KTAM India Equity Fund- Class SSF
| ช่วงเวลา | 1 สัปดาห์ | 1 เดือน | 3 เดือน | 6 เดือน | YTD | 1 ปี | 3 ปี | 5 ปี | SI |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ผลตอบแทน | -1.72% | -3.87% | -11.73% | -17.15% | -13.27% | -15.47% | +1.27% | - | -0.16% |
| ความผันผวนกองทุน | - | - | - | - | - | +17.32% | +16.53% | - | - |
| Maximum Drawdown | - | - | - | - | - | -25.50% | -36.30% | - | - |
กองทุนเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Invesco India Equity Fund – Class A (กองทุนหลัก) เพียงกองเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม หรือตามอัตราส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. จะประกาศกำหนด โดยกองทุน Invesco India Equity Fund – Class A อยู่ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องของประเทศลักเซมเบิร์ก และจัดเป็น Soci?t? d’Investissement ? Capital Variable (SICAV) ซึ่งอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ของ UCITS (Undertakings for Collective Investment in Transferable Securities) ซึ่งบริหารและจัดการโดย Invesco Management S.A. โดยกองทุนหลักมีวัตถุประสงค์ของกองทุน คือ การบรรลุเป้าหมายการเติบโตของเงินทุนในระยะยาวโดยการลงทุนส่วนใหญ่ในตราสารทุน หรือตราสารที่คล้ายคลึงกัน ของบริษัท อินเดีย โดยกองทุนหลักจะลงทุนในตราสารทุนและหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนที่ออกโดย บริษัท อินเดีย อย่างน้อย 70% ของมูลค่าสินทรัพย์รวมของกองทุน (หลังหักสินทรัพย์สภาพคล่อง) ทั้งนี้ บริษัท อินเดีย ในที่นี้ให้หมายถึง
(i) บริษัท ที่มีสำนักงานจดทะเบียนในประเทศอินเดีย
(ii) บริษัท ที่ตั้งอยู่นอกประเทศอินเดียแต่ดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจของตนส่วนใหญ่ในประเทศอินเดีย หรือ
(iii) บริษัท โฮลดิ้ง ซึ่งลงทุนส่วนใหญ่ในบริษัท ที่มีการจดทะเบียนในประเทศอินเดีย
ทั้งนี้ กองทุนหลักจะลงทุนส่วนที่เหลือ 30 % ของมูลค่าสินทรัพย์รวมของกองทุนในเงินสด และรายการเทียบเท่าเงินสด ตราสารตลาดเงิน ตราสารทุน และตราสารที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนที่ออกโดยบริษัท หรือหน่วยงานที่ไม่เข้าข่ายตามนิยามข้างต้น หรือตราสารหนี้ (รวมทั้งตราสารหนี้แปลงสภาพ) ของผู้ออกตราสารหนี้ทั่วโลกและในสกุลอื่นๆ
บริษัทจัดการจะทำการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักในประเทศฮ่องกง โดยใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นหลัก และกองทุนหลักจะนำเงินดอลลาร์สหรัฐ ไปลงทุนในหลักทรัพย์ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ และ/หรือสกุลเงินรูปีอินเดีย และ/หรือสกุลเงินอื่นใด อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักดังกล่าวเป็นประเทศอื่นใดนอกเหนือจากประเทศฮ่องกง และ/หรือสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินอื่นใดในภายหลังได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจะประกาศให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบถึงการเปลี่ยนแปลงโดยเร็วนับตั้งแต่วันที่บริษัทจัดการรู้หรือรับทราบเหตุการณ์ดังกล่าว โดยจะติดประกาศ ณ ที่ทำการของบริษัทจัดการ หรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน (ถ้ามี) และ/หรือเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
ทั้งนี้ กองทุน Invesco India Equity Fund – Class A อาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management (EPM)) และเพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging)
สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือในต่างประเทศ กองทุนเปิดเคแทม อินเดีย อิควิตี้ ฟันด์ อาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ เงินฝาก ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ก.ล.ต.
สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือในประเทศ กองทุนเปิดเคแทม อินเดีย อิควิตี้ ฟันด์ อาจพิจารณาลงทุนในตราสารทุน ตราสารแห่งหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารทางการเงิน และเงินฝาก ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือให้ความเห็นชอบให้ลงทุนได้ นอกจากนี้ ในส่วนของการลงทุนในประเทศ กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสาร ดังต่อไปนี้
1. สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารกองทุน (efficient portfolio management)
2. ตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note)
3. ตราสารแห่งหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non – investment grade) ตราสารแห่งหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) หลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities)
อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น
กองทุนเปิดเคแทม อินเดีย อิควิตี้ ฟันด์ อาจกู้ยืมเงิน หรือทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ ธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
กองทุนเปิดเคแทม อินเดีย อิควิตี้ ฟันด์ อาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่มีตัวแปรเป็นอัตราแลกเปลี่ยนเงินโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยงตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนตามความเหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ เช่น กรณีที่ค่าเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ มีแนวโน้มอ่อนค่าลง บริษัทจัดการอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยน (FX Derivatives) อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยน (FX Derivatives)ในสัดส่วนที่น้อย หรืออาจพิจารณาไม่ป้องกันในกรณีที่ค่าเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มแข็งค่า ซึ่งการใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงอาจมีต้นทุนสำหรับการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยง โดยทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
ในกรณีที่กองทุน Invesco India Equity Fund – Class A มีการลงทุนในหลักทรัพย์ ตราสาร และ/หรือสัญญาของบริษัทที่มิได้จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted company) และ/หรือตราสารแห่งหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated securities) และ/หรือหลักทรัพย์ที่มีความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) โดยมีอัตราส่วนรวมกันทั้งหมดมากกว่าร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนต่างประเทศ บริษัทจัดการจะปรับลดสัดส่วนการลงทุนในกองทุนปลายทางในต่างประเทศ เพื่อให้อัตราส่วนการลงทุนในตราสารดังกล่าวมีอัตราส่วนรวมกันไม่เกินร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนเปิดเคแทม อินเดีย อิควิตี้ ฟันด์
ทั้งนี้ การปรับลดสัดส่วนการลงทุนดังกล่าวจะดำเนินการภายใน 15 วันทำการนับแต่วันที่รับทราบข้อมูลการลงทุนในตราสารดังกล่าวเกินร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนต่างประเทศ ยกเว้นกรณีที่เกิดจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้หรือกรณีจำเป็นและสมควรที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ภายในระยะเวลาข้างต้น บริษัทจัดการจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยไม่ชักช้า หากการดำเนินการปรับสัดส่วนการลงทุนในกองทุนปลายทางในต่างประเทศข้างต้น มีผลทำให้การลงทุนในกองทุนในต่างประเทศ (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีน้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนเปิดเคแทม อินเดีย อิควิตี้ ฟันด์ บริษัทจะดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(ก) บริษัทจัดการจะคัดเลือกกองทุนรวมในต่างประเทศกองทุนใหม่ เพื่อเป็นกองทุนหลักแทนกองทุนเดิม โดยกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่ดังกล่าว จะมีนโยบายการลงทุนในตราสารทุนและมีคุณสมบัติตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด หรือมีแนวทางให้ดำเนินการได้ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินให้เสร็จสิ้นโดยไม่ชักช้า และจะแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบต่อไป
(ข) หากเกิดกรณีใดๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนรวมในต่างประเทศกองทุนใหม่ เพื่อเป็นกองทุนหลักแทนกองทุนเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกกองทุน โดยจะดำเนินการจำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เหลืออยู่กองทุน (ถ้ามี) เพื่อคืนเงินตามจำนวนที่รวบรวมได้หลังหักค่าใช้จ่ายสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ตามสัดส่วนจำนวนหน่วยลงทุนที่ถือต่อจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด
ทั้งนี้ ในกรณีที่บริษัทจัดการอยู่ระหว่างการดำเนินการเปลี่ยนกองทุนหลัก จนเป็นเหตุให้การลงทุนของกองทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุน ตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการจะดําเนินการแกไขสัดส่วนการลงทุนของกองทุนให้เป็นไปตามนโยบายการลงทุนภายใน 90 วันนับแต่วันที่สัดส่วนการลงทุนของกองทุนไม่เป็นตามนโยบายการลงทุน เว้นแต่บริษัทจัดการจะได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนให้เปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนในกำหนดเวลาดังกล่าว
ในกรณีที่กองทุนไม่สามารถเข้าลงทุนในกองทุน Invesco India Equity Fund – Class A หรือในกรณีที่กองทุนนี้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ หรือในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่าการลงทุนในกองทุน Invesco India Equity Fund – Class A ไม่เหมาะสมอีกต่อไป อาทิเช่น กองทุน Invesco India Equity Fund – Class A มีผลตอบแทนต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนต่างประเทศอื่นๆ ที่มีนโยบายการบริหารจัดการใกล้เคียงกันติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนต่างประเทศอื่นอย่างเห็นได้ชัด และ/หรือ การลงทุนนั้นเบี่ยงเบนไปจากวัตถุประสงค์หรือนโยบายการลงทุนของกองทุน และ/หรือ เมื่อพบว่าการบริหารจัดการของกองทุนต่างประเทศดังกล่าวไม่เป็นไปตามที่ระบุหรือสัญญาไว้กับผู้ลงทุน และ/หรือ เมื่อกองทุนต่างประเทศดังกล่าวกระทำความผิดร้ายแรงโดยหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศนั้นๆ เป็นผู้ให้ความเห็น และ/หรือ เมื่อเกิดเหตุการณ์หรือคาดการณ์ได้ว่า จะเกิดการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่างๆ จนอาจส่งผลให้การลงทุนในกองทุนต่างประเทศเป็นภาระต่อผู้ลงทุนโดยเกินจำเป็น เป็นต้น บริษัทจัดการสงวนสิทธิที่จะนำเงินลงทุนของกองทุนไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศอื่นที่มีนโยบายการลงทุนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของกองทุน โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการในครั้งเดียว หรือทยอยโอนย้ายเงินทุน ซึ่งอาจส่งผลให้ในช่วงเวลาดังกล่าว กองทุนอาจมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน
ในกรณีที่บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการตามข้างต้น จนเป็นเหตุให้การลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน ให้บริษัทจัดการดำเนินการแก้ไขสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมให้เป็นไปตามนโยบายการลงทุนภายใน 90 วันนับแต่วันที่สัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุน เว้นแต่บริษัทจัดการจะได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนให้เปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวมภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ ในการเปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวม บริษัทจัดการต้องจัดให้มีวิธีการในการให้สิทธิแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมในการที่จะออกจากกองทุนรวมก่อนที่การเปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวมจะมีผลใช้บังคับ โดยวิธีการดังกล่าวต้องมีระยะเวลาเพียงพอและเป็นธรรมต่อผู้ถือหน่วยลงทุน รวมทั้งเมื่อได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนให้เปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวมแล้ว บริษัทจัดการต้องงดเก็บค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนจากผู้ถือหน่วยลงทุนทุกรายจนกว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับ และในกรณีที่ครบกำหนด 90 วันนับแต่วันที่สัดส่วนการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุน แต่การเปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวมยังไม่มีผลใช้บังคับ บริษัทจัดการต้องไม่เสนอขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมนั้นเพิ่มเติม
