กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นจีน THB เฮ็ดจ์ ชนิดสะสมมูลค่า

SCB CHINA EQUITY THB HEDGE

รหัสกองทุน: SCBCEH
บริษัทจัดการ: ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
ระดับความเสี่ยง: 6
ประเภทกองทุน: Greater China Equity
มูลค่าหน่วยลงทุน (NAV)
7.8226 บาท
ณ วันที่ 18 มิ.ย. 2569
Fund Size: 1,992,988,023.81 บาท
YTD Return: -11.76%

ผลการดำเนินงาน

ช่วงเวลา 1 สัปดาห์ 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน YTD 1 ปี 3 ปี 5 ปี SI
ผลตอบแทน -2.84% -6.98% -9.70% -10.62% -11.76% -8.44% +3.94% -6.57% -1.75%
ความผันผวนกองทุน - - - - - +19.85% +25.67% +28.40% -
Maximum Drawdown - - - - - -19.04% -28.35% -54.63% -

นโยบายการลงทุน

  • กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) ได้แก่ HANG SENG CHINA ENTERPRISES INDEX ETF (กองทุนหลัก) ซึ่งเป็นกองทุนประเภท Exchange Traded Fund (Equity ETF) ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง และลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์ฮ่องกง โดยมีนโยบายเน้นลงทุนในตราสารทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนกองทุนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมดของกองทุนให้ใกล้เคียงหรือเทียบเท่ากับผลตอบแทนจากการลงทุนในดัชนี Hang Seng China Enterprises Index (H-Share Index) ให้มากที่สุด โดยกองทุนมี net exposure ในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
    ในส่วนที่เหลือจากการลงทุนบริษัทจัดการอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งทุน ตราสารแห่งหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือเงินฝาก และ/หรือบัตรเงินฝากทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ รวมถึงอาจมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์อื่นหรือทรัพย์สินอื่น และ/หรือหาดอกผลโดยวิธีการอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ 
    ทั้งนี้ กองทุนหลักอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management (EPM)) ได้ เช่น การทำสัญญาสวอป และ/หรือสัญญาออปชั่น และ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับหลักทรัพย์/ตัวแปรอ้างอิงที่กองทุนลงทุนและกองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นจีน THB เฮ็ดจ์ อาจเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management (EPM)) เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้เพิ่มขึ้น และ/หรือลดค่าใช้จ่ายของกองทุน เช่น ในบางขณะผู้จัดการกองทุนอาจปรับลดสัดส่วนการลงทุนในตราสาร/หลักทรัพย์ (Asset allocation) และเพิ่มการลงทุนในสัญญาชื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับตราสาร/หลักทรัพย์นั้น เพื่อเป็นการลดต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายในการลงทุนของกองทุน ซึ่งรวมถึงการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากการลงทุน เช่น การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน/ด้านราคาตราสาร/อัตราดอกเบี้ย ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ รวมทั้งอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
    กองทุนจะลงทุนหรือมีไว้ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินในสกุลเงินต่างประเทศที่กองทุนถืออยู่เทียบกับสกุลเงินบาท ณ ขณะใดขณะหนึ่ง ซึ่งมีการกำหนดอัตราส่วนการป้องกันความเสี่ยงระหว่างร้อยละ 95 ถึงร้อยละ 105 ของมูลค่าความเสี่ยงที่มีอยู่
    นอกจากนี้ ในส่วนของการลงทุนในประเทศ กองทุนจะไม่ลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note)และจะไม่ลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) รวมทั้งตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (unlisted securities) อนึ่ง กองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) หรือตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (unlisted securities) เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) หรือจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (listed securities) แล้วแต่กรณี ในขณะที่กองทุนลงทุน แต่ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงเป็น non – investment grade หรือ unlisted securities เท่านั้น 
    ในกรณีสถานการณ์ปกติ กองทุนจะลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหรือตามอัตราส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด 

    ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
    1. 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียน
    2. 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม
    3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
    อย่างไรก็ดี ในกรณีที่สถานการณ์การลงทุนในต่างประเทศ และ/หรือการลงทุนในกองทุนหลักไม่เหมาะสม เช่น ภาวะตลาดและเศรษฐกิจมีความผันผวน เกิดภัยพิบัติหรือเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติต่าง ๆ เป็นต้น และ/หรือในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ที่กระทบต่อการลงทุน เช่น การเปลี่ยนแปลงในเรื่องของกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนต่างประเทศ และ/หรือกรณีที่วงเงินลงทุนในต่างประเทศเต็มเป็นการชั่วคราว และ/หรือในช่วงระหว่างรอการอนุมัติการเพิ่ิมวงเงินลงทุนในต่างประเทศ และ/หรือกรณีเกิดเหตุสุดวิสัยหรือมีเหตุผลที่จำเป็นและสมควร ส่งผลให้กองทุนอาจไม่สามารถนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศได้ทันที หรืออาจจำเป็นต้องชะลอการลงทุนในต่างประเทศเป็นการชั่วคราว ดังนั้น จึงอาจมีบางขณะที่กองทุนไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามสัดส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ในโครงการตามข้างต้นได้ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะรายงานการไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามสัดส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ ในโครงการตามประกาศต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. 
    อนึ่ง หากในกรณีที่การลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศหรือ กองทุน HANG SENG CHINA ENTERPRISES INDEX ETFนั้นไม?เหมาะสมอีกต่อไป โดยอาจสืบเนื่องจากการได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น และ/หรือมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขอื่นๆ ของกองทุนหลักนี้ เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน ลักษณะกองทุน อัตราค่าธรรมเนียม การลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินอื่นใดที่ขัดต่อหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด และ/หรือการเปลี่ยนแปลงอื่นใดที่ส่งผลกระทบหรือความเสียหายต่อกองทุน เป็นต้น กล่าวคือ ในกรณีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงซึ่งอาจมีผลต่อกองทุนหลัก (Master fund) และ/หรือบริษัทจัดการอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงกองทุนรวมต่างประเทศหรือกองทุนหลัก (Master Fund) จากกองทุน HANG SENG CHINA ENTERPRISES INDEX ETFเป็นกองทุนต่างประเทศอื่นได้ ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะไม่ขัดกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน หรือขอสงวนสิทธิที่จะยกเลิกกองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นจีน THB เฮ็ดจ์ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยแล้ว โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงหรือก่อนทำการลงทุนดังกล่าวไม่น้อยกว่า 15 วัน 
    ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในกองทุนปลายทางไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง หากปรากฏว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางที่กองทุนรวมไปลงทุนมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด โดยกองทุนปลายทางดังกล่าวเป็นกองทุนต่างประเทศที่ไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนรวมดัชนีหรือกองทุนรวมอีทีเอฟ
    (1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก 
    (2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักลดลงในช่วงระยะเวลาห้าวันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก 
    ในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าวบริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้
    (1) แจ้งเหตุที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม ให้สำนักงานและผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ 
    (2) ดำเนินการตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ
    (3) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานทราบภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ
    (4) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนรวมตาม (1) ต่อผู้ที่สนใจจะลงทุนเพื่อให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานะของกองทุนรวม
    ทั้งนี้ บริษัทจัดการกองทุนจะดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวด้วย
    ทั้งนี้ ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (2) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. 
    ในกรณีที่บริษัทจัดการอยู่ระหว่างการดำเนินการเปลี่ยน/โอนย้าย กองทุนจะยกเว้นไม่นำเรื่องการลงทุนซึ่งจะส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน มาบังคับใช้ในช่วงดำเนินการคัดเลือกและเตรียมการลงทุน

    ทั้งนี้ ในการโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนต่างประเทศอื่นข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาดำเนินการครั้งเดียวหรือหลายครั้งก็ได้ โดยการทยอยโอนย้ายเงินลงทุนอาจส่งผลให้ช่วงระยะเวลาดังกล่าว กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน ตามที่ระบุไว้ในโครงการข้างต้น อย่างไรก็ตามหากบริษัทจัดการไม่สามารถลงทุนในกองทุนอื่นใดที่มีนโยบายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการขอมติผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน หรือดำเนินการยกเลิกโครงการจัดการกองทุนรวมได้ 

    ข้อมูลทั่วไปของกองทุน HANG SENG CHINA ENTERPRISES INDEX ETF (กองทุนหลัก) 
    (แหล่งที่มาของข้อมูล : รายละเอียดของกองทุน HANG SENG CHINA ENTERPRISES INDEX ETF ที่จัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายของฮ่องกง (Hong Kong) ข้อมูล ณ เดือนพฤษภาคม 2555) 

