กองทุนเปิดกรุงศรีอินเดียอิควิตี้เพื่อการเลี้ยงชีพ

Krungsri India Equity RMF

รหัสกองทุน: KFINDIARMF
บริษัทจัดการ: บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงศรี จำกัด
ระดับความเสี่ยง: 6
ประเภทกองทุน: India Equity
มูลค่าหน่วยลงทุน (NAV)
12.7030 บาท
ณ วันที่ 10 มิ.ย. 2569
Fund Size: 458,256,922.07 บาท
YTD Return: -15.13%

ผลการดำเนินงาน

ช่วงเวลา 1 สัปดาห์ 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน YTD 1 ปี 3 ปี 5 ปี SI
ผลตอบแทน -0.41% -4.16% -5.30% -14.36% -15.13% -21.72% +0.46% +0.38% +3.21%
ความผันผวนกองทุน - - - - - +16.36% +14.12% +14.51% -
Maximum Drawdown - - - - - -28.09% -36.02% -36.02% -

นโยบายการลงทุน

  • 1. กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศที่มีเป้าหมายให้ผลตอบแทนในการถือครองหน่วยลงทุนในระยะยาว โดยจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ชื่อ FSSA Indian Subcontinent Fund (Class III USD) (“กองทุนหลัก”) ซึ่งมีนโยบายลงทุนในหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนหรือซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่อยู่ในอนุทวีปอินเดีย ได้แก่ ประเทศอินเดีย ปากีสถาน ศรีลังกา และบังคลาเทศ ทั้งนี้ กองทุนหลักดังกล่าวบริหารจัดการโดย First Sentier Investors (Ireland) Limited และเป็นกองทุนรวมที่จัดตั้งตามระเบียบของ UCITS (Undertakings for Collective Investment in Transferable Securities) ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องของประเทศไอร์แลนด์ (Ireland) ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ International Organizations of Securities Commission (IOSCO) โดยมิได้เป็นกองทุนรวมประเภทเฮ็ดจ์ฟันด์ (hedge fund) 

    บริษัทจัดการจะลงทุนในสกุลเงินเหรียญสหรัฐเป็นสกุลเงินหลัก และกองทุนหลักจะลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินในหลายสกุลเงิน เช่น สกุลเงินรูปีของ อินเดีย ศรีลังกา หรือปากีสถาน เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงสกุลเงินหลักเป็นสกุลเงินสิงคโปร์ดอลลาร์ ฮ่องกงดอลลาร์ สกุลเงินยูโร หรือสกุลเงินอื่นใดในภายหลังก็ได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงสกุลเงินที่ใช้ในการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน โดยส่งจดหมายแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนทุกราย และประกาศไว้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการและผู้สนับสนุน และ/หรือเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ

    อนึ่ง กองทุนหลักข้างต้นมีการเสนอขายในหลาย Class ซึ่งสามารถลงทุนได้ทั้งผู้ลงทุนทั่วไป และ/หรือผู้ลงทุนสถาบัน โดยแต่ละ Class ของหน่วยลงทุนอาจมีความแตกต่างกันในเรื่องของนโยบายการจัดสรรกำไร/ผลตอบแทน ค่าธรรมเนียม หรือคุณสมบัติของผู้ลงทุน เป็นต้น ซึ่งบริษัทจัดการจะพิจารณาเลือกลงทุนใน Class III USD (เป็น Class ที่เสนอขายให้กับนักลงทุนสถาบัน ซึ่งทำการซื้อขายหน่วยลงทุนในสกุลเงินเหรียญสหรัฐ และไม่มีการจ่ายเงินปันผล) อย่างไรก็ดี บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาเปลี่ยนแปลงประเภทของหน่วยลงทุนตามความเหมาะสมในภายหลังก็ได้ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของกองทุน โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน โดยส่งจดหมายแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนทุกราย และประกาศไว้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการและผู้สนับสนุน และ/หรือเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ (รายละเอียดของประเภทของ Share classes สามารถดูเพิ่มเติมได้จากหนังสือชี้ชวนของกองทุนหลักจากเว็บไซต์ของกองทุนหลัก) 

