Principal Vietnam Equity Retirement Mutual Fund
| ช่วงเวลา | 1 สัปดาห์ | 1 เดือน | 3 เดือน | 6 เดือน | YTD | 1 ปี | 3 ปี | 5 ปี | SI |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ผลตอบแทน | +0.71% | +0.55% | -4.14% | -9.50% | -9.54% | -22.04% | - | - | -0.71% |
| ความผันผวนกองทุน | - | - | - | - | - | +22.72% | - | - | - |
| Maximum Drawdown | - | - | - | - | - | -26.40% | - | - | - |
1. กองทุนมีนโยบายการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนเปิดพรินซิเพิล เวียดนาม อิควิตี้ (“กองทุนหลัก”) ชนิดผู้ลงทุนพิเศษ (PRINCIPAL VNEQ-X) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (Feeder Fund) โดยกองทุนบริหารและจัดการโดยบริษัทจัดการ กองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในตราสารแห่งทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือมีธุรกิจหลักในประเทศเวียดนามที่เชื่อว่ามีศักยภาพในการเติบโตในอนาคต รวมทั้งตราสารทุนอื่นใดที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องและ/หรือที่ได้รับผลประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือ ทรัพย์สินส่วนใหญ่มาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศดังกล่าว และ/หรือตราสารทุนของผู้ประกอบการเวียดนามที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศอื่น และ/หรือกองทุนรวมอื่นที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารแห่งทุน และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟตราสารทุนต่างประเทศ ที่เน้นลงทุนในตราสารทุนประเทศเวียดนาม
2. ส่วนที่เหลือกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารแห่งทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน หน่วยลงทุนของกองทุน Exchange Traded Fund หน่วย CIS หน่วย Property, REITs หน่วย Infra และ/หรือตราสารหนี้ที่มีลักษณะคล้ายเงินฝาก เงินฝาก ตราสารหนี้ทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ ตราสารทางการเงิน และ/หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น ทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ ที่ออกโดยภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงิน และ/หรือ ภาคเอกชนที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) รวมถึงตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) และตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออก (Issue/Issuer) ต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในหน่วย private equity ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือลงทุนในหลักทรัพย์ หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่ระบุไว้ในโครงการหรือตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจจะลงทุนในหุ้นหรือหลักทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unrated Securities) รวมทั้งสิ้นไม่ เกินร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ (กองทุนปลายทาง) ในสัดส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด หรือกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง หรือประกาศอื่นใดที่เกี่ยวข้อง และ/หรือที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต ทั้งนี้ กองทุนปลายทางสามารถลงทุนต่อในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด และไม่อนุญาตให้กองทุนปลายทางและกองทุนรวมอื่นลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) ได้
กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และเพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศโดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งพิจารณาจากสภาวะของตลาดการเงินในขณะนั้น และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางราคาหลักทรัพย์ ทิศทางอัตราดอกเบี้ย และทิศทางของค่าเงินหรืออัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการป้องกันความเสี่ยง เป็นต้น อย่างไรก็ตามหากผู้จัดการกองทุนพิจารณาว่าการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอาจไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน หรือทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเสียประโยชน์ที่อาจได้รับ ผู้จัดการกองทุนอาจไม่ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนก็ได้
กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) หรือลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) และตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออก (Issue/Issuer) ต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) รวมถึงหุ้นหรือหลักทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities)
ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการตลาดทุนมีการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศที่เกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์การลงทุนซึ่งกระทบกับนโยบายการลงทุนของกองทุนนี้ในภายหลัง บริษัทจัดการจะดำเนินการปรับนโยบายการลงทุนดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามประกาศที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด และให้ถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
(1) ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม
(2) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม
(3) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
เงื่อนไขอื่นๆ
1. กรณีการลงทุนของกองทุนหน่วยลงทุน หรือกองทุนฟีดเดอร์มีลักษณะครบถ้วนตาม 1.1 และ 1.2 ให้บลจ.ดำเนินการตาม 1.3
1.1 ฐานะการลงทุนสุทธิของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์
(1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี <80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ
(2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี >80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF
1.2 NAV ของกองทุนปลายทาง มีการลดลงในลักษณะใดดังนี้
(1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ
(2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV ของกองทุนปลายทาง
1.3 รายละเอียดการดำเนินการ
(3) ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ
(4) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ
ทั้งนี้ ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (3) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
*กองทุนปลายทาง หมายถึง กองทุนที่กองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ไปลงทุน ซึ่งมีลักษณะเป็นไปตามหลักเกณฑ์โดยครบถ้วนดังนี้
(1) เป็นกองทุนรวมตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และให้หมายความรวมถึงกองทุนที่มีลักษณะเป็นการลงทุนร่วมกันของผู้ลงทุน ไม่ว่าจะจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศและไม่ว่ากองทุนดังกล่าวจะจัดตั้งในรูปบริษัท ทรัสต์ หรือรูปแบบอื่นใด เช่น กองทุนอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศ (REIT) หรือโครงการจัดการลงทุน (collective investment scheme) เป็นต้น
(2) เป็นกองทุนที่กองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ มีการลงทุนในกองทุนตาม (1) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของ NAVของกองทุนตาม (1) นั้น
2. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก (classes หรือ sub-classes) หรือขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงกองทุนรวมที่ลงทุนที่แตกต่างไปจากที่ระบุในรายละเอียดโครงการกองทุนนี้โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการซึ่งกองทุนรวมที่พิจารณาเลือกทดแทนกองทุนเดิม จะต้องมีนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องหรือใกล้เคียงกับนโยบายการลงทุนของกองทุนนี้ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ
3. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวม Fund of Funds หรือ กองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในหลักทรัพย์และทรัพย์สินที่กองทุนลงทุนได้ หรือกลับมาเป็นกองทุนรวม Feeder Fund ได้โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk profile) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยขึ้นกับสถานการณ์ตลาด และต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยผ่านเว็บไซต์ของบริษัทจัดการที่ www.principal.th หรือช่องทางอื่นใดที่บริษัทจัดการกำหนดก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงการลงทุนดังกล่าว
4. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะนำเงินลงทุนบางส่วนหรือทั้งหมดมาลงทุนในประเทศไทย ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของกองทุนโดยรวม เช่น ในกรณีที่มีความผิดปกติของตลาด หรือในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงของภาวะตลาดหรือการคาดการณ์ภาวะตลาดทำให้การลงทุนในต่างประเทศขาดความเหมาะสมในทางปฏิบัติ หรือกรณีอื่นใดที่เกิดจากสาเหตุที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น การเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย หรือประกาศที่เกี่ยวข้อง หรือเกิดภาวะสงคราม เป็นต้น จึงอาจมีบางขณะที่กองทุนไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามอัตราส่วนการลงทุนที่กำหนดได้ และบริษัทจัดการจะรายงานการไม่สามารถลงทุนตามสัดส่วนการลงทุนต่อสำนักงาน ก.ล.ต.
