MFC Equity Top 25 Thailand ESG Fund
| ช่วงเวลา | 1 สัปดาห์ | 1 เดือน | 3 เดือน | 6 เดือน | YTD | 1 ปี | 3 ปี | 5 ปี | SI |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ผลตอบแทน | +0.29% | +1.07% | +12.01% | +13.05% | +30.69% | +35.30% | - | - | +10.40% |
| ความผันผวนกองทุน | - | - | - | - | - | +13.62% | - | - | - |
| Maximum Drawdown | - | - | - | - | - | -8.17% | - | - | - |
กองทุนมีนโยบายการลงทุนในตราสารทุนที่ผู้ออกเป็นภาครัฐไทยหรือกิจการที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนทั้งนี้ ทรัพย์สินที่จะลงทุนจะเป็นทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังต่อไปนี้
1. หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) บนกระดานหลัก และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) หรือกระดาน mai ที่ได้รับการคัดเลือกจาก SET ว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) และ/หรือ
2. หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนใน SET บนกระดานหลักหรือกระดาน mai ที่มีลักษณะดังนี้
2.1 เป็นหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป หรือเทียบเท่า
2.2 มีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนในเรื่องดังนี้ และรายงานความคืบหน้าการปฏิบัติตามเป้าหมายหรือแผน ผ่านช่องทางของ SET ซึ่งจัดไว้สำหรับการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวโดยเฉพาะ ทั้งนี้ สำนักงานอาจประกาศกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมของข้อมูลในแต่ละหัวข้อด้วยก็ได้
2.2.1 การมีเป้าหมายและแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มมูลค่าของกิจการ (cooperate value up plan)
2.2.2 การมีเป้าหมายและแผนการยกระดับการดำเนินงานที่ชัดเจนเพื่อเข้ารับการประเมินจากผู้ประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานสากลตามประกาศการลงทุนของสำนักงาน ก.ล.ต. โดยต้องตั้งเป้าหมายเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามแผนการยกระดับดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปีนับแต่วันที่เปิดเผยเป้าหมายและแผนการยกระดับ
2.3 มีการเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารกับผู้ลงทุน ตามที่ SET กำหนด
ทั้งนี้ กองทุนจะมุ่งเน้นการลงทุนในหุ้นเต็มอัตรา (Fully Invested) ตลอดเวลา โดยจะลงทุนในหุ้นสามัญและ/หรือหุ้นบุริมสิทธิของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเป็นบริษัทที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี SET ESG Index ซึ่งผ่านการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์เพิ่มเติม โดยกองทุนจะลงทุนในหุ้นของ 25 บริษัทแรกที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์ ซึ่งเกณฑ์ดังกล่าวจะพิจารณามูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) การเปิดเผยข้อมูลด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) และการได้รับการจัดอันดับ ESG Ratings หรือ ESG Scores จากสถาบันการจัดอันดับที่เป็นอิสระ อาทิเช่น Refinitiv, S&P Global, MSCI ESG Rating, Sustainalytics, Arabesque S-Ray ESGBooK เป็นต้น และสถาบันจัดอันดับอื่นๆ ที่ได้มาตรฐานตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกำหนด นอกจากนี้ จะมีการควบคุมการกระจุกตัวของหลักทรัพย์ในแต่ละอุตสาหกรรม (Sector) โดยบริษัทจัดการจะทำการทบทวนรายชื่อหลักทรัพย์ปีละ 2 ครั้งในวันทำการแรกของเดือนมีนาคมและกันยายน
ส่วนที่เหลือจะลงทุนในตราสารทุนนอกเหนือจากที่กล่าวข้างต้น ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารหนี้ที่ออกโดยภาครัฐและ/หรือภาคเอกชนที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) เงินฝากธนาคาร ตราสารทางการเงิน ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือสำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกำหนดให้ลงทุนได้