    ลักษณะทั่วไปของกองทุน 

    โครงสร้างกองทุน

    เป็นส่วนหนึ่งของ Hang Seng China Enterprises Index (the “H-Share Index”) ซึ่งเป็นหน่วยลงทุนที่ก่อตั้งเป็น  umbrella fund ภายใต้กฎหมายของฮ่องกง กองทุนมีลักษณะเป็น “Physical ETF” หมายถึงลงทุนโดยตรงและถือหลักทรัพย์ไว้ ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (SEHK)

    นโยบายการลงทุน

    กองทุนหลักเป็นกองทุนประเภท Exchange Traded Fund (Equity ETF) ซึ่งมีนโยบายเน้นลงทุนในตราสารทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนกองทุนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมดของกองทุนให้ใกล้เคียงหรือเทียบเท่ากับผลตอบแทนจากการลงทุนในดัชนี  Hang Seng China Enterprises Index (H-Share Index) ให้มากที่สุด  

    วันเริ่มจัดตั้งกองทุน

    19 พฤศจิกายน 2546 

    วันจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

    10 ธันวาคม 2546

    ตลาดหลักทรัพย์ที่จดทะเบียน

    ฮ่องกง (Hong Kong) 

    อายุกองทุน

    ไม่กำหนดอายุโครงการ 

    สกุลเงิน

    ดอลลาร์ฮ่องกง (HKD) 

    Stock Code

    2828

    จำนวนหน่วยในการซื้อขาย 

    200 หน่วย 

    ดัชนีอ้างอิง 

    Hang Seng China Enterprises Index

    การ Short Sell

    อนุญาตให้กระทำได้ (ได้รับการยกเว้น uptick rule)

    นโยบายการจ่ายปันผล

    2 ครั้งต่อปี (ถ้ามี) 

    รอบระยะเวลาบัญชี 

    31 ธันวาคม ของทุกปี 

    สัดส่วนค่าใช้จ่ายทั้งหมดโดยประมาณ

    ร้อยละ 0.65 ต่อปี ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ

    ผู้จัดการกองทุน (Manager)

    Hang Seng Investment Management Limited 

    ผู้ดูแลผลประโยชน์ (Trustee)

    HSBC Provident Fund Trustee (Hong Kong) Limited 

    นายทะเบียน (Registrar)

    HSBC Provident Fund Trustee (Hong Kong) Limited 

    เว็บไซต์ (website)

    www.hangseng.com/etf

    ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนหลัก*

    ค่าธรรมเนียมการจัดการ 

    (Management Fee)

    ร้อยละ 0.55 ต่อปี ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 

    ค่าธรรมเนียมผู้ดูแลผลประโยชน์ (Trustee Fee)

    ร้อยละ 0.05 ต่อปี ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ

    ค่าธรรมเนียมการชำระหนี้ 

    ( Performance Fee) 

    ไม่มี 

     

    ค่าธรรมเนียมการดำเนินงาน (Administration Fee)

    ไม่มี

    ค่าใช้จ่ายในการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ เมื่อมีการสั่งซื้อ สั่งขายหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน (Brokerage Fee)

    ตามอัตราตลาด (Market rates)

    ภาษี (Transaction Levy) 

    ร้อยละ 0.003 ของราคาต่อหน่วย

    ค่าธรรมเนียมการซื้อขาย (Trading Fee)

    ร้อยละ 0.005 ของราคาต่อหน่วย

    ค่าอากรแสตมป์ (Stamp Duty)