ทั้งนี้ กองทุนอาจไม่นับช่วงเวลาระหว่างรอการลงทุน ซึ่งมีระยะเวลาประมาณ 30 วันนับแต่วันจดทะเบียนกองทรัพย์สิน และช่วงระยะเวลาประมาณ 30 วันก่อนครบกำหนดอายุโครงการ รวมทั้งช่วงระยะเวลาที่กองทุนจำเป็นต้องรอการลงทุน และ/หรือในช่วงที่ผู้ลงทุนทำการขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก ซึ่งมีระยะเวลาไม่เกิน 10 วันทำการในการคํานวณสัดส่วนการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะนำเงินลงทุนบางส่วนหรือทั้งหมดกลับเข้ามาลงทุนในประเทศ หรือสงวนสิทธิที่จะเลิกกองทุน โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนทุกรายแล้ว และไม่ถือว่าปฎิบัติผิดไปจากรายละเอียดโครงการกองทุน หากเกิดเหตุการณ์ดังต่อไปนี้
(1) ผู้จัดการกองทุนพิจารณาแล้วเห็นว่าสถานการณ์การลงทุนในต่างประเทศไม่เหมาะสม
(2) กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับวงเงินที่ได้รับอนุญาตให้นำเงินไปลงทุนในต่างประเทศ
(3) กรณีที่ไม่สามารถสรรหา และ/หรือลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศใดๆ ที่มีนโยบายการลงทุนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของโครงการ
(4) กรณีที่กองทุนรวมมีจำนวนเงินที่ได้จากการเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรกไม่เพียงพอต่อการจัดตั้งกองทุน เพื่อนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศได้อย่างเหมาะสม
(5) กรณีมีเหตุให้เชื่อได้ว่าเพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม
ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในกองทุนปลายทางไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง หากปรากฏว่า มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางที่กองทุนรวมไปลงทุนมีการลดลงในลักษณะ ดังนี้
(1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง หรือ
(2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวนเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง
เงื่อนไข ในกรณีที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าว บริษัทจัดการจะดำเนินการ ดังต่อไปนี้
รายละเอียดการดำเนินการ
การดำเนินการ | ระยะเวลาดำเนินการ |
| 1 แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทาง การดำเนินการของ บลจ. ให้สำนักงานและผู้ถือหน่วยลงทุน (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม) | ภายใน 3 วันทาการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ
|
| 2 เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตามข้อ 1 ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย) | พร้อมข้อ 1
|
3 ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตามข้อ 1
| ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ |
| 4 รายงานผลการดำเนินการตามข้อ 3 ให้สำนักงานทราบ | ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตามข้อ 3 แล้วเสร็จ |
สรุปสาระสำคัญของกองทุน Invesco India Equity Fund – Class A
ชื่อ : Invesco India Equity Fund - Class A
วัตถุประสงค์การลงทุนและนโยบาย : วัตถุประสงค์ของกองทุนคือการบรรลุเป้าหมายการเติบโตของเงินทุนในระยะยาว โดยการลงทุนส่วนใหญ่ในตราสารทุน หรือตราสารที่คล้ายคลึงกัน ของบริษัท อินเดีย โดยกองทุนจะลงทุนในตราสารทุนและหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนที่ออกโดย บริษัท อินเดีย อย่างน้อย 70% ของมูลค่าสินทรัพย์รวมของกองทุน (หลังหักสินทรัพย์สภาพคล่อง) โดยบริษัท อินเดีย ในที่นี้ให้หมายถึง
(i) บริษัท ที่มีสำนักงานจดทะเบียนในประเทศอินเดีย
(ii) บริษัท ที่ตั้งอยู่นอกประเทศอินเดียแต่ดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจของตนส่วนใหญ่ในประเทศอินเดีย หรือ
(iii) บริษัท โฮลดิ้ง ซึ่งลงทุนส่วนใหญ่ในบริษัท ที่มีการจดทะเบียนในประเทศอินเดีย
ทั้งนี้ กองทุนหลักจะลงทุนส่วนที่เหลือ 30 % ของมูลค่าสินทรัพย์รวมของกองทุนในเงินสด และรายการเทียบเท่าเงินสด ตราสารตลาดเงิน ตราสารทุน และตราสารที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนที่ออกโดยบริษัท หรือหน่วยงานที่ไม่เข้าข่ายตามนิยามข้างต้น หรือตราสารหนี้ (รวมทั้งตราสารหนี้แปลงสภาพ) ของผู้ออกตราสารหนี้ทั่วโลกและในสกุลอื่นๆ
อายุกองทุน : ไม่กำหนดอายุโครงการ
วันที่จดทะเบียนกองทุน : 11 ธันวาคม 2006
Class & currency : Class A / ดอลลาร์สหรัฐ (USD)
ISIN Code : LU0267983889
Bloomberg Ticker : ININEAI LX
Management Company : Invesco Management S.A.,
Investment Adviser : Invesco Hong Kong Limited
Custodian : The Bank of New York Mellon (International) Limited
Agent in the Indian Market : Deutsche Bank AG
Independent Auditors : PricewaterhouseCoopers
แหล่งข้อมูล : www.invescoperpetual.co.uk.