ทั้งนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (derivatives) ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออกต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (unrated securities) และตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (unlisted securities) เว้นแต่เป็นหุ้นที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์สั่งรับเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยซึ่งผู้ออกหุ้นดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินการกระจายการถือหุ้นรายย่อยตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่าด้วยการรับหุ้นสามัญหรือหุ้นบุริมสิทธิเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน รวมถึงตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note)
กองทุนจะลงทุนในบริษัทที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) หรือด้านธรรมาภิบาล (Governance) โดยจะเน้นลงทุนในบริษัทจดทะเบียนตามกรอบนโยบายการลงทุน ที่ให้ความสำคัญและมีการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (United Nations Sustainable Development Goals: UN SDGs) เพื่อให้สอดรับกับนโยบายการลงทุนแบบยั่งยืน (Sustainable Investment)
กองทุนจะเน้นลงทุนในบริษัทจดทะเบียนตามกรอบนโยบายการลงทุนที่ให้ความสำคัญและมีการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน และเป็นกลไกผลักดันการทำธุรกิจของบริษัทให้มีส่วนช่วยลดปัญหาและผลกระทบที่มีต่อสภาวะแวดล้อม และมีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนโดยให้ความสำคัญกับหลักธรรมาภิบาล และคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) รวมทั้งสังคมรอบข้าง นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและส่งผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมได้ในระยะยาว เพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (United Nations Sustainable Development Goals: UN SDGs)
กองทุนจะลงทุนในหุ้นสามัญและ/หรือหุ้นบุริมสิทธิของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเป็นบริษัทที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี SET ESG Index ที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์ โดยเกณฑ์ดังกล่าวได้พิจารณาถึงมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) การเปิดเผยข้อมูลด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) และได้รับ ESG Ratings หรือ ESG Scores ในระดับที่ไม่ต่ำกว่า A หรือที่ได้คะแนนเทียบเท่า จากสถาบันการจัดอันดับที่เป็นอิสระ อาทิเช่น Refinitiv, S&P Global, MSCI ESG Rating, Sustainalytics, Arabesque S-Ray ESGBooK เป็นต้น และสถาบันจัดอันดับอื่น ๆ ที่ได้มาตรฐานตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
กลยุทธ์การลงทุน: ESG Screening
กองทุนมีกลยุทธ์การลงทุนที่จะเน้นลงทุนในหุ้นเต็มอัตรา (Fully Invested) ตลอดเวลา โดยจะลงทุนในหุ้นสามัญและ/หรือหุ้นบุริมสิทธิของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเป็นบริษัทที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี SET ESG Index ซึ่งผ่านการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์เพิ่มเติม โดยกองทุนจะลงทุนในหุ้นของ 25 บริษัทแรกที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์ โดยเกณฑ์ดังกล่าวจะพิจารณามูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) การเปิดเผยข้อมูลด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) และการได้รับ ESG Ratings หรือ ESG Scores จากสถาบันการจัดอันดับที่เป็นอิสระ อาทิเช่น Refinitiv, S&P Global, MSCI ESG Rating, Sustainalytics, Arabesque S-Ray ESGBooK เป็นต้น และสถาบันจัดอันดับอื่นๆ ที่ได้มาตรฐานตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกำหนด รวมถึงการควบคุมการกระจุกตัวของหลักทรัพย์ในแต่ละอุตสาหกรรม (Sector) โดยบริษัทจัดการจะทำการทบทวนรายชื่อหลักทรัพย์ปีละ 2 ครั้งในวันทำการแรกของเดือนมีนาคมและกันยายน
