กองทุนเปิดเคเคพี US500 - HEDGED ชนิดเพื่อการออม

KKP US500 FUND - HEDGED

รหัสกองทุน: KKP US500-H-SSF
บริษัทจัดการ: บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนเกียรตินาคินภัทร จำกัด
ระดับความเสี่ยง: 6
ประเภทกองทุน:
มูลค่าหน่วยลงทุน (NAV)
13.5443 บาท
ณ วันที่ 12 พ.ค. 2569
Fund Size: 18,325,240.63 บาท
YTD Return: +6.28%

ผลการดำเนินงาน

ช่วงเวลา 1 สัปดาห์ 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน YTD 1 ปี 3 ปี 5 ปี SI
ผลตอบแทน +1.88% +8.17% +7.68% +6.40% +6.28% +26.45% - - +14.76%
ความผันผวนกองทุน - - - - - +13.15% - - -
Maximum Drawdown - - - - - -9.21% - - -

นโยบายการลงทุน

  • 1. กองทุนเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุนประเภท Feeder Fund ที่เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมหลักในต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว คือ iShares Core S&P 500 ETF (กองทุนหลัก) ซึ่งจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ NYSE Arca ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยกองทุนหลักมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลการดำเนินงานจากการลงทุนของดัชนี S&P 500 (ดัชนีอ้างอิง) ซึ่งวัดผลการดำเนินงานของตราสารทุนของบริษัทขนาดใหญ่ (large-capitalization) ในสหรัฐฯ ตามที่กำหนดโดย S&P Dow Jones Indices LLC (Index Provider) ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในกองทุนหลักโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม โดยกองทุนมีนโยบายการลงทุนซึ่งส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

     

    2. สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารทางการเงิน และ/หรือเงินฝาก ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือให้ความเห็นชอบ ทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ ในส่วนของการลงทุนในประเทศ กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่กว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) หรือที่ไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Bond) และตราสารทุนที่ไม่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) ยกเว้นในกรณี ดังต่อไปนี้

    1) ในวันที่ลงทุนหรือได้มาตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) แต่ต่อมาตราสารหนี้ดังกล่าวถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade)

    2) ในวันที่กองทุนลงทุนหรือได้มา ตราสารทุนนั้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Listed Securities) แต่ต่อมาตราสารทุนดังกล่าวไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities)

    ทั้งนี้ หากเกิดเหตุตามข้อ 1) และ 2) กองทุนอาจจะยังคงมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ และตราสารทุนดังกล่าวอยู่ โดยจะดำรงสัดส่วนให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด

     

    3. กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่น หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ในสัดส่วนโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กรณีที่กองทุนปลายทางเป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ลงทุนสูงสุดได้ไม่เกิน 1 ใน 3 ของจำนวนหน่วยลงทุนของกองทุนปลายทาง ทั้งนี้ กองทุนรวมอื่นนั้นมีการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใด ๆ ที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด โดยกองทุนรวมที่มีผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นกองทุนรวมอื่นที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ต้องไม่ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมดังต่อไปนี้

    (1) กองทุนรวมอื่นที่เป็นผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมดังกล่าว

    (2) กองทุนรวมที่เป็นผู้ถือหน่วยของกองทุนรวมอื่นตาม (1)

    ในกรณีที่มีการลงทุนในกองทุนรวมอื่นภายใต้ บลจ. เดียวกัน (Cross Investing Fund) มิให้กองทุนรวมต้นทางลงมติให้กองทุนรวมปลายทาง อย่างไรก็ดี ในกรณีที่กองทุนรวมปลายทางไม่สามารถดำเนินการเพื่อขอมติได้ เนื่องจากติดข้อจำกัดห้ามมิให้กองทุนรวมต้นทางลงมติให้กองทุนรวมปลายทาง บริษัทจัดการสามารถขอรับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.ได้ หากได้รับมติเกินกึ่งหนึ่งของผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนปลายทางในส่วนที่เหลือ

