KTAM US Growth Equity Fund - Class SSF
| ช่วงเวลา | 1 สัปดาห์ | 1 เดือน | 3 เดือน | 6 เดือน | YTD | 1 ปี | 3 ปี | 5 ปี | SI |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ผลตอบแทน | +1.71% | +4.57% | +8.65% | +1.80% | +3.87% | +12.95% | +13.69% | - | +15.05% |
| ความผันผวนกองทุน | - | - | - | - | - | +14.96% | +18.53% | - | - |
| Maximum Drawdown | - | - | - | - | - | -16.60% | -20.77% | - | - |
กองทุนเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน AB American Growth Portfolio (Master Fund) ในหน่วยลงทุนชนิด Class I (USD) ซึ่งเป็นกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป (retail fund) เพียงกองเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม หรือตามอัตราส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. จะประกาศกำหนด โดยกองทุนเปิดเคแทม ยูเอส โกรท อิควิตี้ ฟันด์ จะนำเงินบาทไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนหลักในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ และกองทุนหลักนำเงินดอลลาร์สหรัฐ ไปลงทุนในหลักทรัพย์ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐหรือสกุลเงินอื่นใดในประเทศสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินอื่นใดนอกเหนือจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ หากมีการเปลี่ยนแปลงโดยกองทุนรวมหลักในอนาคต ซึ่งบริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบโดยเร็วนับตั้งแต่วันที่บริษัทจัดการรู้หรือรับทราบเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ กองทุน AB American Growth Portfolio ได้จดทะเบียนใน Luxembourg และเป็นสมาชิกของ International Organizations of Securities Commission (IOSCO) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์เกณฑ์ของ UCITS (Undertakings for Collective Investment in Transferable Securities) บริหารและจัดการโดย AllianceBernstein (Luxembourg) S.? r.l. (Management Company) ทั้งนี้ กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์ในการลงทุน คือ เพื่อสร้างการเติบโตของเงินทุนในระยะยาว ผ่านการลงทุนในตราสารทุน (equity securities) ซึ่งออกในสหรัฐอเมริกา โดยในภาวะทั่วไปพอร์ตการลงทุนจะลงทุนในตราสารทุนซึ่งออกโดยบริษัทที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา หรือ บริษัทที่ดำเนินธุรกิจส่วนใหญ่ในสหรัฐอเมริกา
สำหรับการลงทุนในส่วนที่เหลือ กองทุนเปิดเคแทม ยูเอส โกรท อิควิตี้ ฟันด์ อาจพิจารณาลงทุนในตราสารแห่งหนี้ในประเทศ หรือเงินฝากในสถาบันการเงินตามกฎหมายไทย ที่มีอายุของตราสารหรือสัญญา หรือระยะเวลาการฝากเงิน แล้วแต่กรณี ต่ำกว่า 1 ปี โดยเป็นการลงทุนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรองเงินไว้สำหรับดำเนินงานของกองทุน รอการลงทุนในต่างประเทศ หรือรักษาสภาพคล่องของกองทุน หรืออาจจะลงทุนในเงินฝากในสถาบันการเงินต่างประเทศ รวมทั้งลงทุนในหลักทรัพย์ หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
กองทุนเปิดเคแทม ยูเอส โกรท อิควิตี้ ฟันด์ อาจกู้ยืมเงิน หรือทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ ธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
กองทุนเปิดเคแทม ยูเอส โกรท อิควิตี้ ฟันด์ อาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่มีตัวแปรเป็นอัตราแลกเปลี่ยนเงินโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยงตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนตามความเหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ เช่น กรณีที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มอ่อนค่าลง บริษัทจัดการอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยน (FX Derivatives) อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยน (FX Derivatives)ในสัดส่วนที่น้อย หรืออาจพิจารณาไม่ป้องกันในกรณีที่ค่าเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มแข็งค่า ซึ่งการใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงอาจมีต้นทุนสำหรับการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยง โดยทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ในส่วนของการลงทุนในประเทศ กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสาร ดังต่อไปนี้
