SCB CHINA EQUITY THB HEDGE
| ช่วงเวลา | 1 สัปดาห์ | 1 เดือน | 3 เดือน | 6 เดือน | YTD | 1 ปี | 3 ปี | 5 ปี | SI |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ผลตอบแทน | -2.84% | -6.98% | -9.70% | -10.62% | -11.76% | -8.44% | +3.94% | -6.57% | -1.75% |
| ความผันผวนกองทุน | - | - | - | - | - | +19.85% | +25.67% | +28.40% | - |
| Maximum Drawdown | - | - | - | - | - | -19.04% | -28.35% | -54.63% | - |
กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) ได้แก่ HANG SENG CHINA ENTERPRISES INDEX ETF (กองทุนหลัก) ซึ่งเป็นกองทุนประเภท Exchange Traded Fund (Equity ETF) ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง และลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์ฮ่องกง โดยมีนโยบายเน้นลงทุนในตราสารทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนกองทุนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมดของกองทุนให้ใกล้เคียงหรือเทียบเท่ากับผลตอบแทนจากการลงทุนในดัชนี Hang Seng China Enterprises Index (H-Share Index) ให้มากที่สุด โดยกองทุนมี net exposure ในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
ในส่วนที่เหลือจากการลงทุนบริษัทจัดการอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งทุน ตราสารแห่งหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือเงินฝาก และ/หรือบัตรเงินฝากทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ รวมถึงอาจมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์อื่นหรือทรัพย์สินอื่น และ/หรือหาดอกผลโดยวิธีการอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้
ทั้งนี้ กองทุนหลักอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management (EPM)) ได้ เช่น การทำสัญญาสวอป และ/หรือสัญญาออปชั่น และ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับหลักทรัพย์/ตัวแปรอ้างอิงที่กองทุนลงทุนและกองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นจีน THB เฮ็ดจ์ อาจเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management (EPM)) เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้เพิ่มขึ้น และ/หรือลดค่าใช้จ่ายของกองทุน เช่น ในบางขณะผู้จัดการกองทุนอาจปรับลดสัดส่วนการลงทุนในตราสาร/หลักทรัพย์ (Asset allocation) และเพิ่มการลงทุนในสัญญาชื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับตราสาร/หลักทรัพย์นั้น เพื่อเป็นการลดต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายในการลงทุนของกองทุน ซึ่งรวมถึงการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากการลงทุน เช่น การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน/ด้านราคาตราสาร/อัตราดอกเบี้ย ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ รวมทั้งอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
กองทุนจะลงทุนหรือมีไว้ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินในสกุลเงินต่างประเทศที่กองทุนถืออยู่เทียบกับสกุลเงินบาท ณ ขณะใดขณะหนึ่ง ซึ่งมีการกำหนดอัตราส่วนการป้องกันความเสี่ยงระหว่างร้อยละ 95 ถึงร้อยละ 105 ของมูลค่าความเสี่ยงที่มีอยู่
นอกจากนี้ ในส่วนของการลงทุนในประเทศ กองทุนจะไม่ลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note)และจะไม่ลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) รวมทั้งตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (unlisted securities) อนึ่ง กองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) หรือตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (unlisted securities) เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) หรือจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (listed securities) แล้วแต่กรณี ในขณะที่กองทุนลงทุน แต่ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงเป็น non – investment grade หรือ unlisted securities เท่านั้น