กองทุนจะคัดเลือกหุ้นของบริษัทที่ได้รับการจัดอันดับด้านความยั่งยืนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET ESG Ratings) ในระดับที่ไม่ต่ำกว่า A โดยภายใต้กรอบการลงทุนข้างต้น บริษัทจัดการจะทำการวิเคราะห์และคัดกรองหลักทรัพย์เพิ่มเติม เพื่อลงทุนในหุ้นของ 25 บริษัทแรกที่ผ่านเกณฑ์การวิเคราะห์และการคัดเลือกหลักทรัพย์ของบริษัทจัดการ ซึ่งจะมีการพิจารณาคะแนนหรือการจัดอันดับด้าน ESG และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยด้าน ESG ร่วมด้วย
กองทุนจะคัดเลือกหุ้นสามัญและ/หรือหุ้นบุริมสิทธิของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเป็นบริษัทที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี SET ESG Index โดยกองทุนจะลงทุนในหุ้นของ 25 บริษัทแรกที่ผ่านหลักเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์ ซึ่งมีกระบวนการวิเคราะห์และการคัดเลือกหลักทรัพย์ดังนี้
1. ต้องเป็นหุ้นสามัญและ/หรือหุ้นบุริมสิทธิของบริษัทจดทะเบียนที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี SET ESG Index และได้รับการจัดอันดับ SET ESG Ratings ในระดับที่ไม่ต่ำกว่า A
2. หลังจากนั้นจะคัดกรองหลักทรัพย์อีกชั้นหนึ่งด้วยการพิจารณาการจัดอันดับความยั่งยืน (ESG Ratings หรือ ESG Scores) ในระดับที่ไม่ต่ำกว่า A หรือที่ได้รับคะแนนในระดับที่เทียบเท่ากับระดับดังกล่าว จากสถาบันการจัดอันดับที่เป็นอิสระ อาทิเช่น Refinitiv, S&P Global, MSCI ESG Rating, Sustainalytics, Arabesque S-Ray ESGBooK เป็นต้น และสถาบันจัดอันดับอื่น ๆ ที่ได้มาตรฐานตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
3. เป็นบริษัทที่ไม่อยู่ในกลุ่มบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ระหว่างแก้ไขการดำเนินงาน
4. หุ้นสามัญและ/หรือหุ้นบุริมสิทธิที่ผ่านหลักเกณฑ์การคัดเลือกทั้ง 3 ข้อข้างต้นจะถูกจัดลำดับอีกครั้งโดยเรียงลำดับจากหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าตามราคาตลาด (Market Capitalization) สูงสุดก่อน ซึ่งมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดจะคำนวณจากค่าเฉลี่ยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรายวัน โดยใช้ราคาปิด ณ สิ้นวันที่ปรากฏบนกระดานหลักย้อนหลัง 1 เดือน โดยนับจากวันทำการแรกถึงวันทำการสุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ และวันทำการแรกถึงวันทำการสุดท้ายของเดือนสิงหาคม ทั้งนี้ หากหลักทรัพย์ใดมีมูลค่าตามราคาตลาดรายวันย้อนหลังตํ่ากว่า 1 เดือน ให้ใช้ค่าเฉลี่ยของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดนับจากวันแรกที่เข้าทำการซื้อขายจนถึงวันทำการสุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ และเดือนสิงหาคมในการคำนวณ จากนั้นจะทำการพิจารณาหลักทรัพย์ตามกลุ่มอุตสาหกรรม (Sector) โดยจะไม่คัดเลือกหลักทรัพย์ที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกันเกิน 5 หลักทรัพย์ ซึ่งหลักทรัพย์ตั้งแต่ลำดับที่ 6 ของบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม (Sector) เดียวกันจะถูกคัดออกจากรายชื่อหลักทรัพย์ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการกระจายการลงทุนและป้องกันการกระจุกตัวของกลุ่มอุตสาหกรรม (Sector)
5. กองทุนจะเข้าลงทุนในหลักทรัพย์ที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกข้างต้น 25 ตัวแรกเรียงลำดับตามมูลค่าตามราคาตลาดหลักทรัพย์ ส่วนที่เหลือจะนำมาใช้เป็นหลักทรัพย์ในรายการชื่อสำรอง ซึ่งเตรียมไว้ในกรณีที่อาจมีบริษัทจดทะเบียนใดๆ ใน 25 ลำดับแรก ขอเพิกถอนตัวเองหรือถูกเพิกถอนจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนก่อนวันปรับรายชื่อหลักทรัพย์
