KKP PROPERTY SECTOR RETIREMENT MUTUAL FUND
| ช่วงเวลา | 1 สัปดาห์ | 1 เดือน | 3 เดือน | 6 เดือน | YTD | 1 ปี | 3 ปี | 5 ปี | SI |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ผลตอบแทน | +0.34% | -0.47% | +3.41% | +1.69% | +4.66% | +11.44% | +4.55% | -0.94% | +4.36% |
| ความผันผวนกองทุน | - | - | - | - | - | +7.10% | +9.62% | +9.32% | - |
| Maximum Drawdown | - | - | - | - | - | -7.19% | -14.97% | -25.46% | - |
1. กองทุนมีนโยบายลงทุนในหลักทรัพย์หรือตราสารที่อยู่ในหมวดอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ (Property Sector Fund) โดยมี net exposure ในทรัพย์สินดังต่อไปนี้ของกิจการที่อยู่ในหมวดอุตสาหกรรมนี้ หรือของกิจการที่มีลักษณะเทียบเคียงได้กับกิจการที่อยู่ในหมวดอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
โดยกองทุนสามารถลงทุนในหลักทรัพย์หรือตราสารดังต่อไปนี้
1.1) หน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และ/หรือหน่วยทรัสต์ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) ที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตราสารของกองทุนอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศ และ/หรือ หน่วยของกองทุน property โดยมี net exposure โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
1.2) ส่วนที่เหลือ กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์ดังต่อไปนี้
1.2.1) ตราสารของกองทุนอสังหาริมทรัพย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น Real Estate Investment Trusts (REITs) และ Exchange Traded Fund ที่เน้นลงทุนในตราสารของกองทุนอสังหาริมทรัพย์ (REIT ETF) ตัวอย่างเช่น ISHARES FTSE EPRA/NAREIT ASIA Index Fund และ SPDR DJ Wilshire GLOBAL REAL ESTATE ETF เป็นต้น รวมถึงตราสารอื่นใดที่ให้สิทธิในการได้มาซึ่งตราสารดังกล่าว หรือที่มีผลตอบแทนอ้างอิงกับตราสารดังกล่าวหรือกลุ่มของตราสารดังกล่าวทั้งในประเทศและต่างประเทศ
1.2.2) หุ้นภายใต้กลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงตราสารหรือสัญญาทางการเงินที่ให้สิทธิในการได้มาซึ่งหุ้นดังกล่าวหรือให้ผลตอบแทนอ้างอิงกับหุ้นหรือกลุ่มหุ้นนั้นๆ ทั้งในและต่างประเทศ
2. กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ และ/หรือ เงินฝาก เพื่อการลงทุน และ/หรือหลักทรัพย์อื่นและ/หรือการหาดอกผลอื่นโดยวิธีอื่นใด ตามกฎหมายหลักทรัพย์และ/หรือกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้องกำหนด
3. กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่น หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ในสัดส่วนโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ยกเว้นกรณีที่กองทุนปลายทางเป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ลงทุนสูงสุดได้ไม่เกิน 1 ใน 3 ของจำนวนหน่วยลงทุนของกองทุนปลายทาง ทั้งนี้ กองทุนรวมอื่นนั้นมีการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใด ๆ ที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด โดยกองทุนรวมที่มีผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นกองทุนรวมอื่นที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ต้องไม่ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมดังต่อไปนี้
(1) กองทุนรวมอื่นที่เป็นผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมดังกล่าว
(2) กองทุนรวมที่เป็นผู้ถือหน่วยของกองทุนรวมอื่นตาม (1)
ในกรณีที่มีการลงทุนในกองทุนรวมอื่นภายใต้ บลจ. เดียวกัน (Cross Investing Fund) มิให้กองทุนรวมต้นทางลงมติให้กองทุนรวมปลายทาง อย่างไรก็ดี ในกรณีที่กองทุนรวมปลายทางไม่สามารถดำเนินการเพื่อขอมติได้ เนื่องจากติดข้อจำกัดห้ามมิให้กองทุนรวมต้นทางลงมติให้กองทุนรวมปลายทาง บริษัทจัดการสามารถขอรับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.ได้ หากได้รับมติเกินกึ่งหนึ่งของผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนปลายทางในส่วนที่เหลือ
ทั้งนี้ การลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด หรือกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง หรือประกาศอื่นใดที่เกี่ยวข้อง และ/หรือที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต
4. กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient portfolio management) โดยพิจารณาจากสภาวะตลาดในขณะนั้น กฎข้อบังคับ และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางราคาหลักทรัพย์ อัตราดอกเบี้ย และสภาวะอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการป้องกันความเสี่ยง เป็นต้น
ในกรณีที่กองทุนลงทุนในต่างประเทศ กองทุนอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่มีตัวแปรเป็นอัตราแลกเปลี่ยนเงิน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุน (Hedging) โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ (ระหว่างร้อยละ 0-105 ของมูลค่าความเสี่ยงที่มีอยู่) โดยบริษัทจัดการจะพิจารณาลงทุนตามสภาวการณ์ตลาดหรือเมื่อบริษัทจัดการเห็นสมควร ยกตัวอย่างเช่น กรณี ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มอ่อนค่าลง ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยนในสัดส่วนที่มากกว่า กรณีที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มแข็งค่า อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยนในสัดส่วนที่น้อย หรืออาจพิจารณาไม่ป้องกัน ในกรณีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯมีแนวโน้มแข็งค่า ดังนั้น กองทุนจึงยังคงมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ อีกทั้งการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงอาจมีต้นทุน ซึ่งทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
5. กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออก (issue/issuer) ต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (unrated securities) และตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (unlisted securities)
ทั้งนี้ กองทุนไม่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (non–investment grade) ยกเว้นในกรณีที่กองทุนได้เริ่มลงทุนในตราสารนั้น ซึงตราสารดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) แต่ต่อมาตราสารดังกล่าวได้ถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือลงต่ำกว่า investment grade เพื่อให้กองทุนสามารถมีไว้ซึ่งตราสารดังกล่าวต่อไปได้ รวมทั้งมีระยะเวลาในการปรับลดอัตราส่วนให้เป็นไปตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด เว้นแต่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. อนุมัติ เห็นชอบ ยกเว้น หรือผ่อนผัน ให้ดำเนินการเป็นอย่างอื่นได้
6. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวม ฟีดเดอร์ (Feeder Fund) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือ สามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนโดยขึ้นกับสถานการณ์ตลาด และเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วันก่อนการดำเนินการเปลี่ยนแปลง โดยจัดให้มีข้อมูลเรื่องดังกล่าวที่สำนักงานของบริษัทจัดการ หรือสำนักงานผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน (ถ้ามี) และ/หรือผ่านเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
7. ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนตามนโยบายการลงทุนตามข้อ 1. ข้างต้น และอัตราส่วนที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
7.1. ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม
7.2. ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม
7.3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุน :
1. ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในประเทศ :
เป็นไปตามประกาศ
2. ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในต่างประเทศ :
เป็นไปตามประกาศ
อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวม :
อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมในประเทศและต่างประเทศ : เป็นไปตามประกาศ และกรณีที่การลงทุนไม่เป็นไปตามข้อนี้จะดำเนินการให้เป็นไปตามที่ประกาศกำหนด
ทั้งนี้ ยกเว้นอัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามประเภททรัพย์สิน (product limit) ตามภาคผนวก 4-retail MF ดังนี้
ประเภททรัพย์สิน | อัตราส่วน |
1. total SIP ซึ่งได้แก่ 1.1 total SIP ซึ่งได้แก่ ทรัพย์สินตามข้อ 8 ในตอนที่ 1.1 : อัตราส่วนการลงทุนสำหรับ MF ทั่วไป ของส่วนที่ 1 : อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามผู้ออกทรัพย์สินหรือคู่สัญญา (single entity limit)
1.2 ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ศุกูก หรือตราสาร Basel III ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารและ/หรือผู้ออกตราสารที่ต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade/unrated) | รวมกันไม่เกิน 15% |
| 2. หน่วย CIS ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย | ไม่เกิน 20% |
ที่ปรึกษาการลงทุน :
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแต่งตั้งที่ปรึกษาการลงทุนในภายหลัง โดยไม่ถือเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการ โดยที่ปรึกษาการลงทุนดังกล่าวจะต้องมีคุณสมบัติตามประกาศหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และบริษัทจัดการจะแจ้งให้สำนักงานทราบต่อไป ทั้งนี้ ที่ปรึกษาการลงทุนจะไม่มีอำนาจการตัดสินใจในการจัดการกองทุน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายหลักทรัพย์หรือการจัดการด้านอื่นใดก็ตาม
ที่ปรึกษากองทุน :
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแต่งตั้งและเปลี่ยนแปลงคณะบุคคลเพื่อเป็นคณะที่ปรึกษากองทุน ทั้งนี้ ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถเสนอให้แต่งตั้งตัวแทนผู้ทรงคุณวุฒิที่สามารถให้คำปรึกษาในภาพรวมทางเศรษฐกิจแก่กองทุนเข้าร่วมเป็นคณะที่ปรึกษากองทุนได้ เพื่อให้คำแนะนำด้านการลงทุน ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ถือหน่วยลงทุน อย่างไรก็ตามคณะที่ปรึกษากองทุนที่บริษัทจัดการจะแต่งตั้งขึ้นดังกล่าวจะไม่มีอำนาจควบคุมการดำเนินงานของบริษัทจัดการแต่อย่างใด ทั้งนี้ คณะที่ปรึกษากองทุนจะไม่ได้รับค่าตอบแทนใด ๆ จากกองทุนในการปฏิบัติหน้าที่
ข้อมูล ณ วันที่ 25 ส.ค. 2569
Yuanta Securities (Thailand)
เลขที่ 127 อาคารเกษร ทาวเวอร์ ชั้น 14-16 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพฯ 10330
Tel: 0-2009-8000 Fax: 02-009-8889 Email: online@yuanta.co.th