KKP NDQ100 FUND - UNHEDGED
| ช่วงเวลา | 1 สัปดาห์ | 1 เดือน | 3 เดือน | 6 เดือน | YTD | 1 ปี | 3 ปี | 5 ปี | SI |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ผลตอบแทน | +2.73% | +16.32% | +22.79% | +13.49% | +17.20% | +41.38% | - | - | +24.60% |
| ความผันผวนกองทุน | - | - | - | - | - | +18.63% | - | - | - |
| Maximum Drawdown | - | - | - | - | - | -10.68% | - | - | - |
1. กองทุนเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุนประเภท Feeder Fund ที่เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมหลักในต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว คือ Invesco NASDAQ 100 ETF (กองทุนหลัก) ซึ่งจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยกองทุนหลักจะลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก ในหลักทรัพย์ซึ่งเป็นองค์ประกอบของดัชนี NASDAQ-100 Index (“ดัชนีอ้างอิง”) ซึ่งประกอบด้วยหลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (non-financial companies) จำนวน 100 บริษัทที่ใหญ่ที่สุดตามมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด ทั้งบริษัทในประเทศและนอกประเทศสหรัฐอเมริกาที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq ซึ่งประเภทหลักทรัพย์ที่โดยทั่วไปสามารถนำเข้ามาอยู่ในดัชนีอ้างอิงได้ ได้แก่ หุ้นสามัญ (common stocks) และ tracking stocks รวมถึง American Depositary Receipts (ADRs) ที่อ้างอิงกับหลักทรัพย์ของผู้ออกหลักทรัพย์ที่อยู่นอกสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในกองทุนหลักโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม โดยกองทุนมีนโยบายการลงทุนซึ่งส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
2. สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารทางการเงิน และ/หรือเงินฝาก ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือให้ความเห็นชอบ ทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ ในส่วนของการลงทุนในประเทศ กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่กว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) หรือที่ไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Bond) และตราสารทุนที่ไม่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) ยกเว้นในกรณี ดังต่อไปนี้
1) ในวันที่ลงทุนหรือได้มาตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) แต่ต่อมาตราสารหนี้ดังกล่าวถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade)
2) ในวันที่กองทุนลงทุนหรือได้มา ตราสารทุนนั้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Listed Securities) แต่ต่อมาตราสารทุนดังกล่าวไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities)
ทั้งนี้ หากเกิดเหตุตามข้อ 1) และ 2) กองทุนอาจจะยังคงมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ และตราสารทุนดังกล่าวอยู่ โดยจะดำรงสัดส่วนให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
3. กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่น หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ในสัดส่วนโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กรณีที่กองทุนปลายทางเป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ลงทุนสูงสุดได้ไม่เกิน 1 ใน 3 ของจำนวนหน่วยลงทุนของกองทุนปลายทาง ทั้งนี้ กองทุนรวมอื่นนั้นมีการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใด ๆ ที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด โดยกองทุนรวมที่มีผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นกองทุนรวมอื่นที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ต้องไม่ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมดังต่อไปนี้
(1) กองทุนรวมอื่นที่เป็นผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมดังกล่าว
(2) กองทุนรวมที่เป็นผู้ถือหน่วยของกองทุนรวมอื่นตาม (1)
ในกรณีที่มีการลงทุนในกองทุนรวมอื่นภายใต้ บลจ. เดียวกัน (Cross Investing Fund) มิให้กองทุนรวมต้นทางลงมติให้กองทุนรวมปลายทาง อย่างไรก็ดี ในกรณีที่กองทุนรวมปลายทางไม่สามารถดำเนินการเพื่อขอมติได้ เนื่องจากติดข้อจำกัดห้ามมิให้กองทุนรวมต้นทางลงมติให้กองทุนรวมปลายทาง บริษัทจัดการสามารถขอรับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.ได้ หากได้รับมติเกินกึ่งหนึ่งของผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนปลายทางในส่วนที่เหลือ
