KKP US500 FUND - HEDGED
| ช่วงเวลา | 1 สัปดาห์ | 1 เดือน | 3 เดือน | 6 เดือน | YTD | 1 ปี | 3 ปี | 5 ปี | SI |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ผลตอบแทน | +1.88% | +8.17% | +7.68% | +6.40% | +6.28% | +26.45% | - | - | +14.76% |
| ความผันผวนกองทุน | - | - | - | - | - | +13.15% | - | - | - |
| Maximum Drawdown | - | - | - | - | - | -9.21% | - | - | - |
1. กองทุนเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุนประเภท Feeder Fund ที่เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมหลักในต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว คือ iShares Core S&P 500 ETF (กองทุนหลัก) ซึ่งจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ NYSE Arca ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยกองทุนหลักมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลการดำเนินงานจากการลงทุนของดัชนี S&P 500 (ดัชนีอ้างอิง) ซึ่งวัดผลการดำเนินงานของตราสารทุนของบริษัทขนาดใหญ่ (large-capitalization) ในสหรัฐฯ ตามที่กำหนดโดย S&P Dow Jones Indices LLC (Index Provider) ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในกองทุนหลักโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม โดยกองทุนมีนโยบายการลงทุนซึ่งส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
2. สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารทางการเงิน และ/หรือเงินฝาก ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือให้ความเห็นชอบ ทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ ในส่วนของการลงทุนในประเทศ กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่กว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) หรือที่ไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Bond) และตราสารทุนที่ไม่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) ยกเว้นในกรณี ดังต่อไปนี้
1) ในวันที่ลงทุนหรือได้มาตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) แต่ต่อมาตราสารหนี้ดังกล่าวถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade)
2) ในวันที่กองทุนลงทุนหรือได้มา ตราสารทุนนั้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Listed Securities) แต่ต่อมาตราสารทุนดังกล่าวไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities)
ทั้งนี้ หากเกิดเหตุตามข้อ 1) และ 2) กองทุนอาจจะยังคงมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ และตราสารทุนดังกล่าวอยู่ โดยจะดำรงสัดส่วนให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
3. กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่น หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ในสัดส่วนโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กรณีที่กองทุนปลายทางเป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ลงทุนสูงสุดได้ไม่เกิน 1 ใน 3 ของจำนวนหน่วยลงทุนของกองทุนปลายทาง ทั้งนี้ กองทุนรวมอื่นนั้นมีการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใด ๆ ที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด โดยกองทุนรวมที่มีผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นกองทุนรวมอื่นที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ต้องไม่ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมดังต่อไปนี้
(1) กองทุนรวมอื่นที่เป็นผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมดังกล่าว
(2) กองทุนรวมที่เป็นผู้ถือหน่วยของกองทุนรวมอื่นตาม (1)
ในกรณีที่มีการลงทุนในกองทุนรวมอื่นภายใต้ บลจ. เดียวกัน (Cross Investing Fund) มิให้กองทุนรวมต้นทางลงมติให้กองทุนรวมปลายทาง อย่างไรก็ดี ในกรณีที่กองทุนรวมปลายทางไม่สามารถดำเนินการเพื่อขอมติได้ เนื่องจากติดข้อจำกัดห้ามมิให้กองทุนรวมต้นทางลงมติให้กองทุนรวมปลายทาง บริษัทจัดการสามารถขอรับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.ได้ หากได้รับมติเกินกึ่งหนึ่งของผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนปลายทางในส่วนที่เหลือ
ทั้งนี้ การลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด หรือกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง หรือประกาศอื่นใดที่เกี่ยวข้อง และ/หรือที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต
4. กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) โดยอาจมี underlying เป็นตราสารทุน หน่วยลงทุนของกองทุน ดัชนีที่มีองค์ประกอบเป็นตราสารทุน อัตราแลกเปลี่ยน อัตราดอกเบี้ย และ/หรือ underlying อื่นตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. อนุญาตให้กองทุนลงทุนได้ ทั้งนี้ การทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอาจมีต้นทุนและมีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ เช่น ความเสี่ยงจากการที่คู่สัญญาผิดนัดชำระหนี้ หรือไม่สามารถส่งมอบ (delivery failure) หรือไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงได้ ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องในการซื้อขายหรือไม่สามารถปิดสถานะได้ (close out position) เป็นต้น โดยบริษัทจัดการจะกำหนดกลยุทธ์ในการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ตลอดจนจัดให้มีระบบที่เหมาะสมในการบริหารความเสี่ยงของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เช่น บริษัทจัดการจะวิเคราะห์และติดตามสถานะหรืออันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทที่เป็นคู่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอย่างระมัดระวังและสม่ำเสมอ และหากมีการปรับตัวในทางลบอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจัดการจะพิจารณาปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ เพื่อลดความเสี่ยงจากการที่คู่สัญญาไม่สามารถทำตามข้อสัญญาตามที่ตกลงกันไว้
ทั้งนี้ ในกรณีที่กองทุนจะมีการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่อาจมีสินค้า ตัวแปร หรือหลักทรัพย์อ้างอิงกับดัชนี บริษัทจัดการจะเปิดเผยเหตุในการเปลี่ยนแปลงการคำนวณดัชนี การยกเลิกการคำนวณดัชนี ตลอดจนแนวทางการดำเนินการของกองทุนรวมในกรณีปรากฏเหตุดังกล่าว ก่อนการทำธุรกรรม
5. กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) ด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ กองทุนจะทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมด (ระหว่างร้อยละ 95 – 105 ของมูลค่าความเสี่ยงที่มีอยู่) กองทุนจึงอาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนในส่วนที่ไม่ได้ทำการป้องกันความเสี่ยงไว้ ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ นอกจากนี้ การทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าวอาจมีต้นทุน ซึ่งทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
6. กองทุนนี้จะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note)
ส่วนกองทุน iShares Core S&P 500 ETF อาจเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อให้มีผลตอบแทนเป็นไปตามดัชนีอ้างอิง เพื่ออำนวยความสะดวกในการซื้อขายหลักทรัพย์ หรือเพื่อลดต้นทุนในการซื้อขายหลักทรัพย์ แต่จะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเก็งกำไร ทั้งนี้ กองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note)
7. กองทุนอาจทำธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) หรือธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ หรือตามที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
8. ข้อมูลกองทุน iShares Core S&P 500 ETF (กองทุนหลัก)
จากแหล่งข้อมูล: Prospectus dated 1 August 2023, and Fund Fact Sheet dated 31 December 2023
| ชื่อกองทุนรวมในต่างประเทศ | iShares Core S&P 500 ETF |
| Ticker | IVV |
สกุลเงิน | ดอลลาร์สหรัฐ (U.S. dollars) |
| วันที่เริ่มต้นกองทุน (Fund Launch Date) | 15 พฤษภาคม 2543 (15 May 2000) |
ประเทศที่จดทะเบียนจัดตั้ง | สหรัฐอเมริกา (UNITED STATES) |
ตลาดหลักทรัพย์ | NYSE Arca |
หน่วยงานที่กำกับดูแล | The U.S. Securities and Exchange Commission |
บริษัทจัดการ (Investment Adviser) | BlackRock Fund Advisors (BFA) |
| ผู้ปฏิบัติการจัดการกองทุน (Administration), ผู้ดูแลและเก็บรักษาหลักทรัพย์ (Custodian), และตัวแทนโอนเงิน (Transfer Agent) | JPMorgan Chase Bank, N.A. |
| ผู้สอบบัญชี | PricewaterhouseCoopers LLP |
อายุโครงการ | ไม่กำหนด |
การจ่ายเงินปันผล (Distribution) | จ่าย |
วันทำการซื้อขาย | ทุกวันทำการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ NYSE Arca |
ดัชนีชี้วัด (Benchmark) | S&P 500 Index |