สรุปสาระสำคัญของ กองทุนเปิดพรินซิเพิล เวียดนาม อิควิตี้ (กองทุนหลัก)
กองทุนเปิดพรินซิเพิล เวียดนาม อิควิตี้
ชื่อกองทุน : กองทุนเปิดพรินซิเพิล เวียดนาม อิควิตี้
ชนิดหน่วยลงทุน (Class) : ชนิดผู้ลงทุนพิเศษ (Class X)
ประเภทของกองทุน : กองทุนรวมตราสารทุน
อายุโครงการ : ไม่กำหนด
วันจดทะเบียนกองทุน : 16 ตุลาคม 2560
วันเริ่มต้น Class : 8 เมษายน 2565
ประเทศที่จดทะเบียนจัดตั้ง : ไทย
สกุลเงินของกองทุน : THB
วันทำการซื้อขาย : ทุกวันทำการซื้อขายของกองทุนหลัก
การจ่ายปันผล : ไม่มี
บริษัทจัดการลงทุน : บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนพรินซิเพิล จำกัด
ผู้เก็บรักษาทรัพย์สินของกองทุน : ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
วัตถุประสงค์ในการลงทุน : กองทุนมีนโยบายลงทุนในตราสารแห่งทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือมีธุรกิจหลักในประเทศเวียดนามที่เชื่อว่ามีศักยภาพในการเติบโตในอนาคต รวมทั้งตราสารทุนอื่นใดที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องและ/หรือที่ได้รับผลประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือ ทรัพย์สินส่วนใหญ่มาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศดังกล่าว และ/หรือตราสารทุนของผู้ประกอบการเวียดนามที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศอื่น และ/หรือกองทุนรวมอื่นที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารแห่งทุน และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟตราสารทุนต่างประเทศ โดยกองทุนต่างประเทศเหล่านั้นเป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในตราสารทุนประเทศเวียดนาม โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
นโยบายการลงทุน : กองทุนมีนโยบายลงทุนในตราสารแห่งทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือมีธุรกิจหลัก ในประเทศเวียดนามที่เชื่อว่ามีศักยภาพในการเติบโตในอนาคต รวมทั้งตราสารทุนอื่นใดที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องและ/หรือที่ได้รับผลประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือ ทรัพย์สินส่วนใหญ่มาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศดังกล่าว และ/หรือตราสารทุนของผู้ประกอบการเวียดนามที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศอื่น และ/หรือกองทุนรวมอื่นที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารแห่งทุน และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟตราสารทุนต่างประเทศ ที่เน้นลงทุนในตราสารทุนประเทศเวียดนาม โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนสาหรับเงินลงทุน
ส่วนที่เหลือ อาจพิจารณาลงทุนในหน่วย Property, REITs และ/หรือหน่วย Infra และ/หรือตราสารแห่งทุน ตราสารทางการเงิน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน เงินฝาก หน่วย private equity ตามประกาศสานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นใด ทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกากับตลาดทุน ประกาศกาหนดหรือให้ความเห็นชอบให้กองทุนสามารถลงทุนได้ หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่ระบุไว้ในโครงการหรือตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนรวม
ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end fee) : ไม่เกิน 2.14% ต่อปี (เก็บจริง : ยกเว้น)
ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end fee) : ไม่เกิน 1.07% ต่อปี (เก็บจริง : ยกเว้น)
ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fees) : ไม่เกิน 1.61% ต่อปี (เก็บจริง : ยกเว้น)
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Expense) : ไม่เกิน 5.35% ต่อปี (เก็บจริง : 0.099% ต่อปี)*
หมายเหตุ: กองทุนหลักอาจมีการเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆของกองทุนได้
* ข้อมูล 8 เมษายน 2565 – 30 กันยายน 2565
ตัวชี้วัด (benchmark) : ดัชนี MSCI Vietnam Net Total Return USD Index ปรับด้วยอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อเทียบกับค่าสกุลเงินบาท ณ วันที่คำนวณผลตอบแทน
Bloomberg ticker : PIVNEQX
ISIN : TH8224010000
ดูข้อมูลกองทุนหลักเพิ่มเติมได้ที่ https://www.principal.th/th/principal/VNEQ-X
อนึ่ง กองทุนหลักอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนหลักได้ หรือในกรณีที่กองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลต่างๆ หรือมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไข/เพิ่มเติม/เปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลักโดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบตามที่ประกาศสำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ หากข้อมูลที่มีการแก้ไขไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจัดการจะทำการแก้ไขข้อมูลและแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ และเว็บไซด์ของบริษัทจัดการ
ข้อมูล ณ วันที่ 25 ส.ค. 2569
Yuanta Securities (Thailand)
เลขที่ 127 อาคารเกษร ทาวเวอร์ ชั้น 14-16 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพฯ 10330
Tel: 0-2009-8000 Fax: 02-009-8889 Email: online@yuanta.co.th