KKP SEMICONDUCTOR FUND - HEDGED
| ช่วงเวลา | 1 สัปดาห์ | 1 เดือน | 3 เดือน | 6 เดือน | YTD | 1 ปี | 3 ปี | 5 ปี | SI |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ผลตอบแทน | -5.34% | +7.26% | +68.09% | +72.25% | +85.00% | +125.95% | +45.91% | +26.78% | +26.78% |
| ความผันผวนกองทุน | - | - | - | - | - | +42.37% | +39.23% | +38.37% | - |
| Maximum Drawdown | - | - | - | - | - | -15.79% | -43.05% | -45.49% | - |
1. กองทุนเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุนประเภท Feeder Fund ที่เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมหลักในต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว คือ iShares Semiconductor ETF (กองทุนหลัก) กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์ในการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนให้สอดคล้องกับดัชนี ICE Semiconductor Index ซึ่งประกอบด้วยตราสารทุนของบริษัทในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ (semiconductor) ที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งกองทุนหลักจดทะเบียนซื้อขายใน ตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ประเทศสหรัฐอเมริกา กองทุนจะลงทุนในกองทุนหลักโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม โดยกองทุนมีนโยบายการลงทุนซึ่งส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
2. สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารทางการเงิน และ/หรือเงินฝาก ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือให้ความเห็นชอบ ทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ ในส่วนของการลงทุนในประเทศ กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่กว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) หรือที่ไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Bond) และตราสารทุนที่ไม่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) ยกเว้นในกรณี ดังต่อไปนี้
1) ในวันที่ลงทุนหรือได้มา ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) แต่ต่อมาตราสารหนี้ดังกล่าวถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade)
2) ในวันที่กองทุนลงทุนหรือได้มา ตราสารทุนนั้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Listed Securities) แต่ต่อมาตราสารทุนดังกล่าวไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities)
ทั้งนี้ หากเกิดเหตุตามข้อ 1) และ 2) กองทุนอาจจะยังคงมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ และตราสารทุนดังกล่าวอยู่ โดยจะดำรงสัดส่วนให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
3. กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่น ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ในสัดส่วนโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนรวมอื่นนั้นมีการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใด ๆ ที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด โดยกองทุนรวมที่มีผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นกองทุนรวมอื่นที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ต้องไม่ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมดังต่อไปนี้
(1) กองทุนรวมอื่นที่เป็นผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมดังกล่าว
(2) กองทุนรวมที่เป็นผู้ถือหน่วยของกองทุนรวมอื่นตาม (1)
ในกรณีที่มีการลงทุนในกองทุนรวมอื่นภายใต้ บลจ. เดียวกัน (Cross Investing Fund) มิให้กองทุนรวมต้นทางลงมติให้กองทุนรวมปลายทาง อย่างไรก็ดี ในกรณีที่กองทุนรวมปลายทางไม่สามารถดำเนินการเพื่อขอมติได้ เนื่องจากติดข้อจำกัดห้ามมิให้กองทุนรวมต้นทางลงมติให้กองทุนรวมปลายทาง บริษัทจัดการสามารถขอรับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.ได้ หากได้รับมติเกินกึ่งหนึ่งของผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนปลายทางในส่วนที่เหลือ
ทั้งนี้ การลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด หรือกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง หรือประกาศอื่นใดที่เกี่ยวข้อง และ/หรือที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต
4. กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) ด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ โดยกองทุนจะทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมด (ระหว่างร้อยละ 95 – 105 ของมูลค่าความเสี่ยงที่มีอยู่) กองทุนจึงอาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนในส่วนที่ไม่ได้ทำการป้องกันความเสี่ยงไว้ ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ นอกจากนี้ การทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าวอาจมีต้นทุน ซึ่งทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
5. กองทุนนี้จะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน(Efficient portfolio management) และตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note)
6. กองทุนอาจทำธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) หรือ ธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ หรือตามที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
7. ข้อมูลกองทุน iShares Semiconductor ETF (กองทุนหลัก)
จากแหล่งข้อมูล: Prospectus dated July 31,2020 (as revised August 17, 2020) และ Supplement dated April 22, 2021
| ชื่อกองทุนรวมในต่างประเทศ | iShares Semiconductor ETF |
| Ticker | SOXX |
สกุลเงิน | ดอลลาร์สหรัฐ (U.S. dollars) |
วันที่จดทะเบียนจัดตั้งกองทุน | 10 กรกฎาคม 2544 (July 10, 2001)
|
ประเทศที่จดทะเบียนจัดตั้ง | สหรัฐอเมริกา (UNITED STATES) |
บริษัทจัดการ (Investment Adviser) | BlackRock Fund Advisors |
อายุโครงการ | ไม่กำหนด |
ดัชนีชี้วัด (Benchmark) | ICE Semiconductor Index |
วัตถุประสงค์การลงทุน iShares Semiconductor ETF มีวัตถุประสงค์ในการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนให้สอดคล้องกับดัชนี (index) ซึ่งประกอบด้วยตราสารทุนของบริษัทในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ (semiconductor) ที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศสหรัฐอเมริกา
นโยบายการลงทุน กองทุนหลักมีกลยุทธ์การลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนให้สอดคล้องกับผลการดำเนินงานของดัชนี ICE Semiconductor Index (“ดัชนีอ้างอิง”) โดยดัชนีดังกล่าวใช้วัดผลตอบแทนของตราสารทุนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศสหรัฐอเมริกาที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) ตาม ICE Uniform Sector Classification schema (ที่กำหนดโดย ICE Data Indices, LLC (IDI หรือบริษัทที่เกี่ยวข้อง รวมเรียกว่า”ผู้จัดทำดัชนี”( Index Provider)) และเป็นไปตามเกณฑ์ในการคัดเลือกที่กำหนดโดยผู้จัดทำดัชนี ซึ่งรวมถึงมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดขั้นต่ำและข้อกำหนดด้านสภาพคล่อง
กองทุนหลักใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบเชิงรับ (passive หรือ indexing approach) เพื่อพยายามให้บรรลุตามวัตถุประสงค์การลงทุน โดยไม่ได้มุ่งหวังที่จะเอาชนะดัชนีอ้างอิงและจะไม่ปรับสถานะการลงทุนให้เป็นลงทุนแบบปกป้องหรือเชิงรับ (defensive positions) ในสภาวะตลาดขาลงหรือตลาดมีระดับราคาสูงเกินปัจจัยพื้นฐาน ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนดังกล่าวจึงอาจไม่ได้ทำให้กองทุนหลักเอาชนะดัชนีอ้างอิง แต่ขณะเดียวกันก็อาจเป็นการลดความเสี่ยงบางส่วนของการบริหารจัดการเชิงรุก (active management) เช่น ความผิดพลาดในการเลือกหุ้นรายตัว ทั้งนี้ กลยุทธ์การลงทุนนี้มุ่งหมายที่จะลดต้นทุนให้ต่ำลงและมีผลการดำเนินงานหลังหักภาษีดีกว่า โดยมุ่งที่จะทำให้การหมุนเวียนการลงทุนของกองทุน (portfolio turnover) อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับกองทุนอื่นที่มีการบริหารจัดการเชิงรุก
กองทุนหลักใช้กลยุทธ์การลงทุนโดยเลือกลงทุนในหุ้นที่เป็นตัวแทนขององค์ประกอบของดัชนีอ้างอิงเพื่อสะท้อนการลงทุนที่มี investment profile คล้ายกับดัชนีอ้างอิง(representative sampling) โดยการพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น คุณลักษณะด้านการลงทุน (investment characteristics) เช่น มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด สัดส่วนกลุ่มอุตสาหกรรม คุณลักษณะด้านปัจจัยพื้นฐาน (fundamental characteristics) เช่น อัตราผลตอบแทน และคุณลักษณะด้านสภาพคล่อง เป็นต้น ดังนั้น กองทุนหลักอาจลงทุน หรือไม่ได้ลงทุนในหุ้นทั้งหมดที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิงหรือไม่ก็ได้
กองทุนหลักจะลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 90 ของทรัพย์สินของกองทุนหลัก ในหุ้นที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง และตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์(depositary receipts) ของหุ้นที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง ส่วนที่เหลือกองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญา futures options swaps เงินสด ตราสารเทียบเท่าเงินสด (ซึ่งรวมถึงกองทุนรวมตลาดเงินที่บริหารจัดการโดย BlackRock Fund Advisor หรือบริษัทที่เกี่ยวข้อง) รวมถึง ทรัพย์สินอื่นที่ไม่ได้เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิงซึ่ง BlackRock Fund Advisorเชื่อว่าจะช่วยให้กองทุนหลักสามารถเกาะดัชนีอ้างอิงได้ โดยกองทุนหลักมุ่งที่จะสร้างผลตอบแทนให้สอดคล้องกับผลการดำเนินงานของดัชนีอ้างอิง ก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนหลัก
กองทุนหลักอาจทำธุรกรรมให้ยืมหลักทรัพย์ ได้ไม่เกิน 1/3 ของทรัพย์สินของกองทุนหลัก (รวมหลักประกัน)
ดัชนีอ้างอิงที่ใช้ของกองทุนหลักจัดทำโดย ICE Data Indices, LLC (IDI) ซึ่งเป็นอิสระจากกองทุนหลักและบริษัทจัดการผู้บริหารกองทุนหลัก(BlackRock Fund Advisor) ทั้งนี้ ICE Data Indices, LLC (IDI) เป็นผู้พิจารณาองค์ประกอบและสัดส่วนการลงทุนในหุ้นของดัชนีอ้างอิง รวมถึงเผยแพร่ข้อมูลของดัชนีอ้างอิงดังกล่าว | |
ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายของกองทุนหลัก ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายของกองทุนหลัก ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fees) : ประมาณ 0.46% ค่าธรรมเนียมอื่นๆ (Other Expenses) : ประมาณ 0.00% ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Annual Fund Operating Expenses) : ประมาณ 0.46% | |
หมายเหตุ: ในกรณีที่บริษัทจัดการได้รับค่าตอบแทนจากกองทุนหลักและ/หรือบริษัทจัดการของกองทุนหลัก (rebate) บริษัทจัดการจะนำค่าตอบแทนดังกล่าวกลับเข้ากองทุนนี้ หรือดำเนินการอื่นตามที่สำนักงาน ก.ล.ต.และ/หรือหน่วยงานที่มีอำนาจอื่นกำหนด และ/หรือที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้บริษัทจัดการดำเนินการได้
รายละเอียดของกองทุนหลัก แปลมาจากหนังสือชี้ชวน (Master Prospectus) ของกองทุนหลัก ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ ท่านสามารถดูข้อมูลของกองทุนหลักเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ishares.com/
8. ในกรณีที่กองทุนหลักมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไขเพิ่มเติมโครงการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลักโดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
9. ในกรณีที่ชนิดของหน่วยลงทุน (Class) หรือกองทุนหลักที่กองทุนลงทุนนั้นไม่เหมาะสมอีกต่อไป โดยอาจสืบเนื่องจากการที่ชนิดของหน่วยลงทุน (Class) หรือกองทุนหลักที่กองทุนลงทุนมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดจนอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ เช่น เงื่อนไขการลงทุน นโยบายการลงทุน อัตราค่าธรรมเนียม เป็นต้น และ/หรือได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่างๆ เช่น ภาวะตลาดและเศรษฐกิจมีความผันผวน เกิดภัยพิบัติหรือเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติต่างๆ เป็นต้น และ/หรือในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ที่กระทบต่อการลงทุน เช่น การเปลี่ยนแปลงในเรื่องกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนต่างประเทศ หรือในกรณีที่กองทุนไม่สามารถเข้าลงทุนในกองทุนหลักได้ หรือในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่าการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนหลักไม่เหมาะสมอีกต่อไป เช่น กรณีที่ผลตอบแทนของกองทุนหลักต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนอื่นๆ ที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกันอย่างมีนัยสำคัญหรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือผลตอบแทนของกองทุนหลักต่ำกว่าตัวชี้วัด (Benchmark) (ถ้ามี) อย่างมีนัยสำคัญ หรือการลงทุนของกองทุนหลัก ไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนหรือโครงการ หรือทำให้กองทุนนี้ไม่สามารถปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ได้ หรือเมื่อกองทุนหลักกระทำความผิดร้ายแรงตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนต่างประเทศหรือมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่อาจส่งผลต่อการดำเนินการของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน หรือมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารของกองทุนหลัก และ/หรือในกรณีที่กองทุนหลักได้เลิกโครงการ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิ โดยตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน (Class) และ/หรือกองทุนหลัก