    ทั้งนี้ การลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด หรือกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง หรือประกาศอื่นใดที่เกี่ยวข้อง และ/หรือที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต

     

    4. กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) โดยอาจมี underlying เป็นตราสารทุน หน่วยลงทุนของกองทุน ดัชนีที่มีองค์ประกอบเป็นตราสารทุน อัตราแลกเปลี่ยน อัตราดอกเบี้ย และ/หรือ underlying อื่นตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. อนุญาตให้กองทุนลงทุนได้ ทั้งนี้ การทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอาจมีต้นทุนและมีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ เช่น ความเสี่ยงจากการที่คู่สัญญาผิดนัดชำระหนี้ หรือไม่สามารถส่งมอบ (delivery failure) หรือไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงได้ ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องในการซื้อขายหรือไม่สามารถปิดสถานะได้ (close out position) เป็นต้น โดยบริษัทจัดการจะกำหนดกลยุทธ์ในการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ตลอดจนจัดให้มีระบบที่เหมาะสมในการบริหารความเสี่ยงของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เช่น บริษัทจัดการจะวิเคราะห์และติดตามสถานะหรืออันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทที่เป็นคู่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอย่างระมัดระวังและสม่ำเสมอ และหากมีการปรับตัวในทางลบอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจัดการจะพิจารณาปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ เพื่อลดความเสี่ยงจากการที่คู่สัญญาไม่สามารถทำตามข้อสัญญาตามที่ตกลงกันไว้

    ทั้งนี้ ในกรณีที่กองทุนจะมีการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่อาจมีสินค้า ตัวแปร หรือหลักทรัพย์อ้างอิงกับดัชนี บริษัทจัดการจะเปิดเผยเหตุในการเปลี่ยนแปลงการคำนวณดัชนี การยกเลิกการคำนวณดัชนี ตลอดจนแนวทางการดำเนินการของกองทุนรวมในกรณีปรากฏเหตุดังกล่าว ก่อนการทำธุรกรรม

     

    5. กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) ด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ กองทุนจะทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมด (ระหว่างร้อยละ 95 – 105 ของมูลค่าความเสี่ยงที่มีอยู่) กองทุนจึงอาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนในส่วนที่ไม่ได้ทำการป้องกันความเสี่ยงไว้ ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ นอกจากนี้ การทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าวอาจมีต้นทุน ซึ่งทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

     

    6. กองทุนนี้จะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note)

    ส่วนกองทุน iShares Core S&P 500 ETF อาจเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อให้มีผลตอบแทนเป็นไปตามดัชนีอ้างอิง เพื่ออำนวยความสะดวกในการซื้อขายหลักทรัพย์ หรือเพื่อลดต้นทุนในการซื้อขายหลักทรัพย์ แต่จะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเก็งกำไร ทั้งนี้ กองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note)

     

    7. กองทุนอาจทำธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) หรือธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ หรือตามที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.

     

    8. ข้อมูลกองทุน iShares Core S&P 500 ETF (กองทุนหลัก)

    จากแหล่งข้อมูล:  Prospectus dated 1 August 2023,  and Fund Fact Sheet dated 31 December 2023

    ชื่อกองทุนรวมในต่างประเทศiShares Core S&P 500 ETF
    TickerIVV

    สกุลเงิน

    ดอลลาร์สหรัฐ (U.S. dollars)
    วันที่เริ่มต้นกองทุน  
    (Fund Launch Date)
    15 พฤษภาคม 2543 (15 May 2000)

    ประเทศที่จดทะเบียนจัดตั้ง

    สหรัฐอเมริกา (UNITED STATES)

    ตลาดหลักทรัพย์

    NYSE Arca

    หน่วยงานที่กำกับดูแล

    The U.S. Securities and Exchange Commission

    บริษัทจัดการ

    (Investment Adviser)