ค่าธรรมเนียมของกองทุน Invesco India Equity Fund – Class A
ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Annual management fee) : 1.50% ต่อปี
ค่าธรรมเนียมการขาย (Entry charge) : ไม่เกิน 5.00%
* อนึ่ง กองทุนหลักอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของกองทุนได้
ข้อมูลอื่นๆ ของกองทุน Invesco India Equity Fund – Class A
กองทุนรวมจะเข้าไปลงทุนในสินทรัพย์ของบริษัทในประเทศอินเดียผ่าน บริษัท Invesco India (Mauritius) Limited ("บริษัทย่อย") และได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในการลงทุนในหลักทรัพย์อินเดีย บริษัทย่อย เป็น Mauritian company (บริษัทมอริเชียส) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Invesco Funds (SICAV) และควบคุมโดยพระราชบัญญัติ Companies Act 2001
ทั้งนี้ หากกองทุน Invesco India Equity Fund – Class A มีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใดๆ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าว เพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้วและจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบโดยการลงประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
เงื่อนไขอื่นๆ
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน (class) และสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใดนอกเหนือจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้า โดยจะปิดประกาศ ณ สำนักงานของบริษัทจัดการ และ/หรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน (ถ้ามี) และ/หรือ Website ของบริษัท www.ktam.co.th เว้นแต่ในกรณีทีมีการเปลี่ยนแปลงสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใด โดยเป็นการเปลี่ยนแปลงโดยกองทุนรวมหลักในอนาคต ซึ่งบริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบโดยเร็วนับตั้งแต่วันที่บริษัทจัดการรู้หรือรับทราบเหตุการณ์ดังกล่าว
ความเสี่ยงของกองทุน Invesco India Equity Fund – Class A
1. ความเสี่ยงด้านการลงทุน (Investment Risk) กองทุนไม่ได้รับประกันผลตอบแทนจากการลงทุน มูลค่าของหุ้น และรายได้จากการลงทุนอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงและทำให้กองทุนอาจไม่บรรลุวัตถุประสงค์ของการลงทุนได้
2. ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารทุน (Equity Risk) การลงทุนในตราสารทุนนั้น ราคาหลักทรัพย์ของแต่ละบริษัทอาจจะมีความผันผวนสูง จากผลการดำเนินงานและฐานะทางการเงินของบริษัทนั้นๆ หรือจากปัจจัยอื่น เช่น ภาวะทางเศรษฐกิจ ภาวะตลาดโดยรวม เป็นต้น
3. ความเสี่ยงตลาด (Market Risk) มูลค่าตลาดของตราสารการเงินขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของตลาดทุน ซึ่งเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจโลก ภาวะเศรษฐกิจและเงื่อนไขทางการเมืองของแต่ละประเทศ ปัจจัยที่ไม่สมเหตุสมผล เช่น ความรู้สึก ความคิดเห็น หรือข่าวลือ ก็มีผลกระทบต่อราคาในตลาดหลักทรัพย์
4. ความเสี่ยงของตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets Risks) ตลาดเกิดใหม่อาจมีความไม่มีเสถียรภาพทางด้านการเมือง ระเบียบข้อบังคับ และด้านเศรษฐกิจ สูงกว่าประเทศพัฒนาแล้ว การลงทุนในประเทศเหล่านี้ยังมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน สภาพคล่อง และ ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาตราสารที่สูงกว่า
5. ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารอนุพันธ์ (Derivatives) กองทุนอาจมีการลงทุนในตราสารอนุพันธ์ เพื่อลดความเสี่ยงโดยรวมจากการลงทุน หรือ เพื่อลดต้นทุนของการลงทุน ซึ่งกองทุนอาจไม่บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว
6.การลงทุนกระจุกตัว (Concentration Risk) เนื่องจากกองทุนนี้เน้นลงทุนในประเทศอินเดีย ดังนั้นนักลงทุนอาจเผชิญความผันผวนของมูลค่ากองทุนที่มากกว่ากองทุนอื่นที่กระจายการลงทุนในหลายภูมิภาค
7.ความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (Currency Risk) กองทุนมีความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนจากการที่ลงทุนในสินทรัพย์สกุลเงินอื่นนอกเหนือจากสกุลเงินหลักที่กองทุนลงทุน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าวอาจจะส่งผลให้กองทุนหลักมีกำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าวได้
ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุน :
ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในประเทศ :
ส่วนที่ 1 : ประเภทและคุณสมบัติของตราสารทางการเงินทั่วไป
ประเภทของตราสาร ได้แก่
1. ตราสารทุน
1.1 หุ้น
1.2 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น (share warrants)
1.3 ใบแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได้ (Transferable Subscription Right)