ทั้งนี้ การลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด หรือกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง หรือประกาศอื่นใดที่เกี่ยวข้อง และ/หรือที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต
4. กองทุนจะไม่ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) ด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ดังนั้น กองทุนจึงมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
ส่วนกองทุน Invesco NASDAQ 100 ETF อาจเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อให้มีผลตอบแทนเป็นไปตามดัชนีอ้างอิง หรือหรือเพื่อลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน และอาจเข้าทำสัญญา Futures และ Options เพื่อให้มีผลตอบแทนเป็นไปตามดัชนีอ้างอิง หรือเพื่อบริหารกระแสเงินสด แต่จะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเก็งกำไร
5. กองทุนนี้จะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient portfolio management) และจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note)
6. กองทุนอาจทำธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) หรือ ธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ หรือตามที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
7. ข้อมูลกองทุน Invesco NASDAQ 100 ETF (กองทุนหลัก)
จากแหล่งข้อมูล: Prospectus dated 16 December 2022 and Fund Fact Sheet dated 30 June 2023
| ชื่อกองทุนรวมในต่างประเทศ | Invesco NASDAQ 100 ETF |
| Ticker | QQQM |
สกุลเงิน | ดอลลาร์สหรัฐ (U.S. dollars) |
วันที่จดทะเบียนจัดตั้งกองทุน | 13 ตุลาคม 2563 (13 October 2020) |
ประเทศที่จดทะเบียนจัดตั้ง | สหรัฐอเมริกา (UNITED STATES) |
บริษัทจัดการ (Investment Adviser) | Invesco Capital Management LLC |
อายุโครงการ | ไม่กำหนด |
ดัชนีชี้วัด (Benchmark) | NASDAQ-100 Index |
วัตถุประสงค์การลงทุน The Invesco NASDAQ 100 ETF (กองทุนหลัก) มีวัตถุประสงค์ในการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทน (ก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย) ให้สอดคล้องกับดัชนี NASDAQ-100 Index (ดัชนีอ้างอิง) นโยบายการลงทุน กองทุนหลักจะลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก ในหลักทรัพย์ซึ่งเป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง ทั้งนี้ Nasdaq, Inc. (ผู้ให้บริการดัชนี) ทำหน้าที่รวบรวม ดูแลรักษา และคำนวณดัชนีอ้างอิง ซึ่งประกอบด้วยหลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (non-financial companies) จำนวน 100 บริษัทที่ใหญ่ที่สุดตามมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด ทั้งบริษัทในประเทศและนอกประเทศสหรัฐอเมริกา ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก (NASDAQ) ซึ่งประเภทหลักทรัพย์ที่โดยทั่วไปสามารถนำเข้ามาอยู่ในดัชนีอ้างอิงได้ ได้แก่ หุ้นสามัญ (common stocks) และ tracking stocks รวมถึง American Depositary Receipts (ADRs) ที่อ้างอิงกับหลักทรัพย์ของผู้ออกหลักทรัพย์ที่อยู่นอกสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) จะไม่ถูกนำเข้ามาอยู่ในดัชนีอ้างอิง ดัชนีอ้างอิงดังกล่าวสะท้อนการลงทุนในบริษัทจากทุกหมวดหมู่อุตสาหกรรมหลัก ยกเว้นบริษัทที่จัดอยู่ในประเภทสถาบันการเงิน ตามดัชนีที่จำแนกตามประเภทอุตสาหกรรม (Industry Classification Benchmark (ICB)) ดัชนีอ้างอิงคำนวณโดยการถ่วงน้ำหนักหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีด้วยวิธีการถ่วงน้ำหนักด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดแบบปรับปรุง (modified market capitalization-weighted methodology) ซึ่งเป็นวิธีการผสมระหว่างวิธีการคำนวณแบบถ่วงน้ำหนักเท่ากัน (equal weighting) และวิธีการคำนวณแบบถ่วงน้ำหนักตามมูลค่าแบบทั่วไป (conventional capitalization weighting) โดยไม่มีหลักทรัพย์ใดที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิงที่มีน้ำหนักเกินกว่าร้อยละ 24 ขององค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง ทั้งนี้ ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2565 ดัชนีอ้างอิงประกอบด้วย 102 หลักทรัพย์ ที่มีมูลค่าตลาดตั้งแต่ 8.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ถึง 2.