ในกรณีสถานการณ์ปกติ กองทุนจะลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหรือตามอัตราส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
1. 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียน
2. 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม
3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
อย่างไรก็ดี ในกรณีที่สถานการณ์การลงทุนในต่างประเทศ และ/หรือการลงทุนในกองทุนหลักไม่เหมาะสม เช่น ภาวะตลาดและเศรษฐกิจมีความผันผวน เกิดภัยพิบัติหรือเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติต่าง ๆ เป็นต้น และ/หรือในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ที่กระทบต่อการลงทุน เช่น การเปลี่ยนแปลงในเรื่องของกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนต่างประเทศ และ/หรือกรณีที่วงเงินลงทุนในต่างประเทศเต็มเป็นการชั่วคราว และ/หรือในช่วงระหว่างรอการอนุมัติการเพิ่ิมวงเงินลงทุนในต่างประเทศ และ/หรือกรณีเกิดเหตุสุดวิสัยหรือมีเหตุผลที่จำเป็นและสมควร ส่งผลให้กองทุนอาจไม่สามารถนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศได้ทันที หรืออาจจำเป็นต้องชะลอการลงทุนในต่างประเทศเป็นการชั่วคราว ดังนั้น จึงอาจมีบางขณะที่กองทุนไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามสัดส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ในโครงการตามข้างต้นได้ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะรายงานการไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามสัดส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ ในโครงการตามประกาศต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
อนึ่ง หากในกรณีที่การลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศหรือ กองทุน HANG SENG CHINA ENTERPRISES INDEX ETFนั้นไม?เหมาะสมอีกต่อไป โดยอาจสืบเนื่องจากการได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น และ/หรือมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขอื่นๆ ของกองทุนหลักนี้ เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน ลักษณะกองทุน อัตราค่าธรรมเนียม การลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินอื่นใดที่ขัดต่อหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด และ/หรือการเปลี่ยนแปลงอื่นใดที่ส่งผลกระทบหรือความเสียหายต่อกองทุน เป็นต้น กล่าวคือ ในกรณีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงซึ่งอาจมีผลต่อกองทุนหลัก (Master fund) และ/หรือบริษัทจัดการอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงกองทุนรวมต่างประเทศหรือกองทุนหลัก (Master Fund) จากกองทุน HANG SENG CHINA ENTERPRISES INDEX ETFเป็นกองทุนต่างประเทศอื่นได้ ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะไม่ขัดกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน หรือขอสงวนสิทธิที่จะยกเลิกกองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นจีน THB เฮ็ดจ์ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยแล้ว โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงหรือก่อนทำการลงทุนดังกล่าวไม่น้อยกว่า 15 วัน
ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในกองทุนปลายทางไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง หากปรากฏว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางที่กองทุนรวมไปลงทุนมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด โดยกองทุนปลายทางดังกล่าวเป็นกองทุนต่างประเทศที่ไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนรวมดัชนีหรือกองทุนรวมอีทีเอฟ
(1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก
(2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักลดลงในช่วงระยะเวลาห้าวันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก
ในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าวบริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้
(1) แจ้งเหตุที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม ให้สำนักงานและผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ
(2) ดำเนินการตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ
(3) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานทราบภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ
(4) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนรวมตาม (1) ต่อผู้ที่สนใจจะลงทุนเพื่อให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานะของกองทุนรวม
ทั้งนี้ บริษัทจัดการกองทุนจะดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวด้วย
ทั้งนี้ ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (2) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
ในกรณีที่บริษัทจัดการอยู่ระหว่างการดำเนินการเปลี่ยน/โอนย้าย กองทุนจะยกเว้นไม่นำเรื่องการลงทุนซึ่งจะส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน มาบังคับใช้ในช่วงดำเนินการคัดเลือกและเตรียมการลงทุน
ทั้งนี้ ในการโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนต่างประเทศอื่นข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาดำเนินการครั้งเดียวหรือหลายครั้งก็ได้ โดยการทยอยโอนย้ายเงินลงทุนอาจส่งผลให้ช่วงระยะเวลาดังกล่าว กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน ตามที่ระบุไว้ในโครงการข้างต้น อย่างไรก็ตามหากบริษัทจัดการไม่สามารถลงทุนในกองทุนอื่นใดที่มีนโยบายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการขอมติผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน หรือดำเนินการยกเลิกโครงการจัดการกองทุนรวมได้
ข้อมูลทั่วไปของกองทุน HANG SENG CHINA ENTERPRISES INDEX ETF (กองทุนหลัก)
(แหล่งที่มาของข้อมูล : รายละเอียดของกองทุน HANG SENG CHINA ENTERPRISES INDEX ETF ที่จัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายของฮ่องกง (Hong Kong) ข้อมูล ณ เดือนพฤษภาคม 2555)
ลักษณะทั่วไปของกองทุน | |
โครงสร้างกองทุน | เป็นส่วนหนึ่งของ Hang Seng China Enterprises Index (the “H-Share Index”) ซึ่งเป็นหน่วยลงทุนที่ก่อตั้งเป็น umbrella fund ภายใต้กฎหมายของฮ่องกง กองทุนมีลักษณะเป็น “Physical ETF” หมายถึงลงทุนโดยตรงและถือหลักทรัพย์ไว้ ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (SEHK) |
นโยบายการลงทุน | กองทุนหลักเป็นกองทุนประเภท Exchange Traded Fund (Equity ETF) ซึ่งมีนโยบายเน้นลงทุนในตราสารทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนกองทุนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมดของกองทุนให้ใกล้เคียงหรือเทียบเท่ากับผลตอบแทนจากการลงทุนในดัชนี Hang Seng China Enterprises Index (H-Share Index) ให้มากที่สุด |
วันเริ่มจัดตั้งกองทุน | 19 พฤศจิกายน 2546 |
วันจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ | 10 ธันวาคม 2546 |
ตลาดหลักทรัพย์ที่จดทะเบียน | ฮ่องกง (Hong Kong) |
อายุกองทุน | ไม่กำหนดอายุโครงการ |
สกุลเงิน | ดอลลาร์ฮ่องกง (HKD) |
Stock Code | 2828 |
จำนวนหน่วยในการซื้อขาย | 200 หน่วย |
ดัชนีอ้างอิง | Hang Seng China Enterprises Index |
การ Short Sell | อนุญาตให้กระทำได้ (ได้รับการยกเว้น uptick rule) |
นโยบายการจ่ายปันผล | 2 ครั้งต่อปี (ถ้ามี) |
รอบระยะเวลาบัญชี | 31 ธันวาคม ของทุกปี |
สัดส่วนค่าใช้จ่ายทั้งหมดโดยประมาณ | ร้อยละ 0.65 ต่อปี ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ |
ผู้จัดการกองทุน (Manager) | Hang Seng Investment Management Limited |
ผู้ดูแลผลประโยชน์ (Trustee) | HSBC Provident Fund Trustee (Hong Kong) Limited |
นายทะเบียน (Registrar) | HSBC Provident Fund Trustee (Hong Kong) Limited |
เว็บไซต์ (website) | www.hangseng.com/etf |
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนหลัก* | |
ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) | ร้อยละ 0.55 ต่อปี ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ |
ค่าธรรมเนียมผู้ดูแลผลประโยชน์ (Trustee Fee) | ร้อยละ 0.05 ต่อปี ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ |
ค่าธรรมเนียมการชำระหนี้ ( Performance Fee) | ไม่มี
|
| ค่าธรรมเนียมการดำเนินงาน (Administration Fee) | ไม่มี |
| ค่าใช้จ่ายในการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ เมื่อมีการสั่งซื้อ สั่งขายหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน (Brokerage Fee) | ตามอัตราตลาด (Market rates) |
ภาษี (Transaction Levy) | ร้อยละ 0.003 ของราคาต่อหน่วย |
ค่าธรรมเนียมการซื้อขาย (Trading Fee) | ร้อยละ 0.005 ของราคาต่อหน่วย |
ค่าอากรแสตมป์ (Stamp Duty) | ร้อยละ 0.1 ของราคาต่อหน่วย |
ทั้งนี้ กองทุน HANG SENG CHINA ENTERPRISES INDEX ETF อาจพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (not listed) ได้ไม่เกินร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
* อนึ่ง กองทุนหลักอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของกองทุนได้ ทั้งนี้ หากการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงอัตราการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมของกองทุนนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบ ภายใน 60 วันก่อนการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราใหม่
** ในกรณีที่กองทุนหลักมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไขเพิ่มเติมโครงการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลักโดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็ปไซด์ของบริษัทจัดการโดยพลัน
ดัชนี Hang Seng China Enterprises Index (H-Share Index)
- ดัชนี H-Share Index เริ่มใช้เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ. 1994 ประกอบด้วยบริษัท H-share ซึ่งจดทะเบียนซื้อขายบนกระดานหลักของตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง
- การคำนวณดัชนี H-Share Index อยู่บนฐานของปี ค.ศ 2000 ณ วันที่ 3 มกราคม ค.ศ.2000 และคำนวณทุก 15 วินาที ระหว่างชั่วโมงการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง มูลค่าปิดอยู่บนฐานของราคาปิดของหุ้นในดัชนี H-Share Index ซึ่งประกาศโดยตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง
- ดัชนี H-Share Index จัดทำขึ้นและบริหารโดย Hang Seng Indexes Company Limited ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Hang Seng bank Limited
- บรรดาบริษัท H-share ทั้งหมดซึ่งจดทะเบียนซื้อขายบนกระดานหลักของตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ซึ่งผ่านการกลั่นกรองด้านคุณสมบัติแล้ว จะได้รับการบรรจุอยู่ในรายชื่อบริษัทที่มีคุณสมบัติผ่านการคัดเลือก ทั้งนี้ หุ้นทั้งหมดได้รับการจัดอันดับด้วยการ full market capitalization และ free-float adjusted market capitalization หุ้นที่ถูกจัดอันดับโดยวิธีการ market capitalization ซึ่งอยู่ในอันดับสูงสุด 40 อันดับจะได้รับการคัดเลือกให้เป็นส่วนประกอบของดัชนี H-Share Index
- ดัชนี H-Share Index จะมีการทบทวนทุกไตรมาส
- ดัชนี H-Share Index ได้นำวิธีการ free-float adjusted market capitalization weighted methodology และมีน้ำหนักของหุ้นแต่ละตัวที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีไม่เกินร้อยละ 10
ความเสี่ยงในการลงทุนของกองทุนหลัก