1.4 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี underlying เป็นหุ้นหรือ share warrants
1.5 ตราสารทุนอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารทุนตาม 1.1 - 1.4 ตามที่สำนักงานก.ล.ต.กำหนดเพิ่มเติม
2. ตราสารหนี้
2.1 พันธบัตร
2.2 ตั๋วเงินคลัง
2.3 หุ้นกู้ (ไม่รวมหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ และตราสาร Basel III)
2.4 ตั๋วแลกเงิน
2.5 ตั๋วสัญญาใช้เงิน
2.6 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้
2.7 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี underlying เป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้
2.8 ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตาม 2.1 - 2.7 ตามที่สำนักงานกำหนดเพิ่มเติม
3. ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน (ไม่รวมตราสาร Basel III)
4. ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (Derivative Warrants)
ทั้งนี้ คุณสมบัติของตราสารและหลักเกณฑ์ในการลงทุนเป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS หน่วย infra และหน่วย property กรณีเป็นหน่วยที่การออกอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายไทย เป็นไปตามประกาศ ทั้งนี้ จะไม่ลงทุนในหน่วย CIS ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (listed fund) ซึ่งมีคุณสมบัติของตราสารเช่นเดียวกันกับตราสาร transferable securities
ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก
ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo)
ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending)
ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภท derivatives
ทั้งนี้ ส่วนที่ 3 - ส่วนที่ 6 เป็นไปตามประกาศ
ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในต่างประเทศ :
ส่วนที่ 1 : ประเภทและคุณสมบัติของตราสารทางการเงินต่างประเทศทั่วไป
ประเภทของตราสารต่างประเทศ ได้แก่
1. ตราสารหนี้ต่างประเทศ
1.1 พันธบัตร
1.2 ตั๋วเงินคลัง
1.3 หุ้นกู้ (ไม่รวมหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ และตราสาร Basel III)
1.4 ตั๋วแลกเงิน
1.5 ตั๋วสัญญาใช้เงิน
1.6 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้
1.7 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี underlying เป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้
1.8 ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตาม 1.1 - 1.7 ตามที่สำนักงานกำหนดเพิ่มเติม
ทั้งนี้ คุณสมบัติของตราสารและหลักเกณฑ์ในการลงทุนเป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS กรณีเป็นหน่วยที่การออกอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายต่างประเทศ เป็นไปตามประกาศ ทั้งนี้ จะไม่ลงทุนในหน่วย CIS ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (listed fund) ซึ่งมีคุณสมบัติของตราสารเช่นเดียวกันกับตราสาร transferable securities
ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากของสถาบันการเงินต่างประเทศหรือตราสารต่างประเทศที่เทียบเท่าเงินฝาก
ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo)
ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending)
ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภท derivatives ในต่างประเทศ
ประเภท underlying derivatives ที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาได้ต้องมี underlying อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังนี้
1. ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้
2. อัตราดอกเบี้ย
3. อัตราแลกเปลี่ยนเงิน
4. เครดิต เช่น credit rating หรือ credit event เป็นต้น
5. underlying อื่นตามที่สำนักงานกำหนดเพิ่มเติม
ทั้งนี้ ส่วนที่ 3 - ส่วนที่ 6 เป็นไปตามประกาศ
อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวม
อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมในประเทศและต่างประเทศ :
เป็นไปตามประกาศ และกรณีที่การลงทุนไม่เป็นไปตามข้อนี้ จะดำเนินการให้เป็นไปตามประกาศกำหนด ทั้งนี้ กองทุนมีการกำหนดอัตราส่วนการลงทุนเพิ่มเติมดังนี้
1. อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามประเภททรัพย์สิน (Product Limit) ได้แก่
- หน่วย CIS จัดตั้งตามกฎหมายไทย ไม่เกิน 20%
- หน่วย property ไม่เกิน 15%
- ตราสารหนี้ หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ที่มีอันดับความน่าเชื่อที่ตัวตราสารและผู้ออกตราสารที่ต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade / unrated) ซึ่งนำมารวมคำนวณใน total SIP รวมกันไม่เกิน 15%
ข้อมูล ณ วันที่ 14 พ.ค. 2569
Yuanta Securities (Thailand)
เลขที่ 127 อาคารเกษร ทาวเวอร์ ชั้น 14-16 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพฯ 10330
Tel: 0-2009-8000 Fax: 02-009-8889 Email: online@yuanta.co.th