1.สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารกองทุน (efficient portfolio management)
2. ตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note)
3. ตราสารแห่งหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non – investment grade) ตราสารแห่งหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) หลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities)
อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น
ในกรณีที่ AB American Growth Portfolio มีการลงทุนในหลักทรัพย์ ตราสาร และ/หรือสัญญาของบริษัทที่มิได้จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted company) และ/หรือตราสารแห่งหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated securities) และ/หรือหลักทรัพย์ที่มีความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) โดยมีอัตราส่วนรวมกันทั้งหมดมากกว่าร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนต่างประเทศ บริษัทจัดการจะปรับลดสัดส่วนการลงทุนในกองทุนปลายทางในต่างประเทศ เพื่อให้อัตราส่วนการลงทุนในตราสารดังกล่าวมีอัตราส่วนรวมกันไม่เกินร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนเปิดเคแทม ยูเอส โกรท อิควิตี้ ฟันด์ ทั้งนี้ การปรับลดสัดส่วนการลงทุนดังกล่าวจะดำเนินการภายใน 15 วันทำการนับแต่วันที่รับทราบข้อมูลการลงทุนในตราสารดังกล่าวเกินร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนต่างประเทศ ยกเว้นกรณีที่เกิดจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้หรือกรณีจำเป็นและสมควรที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ภายในระยะเวลาข้างต้น บริษัทจัดการจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยไม่ชักช้า หากการดำเนินการปรับสัดส่วนการลงทุนในกองทุนปลายทางในต่างประเทศข้างต้น มีผลทำให้การลงทุนในกองทุนในต่างประเทศ (Master Fund) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีน้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนเปิดเคแทม ยูเอส โกรท อิควิตี้ ฟันด์ บริษัทจะดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(ก) บริษัทจัดการจะคัดเลือกกองทุนรวมในต่างประเทศกองทุนใหม่ เพื่อเป็น Master Fund แทนกองทุนเดิม โดยกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่ดังกล่าว จะมีนโยบายการลงทุนในตราสารทุนและมีคุณสมบัติตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด หรือมีแนวทางให้ดำเนินการได้ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินให้เสร็จสิ้นโดยไม่ชักช้า และจะแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบต่อไป
(ข) หากเกิดกรณีใดๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนรวมในต่างประเทศกองทุนใหม่ เพื่อเป็น Master Fund แทนกองทุนเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกกองทุน โดยจะดำเนินการจำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เหลืออยู่กองทุน (ถ้ามี) เพื่อคืนเงินตามจำนวนที่รวบรวมได้หลังหักค่าใช้จ่ายสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ตามสัดส่วนจำนวนหน่วยลงทุนที่ถือต่อจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด
ทั้งนี้ ในกรณีที่บริษัทจัดการอยู่ระหว่างการดำเนินการเปลี่ยนกองทุน Master Fund จนเป็นเหตุให้การลงทุนของกองทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุน ตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการจะดําเนินการแกไขสัดส่วนการลงทุนของกองทุนให้เป็นไปตามนโยบายการลงทุนภายใน 90 วันนับแต่วันที่สัดส่วนการลงทุนของกองทุนไม่เป็นตามนโยบายการลงทุน เว้นแต่บริษัทจัดการจะได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนให้เปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนในกำหนดเวลาดังกล่าว
ในกรณีที่กองทุนไม่สามารถเข้าลงทุนในกองทุน AB American Growth Portfolio หรือในกรณีที่กองทุนนี้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ หรือในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่าการลงทุนในกองทุน AB American Growth Portfolio ไม่เหมาะสมอีกต่อไป อาทิเช่น กองทุน AB American Growth Portfolio มีผลตอบแทนต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนต่างประเทศอื่นๆ ที่มีนโยบายการบริหารจัดการใกล้เคียงกันติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนต่างประเทศอื่นอย่างเห็นได้ชัด และ/หรือ การลงทุนนั้นเบี่ยงเบนไปจากวัตถุประสงค์หรือนโยบายการลงทุนของกองทุน และ/หรือ เมื่อพบว่าการบริหารจัดการของกองทุนต่างประเทศดังกล่าวไม่เป็นไปตามที่ระบุหรือสัญญาไว้กับผู้ลงทุน และ/หรือ เมื่อกองทุนต่างประเทศดังกล่าวกระทำความผิดร้ายแรงโดยหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศนั้นๆ เป็นผู้ให้ความเห็น และ/หรือ เมื่อเกิดเหตุการณ์หรือคาดการณ์ได้ว่า จะเกิดการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่างๆ จนอาจส่งผลให้การลงทุนในกองทุนต่างประเทศเป็นภาระต่อผู้ลงทุนโดยเกินจำเป็น เป็นต้น บริษัทจัดการสงวนสิทธิที่จะนำเงินลงทุนของกองทุนไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศอื่นที่มีนโยบายการลงทุนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของกองทุน โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการในครั้งเดียว หรือทยอยโอนย้ายเงินทุน ซึ่งอาจส่งผลให้ในช่วงเวลาดังกล่าว กองทุนอาจมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน
ในกรณีที่บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการตามข้างต้น จนเป็นเหตุให้การลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน ให้บริษัทจัดการดำเนินการแก้ไขสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมให้เป็นไปตามนโยบายการลงทุนภายใน 90 วันนับแต่วันที่สัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุน เว้นแต่บริษัทจัดการจะได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนให้เปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวมภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ ในการเปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวม บริษัทจัดการต้องจัดให้มีวิธีการในการให้สิทธิแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมในการที่จะออกจากกองทุนรวมก่อนที่การเปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวมจะมีผลใช้บังคับ โดยวิธีการดังกล่าวต้องมีระยะเวลาเพียงพอและเป็นธรรมต่อผู้ถือหน่วยลงทุน รวมทั้งเมื่อได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนให้เปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวมแล้ว บริษัทจัดการต้องงดเก็บค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนจากผู้ถือหน่วยลงทุนทุกรายจนกว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับ และในกรณีที่ครบกำหนด 90 วันนับแต่วันที่สัดส่วนการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุน แต่การเปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวมยังไม่มีผลใช้บังคับ บริษัทจัดการต้องไม่เสนอขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมนั้นเพิ่มเติม
ทั้งนี้ กองทุนอาจไม่นับช่วงเวลาระหว่างรอการลงทุน ซึ่งมีระยะเวลาประมาณ 30 วันนับแต่วันจดทะเบียนกองทรัพย์สิน และช่วงระยะเวลาประมาณ 30 วันก่อนครบกำหนดอายุโครงการ รวมทั้งช่วงระยะเวลาที่กองทุนจำเป็นต้องรอการลงทุน และ/หรือในช่วงที่ผู้ลงทุนทำการขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก ซึ่งมีระยะเวลาไม่เกิน 10 วันทำการในการคํานวณสัดส่วนการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะนำเงินลงทุนบางส่วนหรือทั้งหมดกลับเข้ามาลงทุนในประเทศ หรือสงวนสิทธิที่จะเลิกกองทุน โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนทุกรายแล้ว และไม่ถือว่าปฎิบัติผิดไปจากรายละเอียดโครงการกองทุน หากเกิดเหตุการณ์ดังต่อไปนี้
