่อไม่ให้เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักและทำการขายคืน/สับเปลี่ยนหน่วยลงทุนที่เหลือในวันทำการถัดไป ดังนั้น ผู้ถือหน่วยลงทุนอาจไม่ได้รับการจัดสรรหน่วยลงทุนและมูลค่าหน่วยลงทุนในวันที่ส่งคำสั่งขายคืนหรือคำสั่งการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนนั้น รวมถึงอาจไม่ได้รับเงินค่าขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้
กองทุนมี net exposure ในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
ส่วนที่เหลือ บริษัทจัดการอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่ง ตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือเงินฝาก และ/หรือบัตรเงินฝากทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ รวมถึงอาจมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์อื่นหรือทรัพย์สินอื่น และ/หรือหาดอกผลโดยวิธีการอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้
กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient portfolio management) และ/หรือการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้เพิ่มขึ้น และ/หรือลดค่าใช้จ่ายของกองทุน รวมทั้งอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุน เช่น การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ
กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ตามความเหมาะสมสำหรับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น ปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง เป็นต้น เพื่อคาดการณ์ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน
นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) รวมทั้งตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted) รวมถึงอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
1. 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียน
2. 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม
3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ยกเว้นกรณีที่กองทุนปลายทางเป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ลงทุนสูงสุดได้ไม่เกิน 1 ใน 3 ของจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมดของกองทุนปลายทาง โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด ทั้งนี้ กองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) และกองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนต่อในกองทุนอื่นภายใต้บริษัทจัดการเดียวกันอีก (cascade investment)
การใช้สิทธิออกเสียงกรณีกองทุนลงทุนในกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน : ห้ามมิให้กองทุนต้นทางลงมติให้กองทุนปลายทาง อย่างไรก็ดี ในกรณีที่กองทุนปลายทางไม่สามารถดำเนินการเพื่อขอมติได้ เนื่องจากติดข้อจำกัดห้ามมิให้กองทุนต้นทางลงมติให้กองทุนปลายทาง บริษัทจัดการสามารถขอรับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ได้ หากได้รับมติเกินกึ่งหนึ่งของผู้ถือหน่วยของกองทุนปลายทางในส่วนที่เหลือ
อนึ่ง หากในกรณีที่การลงทุนในกองทุนหลักนี้ไม่เหมาะสมอีกต่อไป โดยอาจสืบเนื่องจากการได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขอื่นๆ ของกองทุนหลักนี้ เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน ลักษณะกองทุน อัตราค่าธรรมเนียม การลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินอื่นใดที่ขัดต่อหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด หรือผลตอบแทน/ผลการดำเนินงานของกองทุนต่างประเทศต่ำกว่าผลตอบแทน/ผลการดำเนินงานของกองทุนอื่น ๆ ที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน หรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือขนาดของกองทุนต่างประเทศลดลง จนอาจมีผลกระทบต่อกองทุน หรือการลงทุนของกองทุนต่างประเทศไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนหรือโครงการ หรือเมื่อกองทุนต่างประเทศกระทำความผิดตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนต่างประเทศ หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบหรือสิ่งอื่นใดที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน หรือการเปลี่ยนแปลงอื่นใดที่อาจส่งผลกระทบหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อกองทุน กล่าวคือ ในกรณีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงซึ่งอาจมีผลต่อกองทุนหลัก และ/หรือบริษัทจัดการ หรือในกรณีที่มีกองทุนอื่นที่มีนโยบายใกล้เคียงกัน และบริษัทเห็นว่าการย้ายไปลงทุนในกองทุนดังกล่าวเป็นผลดีต่อผลการดำเนินงานโดยรวมของกองทุนหรือเอื้อประโยชน์ต่อการลงทุนในต่างประเทศของกองทุน และเป็นผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงกองทุนรวมต่างประเทศหรือกองทุนหลักเป็นกองทุนต่างประเทศอื่นได้ ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะไม่ขัดกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน หรือขอสงวนสิทธิที่จะยกเลิกกองทุน อีกทั้งบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน (class) รวมถึงเปลี่ยนแปลงสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใดนอกเหนือจากสกุลเงินยูโร หรือเปลี่ยนแปลงการซื้อขายในประเทศอื่นใดนอกเหนือจากประเทศลักเซมเบิร์ก ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการในภายหลังได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงหรือก่อนทำการลงทุนดังกล่าว
ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในกองทุนปลายทางไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางหากปรากฏว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางที่กองทุนรวมไปลงทุนมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด โดยกองทุนปลายทางดังกล่าวเป็นกองทุนต่างประเทศที่ไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนรวมดัชนีหรือกองทุนรวมอีทีเอฟ
(1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงเกินกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางดังกล่าว
(2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางดังกล่าวลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวนเกินกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางนั้น
ในกรณีที่มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางที่กองทุนไปลงทุนลดลงในลักษณะดังกล่าว บริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้
(1) แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลงพร้อมแนวทางการดำเนินการโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ
(2) ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ
(3) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ
(4) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนตาม (1) ต่อผู้ที่สนใจจะลงทุนเพื่อให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานะของกองทุน ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวด้วย
ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (2) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
ในการโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนต่างประเทศอื่นข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาดำเนินการครั้งเดียวหรือหลายครั้งก็ได้ โดยการทยอยโอนย้ายเงินลงทุนอาจส่งผลให้ช่วงระยะเวลาดังกล่าว กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน ตามที่ระบุไว้ในโครงการข้างต้น อย่างไรก็ตามหากบริษัทจัดการไม่สามารถลงทุนในกองทุนอื่นใดที่มีนโยบายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการขอมติผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน หรือดำเนินการยกเลิกโครงการจัดการกองทุนรวมได้
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี)
วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน
กองทุนมีวัตถุประสงค์การลงทุนในการนำปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล (ESG) เข้ามาในกระบวนการลงทุน ผ่านการคัดเลือกลงทุนในกองทุนหลักที่ให้ความสำคัญกับมิติด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม เช่น พลังงานสะอาดและราคาถูก (Affordable and Clean Energy) อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน (Industry, Innovation and Infrastructure) เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน (Sustainable Cities and Communities) เป็นต้น เพื่อประกอบการคัดเลือกและพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์
เป้าหมายที่กองทุนรวมต้องการบรรลุ
กองทุนตระหนักถึงบทบาทในฐานะนักลงทุนสถาบันในการสนับสนุนบริษัทที่คำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล (ESG) ในการดำเนินธุรกิจ ผ่านการคัดเลือกลงทุนในกองทุนหลัก โดยมีเป้าหมายในการผลักดันการพัฒนาด้านความยั่งยืน รวมถึงส่งเสริมการบรรลุเป้าหมายในการแก้ปัญหาด้านพลังงาน (Affordable and Clean Energy) การพัฒนาอุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน (Industry, Innovation and Infrastructure) และการส่งเสริมให้เกิดเมืองและชุมชนที่ยั่งยืน (Sustainable Cities and Communities) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ
กรอบการลงทุน (Investment Universe)
กองทุนจะเน้นลงทุนในกองทุนหลักที่มีนโยบายการลงทุนที่ผนวกหลักการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล (ESG) โดยให้ความสำคัญกับมิติด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม เช่น พลังงานสะอาดและราคาถูก (Affordable and Clean Energy) อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน (Industry, Innovation and Infrastructure) เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน (Sustainable Cities and Communities) เป็นต้น
กลยุทธ์การลงทุน
- Screening: กองทุนคัดเลือกลงทุนในกองทุนหลักโดยคำนึงถึงปัจจัยสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล
- ESG Integration: กองทุนเน้นกลยุทธ์การลงทุนในกองทุนหลักที่มีกระบวนการปรับใช้ข้อมูลปัจจัย ESG เป็นส่วนหนึ่งในการจัดการลงทุน โดยมีการพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาลของบริษัทประกอบการลงทุน
- หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์
กองทุนหลักที่กองทุนลงทุนต้องมีวัตถุประสงค์การลงทุน และ/หรือนโยบายการลงทุน และ/หรือกลยุทธ์การลงทุน ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนที่มุ่งเน้นความยั่งยืนตามหลักสากลที่กองทุนกำหนด โดยผ่านกระบวนการคัดเลือก และตรวจสอบแนวทางการลงทุนด้วยวิธีการภายในของบริษัทจัดการกองทุนรวม
- กระบวนการในการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์
บริษัทจัดการจะคัดเลือกกองทุนหลักที่มีวัตถุประสงค์การลงทุน และ/หรือนโยบายการลงทุน และ/หรือกลยุทธ์การลงทุน ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนที่มุ่งเน้นความยั่งยืนตามหลักสากลที่กองทุนกำหนด โดยศึกษาข้อมูลจากหนังสือชี้ชวน เอกสารของกองทุนหลัก เพื่อรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น สถานะของบริษัทจัดการกองทุนหลัก ทีมผู้จัดการกองทุนหลัก พอร์ตการลงทุน การปรับสัดส่วนการลงทุน ผลการดำเนินงาน และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมีการเข้าร่วมประชุมกับบริษัทจัดการกองทุนหลัก และจัดทำ due diligence เพื่อนำมาใช้ในการวิเคราะห์และคัดเลือกกองทุนหลัก
- การอ้างอิงดัชนีชี้วัดที่เกี่ยวกับความยั่งยืน
กองทุนไม่มีดัชนีชี้วัดที่เกี่ยวกับความยั่งยืนที่สอดคล้องกับการลงทุนของกองทุน โดยเป็นไปตามกองทุนหลักที่มีการคัดเลือกหลักทรัพย์โดยคำนึงถึงปัจจัยสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล แต่ไม่ได้กำหนดดัชนีอ้างอิงที่ใช้วัดความยั่งยืน
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดในการเปรียบเทียบตามที่บริษัทจัดการเห็นควรและเหมาะสม ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนที่กำหนด โดยบริษัทจัดการจะเปิดเผยข้อมูลและแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบในหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ และประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
- ข้อจำกัดด้านการลงทุน
เนื่องจากกองทุนจะเน้นลงทุนในกองทุนหลักที่มีนโยบายการลงทุนที่ผนวกหลักการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล (ESG) โดยให้ความสำคัญกับมิติด้านสิ่งแวดล้อมและมิติด้านสังคม ทำให้กองทุนไม่สามารถลงทุนในกองทุนอื่นที่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่ดี แต่ไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามกรอบการลงทุนที่กองทุนกำหนด
ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องจากการลงทุนอย่างยั่งยืน
กองทุนอาจมีความเสี่ยงการกระจุกตัวของหลักทรัพย์ เนื่องจากกองทุนหลักมีข้อจำกัดด้านปัจจัย ESG ที่ใช้ประกอบการพิจารณา ทำให้กองทุนหลักไม่สามารถลงทุนในหลักทรัพย์บางตัวได้
แนวทางการดำเนินการ และมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืน
บริษัทจัดการมีการติดตามตรวจสอบกองทุนหลักเป็นประจำ โดยรวบรวมข้อมูลพอร์ตการลงทุน การปรับสัดส่วนการลงทุน ผลการดำเนินงาน และปัจจัยอื่น ที่เกี่ยวข้องจากบริษัทจัดการกองทุนหลัก และแหล่งข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ รวมถึงพิจารณาเกี่ยวกับสถานะของบริษัทจัดการกองทุนหลัก ทีมผู้จัดการกองทุนหลัก และมีการติดตามสถานการณ์โดยตรงกับทีมผู้บริหารจัดการกองทุนหลัก เพื่อให้มั่นใจได้ว่ากองทุนหลักมีการบริหารจัดการกองทุนอย่างเหมาะสมเป็นไปตามวัตถุประสงค์ และเป้าหมายของกองทุนหลัก
ทั้งนี้ หากบริษัทจัดการพบว่าการลงทุนของกองทุนหลักไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนของกองทุนหลัก หรือกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การลงทุน และ/หรือนโยบายการลงทุน และ/หรือกลยุทธ์การลงทุนที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนที่มุ่งเน้นความยั่งยืนตามหลักสากลที่กองทุนกำหนด บริษัทจัดการจะดำเนินการพิจารณาลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศอื่นที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม หากเกิดกรณีใดๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนหลักใหม่แทนกองทุนหลักเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวม โดยต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวมเป็นสำคัญ
อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการปรับปรุงแนวทางการดำเนินการ และมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนของ SRI Fund ไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่ได้กำหนดไว้ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการลงทุนด้วยความรับผิดชอบที่บริษัทจัดการกำหนด
ข้อมูลทั่วไปของ BNP Paribas Funds Clean Energy Solutions (กองทุนหลัก)
(แหล่งที่มาของข้อมูล : หนังสือชี้ชวนกองทุนหลัก ข้อมูล ณ เดือนพฤศจิกายน 2563)
ลักษณะทั่วไปของกองทุน | |
