MEGA WORLD 30 RETIREMENT MUTUAL FUND
| ช่วงเวลา | 1 สัปดาห์ | 1 เดือน | 3 เดือน | 6 เดือน | YTD | 1 ปี | 3 ปี | 5 ปี | SI |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ผลตอบแทน | +2.13% | +2.91% | +9.26% | +17.65% | +15.95% | +26.73% | - | - | +18.88% |
| ความผันผวนกองทุน | - | - | - | - | - | +14.25% | - | - | - |
| Maximum Drawdown | - | - | - | - | - | -11.56% | - | - | - |
1. กองทุนมีนโยบายลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ดังนี้
• ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (New York Stock Exchange: NYSE) หรือ
• ตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก (Nasdaq Stock Market: NASDAQ) หรือ
• ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (Hong Kong Stock Exchange: HKEx) หรือ
• ตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (Tokyo Stock Exchange: TSE) หรือ
• ตลาดหลักทรัพย์ของประเทศในกลุ่มยูโรโซน (Eurozone) เฉพาะหลักทรัพย์ที่เป็นส่วนประกอบในดัชนี EURO STOXX 50
โดยที่ตราสารทุนทั้งหมดนั้นเป็นตราสารทุนที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ขนาดใหญ่ และมีสภาพคล่อง 30 บริษัท โดยกองทุนจะมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี Net Exposure ในตราสารทุนข้างต้นโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์ที่กองทุนเข้าลงทุน
ขั้นตอนที่ 1 : คัดเลือกตราสารทุนทั้งหมดของบริษัทที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ดังนี้
• ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (New York Stock Exchange: NYSE) ในสกุลเงิน USD หรือ
• ตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก (Nasdaq Stock Market: NASDAQ) ในสกุลเงิน USD หรือ
• ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (Hong Kong Stock Exchange: HKEx) ในสกุลเงิน HKD หรือ
• ตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (Tokyo Stock Exchange: TSE) ในสกุลเงิน JPY หรือ
• ตลาดหลักทรัพย์ของประเทศในกลุ่มยูโรโซน (Eurozone) เฉพาะหลักทรัพย์ที่เป็นส่วนประกอบในดัชนี EURO STOXX 50 ในสกุลเงิน EURO
ขั้นตอนที่ 2 : คัดเลือกตราสารทุนที่ได้จากขั้นตอนที่ 1 ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) สูงสุดจากการเรียงลำดับ
ขั้นตอนที่ 3 : คัดเลือกตราสารทุนที่ได้จากขั้นตอนที่ 2 ที่มีสภาพคล่องสูง โดยพิจารณาจากมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (Average Daily Turnover) เทียบกับขนาดของกองทุน
ขั้นตอนที่ 4 : จากตราสารทุนของบริษัทที่คัดเลือกในขั้นตอนที่ 3 ผู้จัดการกองทุนจะคัดเลือกตราสารทุนเพื่อลงทุนจำนวน 30 บริษัท โดยผู้จัดการกองทุนอาจจะพิจารณาคัดเลือกจากอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) และ/หรือ อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ตามเกณฑ์ขั้นต่ำที่ผู้จัดการกองทุนกำหนด และ/หรือ ปัจจัยอื่นที่ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาเพิ่มเติม เช่น ผลสำรวจความเห็นเกี่ยวกับการลงทุนในหลักทรัพย์จากนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ (Analyst Consensus)* เป็นต้น
*ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาผลสำรวจความเห็นจากนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ (Analyst Consensus) จากแหล่งข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ ที่รวบรวมจากนักวิเคราะห์จำนวนมาก และมีการปรับปรุงข้อมูลอยู่เสมอ เช่น Bloomberg หรือจากแหล่งข้อมูลอื่นที่มีลักษณะดังกล่าว
ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในหลักทรัพย์หมวดอุตสาหกรรมเดียวกันไม่เกินกว่าร้อยละ 40 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน รวมถึงจะไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทที่ก่อตั้งในประเทศใดประเทศหนึ่งรวมกันเกินกว่าร้อยละ 70 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทที่พบว่าเป็น State-Owned ซึ่งถูกนิยามจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ หรือมีสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทโดยรัฐบาลรวมถึงที่รัฐบาลมีอํานาจควบคุมกิจการอย่างมีนัยสําคัญตามการพิจารณาของบริษัทจัดการ
การคำนวณสัดส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์
บริษัทจัดการจะแบ่งสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุนที่ได้จากการพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์ที่กองทุนเข้าลงทุนข้างต้นเป็น 2 กลุ่มจากการเรียงลำดับตามมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ดังนี้
(1) ตราสารทุนที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ลำดับที่ 1 – 10 ลงทุนในน้ำหนักการลงทุนรวมกันประมาณร้อยละ 40 - 60 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยจะพยายามลงทุนในตราสารทุนของแต่ละบริษัทในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน
(2) ตราสารทุนที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ลำดับที่ 11 – 30 ลงทุนในน้ำหนักการลงทุนรวมกันจากส่วนที่เหลือจาก (1) โดยจะพยายามลงทุนในตราสารทุนของแต่ละบริษัทในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน
ทั้งนี้ สัดส่วนการลงทุนในบางขณะอาจแตกต่างจากที่กำหนดไว้ข้างต้นซึ่งสืบเนื่องจากการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของราคาหลักทรัพย์นั้น ๆ ก่อนการปรับพอร์ตการลงทุน ความแตกต่างของเวลาทำการของแต่ละตลาดหลักทรัพย์ที่เข้าลงทุน ประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ต่อรายการของแต่ละตลาด ปริมาณเงินคงเหลือที่จะเข้าลงทุน หรือปริมาณความต้องการเงินที่ได้จากการขายหลักทรัพย์ของกองทุนในแต่ละขณะ ความคล่องตัวในการบริหารพอร์ตการลงทุน เป็นต้น ทั้งนี้ กองทุนอาจมีการถือครองตราสารทุนในจำนวนที่มากกว่าหรือน้อยกว่า 30 บริษัทได้ในบางขณะ เช่น ในช่วงการปรับรายชื่อหลักทรัพย์ (Rebalance) ของกองทุน หรือในกรณีอื่น ๆ
การปรับสมดุลของสัดส่วนน้ำหนักการลงทุน (Rebalance) และการปรับรายชื่อหลักทรัพย์
บริษัทจัดการจะทำการปรับสมดุลของสัดส่วนน้ำหนักการลงทุน (Rebalance) รวมถึงปรับรายชื่อหลักทรัพย์การลงทุนในตราสารทุนอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกและสัดส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์ ตามที่กำหนดไว้ข้างต้น อนึ่ง บริษัทจัดการสงวนสิทธิที่จะปรับรายชื่อหลักทรัพย์ของบริษัทใดบริษัทหนึ่งหรือหลายบริษัทออกจากรายชื่อหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุน ณ ขณะนั้น เมื่อพิจารณาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หรือมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดขึ้น ที่บริษัทจัดการคาดการณ์ว่าอาจส่งผลกระทบทางลบต่อราคาในทิศทางที่จะทำให้ราคาตราสารทุนของบริษัทนั้นลดลงอย่างมาก ซึ่งการดำเนินการข้างต้นอาจส่งผลให้การลงทุนของกองทุนไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกของกองทุน ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ
ในกรณีที่บริษัทจัดการพิจารณาแล้วเห็นว่า หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์ การคำนวณสัดส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์ หรือการปรับสมดุลของสัดส่วนน้ำหนักการลงทุน (Rebalance) และการปรับรายชื่อหลักทรัพย์ ที่กำหนดไว้ข้างต้นไม่เพียงพอ และ/หรือไม่เหมาะสมกับสถานการณ์การลงทุน ณ ขณะใดแล้ว บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะปรับปรุงหลักเกณฑ์ฯดังกล่าวนั้นโดยเป็นไปในลักษณะที่ไม่ด้อยกว่าหลักเกณฑ์เดิมที่กำหนด เช่น การใช้วิธีการวิเคราะห์มูลค่า (Valuation) เป็นเกณฑ์เพิ่มเติม เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งรายละเอียดของการปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ฯ ให้ผู้ถือหน่วยลงทุน และ/หรือผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วันทำการ ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
2. ในส่วนที่เหลือกองทุนจะพิจารณาลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ในเงินฝาก ตราสารเทียบเท่าเงินฝาก ตราสารหนี้ ตราสารทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ใบสําคัญแสดงสิทธิ รวมถึงหลักทรัพย์ และ/หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น และ/หรือ ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือ สํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนดหรือให้ความเห็นชอบ โดยกองทุนจะมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี Net Exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
3. กองทุนอาจเข้าทำธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) หรือธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Lending) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
4. กองทุนจะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และเพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) และกองทุนจะไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ดังนั้น กองทุนจึงอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการที่กองทุนนำเงินบาทไปลงทุน ซึ่งทำให้ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
5. กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) รวมถึงตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออก (Issue/Issuer) ต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น
6. กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ (กองทุนปลายทาง) ในสัดส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกิน ร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข ที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด หรือกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง หรือประกาศอื่นใดที่เกี่ยวข้อง และ/หรือที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต ทั้งนี้ กองทุนปลายทางสามารถลงทุนต่อในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด และไม่อนุญาตให้กองทุนปลายทางและกองทุนรวมอื่น ลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) ได้
7. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนเป็นกองทุนรวมที่ลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นได้โดยตรง หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทําให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (Risk Spectrum) เพิ่มขึ้นและผลตอบแทนเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสําคัญ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน และต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงการลงทุนดังกล่าว
ข้อมูล ณ วันที่ 10 ส.ค. 2569
Yuanta Securities (Thailand)
เลขที่ 127 อาคารเกษร ทาวเวอร์ ชั้น 14-16 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพฯ 10330
Tel: 0-2009-8000 Fax: 02-009-8889 Email: online@yuanta.co.th