(1) ผู้จัดการกองทุนพิจารณาแล้วเห็นว่าสถานการณ์การลงทุนในต่างประเทศไม่เหมาะสม
(2) กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับวงเงินที่ได้รับอนุญาตให้นำเงินไปลงทุนในต่างประเทศ
(3) กรณีที่ไม่สามารถสรรหา และ/หรือลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศใดๆ ที่มีนโยบายการลงทุนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของโครงการ
(4) กรณีที่กองทุนรวมมีจำนวนเงินที่ได้จากการเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรกไม่เพียงพอต่อการจัดตั้งกองทุน เพื่อนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศได้อย่างเหมาะสม
(5) กรณีมีเหตุให้เชื่อได้ว่าเพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม
ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในกองทุนปลายทางไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง หากปรากฏว่า มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางที่กองทุนรวมไปลงทุนมีการลดลงในลักษณะ ดังนี้
(1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง หรือ
(2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวนเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง
เงื่อนไข ในกรณีที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าว บริษัทจัดการจะดำเนินการ ดังต่อไปนี้
รายละเอียดการดำเนินการ
การดำเนินการ | ระยะเวลาดำเนินการ |
| 1 แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทาง การดำเนินการของ บลจ. ให้สำนักงานและผู้ถือหน่วยลงทุน (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม) | ภายใน 3 วันทาการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ |
| 2 เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตามข้อ 1 ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย) | พร้อมข้อ 1
|
3 ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตามข้อ 1
| ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ |
| 4 รายงานผลการดำเนินการตามข้อ 3 ให้สำนักงานทราบ | ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตามข้อ 3 แล้วเสร็จ |
สรุปสาระสำคัญของกองทุน AB American Growth Portfolio
ชื่อ | AB American Growth Portfolio |
วันจัดตั้ง | 02/01/1997 |
จดทะเบียน | ลักเซมเบิร์ก |
| นโยบายการลงทุนและ วัตถุประสงค์ | วัตถุประสงค์ในการลงทุน คือ เพื่อสร้างการเติบโตของเงินทุนในระยะยาว ผ่านการลงทุนในตราสารทุน (equity securities) ซึ่งออกในสหรัฐอเมริกา ผู้จัดการการลงทุนจะเน้นลงทุนในตราสารทุน (หุ้นสามัญ, หลักทรัพย์ที่แปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ และสิทธิ และ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ) ของบริษัทในสหรัฐอเมริกา ที่มีขนาดใหญ่ มีคุณภาพสูง และมีแนวโน้มในการเติบโตอย่างมาก และได้รับการคัดสรรอย่างระมัดระวัง ภายใต้การพิจารณาจากผู้จัดการกองทุน ภายใต้สภาวะตลาดปกติ พอร์ตการลงทุนจะประกอบด้วยบริษัทจำนวน 40-60 บริษัท โดยจะมี 25 บริษัทที่จะถือครองประมาณ 70% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ และในภาวะทั่วไปพอร์ตการลงทุนจะลงทุนในตราสารทุนซึ่งออกโดยบริษัทที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา หรือ บริษัทที่ดำเนินธุรกิจส่วนใหญ่ในสหรัฐอเมริกา อย่างน้อย 80% ของสินทรัพย์สุทธิ กองทุนนี้มีความแตกต่างจากกองทุนตราสารทุนอื่นที่จะเน้นลงทุนในหลักทรัพย์ที่ผ่านการวิเคราะห์อย่างละเอียดถี่ถ้วนเพียงไม่กี่บริษัท การลงทุนนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในระยะยาวและรับความผันผวน (volatility) ได้น้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนในบริษัทขนาดเล็ก ผู้จัดการการลงทุนอาจพิจารณาความเหมาะสม ในการลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทอื่น เช่น หุ้นบุริมสิทธิชนิดแปลงสภาพ (convertible preferred