กองทุนเปิดเอ็มเอฟซีเฟล็กซิเบิลไทยเพื่อความยั่งยืน

MFC Flexible Thailand ESG Fund

รหัสกองทุน: MFLEX-ThaiESG
บริษัทจัดการ: บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนเอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน)
ระดับความเสี่ยง: 5
ประเภทกองทุน: Aggressive Allocation
มูลค่าหน่วยลงทุน (NAV)
11.9263 บาท
ณ วันที่ 17 ส.ค. 2569
Fund Size: 129,418,046.18 บาท
YTD Return: +19.98%

ผลการดำเนินงาน

ช่วงเวลา 1 สัปดาห์ 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน YTD 1 ปี 3 ปี 5 ปี SI
ผลตอบแทน +0.24% +1.14% +11.32% +10.37% +19.98% +21.43% - - +6.84%
ความผันผวนกองทุน - - - - - +11.12% - - -
Maximum Drawdown - - - - - -7.82% - - -

นโยบายการลงทุน

  • กองทุนมีนโยบายกระจายการลงทุนในตราสารทุน และ/หรือตราสารหนี้ และ/หรือเงินฝาก ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด โดยกองทุนจะเน้นลงทุนในทรัพย์สินที่ผู้ออกเป็นภาครัฐไทยหรือกิจการที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่มีส่วนในการส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability) ให้กับประเทศไทย โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งในสภาวะปกติ กองทุนจะลงทุนในทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงสูงในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ หุ้น หรือ โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (investment token) เป็นต้น
    ทั้งนี้ ทรัพย์สินที่จะลงทุนจะต้องเป็นทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังต่อไปนี้ โดยสัดส่วนการลงทุนตามนโยบายดังกล่าวขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนและตามความเหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ
    1. หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) บนกระดานหลัก และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) หรือกระดาน mai ที่ได้รับการคัดเลือกจาก SET ว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) และ/หรือ
    2. หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) บนกระดานหลัก และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) หรือกระดาน mai ที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย รวมทั้งจัดให้มีการทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยผู้ทวนสอบที่สำนักงาน ก.ล.ต. ยอมรับ และ/หรือ
    3. หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) บนกระดานหลัก และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) หรือกระดาน mai ที่มีลักษณะดังนี้ 
    3.1 เป็นหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป หรือเทียบเท่า
    3.2 มีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนในเรื่องดังนี้ และรายงานความคืบหน้าการปฏิบัติตามเป้าหมายหรือแผน ผ่านช่องทางของ SET ซึ่งจัดไว้สำหรับการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวโดยเฉพาะ 
    3.2.1 การมีเป้าหมายและแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มมูลค่าของกิจการ (cooperate value up plan) 
    3.2.2 การมีเป้าหมายและแผนการยกระดับการดำเนินงานในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ดังนี้ โดยต้องตั้งเป้าหมายเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามแผนการยกระดับดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปีนับแต่วันที่เปิดเผยเป้าหมายและแผนการยกระดับ
    (1) แผนดำเนินการที่ชัดเจนเพื่อเข้ารับการประเมินจากผู้ประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานสากลตามประกาศการลงทุนของสำนักงาน ก.ล.ต.
    (2) เป้าหมายและแผนดำเนินการเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยตามข้อ 2.
    3.3 มีการเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารกับผู้ลงทุน ตามที่ SET กำหนด
    4. ตราสารอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ดังนี้
    4.1 ตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond) ที่ออกตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่ต่อบุคคลในวงจำกัด และการเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพต่อบุคคลที่มีลักษณะเฉพาะ หรือประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยข้อกำหนดที่เกี่ยวกับการออกและเสนอขายศุกูก และการเปิดเผยข้อมูล แล้วแต่กรณี ซึ่งมีการเปิดเผยข้อมูลใน แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหรือเอกสารที่นำเสนอต่อผู้ลงทุนในการเสนอขาย ตราสารดังกล่าวในเรื่องดังนี้
    4.1.1 กรณีเป็นตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือตราสารเพื่อความยั่งยืน ต้องมีการเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (use of proceeds) ว่าเป็นไปเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของประเทศไทย แล้วแต่กรณี
    4.1.2 กรณีเป็นตราสารส่งเสริมความยั่งยืนต้องมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของผู้ออกตราสารดังกล่าวในประเทศไทย
    4.2 พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond) และ/หรือ
    5. โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (investment token) ที่ออกตามพระราชกำหนดว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ที่เป็นโทเคนดิจิทัลสำหรับโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green-project token) โทเคนดิจิทัลสำหรับโครงการที่เกี่ยวข้องด้านความยั่งยืน (sustainability-project token) หรือโทเคนดิจิทัลเพื่อส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked token) โดยมีการเปิดเผยข้อมูลในแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายโทเคนดิจิทัลในเรื่องดังนี้
    5.1 กรณีเป็นโทเคนดิจิทัลสำหรับโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือโทเคนดิจิทัลสำหรับโครงการที่เกี่ยวข้องด้านความยั่งยืนต้องมีการเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (use of proceeds) ว่าเป็นไปเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของประเทศไทย แล้วแต่กรณี
    5.2 กรณีเป็นโทเคนดิจิทัลเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนต้องมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของผู้ออกโทเคนดิจิทัลดังกล่าวในประเทศไทย 
    ส่วนที่เหลือกองทุนอาจจะลงทุนในตราสารทุนนอกเหนือจากที่กล่าวข้างต้น ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารหนี้ที่ออกโดยภาครัฐและ/หรือภาคเอกชนที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) เงินฝาก ตราสารทางการเงิน ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกำหนดให้ลงทุนได้
    ทั้งนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (derivatives) ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออกต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (unrated securities) และตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (unlisted securities) เว้นแต่เป็นหุ้นที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์สั่งรับเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยซึ่งผู้ออกหุ้นดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินการกระจายการถือหุ้นรายย่อยตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่าด้วยการรับหุ้นสามัญหรือหุ้นบุริมสิทธิเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน รวมถึงตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note)
    อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออกต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) เฉพาะกรณีตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น

    • วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน

    กองทุนจะลงทุนในทรัพย์สินที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืนหรือสิ่งแวดล้อมหรือด้านธรรมาภิบาลของผู้ออกทรัพย์สินที่เป็นภาครัฐหรือกิจการที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ที่ให้ความสำคัญและมีการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (United Nations Sustainable Development Goals : UN SDGs) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน เพื่อให้สอดรับกับนโยบายการลงทุนแบบยั่งยืน (Sustainable Investment) 

    • เป้าหมายที่กองทุนรวมต้องการบรรลุ

    กองทุนจะเน้นลงทุนทรัพย์สินที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืนหรือสิ่งแวดล้อมหรือด้านธรรมาภิบาลของผู้ออกทรัพย์สินที่เป็นภาครัฐหรือกิจการที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ที่มีการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมทั้งให้ความสำคัญกับหลักธรรมาภิบาลโดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) และสังคมรอบข้าง เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน โดยกองทุนจะเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันการดำเนินธุรกิจของกิจการในประเทศไทยให้มีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ในระยะยาว ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความยั่งยืนให้แก่ตลาดทุน และเป็นแรงผลักดันให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (United Nations Sustainable Development Goals: UN SDGs) 

    • กรอบการลงทุน (Investment universe)

    การลงทุนในหุ้น กองทุนจะลงทุนในบริษัทที่มีการเปิดเผยข้อมูลการบริหารจัดการในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) 
    การลงทุนในตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond) กองทุนจะลงทุนในตราสารข้างต้นที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) 
    การลงทุนในตราสารภาครัฐ กองทุนจะลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังคํ้าประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังคํ้าประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond)
    การลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (investment token) จะลงทุนในทรัพย์สินดังกล่าวที่ออกตามพระราชกำหนดว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ที่เป็นโทเคนดิจิทัลสำหรับโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green-project token) โทเคนดิจิทัลสำหรับโครงการที่เกี่ยวข้องด้านความยั่งยืน (sustainability-project token) หรือโทเคนดิจิทัลเพื่อส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked token) โดยมีการเปิดเผยข้อมูลในแสดงรายการข้อมูลการเสนอขาย ตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกำหนด

    • กลยุทธ์การลงทุน

    ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนที่กำหนด กองทุนจะใช้วิธีการคัดเลือกทรัพย์สินที่ลงทุนด้วยการทำ ESG Screening (Positive/Best-in-class Screening) และ ESG Integration เพื่อเฟ้นหาทรัพย์สินของผู้ออกที่เป็นภาครัฐหรือกิจการที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่มีความโดดเด่นด้าน ESG  และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศ  

    • หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์
      • การลงทุนในหุ้น : กองทุนจะคัดเลือกหุ้นที่ได้รับการจัดอันดับด้านความยั่งยืนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (“SET ESG Ratings”) ในระดับที่ไม่ต่ำกว่า BBB ที่เป็นไปตามกรอบนโยบายการลงทุนที่กำหนด และจะทำการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์เพิ่มเติมตามเกณฑ์ภายในของบริษัทจัดการ
      • การลงทุนในตราสารหนี้ :  กองทุนจะคัดเลือกตราสารที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) 
      • การลงทุนในตราสารภาครัฐ : กองทุนจะคัดเลือกพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังคํ้าประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังคํ้าประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond) 
      • การลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (investment token) ที่ออกตามพระราชกำหนดว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล : กองทุนจะคัดเลือกโทเคนดิจิทัลสำหรับโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green-project token) โทเคนดิจิทัลสำหรับโครงการที่เกี่ยวข้องด้านความยั่งยืน (sustainability-project token) หรือโทเคนดิจิทัลเพื่อส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked token) โดยมีการเปิดเผยข้อมูลในแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายโทเคนดิจิทัลตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
    • กระบวนการวิเคราะห์และการคัดเลือกหลักทรัพย์

    กรณีหุ้น

    ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนที่กำหนด บริษัทจัดการมีกระบวนการวิเคราะห์หลักทรัพย์ ดังนี้

    บริษัทจัดการจะนำหุ้นที่ได้รับการจัดอันดับ SET ESG Ratings ในระดับที่ไม่ต่ำกว่า BBB มาทำการวิเคราะห์เพิ่มเติม ด้วยกระบวนการวิเคราะห์หลักทรัพย์ของบริษัทจัดการ (MFC ESG Scoring) อีกชั้นหนึ่ง ซึ่งจะมีการคำนึงถึงปัจจัยด้านความยั่งยืนในมิติต่าง ๆ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 

    1. รวบรวมหุ้นที่ได้รับการจัดอันดับด้านความยั่งยืน (ESG Ratings และ ESG Scores) จากสถาบันการจัดอันดับที่เป็นอิสระ อาทิเช่น Refinitiv, S&P Global, MSCI ESG Rating, Sustainalytics, Arabesque S-Ray ESGBooK เป็นต้น และสถาบันจัดอันดับอื่นๆ ที่ได้มาตรฐานที่สำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกำหนด และ/หรือหุ้นที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีที่เกี่ยวกับความยั่งยืน นำมาพิจารณาทั้งด้านคะแนนการจัดอันดับด้านความยั่งยืนและความเสี่ยงด้าน ESG ที่เกี่ยวข้องกับหุ้นดังกล่าว

    2. ดำเนินการปรับปรุงข้อมูลจากหลากหลายสถาบันด้วยวิธี Standardized Score เพื่อเป็นข้อมูลที่สามารถเปรียบเทียบกันได้ และจัดทำเป็น MFC ESG Scoring 

    กระบวนการคัดกรองข้างต้นเป็นการแสวงหาโอกาสการลงทุนในผู้ออกทรัพย์สินที่มีการดำเนินธุรกิจที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และหลักธรรมาภิบาลที่สอดคล้องกับข้อใดข้อหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) รวมทั้งเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ปรับลดด้วยค่าความเสี่ยง (Risk-adjusted Return) เหนือกว่าเกณฑ์มาตรฐานในระยะยาว ลดความเสี่ยงด้าน ESG จากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ซึ่งการวิเคราะห์หลักทรัพย์จะไม่มุ่งเน้นแต่เพียงกำไรของรายบริษัทหรือรายอุตสาหกรรม แต่ยังให้ความสำคัญต่อการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว อีกทั้งต้องส่งเสริมความยั่งยืนต่อโลกและสังคมควบคู่กันไปกับการดำเนินธุรกิจด้วย

    กรณีตราสารหนี้ภาครัฐและเอกชน

    ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนที่กำหนด บริษัทจัดการมีกระบวนการวิเคราะห์ตราสารหนี้เพื่อการลงทุน ดังนี้

    • กรณีตราสารหนี้เอกชน :  กองทุนจะวิเคราะห์และคัดเลือกตราสารที่เสนอขายทั้งในตลาดแรกและตลาดรอง ที่ออกตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. โดยต้องเป็นตราสารที่เป็น Green Bond,  Sustainability Bond และ Sustainability-linked Bond เท่านั้น และมีจุดประสงค์เพื่อนำเงินไปใช้สำหรับโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของประเทศไทย ทั้งนี้ ตราสารต้องได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ Investment Grade) 
    • กรณีตราสารภาครัฐ : กองทุนจะวิเคราะห์และคัดเลือกพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังคํ้าประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังคํ้าประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond) เท่านั้น

    กรณีโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน

    กองทุนจะวิเคราะห์และคัดเลือกโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (investment token) ที่ออกตามพระราชกำหนดว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ที่มีจุดประสงค์เพื่อนำเงินไปใช้สำหรับโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของประเทศไทย เท่านั้น โดยต้องเป็นโทเคนดิจิทัลสำหรับโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green-project token) โทเคนดิจิทัลสำหรับโครงการที่เกี่ยวข้องด้านความยั่งยืน (sustainability-project token) หรือโทเคนดิจิทัลเพื่อส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked token) โดยมีการเปิดเผยข้อมูลในแสดงรายการข้อมูลการเสนอขาย โทเคนดิจิทัลตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกำหนด 

    • การอ้างอิงดัชนีชี้วัดที่สอดคล้องกับความยั่งยืน (Investment benchmark) 

    ดัชนีชี้วัด (Benchmark) ของกองทุน คือ
    1. ดัชนีผลตอบแทนรวม SET ESG (SETESG TRI) ในสัดส่วน 70%
    2. ดัชนี ThaiBMA ESG Bond Index สัดส่วน 30%
    ดัชนี SETESG TRI มีแนวทางการคัดเลือกหุ้นเพื่อเป็นองค์ประกอบของดัชนี ดังนี้

    • เป็นบริษัทที่มีผลประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Rating ปีล่าสุดซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
    • เป็นหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท
    • มีสัดส่วนผู้ถือหลักทรัพย์รายย่อย (Free-float) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของทุนชำระแล้ว
    • จำนวนหุ้นซื้อขายไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.5 ของจำนวนหุ้นจดทะเบียนของบริษัท เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 9 ใน 12 เดือน
    • ไม่จำกัดจำนวนหลักทรัพย์ในดัชนี

    ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษาวิธีการจัดทำดัชนี (Index Methodologies) ได้ที่ https://www.set.or.th/th/market/index/setesg/profile 
    แหล่งข้อมูล: www.set.or.th

    ดัชนี ThaiBMA ESG Bond Index มีแนวทางการคัดเลือกหุ้นกู้เพื่อเป็นองค์ประกอบของดัชนี ดังนี้

    • ตราสารหนี้ที่ขึ้นทะเบียนกับสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย
    • มีการจัดประเภทเป็น ESG Bond ตามประกาศของ ก.ล.ต. เช่น Green Bond, Social Bond หรือ Sustainability Bond
    • พันธบัตรรัฐบาลประเภทพันธบัตรเงินกู้(Loan Bond: LB)
    • พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ (State-Owned Enterprise Bonds: SOE-G, SOE-NG)
    • หุ้นกู้ภาคเอกชนที่มีอันดับความน่าเชื่อถือ BBB- ขึ้นไป โดยได้รับอันดับเครดิตล่าสุดจาก TRIS หรือ FITCH (Thailand) ไม่ว่าจะเป็นของ issue, issuer, หรือ guarantor 
    • ไม่รวม ESG-linked และ Sustainability-linked Bond 
    • ไม่มีสิทธิ์แฝง (Option Embedded) เช่น ต้องปราศจากสิทธิไถ่ถอนก่อนกำหนด (Call Option)
    • กำหนดจ่ายอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ตลอดอายุของตราสาร

    https://www.thaibma.or.th/pdf/Article/esgBondIndex.pdf
    แหล่งข้อมูล: www.thaibma.or.th

    • ข้อจำกัดด้านการลงทุน (Investment restrictions) (ถ้ามี) 

    เนื่องจากกองทุนมีกรอบการลงทุนในบริษัทที่ได้รับการคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) รวมทั้งสถาบันการจัดอันดับด้านความยั่งยืน (ESG Ratings หรือ ESG Scores) ที่เป็นอิสระ ทำให้กองทุนอาจไม่สามารถลงทุนในบริษัทอื่นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี หรือมีศักยภาพในการทำกำไรที่ดี แต่ไม่อยู่ในกรอบนโยบายการลงทุนหรือไม่ผ่านกระบวนการวิเคราะห์และการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่บริษัทจัดการกำหนด

    • ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนของกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน
      • ความเสี่ยงจากการลงทุนแบบกระจุกตัวในหลักทรัพย์บางกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน เนื่องด้วยข้อจำกัดด้านกรอบการลงทุน ทำให้กองทุนมีความเสี่ยงมากกว่ากองทุนที่มีการกระจายการลงทุนในหลายอุตสาหกรรม 
      • ความเสี่ยงจากการพึ่งพาข้อมูลด้าน ESG จากแหล่งข้อมูลภายนอก เพื่อใช้ในการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ซึ่งอาจมีข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมจากรายงานประจำปี และรายงานความยั่งยืนของบริษัท เพื่อให้ข้อมูลที่นำมาใช้ในการวิเคราะห์มีความถูกต้องมากขึ้น
      • ความเสี่ยงจากการลงทุนในหลักทรัพย์ที่อาจไม่เป็นไปตามกรอบการลงทุนด้านความยั่งยืนที่กองทุนกำหนด ตัวอย่างเช่น การลงทุนในตราสารทางการเงินประเภทต่างๆ ที่ผู้ออกหลักทรัพย์ไม่มีอำนาจควบคุม หรือกรณีคู่ค้าของผู้ออกหลักทรัพย์ (ผู้ขายสินค้า ผู้รับจ้าง และ/หรือผู้ให้บริการ) มีการปฏิบัติไม่เป็นไปตามกรอบการลงทุนด้านความยั่งยืน
      • ความเสี่ยงจากการไม่สามารถซื้อหรือขายหลักทรัพย์บางตัวได้ในราคาหรือช่วงเวลาที่เหมาะสม ด้วยเงื่อนไขด้านความยั่งยืนที่กองทุนกำหนด
      • ความเสี่ยงด้าน ESG
        • ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจ ผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำ (Water Scarcity) ที่มีต่อกระบวนการผลิตหรือบริการ การเก็บภาษีภาคอุตสาหกรรมหรือธุรกิจที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Tax) ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น มลพิษทางอากาศจากการก่อสร้างหรือจากโรงงานต่างๆ ที่อาจส่งผลต่อชุมชนโดยรอบ เป็นต้น
        • ความเสี่ยงด้านสังคม เช่น การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ความปลอดภัยของชุมชนและสังคม การละเมิดสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทาน การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนในสังคม ความเสี่ยงในการบริหารทรัพยากรบุคคล เป็นต้น
        • ความเสี่ยงด้านบรรษัทภิบาล เช่น กรณีที่องค์กรไม่เปิดเผยข้อมูลที่มีนัยสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลต่อผู้มีส่วนได้เสีย ความเสี่ยงจากการเข้าไปลงทุนในประเทศที่มีปัญหาด้านคอร์รัปชั่น ความบกพร่องในมาตรการกำกับดูแลภายในองค์กร การใช้ข้อมูลภายในที่ไม่เหมาะสม เป็นต้น
    • แนวทางดำเนินการและมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุน
      • การมีส่วนร่วมของบริษัทจัดการ : บริษัทจัดการมีแนวทางในการเข้าพบปะกับผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นการเปิดโอกาสให้ทีมผู้จัดการกองทุนได้ร่วมแสดงและแลกเปลี่ยนมุมมอง วิสัยทัศน์ กับผู้บริหารและฝ่ายจัดการของบริษัทจดทะเบียน ถึงแนวทางการดำเนินงานและกลยุทธ์ของบริษัทในระยะยาว ทั้งนี้ ในกรณีที่มีประเด็นที่น่ากังวลและอาจส่งผลกระทบในเชิงลบต่อพอร์ตการลงทุนและ/หรือวัตถุประสงค์ของกองทุน บริษัทจัดการจะมีการยกระดับการติดตามและตรวจสอบโดยอาจพิจารณาหารือเรื่องดังกล่าวกับคณะกรรมการของบริษัทนั้นๆ รวมถึงจัดการประชุมหรือส่งจดหมายเพื่อสอบถามถึงความชัดเจนในประเด็นต่างๆ ที่ไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืน และติดตามประเด็นดังกล่าวอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีพัฒนาการในทางที่ดีขึ้น เพื่อให้หลักทรัพย์ของบริษัทดังกล่าวมีคุณสมบัติที่กองทุนสามารถลงทุนได้ตามหลักความยั่งยืนตามเดิม โดยทีมผู้จัดการกองทุนจะทำการประเมินผลกระทบจากสถานการณ์ต่างๆ ต่อประมาณการผลการดำเนินงานของบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์และปรับกลยุทธ์การลงทุนให้เหมาะสม ทั้งนี้ หากบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุนไม่สามารถดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืนได้ในเวลาที่เหมาะสมและไม่มีเหตุผลอันสมควรในประเด็นที่อาจขัดกับนโยบายการลงทุนของกองทุน ทีมผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาลดสัดส่วนหรือไถ่ถอนการลงทุนในบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ดังกล่าว ตามความเหมาะสมต่อไป 
      • การใช้สิทธิออกเสียงในนามกองทุน : บริษัทจัดการมีนโยบายภายในเกี่ยวกับการใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้นในฐานะบริษัทจัดการ ซึ่งแนวทางการออกเสียงในแต่ละวาระการประชุมได้ระบุไว้อย่างชัดเจน โดยแนวทางการออกเสียงนี้ใช้กับกองทุนตราสารทุนของบริษัทจัดการทุกกองทุน รวมถึงกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thailand ESG Fund) ด้วยเช่นกัน
      • ความร่วมมือกับผู้ลงทุนอื่นและผู้มีส่วนได้เสียตามความเหมาะสม (Collective Engagement) : โดยส่วนใหญ่บริษัทจัดการเลือกที่จะสื่อสารกับบริษัทที่ลงทุนเป็นการส่วนตัว (Private Discussion) เนื่องจากบริษัทจัดการมีความเชื่อมั่นในการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้บริหารของบริษัทที่ลงทุน และเพื่อเป็นการป้องกันการเข้าใจผิดและผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้นจากการสื่อสารต่อสาธารณะในวงกว้าง สำหรับการดำเนินการกับบริษัทที่มีข้อกังวลและไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้หลังจากเพิ่มระดับในการติดตาม บริษัทจัดการอาจมีการร่วมมือกับผู้ลงทุนอื่น (ทั้งในประเทศและต่างประเทศ) หรือผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท (Collective Engagement) ตามที่เห็นสมควร เพื่อให้กิจการที่ลงทุนเห็นความสำคัญของประเด็นข้อกังวลของบริษัทจัดการและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นต่อไป
      • มาตรการควบคุมผลกระทบ : บริษัทจัดการจะทำการประเมินและทบทวนกระบวนการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เป็นการลงทุนของกองทุนรวมเป็นไปตามวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุนรวมที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน

Top 5 Holdings

MINISTRY OF FINANCE
15.83%
GULF DEVELOPMENT PUBLIC COMPANY LIMITED
5.31%
KASIKORNBANK PLC.
4.97%
ADVANCED INFO SERVICE PUBLIC COMPANY LIMITED
4.61%
SCB X PUBLIC COMPANY LIMITED
4.42%

สัดส่วนการลงทุน

หุ้น
74.13%
พันธบัตรรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ
20.95%
เงินฝาก/ตราสารเทียบเท่า
5.09%
สินทรัพย์อื่น ๆ / หนี้สินอื่น ๆ
-0.16%

ค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมการขาย
0.00%
สูงสุดไม่เกิน: +2.00%
ค่าธรรมเนียมการจัดการ
+1.60%
สูงสุดไม่เกิน: +2.14%
ค่าธรรมเนียมผู้ดูแล
-
สูงสุดไม่เกิน: +0.07%
ค่าใช้จ่ายอื่น
-
สูงสุดไม่เกิน: +2.14%

รายละเอียดการซื้อขาย

เวลาตัดรอบการซื้อ: 15:30
เวลาตัดรอบการขาย: 15:30
วันชำระเงิน: 3 วัน
การจ่ายเงินปันผล: จ่ายเงินปันผล
มูลค่าขั้นต่ำการซื้อครั้งแรก: 500.00 บาท
มูลค่าขั้นต่ำการซื้อครั้งถัดไป: 500.00 บาท

เอกสารเพิ่มเติม

ดาวน์โหลด Fund Factsheet

ข้อมูล ณ วันที่ 18 ส.ค. 2569

หมายเหตุ

  • การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
  • ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
  • ข้อมูลการวัดผลการดำเนินงานของกองทุนนี้ ได้จัดทำตามมาตรฐานการวัดผลการดำเนินงานของกองทุนของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน
  • ข้อมูล % ต่อปี สำหรับผลการดำเนินงานที่แสดงในช่วงเวลาตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป

Yuanta Securities (Thailand)

เลขที่ 127 อาคารเกษร ทาวเวอร์ ชั้น 14-16 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพฯ 10330

Tel: 0-2009-8000 Fax: 02-009-8889 Email: online@yuanta.co.th