KTAM Oil Fund
| ช่วงเวลา | 1 สัปดาห์ | 1 เดือน | 3 เดือน | 6 เดือน | YTD | 1 ปี | 3 ปี | 5 ปี | SI |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ผลตอบแทน | +2.46% | +13.21% | +63.80% | +81.60% | +86.31% | +77.57% | +17.18% | +15.88% | -2.77% |
| ความผันผวนกองทุน | - | - | - | - | - | +35.19% | +31.81% | +33.36% | - |
| Maximum Drawdown | - | - | - | - | - | -21.70% | -38.70% | -45.01% | - |
กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Invesco DB Oil Fund (กองทุนรวมหลัก) ประเภทกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป (retail fund) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน หรือตามอัตราส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. จะประกาศกำหนด โดยกองทุน Invesco DB Oil Fund เป็นกองทุนรวมอีทีเอฟ (Exchange Traded Fund) ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกา (New York Stock Exchange : NYSE Arca) มีนโยบายลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี DBIQ Optimum Yield Crude Oil Index Excess Return ซึ่งเป็นดัชนีที่มุ่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) บริหารจัดการโดย Invesco Capital Management LLC ส่วนที่เหลืออาจจะลงทุนในตราสารแห่งหนี้ที่มีลักษณะคล้ายเงินฝาก หรือตราสารแห่งหนี้ทั่วไป หรือเงินฝากในสถาบันการเงินตามกฎหมายไทย ที่มีอายุของตราสารหรือสัญญา หรือระยะเวลาการฝากเงิน แล้วแต่กรณี ต่ำกว่า 1 ปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสำรองเงินไว้สำหรับดำเนินงานของกองทุน รอการลงทุนในต่างประเทศ หรือรักษาสภาพคล่องของกองทุน หรืออาจจะลงทุนในเงินฝากระยะสั้นในสถาบันการเงินหรือตราสารที่เทียบเท่าเงินสดในต่างประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรอการลงทุน หรือเพื่อชำระค่าใช้จ่ายของกองทุน รวมทั้งลงทุนในหลักทรัพย์ หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
กองทุนอาจกู้ยืมเงินหรือทำธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
โดยปกติกองทุนจะไม่ใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ แต่ในอนาคตกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่มีตัวแปรเป็นอัตราแลกเปลี่ยนเงินโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยงตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนตามความเหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะแต่จะไม่ลงทุนในตราสาร ดังต่อไปนี้
1. ตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note)
2. ตราสารแห่งหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non – investment grade)
3. ตราสารแห่งหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) แต่ไม่รวมถึงตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน หรือหุ้นกู้ระยะสั้นที่ธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ธนาคารพาณิชย์ หรือบริษัทเงินทุน เป็นผู้ออก ผู้สั่งจ่าย ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ำประกัน
4. หุ้น/ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียน / ไม่ได้ถูกสั่งรับเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted securities)
อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น
ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในกองทุนปลายทางไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง หากปรากฏว่า มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางที่กองทุนรวมไปลงทุนมีการลดลงในลักษณะ ดังนี้
(1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง หรือ
(2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวนเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง
เงื่อนไข ในกรณีที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าว บริษัทจัดการจะดำเนินการ ดังต่อไปนี้
รายละเอียดการดำเนินการ
การดำเนินการ | ระยะเวลาดำเนินการ |
| 1 แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทาง การดำเนินการของ บลจ. ให้สำนักงานและผู้ถือหน่วยลงทุน (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม) | ภายใน 3 วันทาการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ |
| 2 เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตามข้อ 1 ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย) | พร้อมข้อ 1 |
| 3 ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตามข้อ 1 | ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ |
| 4 รายงานผลการดำเนินการตามข้อ 3 ให้สำนักงานทราบ | ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตามข้อ 3 แล้วเสร็จ |