stocks) และหุ้นกู้, พันธบัตรที่มีอันดับความน่าเชื่อถือสูง, หุ้นกู้ และหุ้นบุริมสิทธิ, หลักทรัพย์อื่นๆ ที่ออกหรือมีการรับประกันจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา และตราสารทางการเงินระยะสั้นที่มีคุณภาพสูง เช่น ตราสารที่มีสถาบันทางการเงินรับรอง (bankers acceptance), บัตรเงินฝาก และ ตราสารอื่นที่มีหลักฐานที่แสดงถึงการเป็นหนี้ซึ่งมีระยะกำหนดภายใน 1 ปี และสามารถนำเงินสดเข้ามาช่วยจัดการได้ นอกจากนี้ กองทุนสามารถทำธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repurchase agreements) กับสถาบันทางการเงินที่มีความน่าเชื่อถือและมีความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจประเภทนี้ ผู้จัดการการลงทุน จะพิจารณา มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Weighted market capitalization) ของบริษัทในพอร์ตการลงทุนโดยเฉลี่ย (จำนวนของหุ้นในบริษัทคูณด้วยราคาของหุ้นต่อหนึ่งหน่วย) จะอยู่ในช่วง หรือ เกินกว่ามูลค่าหลักทรัพย์โดยเฉลี่ยตามราคาตลาดเมื่อเทียบกับ Standard & Poor’s 500 Composite Stock Price Index ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัด ตลาดจากการซื้อขายหุ้นในพอร์ตการลงทุนที่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย รวมถึงการปรับเงินลงทุนจากเงินปันผลและการแจกแจงเงินสะสมทุกเดือน แม้ว่าการลงทุนจะมีการกระจายความเสี่ยง และเน้นลงทุนทุนในสินทรัพย์ที่มีคุณภาพดีจะไม่สามารถป้องกันการผันผวนของตลาดได้ ทว่าการลงทุนเช่นนี้ มีการจำกัดความเสี่ยงในการลงทุนและเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการลงทุน การลงทุนจะไม่มีนโยบายที่จะเน้นการสร้างผลดำเนินการเพื่อการเก็งกำไรในระยะสั้น หรือ เพื่อใช้ในการควบคุมกองทุน กองทุนนี้อาจลงทุนในหลักทรัพย์รัฐบาลสหรัฐอเมริกา เป็นผู้ออก และลงทุนในตราสารระยะสั้นอื่นๆ ได้โดยเพื่อวัตถุประสงค์ defensive ชั่วคราว นอกเหนือจากนี้ กองทุนสามารถลงทุนได้ถึง 15% ของมูลค่าสินทรัพย์ทั้งหมดของกองทุน ในตราสารทุนอื่นนอกเหนือจากตราสารทุนที่ออกในสหรัฐอเมริกา รวมถึง American Depositary Receipts (ADRs) ที่ผู้ออกดำเนินธุรกิจในสหรัฐอเมริกา |
| Class & currency | I-USD |
ค่าธรรมเนียมการจัดการ | 0.70% p.a. |
ISIN Code | LU0079475348 |
Bloomberg Ticker | ALLAMII : LX |
Benchmark | Russell 1000 Growth Index |
Management Company | AllianceBernstein (Luxembourg) S.? r.l |
Depositary | Brown Brothers Harriman (Luxembourg) S.C.A. |
Website | www.alliancebernstein.com. |
ข้อจำกัดที่สำคัญในการลงทุน
ภายใต้ข้อกำหนดของ UCITS กองทุนหลักอาจลงทุนในหลักทรัพย์ที่ไม่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) ได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนหลัก และสามารถลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุนได้ (Efficient Portfolio Management)
ทั้งนี้ หากกองทุน AB American Growth Portfolio มีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นที่ไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการจะแจ้งการแก้ไขหรือการเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันที่บริษัทจัดการรู้หรือรับทราบเหตุการณ์ดังกล่าว โดยจะปิดประกาศ ณ สำนักงานของบริษัทจัดการ และ/หรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน (ถ้ามี) และ/หรือ Website ของบริษัท www.ktam.co.th
เงื่อนไขอื่นๆ
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน (class) และสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใดนอกเหนือจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยจะปิดประกาศ ณ สำนักงานของบริษัทจัดการ /และ/หรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน (ถ้ามี) และ/หรือ Website ของบริษัท www.ktam.co.th เว้นแต่ในกรณีทีมีการเปลี่ยนแปลงสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใด โดยเป็นการเปลี่ยนแปลงโดยกองทุนรวมหลักในอนาคต ซึ่งบริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบโดยเร็วนับตั้งแต่วันที่บริษัทจัดการรู้หรือรับทราบเหตุการณ์ดังกล่าว