วัตถุประสงค์การลงทุน กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลการดำเนินงานจากการลงทุนของดัชนีที่ประกอบด้วยตราสารทุนของบริษัทขนาดใหญ่ (large-capitalization) ในประเทศสหรัฐอเมริกา
กลยุทธ์การลงทุน กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลการดำเนินงานจากการลงทุนของดัชนี S&P 500 (ดัชนีอ้างอิง) ซึ่งวัดผลการดำเนินงานของตราสารทุนของบริษัทขนาดใหญ่ (large-capitalization) ในสหรัฐฯ ตามที่กำหนดโดย S&P Dow Jones Indices LLC (Index Provider) ทั้งนี้ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 ดัชนีอ้างอิงครอบคลุมประมาณร้อยละ 85 ของมูลค่าตลาดของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ ทั้งหมด โดยหลักทรัพย์ในดัชนีอ้างอิงได้รับการจัดสรรน้ำหนักโดยอ้างอิงจากมูลค่าตลาดของบริษัทจดทะเบียนที่ปรับด้วยสัดส่วนของผู้ถือหุ้นรายย่อย (float-adjusted market value of outstanding shares) และดัชนีอ้างอิงประกอบไปด้วยหลักทรัพย์ในหลากหลายอุตสาหกรรม โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 ดัชนีอ้างอิงมีสัดส่วนที่มีนัยสำคัญในหลักทรัพย์ของบริษัทในกลุ่มธุรกิจหรืออุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม องค์ประกอบของดัชนีอ้างอิงดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละช่วงเวลา
กองทุนหลักใช้กลยุทธ์การลงทุนเชิงรับ (passive หรือ indexing approach) เพื่อให้ได้ผลตอบแทนตามวัตถุประสงค์การลงทุน โดยไม่ได้มุ่งหวังที่จะเอาชนะดัชนีอ้างอิงและจะไม่ปรับสถานการณ์ลงทุนแบบตั้งรับ (defensive position) เป็นการชั่วคราวในสภาวะตลาดขาลงหรือในสภาวะตลาดที่มีระดับราคาสูงเกินปัจจัยพื้นฐาน ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนดังกล่าวจึงอาจไม่ได้ทำให้กองทุนหลักมีโอกาสที่จะเอาชนะดัชนีอ้างอิงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ก็อาจช่วยลดความเสี่ยงของการบริหารจัดการเชิงรุก เช่น ความผิดพลาดในการเลือกหลักทรัพย์รายตัว ทั้งนี้ กลยุทธ์การลงทุนนี้มุ่งหมายที่จะทำให้มีต้นทุนมีผลการดำเนินงานหลังหักภาษีที่ดีกว่า โดยการทำให้การหมุนเวียนการลงทุนของกองทุน (portfolio turnover) อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับกองทุนอื่นที่มีการบริหารจัดการเชิงรุก
กองทุนหลักใช้กลยุทธ์การลงทุนโดยเลือกหลักทรัพย์ที่เป็นตัวแทนองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิงเพื่อสะท้อนการลงทุนที่คล้ายกับดัชนีอ้างอิง (Representative sampling) โดยหลักทรัพย์ที่เลือกลงทุนโดยรวมคาดว่าจะมีคุณลักษณะด้านการลงทุน (investment characteristics) (อ้างอิงจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น มูลค่าตลาดและน้ำหนักของแต่ละอุตสาหกรรม) คุณลักษณะด้านปัจจัยพื้นฐาน (เช่น ความหลากหลายของผลตอบแทน) และสภาพคล่อง ที่มีความคล้ายกับดัชนีอ้างอิง ดังนั้น กองทุนหลักอาจลงทุนหรือไม่ได้ลงทุนในหลักทรัพย์ทั้งหมดที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิงดังกล่าว
กองทุนหลักจะลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 80 ของทรัพย์สินของกองทุนหลักในหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง รวมถึงการลงทุนอื่นที่มีลักษณะเชิงเศรษฐกิจที่เหมือนกับหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง (เช่น ใบสำคัญแสดงสิทธิในหลักทรัพย์อ้างอิงของหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง) นอกจากนี้ กองทุนหลักอาจลงทุนไม่เกินร้อยละ 20 ของทรัพย์สินของกองทุนหลักในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า futures options swap เงินสด และตราสารเทียบเท่าเงินสด ซึ่งรวมถึงกองทุนรวมตลาดเงินที่บริหารจัดการโดย BlackRock Fund Advisor หรือบริษัทในเครือ รวมถึงหลักทรัพย์อื่นที่ไม่ได้เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง แต่เชื่อว่าช่วยให้กองทุนหลักสร้างผลตอบแทนได้ใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิง ทั้งนี้ การลงทุนในเงินสดและตราสารเทียบเท่าเงินสดที่เกี่ยวข้องกับสถานะของตราสารอนุพันธ์จะถือเป็นส่วนหนึ่งของสถานะการลงทุนนั้นในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง โดยกองทุนหลักมุ่งที่จะสร้างผลตอบแทนให้สอดคล้องกับผลการดำเนินงานของดัชนีอ้างอิงก่อนหักค่าใช้จ่ายของกองทุนหลัก
กองทุนหลักอาจทำธุรกรรมให้ยืมหลักทรัพย์ได้ไม่เกิน 1/3 ของทรัพย์ของกองทุนหลัก (รวมหลักประกัน)