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กองทุนหลักใช้วิธีการลงทุนในหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง (full replication) เพื่อให้ผลตอบแทนสอดคล้องกับดัชนีอ้างอิง ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว กองทุนหลักจะลงทุนในหลักทรัพย์ทั้งหมดที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิงโดยมีสัดส่วนตามน้ำหนักของหลักทรัพย์ที่อยู่ในดัชนีอ้างอิง ทั้งนี้ กองทุนหลักจัดอยู่ในประเภทกองทุนที่ไม่กระจายตัว ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับการกระจายความเสี่ยงตาม Investment Company Act of 1940 ที่ได้แก้ไขปรับปรุง กองทุนหลักจะลงทุนกระจุกตัว (ลงทุนมากกว่าร้อยละ 25 ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ) ในหลักทรัพย์ของผู้ออกหลักทรัพย์ที่อยู่ในอุตสาหกรรมใด ๆ หรือหลายกลุ่มอุตสาหกรรม เฉพาะในกรณีที่ดัชนีอ้างอิงมีการกระจุกตัวในอุตสาหกรรมนั้น ๆ เท่านั้น โดยหากไม่ใช่กรณีข้างต้น กองทุนหลักจะไม่ลงทุนกระจุกตัวในหลักทรัพย์ของผู้ออกหลักทรัพย์ที่อยู่ในอุตสาหกรรมใด ๆ หรือหลายกลุ่มอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2565 กองทุนมีการกระจุกตัวในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอย่างมีนัยสำคัญ โดยพอร์ตการลงทุนของกองทุนหลักและการลงทุนกระจุกตัวดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงไปได้ตลอดเวลา | |
ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายของกองทุนหลัก - ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fees): เก็บจริง 0.15% - ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ (Other Expenses): ไม่มี - ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Annual Fund Operating Expenses): เก็บจริง 0.15% | |
หมายเหตุ: ในกรณีที่บริษัทจัดการได้รับค่าตอบแทนจากกองทุนหลักและ/หรือบริษัทจัดการของกองทุนหลัก (rebate) บริษัทจัดการจะนำค่าตอบแทนดังกล่าวกลับเข้ากองทุนนี้ หรือดำเนินการอื่นตามที่สำนักงาน ก.ล.ต.และหรือหน่วยงานที่มีอำนาจอื่นกำหนดและหรืออนุญาต/เห็นชอบ/ผ่อนผัน และหรือที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้บริษัทจัดการดำเนินการได้ ทั้งนี้ ผู้ถือหน่วยลงทุนทั้งปวงได้เห็นชอบให้บริษัทจัดการดำเนินการที่เกี่ยวข้องตามดุลพินิจของบริษัทจัดการ
รายละเอียดของกองทุนหลัก แปลมาจากหนังสือชี้ชวน (Master Prospectus) ของกองทุนหลัก ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ ท่านสามารถดูข้อมูลของกองทุนหลักเพิ่มเติมได้ที่ https://www.invesco.com/
8. ในกรณีที่กองทุนหลักมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการหรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้น ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะปรับปรุง/เปลี่ยนแปลงข้อมูลให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลักโดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ทั้งนี้ บริษัทจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
9. ในกรณีที่ชนิดของหน่วยลงทุน (Class) หรือกองทุนหลัก ที่กองทุนลงทุนนั้นไม่เหมาะสมอีกต่อไป โดยอาจสืบเนื่องจากการที่ชนิดของหน่วยลงทุน (Class) หรือกองทุนหลักที่กองทุนลงทุนมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดจนอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ เช่น เงื่อนไขการลงทุน นโยบายการลงทุน อัตราค่าธรรมเนียม เป็นต้น และ/หรือได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น ภาวะตลาดและเศรษฐกิจมีความผันผวน เกิดภัยพิบัติหรือเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติต่าง ๆ เป็นต้น และ/หรือในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ที่กระทบต่อการลงทุน เช่น การเปลี่ยนแปลงในเรื่องกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนต่างประเทศ หรือในกรณีที่กองทุนไม่สามารถเข้าลงทุนในกองทุนหลักได้ หรือในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่าการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนหลักไม่เหมาะสมอีกต่อไป เช่น กรณีที่ผลตอบแทนของกองทุนหลักต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนอื่น ๆ ที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกันอย่างมีนัยสำคัญหรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือผลตอบแทนของกองทุนหลักต่ำกว่าตัวชี้วัด (Benchmark) (ถ้ามี) อย่างมีนัยสำคัญ หรือการลงทุนของกองทุนหลัก ไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนหรือโครงการ หรือทำให้กองทุนนี้ไม่สามารถปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ได้ หรือเมื่อกองทุนหลักกระทำความผิดร้ายแรงตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนต่างประเทศหรือมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่อาจส่งผลต่อการดำเนินการของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน หรือมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารของกองทุนหลัก และ/หรือในกรณีที่กองทุนหลักได้เลิกโครงการ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน (Class) และ/หรือกองทุนหลัก และ/หรือการเปลี่ยนแปลงสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใด และ/หรือเปลี่ยนแปลงการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนดังกล่าวเป็นตลาดหลักทรัพย์ของประเทศอื่นนอกเหนือจากที่ระบุไว้ข้างต้น และ/หรือดำเนินการเลิกกองทุน โดยถือว่าได้รับมติเห็นชอบจากจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะไม่ขัดกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน และคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ และในกรณีที่บริษัทจัดการอยู่ระหว่างการดำเนินการเปลี่ยนกองทุนหลักข้างต้น อาจส่งผลให้กองทุนมีการลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศในขณะนั้นมากกว่า 1 กองทุน
10. กรณีที่กองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีการลงทุนในกองทุนปลายทางไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง และการลงทุนของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีลักษณะครบถ้วนตาม ข้อ 10.1 และ ข้อ 10.2 บริษัทจัดการจะดำเนินการตาม ข้อ 10.3
10.1 ฐานะการลงทุนสุทธิของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์
(1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี < 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ
(2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ? 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF
10.2 NAV ของกองทุนปลายทาง มีการลดลงในลักษณะดังนี้
(1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ
(2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง
10.3 รายละเอียดการดำเนินการ
การดำเนินการ | ระยะเวลาดำเนินการ |
| 10.3.1 แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของ บริษัทจัดการ ให้สำนักงานและผู้ถือหน่วย (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม) | ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มี |
| 10.3.2 เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตาม 10.3.1 ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย) | พร้อม 10.3.1 |
| 10.3.3 ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม 10.3.1 | ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มี |
| 10.3.4 รายงานผลการดำเนินการตาม 10.3.3 ให้สำนักงานทราบ | ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตาม 10.3.3 แล้วเสร็จ |
11. ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนตามนโยบายการลงทุนตามข้อ 1. ข้างต้น และอัตราส่วนที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้
(1) ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม
(2) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม
(3) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
12. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Fund) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศได้ หรือ สามารถกลับมาเป็นกองทุนรวม ฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนโดยขึ้นกับสถานการณ์ตลาด และเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนล่วงหน้าอย่างน้อย 60 วันก่อนการดำเนินการเปลี่ยนแปลง โดยจัดให้มีข้อมูลเรื่องดังกล่าวที่สำนักงานของบริษัทจัดการ หรือสำนักงานผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน (ถ้ามี) และ/หรือผ่านเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
ข้อมูล ณ วันที่ 14 พ.ค. 2569
Yuanta Securities (Thailand)
เลขที่ 127 อาคารเกษร ทาวเวอร์ ชั้น 14-16 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพฯ 10330
Tel: 0-2009-8000 Fax: 02-009-8889 Email: online@yuanta.co.th