ความเสี่ยงของกองทุนหลัก
ความเสี่ยงของตราสารทุน (Equities Securities Risk)
มูลค่าของตราสารทุนที่กองทุนลงทุนอาจผันผวนและตอบสนองต่อปัจจัยเฉพาะตัวของบริษัท หรือ ผันผวนตามสภาวะตลาด สภาวะทางเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ทำให้มูลค่าการลงทุนของกองทุนอาจลดลงในระยะสั้น หรือ ในระยะยาว
ความเสี่ยงของตราสารอนุพันธ์ (Derivatives Risk)
กองทุนอาจใช้ตราสารอนุพันธ์ ซึ่งเป็นสัญญาที่มูลค่าขึ้นกับหรือเกี่ยวเนื่องกับมูลค่าของสินทรัพย์อ้างอิง อัตราที่ใช้อ้างอิง หรือ ค่าดัชนีที่อ้างอิง ผู้จัดการกองทุนบางครั้งจะใช้ตราสารอนุพันธ์เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์เพื่อลดความเสี่ยงอื่นๆ โดยทั่วไปแล้วกองทุนอาจใช้ตราสารอนุพันธ์เป็นการลงทุนทางตรงเพื่อสร้างรายได้ เพิ่มผลตอบแทน หรือเพื่อการกระจายความเสี่ยง นอกเหนือจากความเสี่ยงด้านความน่าเชื่อถือของคู่สัญญา ตราสารอนุพันธ์ยังมีความเสี่ยงในด้านการคำนวณราคาและการหามูลค่า และความเสี่ยงที่การเปลี่ยนแปลงมูลค่าของตราสารอนุพันธ์อาจไม่สัมพันธ์โดยสมบูรณ์กับสินทรัพย์อ้างอิง นอกจากนี้การใช้ตราสารอนุพันธ์อาจทำให้เกิดอัตราทด ที่ทำให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนมีความผันผวนมากขึ้น
ความเสี่ยงของกองทุนที่มีการลงทุนเฉพาะกลุ่ม (Focused Portfolio Risk)
กองทุนอาจจำกัดการลงทุนในผู้ออกตราสารน้อยราย หรือในกลุ่มอุตสาหกรรมและหมวดธุรกิจเพียงไม่กี่กลุ่ม ทำให้กองทุนมีความผันผวนมากกว่ากองทุนที่ลงทุนแบบกระจายในผู้ออกตราสารหลายราย หรือในหลักทรัพย์หลายๆกลุ่ม ซึ่งการลงทุนแบบกระจุกตัวนี้อาจทำให้นักลงทุนขาดทุนในสัดส่วนที่มากกว่าตลาด ทั้งนี้หากปัจจัยด้านสภาวะตลาดและเศรษฐกิจกระทบกลุ่มหลักทรัพย์ที่กองทุนกระจุกการลงทุนอยู่ อาจกระทบมูลค่าการลงทุนของกองทุนอย่างมีนัยสำคัญ
ความเสี่ยงจากการซื้อขายหมุนเวียนหลักทรัพย์ (Turnover Risk)
กองทุนที่บริหารกองทุนเชิงรุก ในบางกรณีเพื่อตอบสนองต่อสภาวะเศรษฐกิจ อัตราการซื้อขายหมุนเวียนหลักทรัพย์ของกองทุน (Turnover Ratio) อาจเกิน 100% ซึ่งอัตราการหมุนเวียนหลักทรัพย์ที่สูงจะทำให้ค่าใช้จ่ายในการซื้อขายหลักทรัพย์ (Brokerage Expense) และค่าใช้จ่ายอื่นๆสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งจะเป็นภาระของกองทุนและของผู้ถือหน่วยลงทุนที่จะต้องจ่าย นอกจากนี้ อาจทำให้การรับรู้กำไรจากส่วนต่างราคาของหลักทรัพย์ในระยะสั้นลดลง
ความเสี่ยงจากคู่สัญญาของตราสารอนุพันธ์ที่อยู่นอกตลาดหลักทรัพย์ (OTC Derivatives Counterparty Risk)
ตราสารอนุพันธ์นอกตลาดหลักทรัพย์ มีความเสี่ยงเฉพาะ เช่น การขาดการกำกับดูแล การผิดสัญญาของคู่สัญญา เนื่องจากโดยทั่วไปตลาด OTC มักมีการควบคุมและการกำกับดูแลที่น้อยกว่าตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ที่เป็นทางการ (Organized Exchange) ทำให้กองทุนอาจเผชิญความเสี่ยงที่คู่สัญญาไม่ปฏิบัติตามสัญญา และอาจทำให้กองทุนขาดทุนในจำนวนที่มากได้ นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ที่ทำให้กองทุนไม่สามารถทำธุรกรรมที่ต้องการได้ ซึ่งอาจกระทบผลการดำเนินงานของกองทุน
ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุน :
ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในประเทศ :
ส่วนที่ 1 : ประเภทและคุณสมบัติของตราสารทางการเงินทั่วไป
ประเภทของตราสาร ได้แก่
1 ตราสารหนี้
1.1 พันธบัตร
1.2 ตั๋วเงินคลัง
1.3 หุ้นกู้ (ไม่รวมหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ และตราสาร Basel III)
1.4 ตั๋วแลกเงิน
1.5 ตั๋วสัญญาใช้เงิน
1.6 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้
1.7 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี underlying เป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้
1.8 ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตาม 1.1 - 1.7 ตามที่สำนักงานกำหนดเพิ่มเติม