    2. กองทุนจะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ การดำรงสัดส่วนการลงทุนดังกล่าว และตามข้อ 1. มิให้รวมถึงช่วงเวลาประมาณ 15 วันทำการหลังจากการเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรกโดยนับตั้งแต่วันถัดจากวันจดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวม 

    3. เงินลงทุนส่วนที่เหลือทั้งในประเทศและต่างประเทศ กองทุนอาจจะลงทุนในตราสารหนี้ และ/หรือเงินฝากธนาคาร และอาจจะลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non – investment grade) หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated securities) โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ทั้งนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (Unlisted securities) และตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured note) 

    4. บริษัทจัดการอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินหรือไม่ก็ได้ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ซึ่งจะพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราในสกุลเงินต่างประเทศที่อาจเกิดขึ้นได้จากการลงทุนในต่างประเทศตามความเหมาะสมและสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ตัวอย่างเช่น กรณีค่าเงินต่างประเทศของหลักทรัพย์ที่ลงทุนมีแนวโน้มอ่อนค่าอย่างมีนัยสำคัญ ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงิน เป็นต้น 

    5. กองทุนอาจจะเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management) ซึ่งรวมถึงการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากการลงทุน โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ เช่น การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน/ด้านราคาตราสาร/อัตราดอกเบี้ย ซึ่งพิจารณาจากสภาวะการณ์ของตลาด กฎระเบียบ หรือข้อบังคับ และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น แนวโน้มและทิศทางราคาของหลักทรัพย์ที่ลงทุน การออกสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับดัชนีอ้างอิง การคาดการณ์เหตุการณ์ที่อาจจะส่งผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญของกองทุน และค่าใช้จ่ายในการเข้าทำธุรกรรมสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นต้น 

    6. ในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่า การลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ และ/หรือการลงทุนในกองทุน FSSA Indian Subcontinent Fund ไม่เหมาะสมอีกต่อไป เช่น มีการลงทุนไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์หลักของกองทุน หรือผลตอบแทนของกองทุนดังกล่าวไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ หรือไม่สามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนดังกล่าวได้อีกต่อไป หรือกองทุนต่างประเทศดังกล่าวมีการกระทำผิดตามความเห็นของหน่วยงานกำกับดูแลของกองทุนต่างประเทศ และ/หรือเมื่อเกิดเหตุการณ์หรือคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่างๆ จนอาจส่งผลให้การลงทุนในกองทุนต่างประเทศเป็นภาระต่อผู้ลงทุนโดยเกินจำเป็น เป็นต้น และ/หรือในกรณีที่กองทุน FSSA Indian Subcontinent Fund ได้เลิกโครงการในขณะที่บริษัทจัดการยังดำเนินการบริหารและจัดการลงทุนกองทุนเปิดกรุงศรีอินเดียอิควิตี้เพื่อการเลี้ยงชีพ 

    เมื่อปรากฏกรณีตามข้อ 6. ข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการพิจารณาคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิม โดยกองทุนต่างประเทศดังกล่าวจะต้องมีนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของกองทุนเปิดกรุงศรีอินเดียอิควิตี้เพื่อการเลี้ยงชีพ และมีคุณสมบัติตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด โดยอาจเป็นกองทุนที่บริหารและจัดการลงทุนโดยบริษัท First Sentier Investors (Ireland) Limited หรือไม่ก็ได้ และในการโอนย้ายกองทุนดังกล่าว บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการในครั้งเดียว หรือทยอยโอนย้ายเงินทุน ซึ่งอาจส่งผลให้ในช่วงเวลาดังกล่าวกองทุนอาจมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุนก็ได้ 

    หากเกิดกรณีใด ๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวมของกองทุนเปิดกรุงศรีอินเดียอิควิตี้เพื่อการเลี้ยงชีพ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยจะดำเนินการจำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของกองทุน เพื่อคืนเงินตามจำนวนที่รวบรวมได้หลังหักค่าใช้จ่ายและสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ตามสัดส่วนจำนวนหน่วยลงทุนที่ถือครองต่อจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของกองทุน ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการดังกล่าว บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบโดยพลัน โดยส่งจดหมายแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนทุกรายโดยเร็ว และประกาศไว้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการและผู้สนับสนุน และ/หรือเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ 