    BlackRock Fund Advisors (BFA)
    ผู้ปฏิบัติการจัดการกองทุน (Administration), ผู้ดูแลและเก็บรักษาหลักทรัพย์ (Custodian), และตัวแทนโอนเงิน (Transfer Agent)JPMorgan Chase Bank, N.A.
    ผู้สอบบัญชีPricewaterhouseCoopers LLP

    อายุโครงการ

    ไม่กำหนด

    การจ่ายเงินปันผล (Distribution)

    จ่าย

    วันทำการซื้อขาย

    ทุกวันทำการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์  NYSE Arca

    ดัชนีชี้วัด (Benchmark)

    S&P 500 Index

    วัตถุประสงค์การลงทุน 

    กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลการดำเนินงานจากการลงทุนของดัชนีที่ประกอบด้วยตราสารทุนของบริษัทขนาดใหญ่ (large-capitalization) ในประเทศสหรัฐอเมริกา

     

    กลยุทธ์การลงทุน

    กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลการดำเนินงานจากการลงทุนของดัชนี S&P 500 (ดัชนีอ้างอิง) ซึ่งวัดผลการดำเนินงานของตราสารทุนของบริษัทขนาดใหญ่ (large-capitalization) ในสหรัฐฯ ตามที่กำหนดโดย S&P Dow Jones Indices LLC (Index Provider) ทั้งนี้ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 ดัชนีอ้างอิงครอบคลุมประมาณร้อยละ 85 ของมูลค่าตลาดของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ ทั้งหมด โดยหลักทรัพย์ในดัชนีอ้างอิงได้รับการจัดสรรน้ำหนักโดยอ้างอิงจากมูลค่าตลาดของบริษัทจดทะเบียนที่ปรับด้วยสัดส่วนของผู้ถือหุ้นรายย่อย (float-adjusted market value of outstanding shares) และดัชนีอ้างอิงประกอบไปด้วยหลักทรัพย์ในหลากหลายอุตสาหกรรม โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 ดัชนีอ้างอิงมีสัดส่วนที่มีนัยสำคัญในหลักทรัพย์ของบริษัทในกลุ่มธุรกิจหรืออุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม องค์ประกอบของดัชนีอ้างอิงดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละช่วงเวลา

     

    กองทุนหลักใช้กลยุทธ์การลงทุนเชิงรับ (passive หรือ indexing approach) เพื่อให้ได้ผลตอบแทนตามวัตถุประสงค์การลงทุน โดยไม่ได้มุ่งหวังที่จะเอาชนะดัชนีอ้างอิงและจะไม่ปรับสถานการณ์ลงทุนแบบตั้งรับ (defensive position) เป็นการชั่วคราวในสภาวะตลาดขาลงหรือในสภาวะตลาดที่มีระดับราคาสูงเกินปัจจัยพื้นฐาน ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนดังกล่าวจึงอาจไม่ได้ทำให้กองทุนหลักมีโอกาสที่จะเอาชนะดัชนีอ้างอิงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ก็อาจช่วยลดความเสี่ยงของการบริหารจัดการเชิงรุก เช่น ความผิดพลาดในการเลือกหลักทรัพย์รายตัว ทั้งนี้ กลยุทธ์การลงทุนนี้มุ่งหมายที่จะทำให้มีต้นทุนมีผลการดำเนินงานหลังหักภาษีที่ดีกว่า โดยการทำให้การหมุนเวียนการลงทุนของกองทุน (portfolio turnover) อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับกองทุนอื่นที่มีการบริหารจัดการเชิงรุก

     

    กองทุนหลักใช้กลยุทธ์การลงทุนโดยเลือกหลักทรัพย์ที่เป็นตัวแทนองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิงเพื่อสะท้อนการลงทุนที่คล้ายกับดัชนีอ้างอิง (Representative sampling) โดยหลักทรัพย์ที่เลือกลงทุนโดยรวมคาดว่าจะมีคุณลักษณะด้านการลงทุน (investment characteristics) (อ้างอิงจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น มูลค่าตลาดและน้ำหนักของแต่ละอุตสาหกรรม) คุณลักษณะด้านปัจจัยพื้นฐาน (เช่น ความหลากหลายของผลตอบแทน) และสภาพคล่อง ที่มีความคล้ายกับดัชนีอ้างอิง ดังนั้น กองทุนหลักอาจลงทุนหรือไม่ได้ลงทุนในหลักทรัพย์ทั้งหมดที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิงดังกล่าว