6. บริษัทจัดการสงวนสิทธิที่จะปรับปรุงหลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์ ตามข้อ 2. – 5. และความถี่ในการปรับรายชื่อหลักทรัพย์ เมื่อมีเหตุที่อาจส่งผลกระทบต่อนโยบายด้านความยั่งยืนของกองทุน โดยจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ เช่น ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์อันทำให้หลักเกณฑ์ดังกล่าวไม่เป็นหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมกับการลงทุนอีกต่อไป หรือเมื่อบริษัทจัดการพิจารณาแล้วเห็นว่า หลักเกณฑ์ดังกล่าวขาดคุณสมบัติของการลงทุนที่ดี มีการกระจายความเสี่ยงไม่เพียงพอ หรือเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถคัดเลือกหลักทรัพย์ที่เข้าเกณฑ์ได้ครบ 25 บริษัท หรือมีหลักทรัพย์ในกลุ่มธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งมีมูลค่าตลาดสูงจนเกินสมควร (เช่น เกิน 50%) เป็นต้น อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะแจ้งรายละเอียดของการปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วันทำการ
7. ภายใน 10 วันทำการถัดจากวันทำการปรับรายการหลักทรัพย์เพื่อให้เป็นไปตามรายชื่อหลักทรัพย์ใหม่ที่ได้รับการคัดเลือกนั้น กองทุนอาจมีการถือครองหลักทรัพย์ในช่วงดังกล่าวได้มากกว่าหรือน้อยกว่า 25 ตัวได้

ในการลงทุน บริษัทจัดการมีวัตถุประสงค์ที่จะลงทุนโดยจะพยายามให้สัดส่วนการลงทุนในหุ้นสามัญ และ/หรือหุ้นบุริมสิทธิของแต่ละบริษัทใกล้เคียงกับสัดส่วนมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของบริษัทนั้นๆ เมื่อเทียบกับผลรวมของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของทั้ง 25 บริษัท ณ วันที่ลงทุน อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะลงทุนในบริษัททุกบริษัทที่อยู่ในกลุ่มกิจการเดียวกันไม่เกินร้อยละ 25 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะคำนวณสัดส่วนการลงทุนโดยใช้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของหุ้นสามัญและ/หรือหุ้นบุริมสิทธิ ณ วันทำการก่อนหน้าวันที่ลงทุนเป็นเกณฑ์ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุน และบริษัทจัดการอาจทำการปรับสัดส่วนการลงทุนเฉพาะในกรณีที่จำเป็น เช่น เพื่อการส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์เป็น Round Lot หรืออาจใช้วิธี Optimization ในกรณีที่หลักทรัพย์บางตัวมีสภาพคล่องต่ำในช่วงก่อนและหลังวันทำการปรับรายการหลักทรัพย์ เป็นต้น
บริษัทจัดการจะทำการปรับรายชื่อหลักทรัพย์ที่ลงทุนทุก 6 เดือน โดยใช้หลักเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์ตามที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น โดยจะเริ่มลงทุนในรายชื่อหลักทรัพย์ใหม่ในวันทำการแรกของเดือนมีนาคมและกันยายน
ดัชนีชี้วัด (Benchmark) ของกองทุน คือ ดัชนีผลตอบแทนรวม SET ESG (SETESG TRI) ในสัดส่วน 100% ซึ่งดัชนีดังกล่าวมีแนวทางการคัดเลือกหุ้นเพื่อเป็นองค์ประกอบของดัชนี ดังนี้
ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษาวิธีการจัดทำดัชนี (Index Methodologies) ได้ที่ https://www.set.or.th/th/market/index/setesg/profile
แหล่งข้อมูล: www.set.or.th
เนื่องจากกองทุนมีกรอบการลงทุนในบริษัทที่ได้รับการคัดเลือกจากสถาบันการจัดอันดับ ESG Ratings ที่เป็นอิสระและได้รับการยอมรับจากสำนักงาน อาทิเช่น ตลาดหลักทรัพย์ (SET) หรือองค์กรหรือสถาบันอื่นที่สำนักงานให้การยอมรับ เป็นต้น ทำให้กองทุนอาจไม่สามารถลงทุนในบริษัทอื่นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี หรือมีศักยภาพในการทำกำไรที่ดี แต่ไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามที่กรอบการลงทุนกำหนด
ข้อมูล ณ วันที่ 25 ส.ค. 2569
Yuanta Securities (Thailand)
เลขที่ 127 อาคารเกษร ทาวเวอร์ ชั้น 14-16 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพฯ 10330
Tel: 0-2009-8000 Fax: 02-009-8889 Email: online@yuanta.co.th