    ร้อยละ 0.1 ของราคาต่อหน่วย

    ทั้งนี้ กองทุน HANG SENG CHINA ENTERPRISES INDEX ETF อาจพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (not listed) ได้ไม่เกินร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
    * อนึ่ง กองทุนหลักอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของกองทุนได้ ทั้งนี้ หากการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงอัตราการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมของกองทุนนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบ ภายใน 60 วันก่อนการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราใหม่
    ** ในกรณีที่กองทุนหลักมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไขเพิ่มเติมโครงการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลักโดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็ปไซด์ของบริษัทจัดการโดยพลัน
    ดัชนี Hang Seng China Enterprises Index (H-Share Index) 
    - ดัชนี H-Share Index เริ่มใช้เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ. 1994 ประกอบด้วยบริษัท H-share ซึ่งจดทะเบียนซื้อขายบนกระดานหลักของตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง
    - การคำนวณดัชนี H-Share Index อยู่บนฐานของปี ค.ศ 2000 ณ วันที่ 3 มกราคม ค.ศ.2000 และคำนวณทุก 15 วินาที ระหว่างชั่วโมงการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง มูลค่าปิดอยู่บนฐานของราคาปิดของหุ้นในดัชนี H-Share Index ซึ่งประกาศโดยตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง
    - ดัชนี H-Share Index จัดทำขึ้นและบริหารโดย Hang Seng Indexes Company Limited ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Hang Seng bank Limited 
    - บรรดาบริษัท H-share ทั้งหมดซึ่งจดทะเบียนซื้อขายบนกระดานหลักของตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ซึ่งผ่านการกลั่นกรองด้านคุณสมบัติแล้ว จะได้รับการบรรจุอยู่ในรายชื่อบริษัทที่มีคุณสมบัติผ่านการคัดเลือก ทั้งนี้ หุ้นทั้งหมดได้รับการจัดอันดับด้วยการ full market capitalization และ free-float adjusted market capitalization หุ้นที่ถูกจัดอันดับโดยวิธีการ market capitalization ซึ่งอยู่ในอันดับสูงสุด 40 อันดับจะได้รับการคัดเลือกให้เป็นส่วนประกอบของดัชนี H-Share Index 
    - ดัชนี H-Share Index จะมีการทบทวนทุกไตรมาส 
    - ดัชนี H-Share Index ได้นำวิธีการ free-float adjusted market capitalization weighted methodology และมีน้ำหนักของหุ้นแต่ละตัวที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีไม่เกินร้อยละ 10 
    ความเสี่ยงในการลงทุนของกองทุนหลัก 
    1. ความเสี่ยงด้านการลงทุน 
    - กองทุนไม่มีการรับประกันว่าจะมีการจ่ายคืนเงินต้น ดังนั้นการลงทุนในกองทุนนี้อาจขาดทุนได้ 
    2. ความเสี่ยงจากการดำเนินงานของกองทุนไม่เป็นไปตามดัชนี 
    - ไม่สามารถรับประกันได้ว่าผลการดำเนินงานของกองทุนจะเป็นไปในทิศทางเดียวกับผลการดำเนินงานของดัชนี H-Share Index 
    - ปัจจัยต่าง ๆ เช่น ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุน ความแตกต่างของช่วงเวลาในการปรับพอร์ตการลงทุน (re-balancing) ราคาซื้อขายหุ้นที่กองทุนลงทุน สภาพตลาดในเวลาที่เกี่ยวข้องกลยุทธ์ index-tracking strategies หรือตราสารการเงินที่ลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนของกองทุนให้ใกล้เคียงกับดัชนี H-Share Index 
    3. ความเสี่ยงจากการลงทุนเชิงรับ 
    - กองทุนบริหารเชิงรับ โดยผู้จัดการกองทุนไม่สามารถใช้ดุลยพินิจในการคัดเลือกหุ้นได้อย่างอิสระหรือในการกำหนดสถานะเชิงป้องกันในช่วงตลาดขาลง ดังนั้น ในช่วงที่ H-Share Index อยู่ในภาวะขาลงย่อมส่งผลให้มูลค่าของกองทุนลดลงตามไปด้วย
    - ส่วนประกอบของดัชนี H-Share Index อาจเปลี่ยนแปลงได้และหุ้นที่อยู่ใน H-Share Index ในปัจจุบันก็อาจถูกถอดออกจากดัชนีได้ในอนาคต หุ้นตัวอื่นๆก็อาจเพิ่มเข้ามาเป็นส่วนประกอบของ ดัชนี H-Share Index ในอนาคตได้ 
    4. ความเสี่ยงในเรื่องการกระจุกตัวของการลงทุน 
    - มีความเสี่ยงสูงในเรื่องการกระจุกตัวของการลงทุน การลงทุนของกองทุนกระจุกตัวอยู่ที่ H-shares และเมื่อดัชนี H-Share Index เน้นลงทุนในหลักทรัพย์ของอุตสาหกรรมหรือกลุ่มบริษัท การลงทุนของกองทุนก็อาจจะมีการกระจุกตัวตามไปด้วย ผลตอบแทนของกองทุนจึงขึ้นอยู่กับผลตอบแทนของอุตสาหกรรมหรือกลุ่มบริษัทดังกล่าวเป็นสำคัญและกองทุนจะมีความผันผวนมากกว่ากองทุนที่มีการกระจายฐานการลงทุนกว้างกว่า (broad-based fund) 
    - นอกจากนี้ การสะท้อนถึงน้ำหนักของหุ้นในดัชนี H-Share Index การลงทุนของกองทุนจึงกระจุกตัวอยู่ที่หุ้นตัวเดียวหรือหลายตัวก็ได้ ผลการดำเนินงานของดัชนี H-Share Index และกองทุนอาจได้รับผลกระทบอย่างมากจากความผันผวนของราคาหุ้นใน H-Share Index ตัวเดียวหรือหลายตัวได้เช่นกัน 
    5. ความเสี่ยงจากการซื้อขาย 
    - ตามปกติแล้ว นักลงทุนรายย่อยซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงเท่านั้น ราคาซื้อขายหน่วยลงทุนจะขึ้นอยู่กับอิทธิพลของตลาด และอาจซื้อขายในราคาที่สูงหรือต่ำกว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน 
    6. ความเสี่ยงเกี่ยวกับประเทศจีน 
    - การลงทุนในจีนแผ่นดินใหญ่ (mainland China) ซึ่งเป็นตลาดเกิดใหม่นั้น จะต้องมีการพิจารณาเป็นพิเศษ รวมถึงความเสี่ยงต่างๆ เช่น มีความผันผวนในด้านราคาค่อนข้างมาก มีการพัฒนาด้านกรอบทางกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ ด้านเศรษฐกิจ สังคมและเสถียรภาพทางการเมือง ที่น้อยกว่า 
    7. ความเสี่ยงด้านภาษีในประเทศจีน 
    - กองทุนลงทุนใน H-shares ซึ่งทำให้มีรายได้ เช่น เงินปันผลจากประเทศจีน ซึ่งกองทุนจะต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายของภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ประเทศจีนกำหนดไว้ และภาษีหัก ณ ที่จ่ายจะทำให้รายได้ของกองทุนลดลงและส่งผลด้านลบต่อผลการดำเนินงานของกองทุน
    - กองทุนอาจจะต้องเสียภาษีอื่น ๆ ที่ประเทศจีนกำหนดไว้ซึ่งอาจจะทำให้รายได้ และ/หรือมูลค่าของการลงทุนของกองทุนลดลงได้ 
    หมายเหตุ: 
    กรณีที่ข้อมูลความเสี่ยงของกองทุน HANG SENG CHINA ENTERPRISES INDEX ETF มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับหนังสือชี้ชวนภาษาอังกฤษ ให้ถือเอาต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลความเสี่ยงอย่างระมัดระวังก่อนตัดสินใจลงทุน