    7. ในกรณีที่กองทุนมีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีมากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนหลักไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF และมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักมีการลดลงในลักษณะดังนี้

    (7.1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงมากกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก หรือ

    (7.2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนมากกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก

    ทั้งนี้ ในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าว บริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้

    การดำเนินการ

    ระยะเวลาดำเนินการ

    (1)  แจ้งเหตุที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของบริษัทจัดการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุน (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม)

    ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนหลักที่ปรากฏเหตุ

    (2)  เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตาม (1) ต่อผู้ลงทุนทั่วไป  (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย)

    พร้อม (1)

    (3) ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม (1)

    ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนหลักที่ปรากฏเหตุ

    (4)  รายงานผลการดำเนินการตาม (3) ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบ

    ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตาม (3) แล้วเสร็จ

    8. กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดให้ลงทุนได้

    9. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตให้เป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนรวมดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี)

    10. ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วย ทั้งนี้ โดยจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
    (10.1)  ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม
    (10.2)  ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
     

    สรุปข้อมูลสำคัญที่ผู้ลงทุนควรทราบเกี่ยวกับกองทุน FSSA Indian Subcontinent Fund (กองทุนหลัก): 

    ชื่อกองทุน :

    FSSA Indian Subcontinent Fund (Class III USD)

    ลักษณะเฉพาะของ Class III USD :(1) เป็น Class ที่เสนอขายให้กับนักลงทุนสถาบัน
    (2) ทำการซื้อขายหน่วยลงทุนในสกุลเงินเหรียญสหรัฐ และไม่มีการจ่ายเงินปันผล
    วันที่เริ่มบริหารกองทุน :

    23 สิงหาคม 2556

    วันทำการซื้อขาย :

    ทุกวันทำการซื้อขายของกองทุน

    วัตถุประสงค์ และนโยบายการลงทุน :

    กองทุนมีนโยบายหลักที่จะลงทุนในตราสารทุนหรือหลักทรัพย์ที่เกี่ยวเนื่องกับตราสารทุนที่ออกโดยบริษัทที่ตั้งอยู่ในประเทศต่างๆ ในอนุทวีปอินเดีย ซึ่งประกอบด้วย อินเดีย ปากีสถาน ศรีลังกา และบังคลาเทศ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนจะเน้นการลงทุนในหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานทางการในอนุทวีปอินเดีย และตราสารต่างประเทศที่ออกโดยบริษัทที่จัดตั้งหรือดำเนินธุรกิจหรือมีผลประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญในอนุทวีปอินเดีย ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานทางการในประเทศอื่น

    กองทุนอาจลงทุนในตลาดเกิดใหม่แห่งใดแห่งหนึ่งหรือหลายแห่งในอนุทวีปอินเดีย หรือลงทุนในหมวดอุตสาหกรรมใดๆ หรือในบริษัทที่มีมูลค่าตามราคาตลาดขนาดใดก็ได้ โดยไม่มีการกำหนดสัดส่วนการลงทุนดังกล่าว

    ถึงแม้กองทุนจะมีการกำหนดหลักทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้ในระดับภูมิภาค ในบางขณะการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่จะลงทุนโดยผู้จัดการกองทุน อาจทำให้พอร์ตการลงทุนของกองทุนมีการกระจุกตัวอยู่ในบางประเทศได้

    กองทุนอาจลงทุนในตราสารอนุพันธุ์ทางการเงิน (FDIs) เพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกันความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน แต่จะไม่ลงทุนใน FDIs มากจนเกินไปหรือลงทุนใน FDIs เป็นหลัก เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนไม่มีความตั้งใจที่จะใช้ประโยชน์จากโอกาสการลงทุนใน FDIs เพื่อการลงทุนของกองทุนแต่อย่างใด