ทั้งนี้ คุณสมบัติของตราสารและหลักเกณฑ์ในการลงทุนเป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS กรณีเป็นหน่วยที่การออกอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายไทย เป็นไปตามประกาศ ทั้งนี้ จะไม่ลงทุนในหน่วย CIS ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (listed fund) ซึ่งมีคุณสมบัติของตราสารเช่นเดียวกันกับตราสาร transferable securities
ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก
ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo)
ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending)
ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภท derivatives
ประเภท underlying derivatives ที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาได้ต้องมี underlying อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังนี้
1. ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้
2. อัตราดอกเบี้ย
3. อัตราแลกเปลี่ยนเงิน
4. เครดิต เช่น credit rating หรือ credit event เป็นต้น
5. underlying อื่นตามที่สำนักงานกำหนดเพิ่มเติม
ทั้งนี้ ส่วนที่ 3 - ส่วนที่ 6 เป็นไปตามประกาศ
ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในต่างประเทศ :
ส่วนที่ 1 : ประเภทและคุณสมบัติของตราสารทางการเงินต่างประเทศทั่วไป
ประเภทของตราสารต่างประเทศ ได้แก่
1. ตราสารหนี้ต่างประเทศ
1.1 พันธบัตร
1.2 ตั๋วเงินคลัง
1.3 หุ้นกู้ (ไม่รวมหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ และตราสาร Basel III)
1.4 ตั๋วแลกเงิน
1.5 ตั๋วสัญญาใช้เงิน
1.6 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้
1.7 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี underlying เป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้
1.8 ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตาม 1.1 - 1.7 ตามที่สำนักงานกำหนดเพิ่มเติม
ทั้งนี้ คุณสมบัติของตราสารและหลักเกณฑ์ในการลงทุนเป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS กรณีเป็นหน่วยที่การออกอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายต่างประเทศ เป็นไปตามประกาศ ทั้งนี้ จะไม่ลงทุนในหน่วย CIS ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (listed fund) ซึ่งมีคุณสมบัติของตราสารเช่นเดียวกันกับตราสาร transferable securities
ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากของสถาบันการเงินต่างประเทศหรือตราสารต่างประเทศที่เทียบเท่าเงินฝาก
ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo)
ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending)
ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภท derivatives ในต่างประเทศ
ประเภท underlying derivatives ที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาได้ต้องมี underlying อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังนี้
1 ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้
2 อัตราดอกเบี้ย
3 อัตราแลกเปลี่ยนเงิน
4 เครดิต เช่น credit rating หรือ credit event เป็นต้น
5 underlying อื่นตามที่สำนักงานกำหนดเพิ่มเติม
ทั้งนี้ ส่วนที่ 3 - ส่วนที่ 6 เป็นไปตามประกาศ
อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมในประเทศและต่างประเทศ :
เป็นไปตามประกาศ และกรณีที่การลงทุนไม่เป็นไปตามข้อนี้ จะดำเนินการให้เป็นไปตามประกาศกำหนด ทั้งนี้ กองทุนมีการกำหนดอัตราส่วนการลงทุนเพิ่มเติมดังนี้
1. อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามประเภททรัพย์สิน (Product Limit) ได้แก่
- หน่วย CIS จัดตั้งตามกฎหมายไทย ไม่เกิน 20%
- ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อที่ตัวตราสารและผู้ออกตราสารที่ต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade / unrated) ซึ่งนำมารวมคำนวณใน total SIP รวมกันไม่เกิน 15%
ข้อมูล ณ วันที่ 2 มิ.ย. 2569
Yuanta Securities (Thailand)
เลขที่ 127 อาคารเกษร ทาวเวอร์ ชั้น 14-16 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพฯ 10330
Tel: 0-2009-8000 Fax: 02-009-8889 Email: online@yuanta.co.th