Top 5 Holdings

HANG SENG INVESTMENT MANAGEMENT LTD.
100.26%
KASIKORNBANK PCL. (9513364_CEHFUND)
2.02%
KASIKORNBANK PCL. (FCHKDKBceh)
0.29%
TTB (FWTHBHKD26626D)
0.14%
TTB (FWTHBHKD26626G)
0.12%

สัดส่วนการลงทุน

หน่วยลงทุน
100.26%
เงินฝาก/ตราสารเทียบเท่า
2.31%
สินทรัพย์อื่น ๆ / หนี้สินอื่น ๆ
-0.21%
ตราสารอนุพันธ์
-2.36%

ค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมการขาย
+0.50%
สูงสุดไม่เกิน: +1.07%
ค่าธรรมเนียมการจัดการ
+1.00%
สูงสุดไม่เกิน: +1.07%
ค่าธรรมเนียมผู้ดูแล
-
สูงสุดไม่เกิน: +0.11%
ค่าใช้จ่ายอื่น
-
สูงสุดไม่เกิน: +1.07%

รายละเอียดการซื้อขาย

เวลาตัดรอบการซื้อ: 14:30
เวลาตัดรอบการขาย: 14:30
วันชำระเงิน: 2 วัน
การจ่ายเงินปันผล: ไม่จ่ายเงินปันผล
มูลค่าขั้นต่ำการซื้อครั้งแรก: 1.00 บาท
มูลค่าขั้นต่ำการซื้อครั้งถัดไป: 1.00 บาท

เอกสารเพิ่มเติม

ดาวน์โหลด Fund Factsheet

ข้อมูล ณ วันที่ 19 มิ.ย. 2569

หมายเหตุ

  • การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
  • ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
  • ข้อมูลการวัดผลการดำเนินงานของกองทุนนี้ ได้จัดทำตามมาตรฐานการวัดผลการดำเนินงานของกองทุนของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน
  • ข้อมูล % ต่อปี สำหรับผลการดำเนินงานที่แสดงในช่วงเวลาตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป

Yuanta Securities (Thailand)

เลขที่ 127 อาคารเกษร ทาวเวอร์ ชั้น 14-16 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพฯ 10330

Tel: 0-2009-8000 Fax: 02-009-8889 Email: online@yuanta.co.th