1. ความเสี่ยงด้านการลงทุน
- กองทุนไม่มีการรับประกันว่าจะมีการจ่ายคืนเงินต้น ดังนั้นการลงทุนในกองทุนนี้อาจขาดทุนได้
2. ความเสี่ยงจากการดำเนินงานของกองทุนไม่เป็นไปตามดัชนี
- ไม่สามารถรับประกันได้ว่าผลการดำเนินงานของกองทุนจะเป็นไปในทิศทางเดียวกับผลการดำเนินงานของดัชนี H-Share Index
- ปัจจัยต่าง ๆ เช่น ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุน ความแตกต่างของช่วงเวลาในการปรับพอร์ตการลงทุน (re-balancing) ราคาซื้อขายหุ้นที่กองทุนลงทุน สภาพตลาดในเวลาที่เกี่ยวข้องกลยุทธ์ index-tracking strategies หรือตราสารการเงินที่ลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนของกองทุนให้ใกล้เคียงกับดัชนี H-Share Index
3. ความเสี่ยงจากการลงทุนเชิงรับ
- กองทุนบริหารเชิงรับ โดยผู้จัดการกองทุนไม่สามารถใช้ดุลยพินิจในการคัดเลือกหุ้นได้อย่างอิสระหรือในการกำหนดสถานะเชิงป้องกันในช่วงตลาดขาลง ดังนั้น ในช่วงที่ H-Share Index อยู่ในภาวะขาลงย่อมส่งผลให้มูลค่าของกองทุนลดลงตามไปด้วย
- ส่วนประกอบของดัชนี H-Share Index อาจเปลี่ยนแปลงได้และหุ้นที่อยู่ใน H-Share Index ในปัจจุบันก็อาจถูกถอดออกจากดัชนีได้ในอนาคต หุ้นตัวอื่นๆก็อาจเพิ่มเข้ามาเป็นส่วนประกอบของ ดัชนี H-Share Index ในอนาคตได้
4. ความเสี่ยงในเรื่องการกระจุกตัวของการลงทุน
- มีความเสี่ยงสูงในเรื่องการกระจุกตัวของการลงทุน การลงทุนของกองทุนกระจุกตัวอยู่ที่ H-shares และเมื่อดัชนี H-Share Index เน้นลงทุนในหลักทรัพย์ของอุตสาหกรรมหรือกลุ่มบริษัท การลงทุนของกองทุนก็อาจจะมีการกระจุกตัวตามไปด้วย ผลตอบแทนของกองทุนจึงขึ้นอยู่กับผลตอบแทนของอุตสาหกรรมหรือกลุ่มบริษัทดังกล่าวเป็นสำคัญและกองทุนจะมีความผันผวนมากกว่ากองทุนที่มีการกระจายฐานการลงทุนกว้างกว่า (broad-based fund)
- นอกจากนี้ การสะท้อนถึงน้ำหนักของหุ้นในดัชนี H-Share Index การลงทุนของกองทุนจึงกระจุกตัวอยู่ที่หุ้นตัวเดียวหรือหลายตัวก็ได้ ผลการดำเนินงานของดัชนี H-Share Index และกองทุนอาจได้รับผลกระทบอย่างมากจากความผันผวนของราคาหุ้นใน H-Share Index ตัวเดียวหรือหลายตัวได้เช่นกัน
5. ความเสี่ยงจากการซื้อขาย
- ตามปกติแล้ว นักลงทุนรายย่อยซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงเท่านั้น ราคาซื้อขายหน่วยลงทุนจะขึ้นอยู่กับอิทธิพลของตลาด และอาจซื้อขายในราคาที่สูงหรือต่ำกว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
6. ความเสี่ยงเกี่ยวกับประเทศจีน
- การลงทุนในจีนแผ่นดินใหญ่ (mainland China) ซึ่งเป็นตลาดเกิดใหม่นั้น จะต้องมีการพิจารณาเป็นพิเศษ รวมถึงความเสี่ยงต่างๆ เช่น มีความผันผวนในด้านราคาค่อนข้างมาก มีการพัฒนาด้านกรอบทางกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ ด้านเศรษฐกิจ สังคมและเสถียรภาพทางการเมือง ที่น้อยกว่า
7. ความเสี่ยงด้านภาษีในประเทศจีน
- กองทุนลงทุนใน H-shares ซึ่งทำให้มีรายได้ เช่น เงินปันผลจากประเทศจีน ซึ่งกองทุนจะต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายของภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ประเทศจีนกำหนดไว้ และภาษีหัก ณ ที่จ่ายจะทำให้รายได้ของกองทุนลดลงและส่งผลด้านลบต่อผลการดำเนินงานของกองทุน
- กองทุนอาจจะต้องเสียภาษีอื่น ๆ ที่ประเทศจีนกำหนดไว้ซึ่งอาจจะทำให้รายได้ และ/หรือมูลค่าของการลงทุนของกองทุนลดลงได้
หมายเหตุ:
กรณีที่ข้อมูลความเสี่ยงของกองทุน HANG SENG CHINA ENTERPRISES INDEX ETF มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับหนังสือชี้ชวนภาษาอังกฤษ ให้ถือเอาต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลความเสี่ยงอย่างระมัดระวังก่อนตัดสินใจลงทุน
ข้อมูล ณ วันที่ 19 มิ.ย. 2569
Yuanta Securities (Thailand)
เลขที่ 127 อาคารเกษร ทาวเวอร์ ชั้น 14-16 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพฯ 10330
Tel: 0-2009-8000 Fax: 02-009-8889 Email: online@yuanta.co.th