และ/หรือการเปลี่ยนแปลงสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใด และ/หรือเปลี่ยนแปลงการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนดังกล่าวเป็นตลาดหลักทรัพย์ของประเทศอื่นนอกเหนือจากที่ระบุไว้ข้างต้น และ/หรือ ดำเนินการเลิกกองทุน โดยถือว่าได้รับมติเห็นชอบจากจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะไม่ขัดกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน และคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ และในกรณีที่บริษัทจัดการอยู่ระหว่างการดำเนินการเปลี่ยนกองทุนหลักข้างต้น อาจส่งผลให้กองทุนมีการลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศในขณะนั้นมากกว่า 1 กองทุน
10. กรณีการลงทุนของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีลักษณะครบถ้วนตาม ข้อ 10.1 และ ข้อ10.2 บริษัทจัดการจะดำเนินการ ข้อ 10.3
10.1 ฐานะการลงทุนสุทธิของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์
(1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี < 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ
(2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ? 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF
10.2 NAV ของกองทุนปลายทาง มีการลดลงในลักษณะดังนี้
(1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ
(2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง
10.3 รายละเอียดการดำเนินการ
การดำเนินการ | ระยะเวลาดำเนินการ |
| 10.3.1 แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของ บริษัทจัดการ ให้สำนักงานและผู้ถือหน่วย (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม) | ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มี |
| 10.3.2 เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตาม 10.3.1 ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย) | พร้อม 10.3.1 |
| 10.3.3 ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม 10.3.1 | ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มี |
| 10.3.4 รายงานผลการดำเนินการตาม 10.3.3 ให้สำนักงานทราบ | ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตาม 10.3.3 แล้วเสร็จ |
11. ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนตามนโยบายการลงทุนตามข้อ 1. ข้างต้น และอัตราส่วนที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้
(1) ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม
(2) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม
(3) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
12. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Fund) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศได้ หรือ สามารถกลับมาเป็นกองทุนรวม ฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนโดยขึ้นกับสถานการณ์ตลาด และเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนล่วงหน้าอย่างน้อย 60 วันก่อนการดำเนินการเปลี่ยนแปลง โดยจัดให้มีข้อมูลเรื่องดังกล่าวที่สำนักงานของบริษัทจัดการ หรือสำนักงานผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน (ถ้ามี) และ/หรือผ่านเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุน :
1.ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในประเทศ :
ส่วนที่ 1 : ตราสาร TS (transferable securities)
1. ตราสาร TS หมายความว่า ตราสารทางการเงินใด ๆ นอกเหนือจากทรัพย์สินในส่วนอื่นข้อ 3.13.1 นี้ ซึ่งมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่ครบถ้วน ดังนี้
1.1 ไม่มีข้อกำหนดหรือเงื่อนไขที่ทำให้ผู้ลงทุนมีภาระผูกพันมากกว่ามูลค่าเงินลงทุนในตราสาร
1.2 สามารถเปลี่ยนมือได้ (รวมถึงกรณีที่เป็น B/E P/N ที่มีเงื่อนไขห้ามเปลี่ยนมือแต่กองทุนได้ดำเนินการให้มีการรับโอนสิทธิเรียกร้องในตราสารได้ตามวิธีการที่กฎหมายกำหนด หรือมีเงื่อนไขให้กองทุนสามารถขายคืนผู้ออกตราสารได้)
1.3 มีข้อมูลเกี่ยวกับตราสารที่ถูกต้องครบถ้วนและมีการปรับปรุงเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ ซึ่ง บลจ. สามารถเข้าถึงได้เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาตัดสินใจลงทุนได้อย่างสม่ำเสมอ และมีข้อมูลราคาที่สะท้อนมูลค่ายุติธรรม โดยข้อมูลดังกล่าวต้องอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ซึ่งจัดทำตามหลักวิชาการอันเป็นที่ยอมรับในระดับสากล
2. คุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการลงทุนของตราสารเพิ่มเติมจากที่กำหนดในข้อ 1.