     

    กองทุนหลักจะลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 80 ของทรัพย์สินของกองทุนหลักในหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง รวมถึงการลงทุนอื่นที่มีลักษณะเชิงเศรษฐกิจที่เหมือนกับหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง (เช่น ใบสำคัญแสดงสิทธิในหลักทรัพย์อ้างอิงของหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง) นอกจากนี้ กองทุนหลักอาจลงทุนไม่เกินร้อยละ 20 ของทรัพย์สินของกองทุนหลักในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า  futures options swap เงินสด และตราสารเทียบเท่าเงินสด ซึ่งรวมถึงกองทุนรวมตลาดเงินที่บริหารจัดการโดย  BlackRock Fund Advisor หรือบริษัทในเครือ รวมถึงหลักทรัพย์อื่นที่ไม่ได้เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง แต่เชื่อว่าช่วยให้กองทุนหลักสร้างผลตอบแทนได้ใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิง ทั้งนี้ การลงทุนในเงินสดและตราสารเทียบเท่าเงินสดที่เกี่ยวข้องกับสถานะของตราสารอนุพันธ์จะถือเป็นส่วนหนึ่งของสถานะการลงทุนนั้นในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง โดยกองทุนหลักมุ่งที่จะสร้างผลตอบแทนให้สอดคล้องกับผลการดำเนินงานของดัชนีอ้างอิงก่อนหักค่าใช้จ่ายของกองทุนหลัก

     

    กองทุนหลักอาจทำธุรกรรมให้ยืมหลักทรัพย์ได้ไม่เกิน 1/3 ของทรัพย์ของกองทุนหลัก (รวมหลักประกัน)

     

    ดัชนีอ้างอิงจัดทำโดย S&P Dow Jones Indices LLC (SPDJI) ซึ่งเป็นอิสระจากกองทุนหลักและบริษัทจัดการผู้บริหารกองทุนหลัก ทั้งนี้ SPDJI เป็นผู้พิจารณาองค์ประกอบและสัดส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์ของดัชนีอ้างอิง รวมถึงเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าตามราคาตลาดของดัชนีอ้างอิงดังกล่าว

     

    นโยบายการกระจุกตัวในอุตสาหกรรม

    กองทุนหลักมีการกระจุกตัวด้านการลงทุนในอุตสาหกรรมหรือกลุ่มอุตสาหกรรม (ในสัดส่วนร้อยละ 25 ของทรัพย์สินของกองทุนหลักหรือมากกว่า) เพื่อให้ใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิง อย่างไรก็ตาม หลักทรัพย์ของรัฐบาลสหรัฐฯ (รวมถึงหน่วยงานและเครื่องมือทางการเงินต่าง ๆ) และธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (repurchase agreement) ที่มีหลักประกันเป็นหลักทรัพย์ของรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่นับรวมอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมใด ๆ

    ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายของกองทุนหลัก  

    - ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Investment Management Fees): 0.03%

    - ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ (Other Expenses): 0.00%

    หมายเหตุ: ในกรณีที่บริษัทจัดการได้รับค่าตอบแทนจากกองทุนหลักและ/หรือบริษัทจัดการของกองทุนหลัก (rebate) บริษัทจัดการจะนำค่าตอบแทนดังกล่าวกลับเข้ากองทุนนี้ หรือดำเนินการอื่นตามที่สำนักงาน ก.ล.ต.และ/หรือหน่วยงานที่มีอำนาจอื่นกำหนดและ/หรืออนุญาต/เห็นชอบ/ผ่อนผัน และ/หรือที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้บริษัทจัดการดำเนินการได้

     