| นโยบายการลงทุน | กองทุนหลักมุ่งเน้นที่จะมีส่วนร่วมไปยังการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนของโลก ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) โดยจะลงทุนอย่างน้อย 75% ของมูลค่าทรัพย์สินกองทุนในหุ้นและ/หรือหลักทรัพย์เทียบเท่าหุ้นที่ออกโดยบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลกที่มีส่วนร่วมกับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งรวมถึง ธุรกิจด้านพลังงานทดแทนและการเปลี่ยนถ่ายพลังงาน (renewable & transitional energy), การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ (energy efficiency), ระบบขนส่งอย่างยั่งยืน (sustainable transport), อาคารและโครงสร้างพื้นฐานที่คำนึงถึงการใช้พลังงาน (green building and infrastructure) ส่วนที่เหลือไม่เกิน 25% ของมูลค่าทรัพย์สินกองทุนอาจลงทุนในตราสารที่เปลี่ยนมือได้ (transferable securities) ตราสารตลาดเงิน หรือเงินสด โดยจะลงทุนในตราสารหนี้ไม่เกิน 15% ของมูลค่าทรัพย์สินกองทุน และลงทุนใน UCITS หรือ UCIs ไม่เกิน 10% ของมูลค่าทรัพย์สินกองทุน กองทุนหลักจะมี exposure ทั้งทางตรงและทางอ้อมไม่เกิน 20% ของมูลค่าทรัพย์สินกองทุน ในหลักทรัพย์จีนแผ่นดินใหญ่ China A-Shares ผ่าน Stock Connect |
| ประเทศที่จดทะเบียน | ลักเซมเบิร์ก |
| วันจัดตั้งกองทุน (CLASS I) | 17 พฤษภาคม 2556 |
| การเปิดให้ซื้อและขายคืนหน่วยลงทุน | ทุกวันทำการซื้อขายหน่วยลงทุน |
| ISIN | LU0823414809 |
| Bloomberg | FORBIIC LX |
| ดัชนีชี้วัด/อ้างอิง(Benchmark) | MSCI AC World (EUR) NR |
| Index ticker | MXWD |
| สกุลเงิน | EUR |
| ผู้จัดการกองทุน (Manager) | BNP PARIBAS ASSET MANAGEMENT |
| เว็บไซต์ (website) | http://www.bnpparibas-am.com |
| ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนหลัก | |
| Real Ongoing Charges (31.10.20) | 0.96% |
| Maximum Management Fees | 0.75% |
วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืนของกองทุนหลัก
กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน โดยเน้นการมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนผ่านสู่โลกที่ยั่งยืนผ่านการลงทุนในบริษัทที่ให้บริการโซลูชั่นด้านสิ่งแวดล้อม (environmental solutions) ที่อำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจที่มีคาร์บอนต่ำ และมีเป้าหมายการสนับสนุนด้านสิ่งแวดล้อมในเชิงบวก โดยการคัดเลือกผู้ออกหลักทรัพย์ของกองทุนหลักจะเน้นการพิจารณาการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิทั่วโลก เพื่อลดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ
กองทุนหลักจะเน้นลงทุนในหุ้นและ/หรือหลักทรัพย์ที่เทียบเท่าหุ้นที่ออกโดยบริษัททั่วโลกที่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างน้อยร้อยละ 20 ที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (energy transition) ซึ่งวัดจากรายได้ ค่าใช้จ่ายในการลงทุน หรือค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
ทั้งนี้ การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (energy transition) รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการผลิตพลังงานหมุนเวียน (renewable energy production) ชิ้นส่วนและเทคโนโลยีด้านพลังงาน (energy technology and materials) โครงสร้างพื้นฐานและการขับเคลื่อนด้านพลังงาน (energy infrastructure and mobility)
- Renewable Energy Production: การผลิตพลังงานหมุนเวียนเกี่ยวข้องกับการลดคาร์บอนในระบบพลังงานผ่านการผลิตพลังงานหมุนเวียนและการจำกัดคาร์บอน เช่น พลังงานสะอาด การผลิตไฮโดรเจน และการติดตั้งพลังงานหมุนเวียน เป็นต้น
- Energy Technology & Materials: ชิ้นส่วนและเทคโนโลยีด้านพลังงานเกี่ยวข้องกับการปรับเปลี่ยนระบบพลังงานเป็นระบบดิจิทัลผ่านการใช้ไฟฟ้า การเพิ่มประสิทธิภาพ และการใช้เทคโนโลยี เช่น แบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า การวิเคราะห์ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม และชิ้นส่วนวัตถุดิบที่สำคัญ เป็นต้น
- Energy Infrastructure & Mobility: โครงสร้างพื้นฐานและการขับเคลื่อนด้านพลังงานเกี่ยวข้องกับการกระจายระบบพลังงานผ่านโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ระบบการส่งกระจายพลังงาน และการจัดเก็บแบตเตอรี่ เช่น การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า การเคลื่อนที่ด้วยไฮโดรเจน และการเคลื่อนที่ด้วยพลังงานไฟฟ้าขนาดเล็ก เป็นต้น
เป้าหมายที่กองทุนหลักต้องการบรรลุ
กองทุนหลักมีเป้าหมายในการมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนผ่านสู่โลกที่ยั่งยืนผ่านการลงทุนในบริษัทที่ให้บริการโซลูชั่นด้านสิ่งแวดล้อม (environmental solutions) ที่อำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจที่มีคาร์บอนต่ำ และมีเป้าหมายการสนับสนุนด้านสิ่งแวดล้อมในเชิงบวก โดยการคัดเลือกผู้ออกหลักทรัพย์ของกองทุนหลักจะเน้นการพิจารณาการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิทั่วโลก เพื่อลดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ
กรอบการลงทุน (Investment Universe) ของกองทุนหลัก
กองทุนหลักจะใช้การแบ่งกลุ่มรายได้ โดยคัดกรองบริษัทที่ไม่มีแนวทางสอดคล้องกับกระแสรายได้ที่เกี่ยวข้องกับธีมการลงทุนของกองทุนหลักออก เช่น บริษัทด้านการเงิน บริษัทด้านการดูแลสุขภาพ และบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าอุปโภคบริโภค เป็นต้น โดยบริษัทที่มีศักยภาพสอดคล้องกับธีมการลงทุนของกองทุนหลัก (Eligible Universe) จะมีกลยุทธ์ที่ครอบคลุม 6 ธีมการลงทุนหลัก ดังนี้
1. การผลิตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Production)
2. ชิ้นส่วนและเทคโนโลยีด้านพลังงาน (Energy Technology and Materials)
3. โครงสร้างพื้นฐานและการขับเคลื่อนด้านพลังงาน (Energy Infrastructure and Mobility)
4. เศรษฐกิจหมุนเวียนและการออกแบบเชิงนิเวศ (Circular Economy and Eco-Design)
5. เกษตรกรรมอัจฉริยะและนวัตกรรมด้านอาหาร (Smart Agriculture and Food Innovation)
6. การอนุรักษ์มหาสมุทรและน้ำสะอาด (Ocean Health and Clean Water)
นอกจากนี้ กองทุนหลักจะปฏิบัติตามนโยบายการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ (BNPP AM’s Responsible Business Conduct) โดยจะไม่ลงทุนในบริษัทที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อโต้แย้งในประเด็นเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนและแรงงาน สิ่งแวดล้อม และการทุจริต รวมถึงบริษัทที่ดำเนินธุรกิจที่มีความอ่อนไหว (เช่น ธุรกิจยาสูบ ถ่านหิน อาวุธสงคราม แร่ใยหิน ฯลฯ) เนื่องจากบริษัทดังกล่าวอาจฝ่าฝืนบรรทัดฐานระหว่างประเทศ หรือก่อให้เกิดอันตรายต่อสังคมและ/หรือสิ่งแวดล้อม
กลยุทธ์การลงทุนของกองทุนหลัก
กองทุนหลักมีการใช้กลยุทธ์การลงทุนดังต่อไปนี้
- ESG Integration
- Positive Screen
- Negative Screen
- Normative & Controversy Screening
- หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ของกองทุนหลัก
กองทุนหลักมีกระบวนการในการพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์ ดังนี้
1. Global Universe
กองทุนหลักจะพิจารณาหุ้นทั้งหมดที่กลุ่ม Environmental Strategies Group สามารถเข้าถึงได้ เช่น บริษัทที่ไม่มีการละเมิดนโยบายการลงทุนและกฎระเบียบที่ทีมการลงทุนกำหนด ได้แก่ UN Global Compact, BNPP AM Sector Exclusions และ Febelfin Towards Sustainability standard เป็นต้น
2. Eligible Universe
กองทุนหลักจะใช้การแบ่งกลุ่มรายได้ ซึ่งจะคัดกรองบริษัทที่ไม่มีแนวทางสอดคล้องกับกระแสรายได้ที่เกี่ยวข้องกับธีมการลงทุนของกองทุนหลักออก เช่น บริษัทด้านการเงิน บริษัทด้านการดูแลสุขภาพ และบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าอุปโภคบริโภค เป็นต้น โดยบริษัทที่มีศักยภาพสอดคล้องกับธีมการลงทุนของกองทุนหลัก (Eligible Universe) จะมีกลยุทธ์ที่ครอบคลุม 6 ธีมการลงทุนหลัก ดังนี้
2.1 การผลิตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Production)
2.2 ชิ้นส่วนและเทคโนโลยีด้านพลังงาน (Energy Technology and Materials)
2.3 โครงสร้างพื้นฐานและการขับเคลื่อนด้านพลังงาน (Energy Infrastructure and Mobility)
2.4 เศรษฐกิจหมุนเวียนและการออกแบบเชิงนิเวศ (Circular Economy and Eco-Design)
2.5 เกษตรกรรมอัจฉริยะและนวัตกรรมด้านอาหาร (Smart Agriculture and Food Innovation)
2.6 การอนุรักษ์มหาสมุทรและน้ำสะอาด (Ocean Health and Clean Water)
หลังจากนั้น ทีมการลงทุนจะดำเนินการตรวจสอบ due diligence ของบริษัทที่ให้บริการโซลูชั่นที่มีศักยภาพ เพื่อคัดเลือกบริษัทที่มีคุณสมบัติด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสม ซึ่งใช้เกณฑ์การคัดเลือกบริษัทที่ให้บริการโซลูชั่นด้านสิ่งแวดล้อม (เช่น แผงโซล่าร์เซลล์ หรือกังหันลม) อย่างน้อยร้อยละ 20 ซึ่งวัดจากรายได้ ค่าใช้จ่ายในการลงทุน หรือค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
ทั้งนี้ รายได้ของบริษัทจะถูกใช้เป็นตัวชี้วัดหลักในการกำหนดคุณสมบัติของบริษัทในกรอบการลงทุน ค่าใช้จ่ายในการลงทุนของบริษัทอาจใช้ในกรณีที่ต้องคาดการณ์เพื่อดึงดูดบริษัทที่มีเงินลงทุนและกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่การแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของบริษัทอาจไม่ได้ถูกใช้เป็นตัวชี้วัดคุณสมบัติ แต่มีไว้เพื่อให้สอดคล้องกับกรอบการรายงานของ EU Taxonomy for Sustainable Activities
อนึ่ง แม้ว่าอัตราขั้นต่ำที่ใช้พิจารณาด้านสิ่งแวดล้อมจะอยู่ที่ร้อยละ 20 แต่ในทางปฏิบัติ หุ้นส่วนใหญ่ในพอร์ตการลงทุนของกองทุนหลักจะลงทุนในผู้ให้บริการโซลูชั่นด้านสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก และโดยเฉลี่ยร้อยละ 70-80 ของรายได้รวมของพอร์ตการลงทุนจะมาจากการแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม
3. Final Thematic Universe
จาก 6 ธีมการลงทุนหลักข้างต้นที่นำมาสร้างกรอบการลงทุน กองทุนหลักจะคัดเลือกเฉพาะธีมที่เกี่ยวข้องกับกลยุทธ์การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ซึ่งประกอบด้วย 3 ธีมดังนี้
3.1 การผลิตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Production)
3.2 ชิ้นส่วนและเทคโนโลยีด้านพลังงาน (Energy Technology and Materials)
3.3 โครงสร้างพื้นฐานและการขับเคลื่อนด้านพลังงาน (Energy Infrastructure and Mobility)
- กระบวนการในการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ของกองทุนหลัก
กระบวนการในการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ของกองทุนหลักจะเริ่มจากการวิเคราะห์เชิงมหภาค (Top-down) เพื่อลดขอบเขตของการลงทุนให้เหลือเฉพาะโอกาสที่น่าสนใจ ก่อนจะเข้าสู่การวิเคราะห์เชิงลึกจากล่างขึ้นบน (Bottom-up) ทั้งในด้านปัจจัยพื้นฐานและ ESG เพื่อคัดเลือกบริษัทเข้าสู่พอร์ตการลงทุน โดยกระบวนการนี้ได้รับการพัฒนาโดยทีมผู้จัดการกองทุน และเป็นกระบวนการที่มีความชัดเจน ทำซ้ำได้ และสามารถปรับใช้ในวงกว้าง ทั้งนี้ กระบวนการลงทุนของกองทุนหลักสามารถสรุปได้ 5 ขั้นตอน ดังนี้
1. ทีมการลงทุนจะพิจารณามุมมองเศรษฐกิจมหภาค สภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบ แนวโน้มเชิงสไตล์ และพลวัตของอุตสาหกรรม
2. การจำกัดขอบเขตการลงทุนให้แคบลง โดยคัดเลือกเฉพาะธีมย่อยที่มีแนวโน้มสร้างผลตอบแทนเหนือกว่าตลาดในระยะกลางถึงระยะยาว
3. เมื่อระบุธีมย่อยที่ต้องการได้แล้ว นักวิเคราะห์หุ้นจะดำเนินการวิเคราะห์เชิงลึกแบบ Bottom-up โดยใช้แบบจำลองพื้นฐานเพื่อประเมินบริษัทเป้าหมายในเชิงลึก
4. การสร้างพอร์ตโฟลิโอ จะเชื่อมโยงกับผลลัพธ์จากการวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาค ธีมการลงทุน และปัจจัยพื้นฐาน โดยใช้แบบจำลองเชิงปริมาณเพื่อช่วยในการจัดสรรน้ำหนักของหลักทรัพย์ให้เหมาะสมกับเป้าหมายด้านผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนหลัก
5. บริษัทที่อยู่ในพอร์ตการลงทุนของกองทุนหลักจะได้รับการติดตามอย่างต่อเนื่อง ผ่านการพูดคุยกับผู้บริหาร การประเมินก่อนและหลังการประกาศผลประกอบการ การมีส่วนร่วมเชิงรุก และการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมย้อนหลัง

- การอ้างอิงดัชนีชี้วัดที่เกี่ยวกับความยั่งยืนของกองทุนหลัก
กองทุนหลักไม่มีดัชนีอ้างอิงที่ใช้วัดการลงทุนอย่างยั่งยืนเป็นการเฉพาะ
- ข้อจำกัดด้านการลงทุนของกองทุนหลัก
กองทุนหลักมีข้อจำกัดด้านการลงทุน ดังนี้
- Tracking error: กองทุนหลักไม่มีนโยบายควบคุมค่า Tracking Error เนื่องจากเป็นกองทุน Thematic ที่อ้างอิงกับดัชนีชี้วัดทั่วไป
- Regional allocation: กองทุนหลักไม่มีข้อจำกัดในกระจายการลงทุนในหลายภูมิภาค โดยกองทุนหลักมีการกระจายการลงทุนในภูมิภาคต่างๆ เช่น อเมริกา, เอเชียแปซิฟิก (APAC), และยุโรป-ตะวันออกกลาง-แอฟริกา (EMEA)
- Thematic allocation: กองทุนหลักจะลงทุนในบริษัทที่มีรายได้ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน หรือค่าใช้จ่ายในการลงทุน อย่างน้อยร้อยละ 20 ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการโซลูชั่นด้านสิ่งแวดล้อม
- Cash allocation: กองทุนหลักอาจมีไว้ซึ่งเงินสดไม่เกินร้อยละ 10
- UCITS 5/10/40 rule: กองทุนหลักจะไม่ลงทุนในบริษัทใดบริษัทหนึ่งเกินกว่าร้อยละ 10 อย่างไรก็ตาม กรณีกองทุนหลักลงทุนในบริษัทใดบริษัทหนึ่งมากกว่าร้อยละ 5 อัตราส่วนการลงทุนดังกล่าวเมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกินร้อยละ 40 ของ NAV
- ESG coverage: หลักทรัพย์ที่กองทุนหลักลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 จะต้องมีคะแนน ESG เชิงปริมาณ หรือผ่านการประเมิน ESG เชิงคุณภาพ ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดของ AMF Category 1 sustainable product requirements
- SFDR Article 9 'Sustainable Investments': หุ้นที่กองทุนหลักลงทุนต้องผ่านการคัดกรองด้านความยั่งยืนทั้งเชิงบวกและเชิงลบ ซึ่งเป็นไปตาม BNPP AM Sustainable Investment criteria framework โดยกองทุนหลักจะลงทุนในทรัพย์สินที่เป็นการลงทุนอย่างยั่งยืน (ซึ่งรวมถึงหุ้น เงินสด และตราสารอนุพันธ์) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของ NAV
ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องจากการลงทุนอย่างยั่งยืนของกองทุนหลัก
1. กองทุนหลักใช้คะแนน BNP Paribas ESG (Social, Governance) scores ซึ่งประกอบด้วยตัวชี้วัดย่อยจำนวน 30 รายการต่อการประเมินแต่ละบริษัท ซึ่งข้อมูลดังกล่าวถูกรวบรวมด้วยวิธี “best of breeds” approach โดยการเลือกใช้ผู้ให้ข้อมูลที่มีคุณภาพดีที่สุดสำหรับแต่ละตัวชี้วัด
และเปิดโอกาสให้ทีมผู้จัดการกองทุนสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึก และวิเคราะห์ความเสี่ยงเฉพาะด้าน ESG ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ คะแนน ESG จะถูกแปลงจากคะแนนเต็ม 100 ให้เป็น ระดับ (decile) ตั้งแต่ 1 (ดีที่สุด) ถึง 10 (แย่ที่สุด) ซึ่งจัดระดับแยกตามกลุ่มอุตสาหกรรมและภูมิภาค เพื่อให้สามารถประเมินและเปรียบเทียบกับบริษัทอื่น ๆ ในกลุ่มเดียวกันได้
อย่างไรก็ตาม การใช้คะแนนข้างต้นอาจมีความเสี่ยงด้านความไม่สมบูรณ์ของข้อมูล ความถูกต้องจากข้อมูลภายนอก ซึ่งอาจส่งผลให้การประเมิน ESG ของบริษัทนั้นคลาดเคลื่อนและส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนได้ นอกจากนี้ การใช้คะแนน ESG เป็นเกณฑ์ในการคัดเลือกหุ้น อาจทำให้พลาดโอกาสลงทุนในบริษัทที่มีศักยภาพแต่ยังไม่ผ่านเกณฑ์ ESG หรือในทางกลับกัน กองทุนอาจลงทุนในบริษัทที่มีคะแนน ESG ดีแต่มีความเสี่ยงทางธุรกิจสูง
2. เนื่องจากกองทุนหลักเป็นกองทุนภายใต้ Article 9 ของ EU Sustainable Finance Disclosure Regulation จึงมีข้อกำหนดให้สามารถลงทุนได้เฉพาะในสินทรัพย์หรือผู้ออกที่มี “การลงทุนอย่างยั่งยืน” ตามข้อกำหนดของ SFDR เท่านั้น ซึ่งบริษัทจัดการกองทุนหลักได้พัฒนาวิธีการภายในในการประเมินการลงทุนอย่างยั่งยืนตามนิยามดังกล่าว
ทั้งนี้ ข้อกำหนดด้านการลงทุนในสินทรัพย์หรือผู้ออกที่มี “การลงทุนอย่างยั่งยืน” ส่งผลให้กองทุนหลักมีกรอบการลงทุนที่แคบลง ส่งผลให้กองทุนหลักพลาดโอกาสในการลงทุนในบริษัทที่มีศักยภาพแต่ยังไม่ผ่านเกณฑ์ ESG หรือยังไม่มีข้อมูลเพียงพอ นอกจากนี้ วิธีการภายในในการประเมินการลงทุนอย่างยั่งยืนของบริษัทจัดการกองทุนหลัก อาจแตกต่างจากมาตรฐานของผู้จัดการกองทุนอื่น ซึ่งอาจมีข้อจำกัดหรือไม่สอดคล้องกับความคาดหวังของตลาด และอาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของการจัดอันดับ และการตัดสินใจลงทุนได้
แนวทางการดำเนินการ และมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนของกองทุนหลัก
หลักทรัพย์ที่กองทุนหลักสามารถลงทุนได้จะต้องผ่านการตรวจสอบเป็นประจำ เพื่อระบุผู้ออกหลักทรัพย์ที่อาจละเมิดหรือมีความเสี่ยงที่จะละเมิดหลักการสากลดังต่อไปนี้
- หลักการ UN Global Compact Principles
- แนวปฏิบัติ OECD Guidelines for Multinational Enterprises
- หลักการ UN Guiding Principles on Business & Human Rights
ซึ่งรวมถึงหลักการและสิทธิแรงงานพื้นฐานตามองค์การแรงงานระหว่างประเทศและปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน
โดยการตรวจสอบข้างต้นจะดำเนินการโดย BNPP AM Sustainability Centre ผ่านการใช้ข้อมูลจากทั้งภายในและภายนอก ร่วมกับการปรึกษาทีม BNP Paribas Group CSR Team ดังนี้
- หากพบว่าบริษัทใดละเมิดหลักการข้างต้น บริษัทดังกล่าวจะถูกคัดออกไปยัง exclusion list และกองทุนหลักจะไม่ลงทุนในบริษัทนั้น รวมถึงพิจารณาขายหลักทรัพย์ดังกล่าวออกจากพอร์ตการลงทุนกรณีมีการลงทุนอยู่ก่อนแล้ว
- หากพบว่าบริษัทใดมีความเสี่ยงที่จะละเมิดหลักการข้างต้น บริษัทดังกล่าวจะถูกคัดไปอยู่ใน watch list และกองทุนหลักจะมีการติดตามอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ หากกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใดๆ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการ ขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก ซึ่งถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยแล้ว โดยจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
รายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับหน่วยลงทุนชนิดควบประกัน :
ข้อมูลสิทธิประโยชน์และความคุ้มครอง
ผู้รับเอาประกันของหน่วยลงทุนชนิดควบประกันในปัจจุบัน คือ บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต
ผู้ถือหน่วยลงทุนของหน่วยลงทุนชนิดควบประกันจะได้รับความคุ้มครองประกันชีวิตและสุขภาพของบริษัทประกัน ตามที่กรมธรรม์กำหนด ดังนี้
1. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเอาประกัน
• เป็นบุคคลธรรมดา
• เป็นผู้ถือหน่วยลงทุนที่อยู่ในทะเบียนรายชื่อผู้ถือหน่วยลงทุนชนิดควบประกันโดยถือครองหน่วยลงทุนที่มีมูลค่าเงินลงทุนคงเหลือรวมตั้งแต่ 50,000 บาท ขึ้นไป หรือจำนวนอื่นใดที่บริษัทจัดการจะเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยบริษัทจัดการจะพิจารณามูลค่าเงินลงทุนคงเหลือตามเลขที่บัตรประชาชนของผู้ถือหน่วยลงทุน
มูลค่าเงินลงทุนคงเหลือ = มูลค่าเงินที่ผู้ถือหน่วยลงทุนซื้อ/สับเปลี่ยนเข้า – มูลค่าเงินที่ผู้ถือหน่วยลงทุนขาย/สับเปลี่ยนออก
• ต้องมีอายุระหว่าง 15-65 ปีบริบูรณ์ (หรือเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทจัดการกำหนด)
• เป็นบุคคลที่บริษัทประกันถือว่ามีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง โดยสิทธิความคุ้มครองจะมีผลเมื่อได้รับการอนุมัติ การเอาประกันจากบริษัทประกัน
ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติ และเงื่อนไขของผู้มีสิทธิเอาประกันตามความเหมาะสม โดยการดำเนินการดังกล่าวบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และจะเปิดเผยให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างทั่วถึงด้วยวิธีการที่เหมาะสมอันทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับทราบข้อมูลดังกล่าว โดยอย่างน้อยจะเผยแพร่ข้อมูลไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทจัดการและเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี)
2. ความคุ้มครอง
ในกรณีที่ผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นผู้มีสิทธิเอาประกัน ผู้ถือหน่วยลงทุนจะได้รับความคุ้มครองนับตั้งแต่วันที่เริ่มความคุ้มครอง หรือนับตั้งแต่วันที่ได้รับการอนุมัติการเอาประกันจากบริษัทประกัน
3. ผู้ถือหน่วยลงทุนจะสิ้นสุดความคุ้มครอง ในกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังต่อไปนี้
• เมื่อกรมธรรม์สิ้นสุดผลบังคับ
• เมื่อผู้ถือหน่วยลงทุนพ้นสภาพการเป็นผู้ถือหน่วยลงทุนชนิดควบประกัน
• เมื่อผู้ถือหน่วยลงทุนเสียชีวิต
• เมื่อผู้ถือหน่วยลงทุนมีอายุเกินกว่าอายุสูงสุดที่กำหนดไว้ข้างต้น
• เมื่อผู้ถือหน่วยลงทุนมีมูลค่าเงินลงทุนคงเหลือไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด
• เมื่อผู้ถือหน่วยลงทุนขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งของคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเอาประกันตามข้อ 1.