ดัชนีอ้างอิงจัดทำโดย S&P Dow Jones Indices LLC (SPDJI) ซึ่งเป็นอิสระจากกองทุนหลักและบริษัทจัดการผู้บริหารกองทุนหลัก ทั้งนี้ SPDJI เป็นผู้พิจารณาองค์ประกอบและสัดส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์ของดัชนีอ้างอิง รวมถึงเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าตามราคาตลาดของดัชนีอ้างอิงดังกล่าว
นโยบายการกระจุกตัวในอุตสาหกรรม กองทุนหลักมีการกระจุกตัวด้านการลงทุนในอุตสาหกรรมหรือกลุ่มอุตสาหกรรม (ในสัดส่วนร้อยละ 25 ของทรัพย์สินของกองทุนหลักหรือมากกว่า) เพื่อให้ใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิง อย่างไรก็ตาม หลักทรัพย์ของรัฐบาลสหรัฐฯ (รวมถึงหน่วยงานและเครื่องมือทางการเงินต่าง ๆ) และธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (repurchase agreement) ที่มีหลักประกันเป็นหลักทรัพย์ของรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่นับรวมอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมใด ๆ | |
ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายของกองทุนหลัก - ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Investment Management Fees): 0.03% - ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ (Other Expenses): 0.00% | |
หมายเหตุ: ในกรณีที่บริษัทจัดการได้รับค่าตอบแทนจากกองทุนหลักและ/หรือบริษัทจัดการของกองทุนหลัก (rebate) บริษัทจัดการจะนำค่าตอบแทนดังกล่าวกลับเข้ากองทุนนี้ หรือดำเนินการอื่นตามที่สำนักงาน ก.ล.ต.และ/หรือหน่วยงานที่มีอำนาจอื่นกำหนดและ/หรืออนุญาต/เห็นชอบ/ผ่อนผัน และ/หรือที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้บริษัทจัดการดำเนินการได้
รายละเอียดของกองทุนหลัก แปลมาจากหนังสือชี้ชวน (Prospectus) ของกองทุนหลัก ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ ท่านสามารถดูข้อมูลของกองทุนหลักเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ishares.com/us/products/239726/ishares-core-sp-500-etf
9. กรณีที่กองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีการลงทุนในกองทุนปลายทางไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง และการลงทุนของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีลักษณะครบถ้วนตาม ข้อ 9.1 และ ข้อ 9.2 บริษัทจัดการจะดำเนินการตาม ข้อ 9.3
9.1 ฐานะการลงทุนสุทธิของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์
(1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี < 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ
(2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ? 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF
9.2 NAV ของกองทุนปลายทาง มีการลดลงในลักษณะดังนี้
(1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ
(2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง
9.3 รายละเอียดการดำเนินการ
การดำเนินการ | ระยะเวลาดำเนินการ |
| 9.3.1 แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของ บริษัทจัดการ ให้สำนักงานและผู้ถือหน่วย (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม) | ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มี |
9.3.2 เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตาม 9.3.1 ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย) | พร้อม 9.3.1 |
| 9.3.3 ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม 9.3.1 | ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มี |
| 9.3.4 รายงานผลการดำเนินการตาม 9.3.3 ให้สำนักงานทราบ | ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตาม 9.3.3 |
10. ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนตามนโยบายการลงทุนตามข้อ 1. ข้างต้น และอัตราส่วนที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้
(1) ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม
(2) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม
(3) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
ข้อมูล ณ วันที่ 14 พ.ค. 2569
Yuanta Securities (Thailand)
เลขที่ 127 อาคารเกษร ทาวเวอร์ ชั้น 14-16 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพฯ 10330
Tel: 0-2009-8000 Fax: 02-009-8889 Email: online@yuanta.co.th