    รายละเอียดของกองทุนหลัก แปลมาจากหนังสือชี้ชวน (Prospectus) ของกองทุนหลัก ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ ท่านสามารถดูข้อมูลของกองทุนหลักเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ishares.com/us/products/239726/ishares-core-sp-500-etf 

     

    9. กรณีที่กองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีการลงทุนในกองทุนปลายทางไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง และการลงทุนของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีลักษณะครบถ้วนตาม ข้อ 9.1 และ ข้อ 9.2 บริษัทจัดการจะดำเนินการตาม ข้อ 9.3

    9.1 ฐานะการลงทุนสุทธิของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ 

    (1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี < 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ

    (2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ? 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF

    9.2 NAV ของกองทุนปลายทาง มีการลดลงในลักษณะดังนี้        

    (1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ

    (2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง

    9.3 รายละเอียดการดำเนินการ

    การดำเนินการ

    ระยะเวลาดำเนินการ

    9.3.1   แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของ บริษัทจัดการ ให้สำนักงานและผู้ถือหน่วย
    (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม)

    ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มี
    การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ

    9.3.2   เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตาม 

    9.3.1 ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย)

    พร้อม 9.3.1 

    9.3.3   ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม 9.3.1

    ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มี
    การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ

    9.3.4 รายงานผลการดำเนินการตาม 9.3.3 ให้สำนักงานทราบ

    ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตาม  9.3.3 
    แล้วเสร็จ

     

    10. ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนตามนโยบายการลงทุนตามข้อ 1. ข้างต้น และอัตราส่วนที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้ 

    (1) ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม 

    (2) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม 

    (3) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ

Top 5 Holdings

ISHARES CORE S&P 500 ETF
99.19%
KASIKORNBANK PUBLIC COMPANY LIMITED (141-3-43940-6KBANK)
4.8%
KASIKORNBANK PUBLIC COMPANY LIMITED (USD US500-H)
1.19%
TTB (FX-TX.6028366)
0.11%
TTB (FX-TX.6027200)
0.01%

สัดส่วนการลงทุน

หุ้น
99.19%
เงินฝาก/ตราสารเทียบเท่า
5.98%
หน่วยลงทุน
0.01%
สินทรัพย์อื่น ๆ / หนี้สินอื่น ๆ
-0.19%
ตราสารอนุพันธ์
-4.99%

ค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมการขาย
0.00%
สูงสุดไม่เกิน: +2.00%
ค่าธรรมเนียมการจัดการ
+0.54%
สูงสุดไม่เกิน: +2.67%
ค่าธรรมเนียมผู้ดูแล
-
สูงสุดไม่เกิน: +0.11%
ค่าใช้จ่ายอื่น
-
สูงสุดไม่เกิน: +1.50%

รายละเอียดการซื้อขาย

เวลาตัดรอบการซื้อ: 15:30
เวลาตัดรอบการขาย: 15:30
วันชำระเงิน: 2 วัน
การจ่ายเงินปันผล: ไม่จ่ายเงินปันผล
มูลค่าขั้นต่ำการซื้อครั้งแรก: 1,000.00 บาท
มูลค่าขั้นต่ำการซื้อครั้งถัดไป: 1,000.00 บาท

เอกสารเพิ่มเติม

ดาวน์โหลด Fund Factsheet

ข้อมูล ณ วันที่ 14 พ.ค. 2569

หมายเหตุ

  • การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
  • ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
  • ข้อมูลการวัดผลการดำเนินงานของกองทุนนี้ ได้จัดทำตามมาตรฐานการวัดผลการดำเนินงานของกองทุนของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน
  • ข้อมูล % ต่อปี สำหรับผลการดำเนินงานที่แสดงในช่วงเวลาตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป

Yuanta Securities (Thailand)

เลขที่ 127 อาคารเกษร ทาวเวอร์ ชั้น 14-16 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพฯ 10330

Tel: 0-2009-8000 Fax: 02-009-8889 Email: online@yuanta.co.th