ทั้งนี้ การสิ้นสุดความคุ้มครอง ให้เป็นไปตามเงื่อนไขตามปีกรมธรรม์หรือตามรอบระยะเวลาที่บริษัทประกันกำหนด
4. ผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีสิทธิเอาประกันจะได้รับความคุ้มครองด้านประกันชีวิตและสุขภาพ โดยมีรายละเอียดเงื่อนไขและความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยกำหนด
5. ผู้ถือหน่วยลงทุนจะต้องยินยอมเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล อาทิเช่น ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ ข้อมูลด้านสุขภาพ ของผู้ถือหน่วยลงทุน หรือข้อมูลอื่นใดที่เป็นตามที่บริษัทประกันกำหนด ทั้งนี้ หากบริษัทจัดการไม่ได้รับการเปิดเผยข้อมูลใด ๆ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธการได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันชีวิตและสุขภาพดังกล่าว
สิทธิประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนที่ได้รับตามกรมธรรม์ดังกล่าว บริษัทจัดการได้จัดให้เพื่อความคุ้มครองผู้ถือหน่วยลงทุนและเพื่อเป็นประโยชน์ในด้านการเสริมสร้างความมั่นคงของชีวิตและสุขภาพ โดยเบี้ยประกันที่ได้รับความคุ้มครองจะรวมอยู่ในค่าธรรมเนียมอื่น ๆ
ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจพิจารณาสิทธิประโยชน์ด้านการประกันชีวิตและสุขภาพทุก ๆ ปี หรือระยะเวลาอื่นใดตามที่บริษัทจัดการเห็นสมควร หากบริษัทจัดการเห็นว่าสิทธิประโยชน์ด้านการประกันชีวิตและสุขภาพจะไม่เกิดประโยชน์ต่อผู้ลงทุนโดยรวม หรือมีผลกระทบต่อกองทุนรวมในอนาคต บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุง หรือเพิ่มเติมเงื่อนไขของสิทธิประโยชน์ความคุ้มครอง เงื่อนไขกรมธรรม์ บริษัทประกัน หรือเงื่อนไขอื่นใด ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด รวมถึงยกเลิกสิทธิประโยชน์ความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ หรือยกเลิกหน่วยลงทุนชนิดควบประกัน โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และจะเปิดเผยให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างทั่วถึงด้วยวิธีการที่เหมาะสมอันทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับทราบข้อมูลดังกล่าว โดยอย่างน้อยจะเผยแพร่ข้อมูลไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทจัดการและเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี)
เงื่อนไขการเริ่มรับความคุ้มครอง
• การเปิดให้บริการหน่วยลงทุนชนิดควบประกันครั้งแรก หากมีผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีคุณสมบัติได้รับสิทธิความคุ้มครองตามกรมธรรม์ไม่ถึง 50 ราย บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเลื่อนรอบความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันชีวิตและสุขภาพ หรือปฏิเสธการให้ความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันชีวิตและสุขภาพ และหากภายหลังเปิดให้บริการหน่วยลงทุนชนิดควบประกันครั้งแรก มีผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีคุณสมบัติได้รับสิทธิความคุ้มครองตามกรมธรรม์เพิ่มขึ้นจนถึง 50 ราย ผู้ถือหน่วยลงทุนดังกล่าวก็จะได้รับสิทธิการคุ้มครองตามเงื่อนไขที่กำหนด
• การเปิดให้บริการหน่วยลงทุนชนิดควบประกันครั้งแรก หากมีผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีคุณสมบัติได้รับสิทธิความคุ้มครองตามกรมธรรม์ครบ 50 ราย และต่อมาภายหลังการเปิดให้บริการหน่วยลงทุนชนิดควบประกันครั้งแรก มีผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีคุณสมบัติได้รับสิทธิความคุ้มครองตามกรมธรรม์ลดลงต่ำกว่า 50 ราย ผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมยังคงได้รับสิทธิคุ้มครองตามเงื่อนไขที่กำหนด
วันที่กรมธรรม์มีผลบังคับ หมายถึง ตั้งแต่วันที่ 1 ของเดือนถัดไปนับจากวันเปิดให้บริการชนิดหน่วยลงทุนควบประกันครั้งแรก (หรือวันที่ระบุไว้ในกรมธรรม์)
วันที่เริ่มความคุ้มครอง หมายถึง วันที่กรมธรรม์มีผลบังคับหรือวันที่บริษัทประกันอนุมัติให้ความคุ้มครอง หรือ เปลี่ยนแปลงแผนความคุ้มครองให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน
ระยะเวลาความคุ้มครอง หมายถึง วันที่เริ่มความคุ้มครอง ถึงวันสิ้นสุดความคุ้มครอง ซึ่งจะไม่เกินวันที่กรมธรรม์ยังให้ความคุ้มครองอยู่
เงื่อนไขวันเริ่มคุ้มครอง
• กรณีผู้ถือหน่วยลงทุนทำรายการซื้อภายในวันที่ 25 ก่อนเวลา 15.30 น. ของเดือนนั้น ๆ วันได้รับสิทธิคุ้มครอง คือ วันที่ 1 ของเดือนถัดจากเดือนที่ลงทุน
• กรณีผู้ถือหน่วยลงทุนทำรายการซื้อภายหลังวันที่ 25 ของเดือนนั้น ๆ วันได้รับสิทธิคุ้มครอง คือ วันที่ 1 ของ 2 เดือนถัดจากเดือนที่ลงทุน
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงวันที่เริ่มความคุ้มครอง โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และจะเปิดเผยให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างทั่วถึงด้วยวิธีการที่เหมาะสมอันทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับทราบข้อมูลดังกล่าว โดยอย่างน้อยจะเผยแพร่ข้อมูลไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทจัดการและเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) เว้นแต่กรณีที่เกิดจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ หรือกรณีจำเป็นและสมควร บริษัทจัดการจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวโดยทันที
ข้อมูล ณ วันที่ 21 พ.ค. 2569
Yuanta Securities (Thailand)
เลขที่ 127 อาคารเกษร ทาวเวอร์ ชั้น 14-16 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพฯ 10330
Tel: 0-2009-8000 Fax: 02-009-8889 Email: online@yuanta.co.th