2.1 ในกรณีที่เป็นการลงทุนใน B/E หรือ P/N ที่ออกตราสารดังกล่าวเพื่อชำระหนี้การค้า B/E หรือ P/N ดังกล่าวต้องมีการรับอาวัลหรือรับรองโดยบุคคลดังนี้
2.1.1 ธพ. บง. หรือ บค. ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน
2.1.2 ธนาคารออมสิน
2.1.3 ธนาคารอาคารสงเคราะห์
2.1.4 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
2.1.5 ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย
2.1.6 ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย
2.1.7 ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
2.1.8 สถาบันการเงินต่างประเทศที่มีลักษณะทำนองเดียวกับผู้รับฝากตาม 2.1.1 - 2.1.7
ทั้งนี้ การอาวัลหรือการรับรองดังกล่าวต้องเป็นการอาวัลหรือการรับรองผู้สั่งจ่ายหรือผู้ออกตั๋ว ทั้งจำนวนรวมถึงดอกเบี้ย (ถ้ามี) ตามที่ระบุไว้ใน B/E หรือ P/N ด้วย
ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo)
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending)
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภท derivatives
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 7 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย private equity
เป็นไปตามประกาศ
2.ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในต่างประเทศ :
ส่วนที่ 1 : ตราสาร TS (transferable securities) ต่างประเทศ
1. ตราสาร TS หมายความว่า ตราสารทางการเงินใด ๆ นอกเหนือจากทรัพย์สินในส่วนอื่นของข้อ 3.13.2 นี้ ซึ่งมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่ครบถ้วน ดังนี้
1.1 ไม่มีข้อกำหนดหรือเงื่อนไขที่ทำให้ผู้ลงทุนมีภาระผูกพันมากกว่ามูลค่าเงินลงทุนในตราสาร
1.2 สามารถเปลี่ยนมือได้ (รวมถึงกรณีที่เป็น B/E P/N ที่มีเงื่อนไขห้ามเปลี่ยนมือแต่กองทุนได้ดำเนินการให้มีการรับโอนสิทธิเรียกร้องในตราสารได้ตามวิธีการที่กฎหมายกำหนด หรือมีเงื่อนไขให้กองทุนสามารถขายคืนผู้ออกตราสารได้)
1.3 มีข้อมูลเกี่ยวกับตราสารที่ถูกต้องครบถ้วนและมีการปรับปรุงเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ ซึ่ง บลจ. สามารถเข้าถึงได้เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาตัดสินใจลงทุนได้อย่างสม่ำเสมอ และมีข้อมูลราคาที่สะท้อนมูลค่ายุติธรรม โดยข้อมูลดังกล่าวต้องอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ซึ่งจัดทำตามหลักวิชาการอันเป็นที่ยอมรับในระดับสากล
2. คุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการลงทุนของตราสารเพิ่มเติมจากที่กำหนดในข้อ 1.
2.1 ในกรณีที่เป็นการลงทุนใน B/E หรือ P/N ที่ออกตราสารดังกล่าวเพื่อชำระหนี้การค้า B/E หรือ P/N ดังกล่าวต้องมีการรับอาวัลหรือรับรองโดยบุคคลดังนี้
2.1.1 ธพ. บง. หรือ บค. ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน
2.1.2 ธนาคารออมสิน
2.1.3 ธนาคารอาคารสงเคราะห์
2.1.4 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
2.1.5 ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย
2.1.6 ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย
2.1.7 ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
2.1.8 สถาบันการเงินต่างประเทศที่มีลักษณะทำนองเดียวกับผู้รับฝากตาม 2.1.1 - 2.1.7
ทั้งนี้ การอาวัลหรือการรับรองดังกล่าวต้องเป็นการอาวัลหรือการรับรองผู้สั่งจ่ายหรือผู้ออกตั๋ว ทั้งจำนวนรวมถึงดอกเบี้ย (ถ้ามี) ตามที่ระบุไว้ใน B/E หรือ P/N ด้วย
ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากต่างประเทศหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝากต่างประเทศ
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืนในต่างประเทศ (reverse repo)
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ในต่างประเทศ (securities lending)
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภท derivatives
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 7 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย private equity ในต่างประเทศ
เป็นไปตามประกาศ
อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมในประเทศและต่างประเทศ :
เป็นไปตามประกาศ และกรณีที่การลงทุนไม่เป็นไปตามข้อนี้จะดำเนินการให้เป็นไปตามที่ประกาศกำหนด
ข้อมูล ณ วันที่ 8 ก.ค. 2569
Yuanta Securities (Thailand)
เลขที่ 127 อาคารเกษร ทาวเวอร์ ชั้น 14-16 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพฯ 10330
Tel: 0-2009-8000 Fax: 02-009-8889 Email: online@yuanta.co.th