ในกรณีที่กองทุนไม่สามารถเข้าลงทุนในกองทุน Invesco DB Oil Fund หรือในกรณีที่กองทุนนี้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ หรือในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่าการลงทุนในกองทุน Invesco DB Oil Fund ไม่เหมาะสมอีกต่อไป อาทิเช่น กองทุน Invesco DB Oil Fund มีผลตอบแทนต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนต่างประเทศอื่นๆ ที่มีนโยบายการบริหารจัดการใกล้เคียงกันติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนต่างประเทศอื่นอย่างเห็นได้ชัด และ/หรือ การลงทุนนั้นเบี่ยงเบนไปจากวัตถุประสงค์หรือนโยบายการลงทุนของกองทุน และ/หรือ เมื่อพบว่าการบริหารจัดการของกองทุนต่างประเทศดังกล่าวไม่เป็นไปตามที่ระบุหรือสัญญาไว้กับผู้ลงทุน และ/หรือ เมื่อกองทุนต่างประเทศดังกล่าวกระทำความผิดร้ายแรงโดยหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศนั้นๆ เป็นผู้ให้ความเห็น และ/หรือ เมื่อเกิดเหตุการณ์หรือคาดการณ์ได้ว่า จะเกิดการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่างๆ จนอาจส่งผลให้การลงทุนในกองทุนต่างประเทศเป็นภาระต่อผู้ลงทุนโดยเกินจำเป็น เป็นต้น บริษัทจัดการสงวนสิทธิที่จะนำเงินลงทุนของกองทุนไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศอื่นที่มีนโยบายการลงทุนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของกองทุน โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการในครั้งเดียว หรือทยอยโอนย้ายเงินทุน ซึ่งอาจส่งผลให้ในช่วงเวลาดังกล่าว กองทุนอาจมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน
ในกรณีที่บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการตามข้างต้น จนเป็นเหตุให้การลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน ให้บริษัทจัดการดำเนินการแก้ไขสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมให้เป็นไปตามนโยบายการลงทุนภายใน 90 วันนับแต่วันที่สัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุน เว้นแต่บริษัทจัดการจะได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนให้เปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวมภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ ในการเปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวม บริษัทจัดการต้องจัดให้มีวิธีการในการให้สิทธิแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมในการที่จะออกจากกองทุนรวมก่อนที่การเปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวมจะมีผลใช้บังคับ โดยวิธีการดังกล่าวต้องมีระยะเวลาเพียงพอและเป็นธรรมต่อผู้ถือหน่วยลงทุน รวมทั้งเมื่อได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนให้เปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวมแล้ว บริษัทจัดการต้องงดเก็บค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนจากผู้ถือหน่วยลงทุนทุกรายจนกว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับ และในกรณีที่ครบกำหนด 90 วันนับแต่วันที่สัดส่วนการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุน แต่การเปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวมยังไม่มีผลใช้บังคับ บริษัทจัดการต้องไม่เสนอขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมนั้นเพิ่มเติม
ทั้งนี้ กองทุนอาจไม่นับช่วงเวลาระหว่างรอการลงทุน ซึ่งมีระยะเวลาประมาณ 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนกองทรัพย์สิน และช่วงระยะเวลาประมาณ 30 วันก่อนครบกำหนดอายุโครงการ รวมทั้งช่วงระยะเวลาที่กองทุนจำเป็นต้องรอการลงทุน และ/หรือในช่วงที่ผู้ลงทุนทำการขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก ซึ่งมีระยะเวลาไม่เกิน 10 วันทำการในการคํานวณสัดส่วนการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะนำเงินลงทุนบางส่วนหรือทั้งหมดกลับเข้ามาลงทุนในประเทศ หรือสงวนสิทธิที่จะเลิกกองทุน โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนทุกรายแล้ว และไม่ถือว่าเป็นการแก้ไขโครงการกองทุน หรือปฎิบัติผิดไปจากรายละเอียดโครงการกองทุน หากเกิดเหตุการณ์ดังต่อไปนี้
(1) ผู้จัดการกองทุนพิจารณาแล้วเห็นว่าสถานการณ์การลงทุนในต่างประเทศไม่เหมาะสม
(2) กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับวงเงินที่ได้รับอนุญาตให้นำเงินไปลงทุนในต่างประเทศ
(3) กรณีที่ไม่สามารถสรรหา และ/หรือลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศใดๆ ที่มีนโยบายการลงทุนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของโครงการ
(4) กรณีที่กองทุนรวมมีจำนวนเงินที่ได้จากการเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรกไม่เพียงพอต่อการจัดตั้งกองทุน เพื่อนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศได้อย่างเหมาะสม
(5) กรณีมีเหตุให้เชื่อได้ว่าเพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม
สรุปสาระสำคัญของกองทุน Invesco DB Oil Fund
| ชื่อ | Invesco DB Oil Fund |
| ประเภท | กองทุนรวมอีทีเอฟ (Exchange Traded Fund) |
| อายุโครงการ | ไม่กำหนด |
| วันที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ | 5 มกราคม 2550 |
| ตลาดหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนซื้อขาย | New York Stock Exchange (NYSE Arca) |
ดัชนีอ้างอิง | DBIQ Optimum Yield Crude Oil Index Excess Return |
วัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุน | กองทุนมีนโยบายลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี DBIQ Optimum Yield Crude Oil Index Excess Return ซึ่งเป็นดัชนีที่มุ่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) หมายเหตุ : น้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ถือเป็นน้ำมันดิบที่มีคุณภาพดี มีความหนาแน่นและกำมะถันต่ำ อีกทั้งยังเป็นน้ำมันดิบที่มีสภาพคล่องในการซื้อขายในตลาดซื้อขายล่วงหน้าสูงสุดจึงถูกนำมาใช้เป็นมาตรฐานสำหรับสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันซึ่งซื้อขายกันในประเทศสหรัฐอเมริกา และถือเป็นตัวชี้วัดหลักของการผลิตน้ำมันของประเทศสหรัฐอเมริกาอีกด้วย |
| สกุลเงินที่ใช้ในการซื้อขาย | ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (USD) |
| ค่าธรรมเนียมการจัดการ | ร้อยละ 0.75 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน |
| ค่าธรรมเนียมการซื้อขายหลักทรัพย์ (Brokerage Fee and Expense) | ประมาณร้อยละ 0.04 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน |
| รหัสกองทุน (Fund Ticker) | DBO |
| ISIN | US46140H4039 |
| บริษัทจัดการ | Invesco Capital Management LLC |
| ผู้ดูแลผลประโยชน์ | Wilmington Trust Company |
| ผู้เก็บรักษาทรัพย์สิน (Custodian) | The Bank of New York Mellon |
ข้อจำกัดที่สำคัญในการลงทุน
กองทุนจะลงทุนส่วนใหญ่ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกา โดยหลักทรัพย์ของกองทุนจะประกอบไปด้วย ตั๋วเงินคลังของสหรัฐอเมริกา และตราสารแห่งหนี้ระยะสั้นที่มีคุณภาพและน่าเชื่อถือในระดับสูง ซึ่งหลักทรัพย์บางส่วนจะถูกนำไปฝากไว้เป็นวงเงินหลักประกัน (margin) โดยจะลงทุนในตราสารที่ออกโดยรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก นอกจากนั้น สินทรัพย์ของกองทุนหลักที่ไม่ถูกกำหนดให้ใช้เป็นวงเงินหลักประกัน กองทุนหลักจะถือไว้ในรูปของตั๋วเงินคลังสหรัฐอเมริกา และ/หรือหลักทรัพย์อื่นที่ได้รับการการอนุมัติจาก Commodity Future Trading Commission (CFTC)
ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับดัชนี DBIQ Optimum Yield Crude Oil Index Excess Return
• ดัชนี DBIQ Optimum Yield Crude Oil Index Excess Return ประกอบด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของน้ำมัน West Texas Intermediate (WTI) เพื่อสะท้อนผลตอบแทนจากการลงทุนในน้ำมันดิบ นักลงทุนไม่สามารถลงทุนโดยตรงในดัชนีตัวนี้ได้
• เป็นดัชนีที่มีการกำหนดวิธีการคำนวณไว้อย่างชัดเจน โดยวันฐานที่ใช้ในการคำนวณดัชนี คือ วันที่ 2 ธันวาคม 2531 และจะทบทวนการถ่วงน้ำหนักของดัชนีเป็นประจำทุกปี ซึ่งปัจจุบันผู้คำนวณดัชนีจะถ่วงน้ำหนักการลงทุนในน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ในอัตราร้อยละ 100 (ข้อมูลการถ่วงน้ำหนัก ณ วันที่ 30 กันยายน 2552)
• ได้รับการจัดทำและคำนวณดัชนีทุกวัน โดยสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือ อันได้แก่ Deutsche Bank AG สาขาลอนดอน
• เป็นดัชนีที่ได้รับความนิยมแพร่หลาย โดยมีเงินลงทุน 318 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากนักลงทุนที่ลงทุนในกองทุน Invesco DB Oil Fund (ข้อมูล ณ วันที่ 27 มกราคม 2553)
• มีการแสดงดัชนี DBIQ Optimum Yield Crude Oil Index Excess Return อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกวันทำการใน Bloomberg, Reuters และเว็ปไซต์ http://dbfunds.db.com/dbo/index.aspx
ความเสี่ยงของกองทุน
1. เนื่องจากกองทุนได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ New York Stock Exchange (NYSE Arca) เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2550 ผู้ลงทุนจึงอาจมีข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานย้อนหลังของกองทุนที่ไม่เพียงพอต่อการพิจารณาตัดสินใจ
2. ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนอาจได้รับผลขาดทุนบางส่วนหรือทั้งหมดจากการลงทุนในกองทุนได้
3. กองทุนอาจได้รับผลกระทบจากความผันผวนของตลาดซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) เนื่องจากมีการลงทุนส่วนใหญ่ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI)
4. ไม่มีการรับประกันความเสี่ยงในผลกำไรหรือขาดทุนจากการลงทุนในกองทุน
5. ผลการดำเนินงานของกองทุนอาจไม่ได้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของดัชนีอ้างอิงอย่างแท้จริง ขึ้นอยู่กับค่าความแตกต่างระหว่างผลตอบแทนของพอร์ตโฟลิโอของกองทุนและของดัชนี (Tracking Error) ในแต่ละขณะ
ทั้งนี้ หากกองทุน Invesco DB Oil Fund มีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นที่ไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการจะแจ้งการแก้ไขหรือการเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบ โดยไม่ถือเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันที่บริษัทจัดการรู้หรือรับทราบเหตุการณ์ดังกล่าว โดยจะปิดประกาศ ณ สำนักงานของบริษัทจัดการ และ/หรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน (ถ้ามี)
ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุน :
ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในประเทศ :
ส่วนที่ 1 : ประเภทและคุณสมบัติของตราสารทางการเงินทั่วไป
ประเภทของตราสาร ได้แก่
1. ตราสารหนี้
1.1 พันธบัตร
1.2 ตั๋วเงินคลัง
1.3 หุ้นกู้ (ไม่รวมหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ และตราสาร Basel III)
1.4 ตั๋วแลกเงิน
1.5 ตั๋วสัญญาใช้เงิน
1.6 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้
1.7 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี underlying เป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้
1.8 ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตาม 1.1 - 1.7 ตามที่สำนักงานกำหนดเพิ่มเติม
ทั้งนี้ คุณสมบัติของตราสารและหลักเกณฑ์ในการลงทุนเป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS กรณีเป็นหน่วยที่การออกอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายไทย เป็นไปตามประกาศ ทั้งนี้ จะไม่ลงทุนในหน่วย CIS ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (listed fund) ซึ่งมีคุณสมบัติของตราสารเช่นเดียวกันกับตราสาร transferable securities
ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก
ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo)
ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending)
ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภท derivatives
ประเภท underlying derivatives ที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาได้ต้องมี underlying อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังนี้
1 ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้
2 อัตราดอกเบี้ย
3 อัตราแลกเปลี่ยนเงิน
4 เครดิต เช่น credit rating หรือ credit event เป็นต้น
5 underlying อื่นตามที่สำนักงานกำหนดเพิ่มเติม
ทั้งนี้ ส่วนที่ 3 - ส่วนที่ 6 เป็นไปตามประกาศ
ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในต่างประเทศ :
ส่วนที่ 1 : ประเภทและคุณสมบัติของตราสารทางการเงินต่างประเทศทั่วไป
ประเภทของตราสารต่างประเทศ ได้แก่
1. ตราสารหนี้ต่างประเทศ
1.1 พันธบัตร
1.2 ตั๋วเงินคลัง
1.3 หุ้นกู้ (ไม่รวมหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ และตราสาร Basel III)
1.4 ตั๋วแลกเงิน
1.5 ตั๋วสัญญาใช้เงิน
1.6 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้
1.7 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี underlying เป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้
1.8 ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตาม 1.1 - 1.7 ตามที่สำนักงานกำหนดเพิ่มเติม
ทั้งนี้ คุณสมบัติของตราสารและหลักเกณฑ์ในการลงทุนเป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS กรณีเป็นหน่วยที่การออกอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายต่างประเทศ เป็นไปตามประกาศ ทั้งนี้ จะไม่ลงทุนในหน่วย CIS ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (listed fund) ซึ่งมีคุณสมบัติของตราสารเช่นเดียวกันกับตราสาร transferable securities
ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากของสถาบันการเงินต่างประเทศหรือตราสารต่างประเทศที่เทียบเท่าเงินฝาก
ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo)
ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending)
ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภท derivatives ในต่างประเทศ
ประเภท underlying derivatives ที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาได้ต้องมี underlying อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังนี้
1 ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้
2 อัตราดอกเบี้ย
3 อัตราแลกเปลี่ยนเงิน
4 เครดิต เช่น credit rating หรือ credit event เป็นต้น
5 underlying อื่นตามที่สำนักงานกำหนดเพิ่มเติม
ทั้งนี้ ส่วนที่ 3 - ส่วนที่ 6 เป็นไปตามประกาศ
อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวม
อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมในประเทศและต่างประเทศ :
เป็นไปตามประกาศ และกรณีที่การลงทุนไม่เป็นไปตามข้อนี้ จะดำเนินการให้เป็นไปตามประกาศกำหนด ทั้งนี้ กองทุนมีการกำหนดอัตราส่วนการลงทุนเพิ่มเติมดังนี้
1. อ้ตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามประเภททรัพย์สิน (Product Limit) ได้แก่
- หน่วย CIS จัดตั้งตามกฎหมายไทย ไม่เกิน 20%
- ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารและ/หรือผู้ออกตราสารที่ต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade / unrated) ซึ่งนำมารวมคำนวณใน total SIP รวมกันไม่เกิน 15%
ข้อมูล ณ วันที่ 22 พ.ค. 2569
Yuanta Securities (Thailand)
เลขที่ 127 อาคารเกษร ทาวเวอร์ ชั้น 14-16 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพฯ 10330
Tel: 0-2009-8000 Fax: 02-009-8889 Email: online@yuanta.co.th