    ตัวชี้วัด (Benchmark) :MSCI India Index ในสกุลเงินเหรียญสหรัฐ
    อายุโครงการ :ไม่กำหนด
    บริษัทจัดการกองทุน :First Sentier Investors (Ireland) Limited 
    ผู้เก็บรักษาทรัพย์สินของกองทุน :HSBC Institutional Trust Services (Ireland) Limited
    เว็บไซต์ :สามารถดูข้อมูลหนังสือชี้ชวนฯ ของกองทุนหลัก และรายละเอียดอื่นเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ : http://www.firstsentierinvestors.com

    ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนหลัก FSSA Indian Subcontinent Fund (Class III USD)

    1. ค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากผู้ซื้อหรือผู้ถือหน่วยลงทุน (ร้อยละของมูลค่าหน่วยลงทุน)
    (1) ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน :ไม่เกิน 7% (ไม่เรียกเก็บ)*
    (2) ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน :ไม่มี
    2. ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม (ร้อยละต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม)
    (1) ค่าธรรมเนียมการจัดการ :1.00%
    (2) ค่าธรรมเนียมและ/หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ :0.10%

    *กองทุน FSSA Indian Subcontinent Fund (Class III USD) ได้ยกเว้นค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุนให้กับกองทุนเปิดกรุงศรีอินเดียอิควิตี้เพื่อการเลี้ยงชีพ 

    ความเสี่ยงของกองทุนหลัก

    1. ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (Currency risk): กองทุนมีการลงทุนในสินทรัพย์ที่อยู่ในสกุลเงินอื่น ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยนจะมีผลกระทบต่อมูลค่าของการลงทุน

    2. ความเสี่ยงในตลาดเกิดใหม่ (Emerging market risk): กองทุนมีการลงทุนในระบบเศรษฐกิจและตลาดที่อาจมีระเบียบปฏิบัติทางการธนาคารที่พัฒนาน้อยกว่า และอาจไม่ให้ความคุ้มครองด้านการลงทุนในระดับเดียวกันกับตลาดประเทศที่พัฒนาแล้ว กองทุนที่ลงทุนในตลาดเกิดใหม่จึงอาจมีความเสี่ยงมากกว่ากองทุนที่ลงทุนในตลาดของประเทศที่พัฒนาแล้ว

    3. ความเสี่ยงในประเทศอินเดีย (India risk): การลงทุนในหลักทรัพย์ของประเทศอินเดียมีความเสี่ยง เช่น ความเสี่ยงด้านกฎหมาย การกำกับดูแล การเมืองและเศรษฐกิจ โดยตลาดหลักทรัพย์ในประเทศอินเดียนั้นด้อยพัฒนาเมื่อเทียบกับประเทศอื่น และอาจทำให้กองทุนมีต้นทุนค่าทำธุรกรรมที่สูงขึ้นหรือมีความไม่แน่นอนมากกว่าการลงทุนในประเทศที่พัฒนามากกว่าอินเดีย นอกจากนี้ ประเทศในอนุทวีปอินเดียนั้นยังอ่อนไหวทางด้านเศรษฐกิจเมื่อมีเหตุการณ์แวดล้อมเกิดขึ้นและเคยประสบปัญหาก่อการร้ายมาแล้ว ความเสี่ยงดังกล่าวอาจส่งผลกระทบในทางลบต่อมูลค่าเงินลงทุนของกองทุนได้

    4. ความเสี่ยงการลงทุนในบริษัทขนาดเล็ก (Smaller Companies Risk): หลักทรัพย์ของบริษัทขนาดเล็กหรือบริษัทขนาดกลาง อาจให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า แต่ก็มีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้น โดยหุ้นของบริษัทขนาดเล็กหรือบริษัทขนาดกลาง อาจมีสภาพคล่องต่ำ และราคามีความผันผวนต่อการพัฒนาเศรษฐกิจที่ไม่พึงประสงค์มากกว่าบริษัทที่มีขนาดใหญ่โดยทั่วไป

    หมายเหตุ: 

    (1) ข้อความในส่วนของกองทุน FSSA Indian Subcontinent Fund ได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ 

    (2) ในกรณีที่กองทุนหลักมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไขเพิ่มเติมโครงการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลัก โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว

    •  ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในประเทศ: 

    ส่วนที่ 1 : ตราสาร TS (Transferable Securities) หมายความว่า ตราสารทางการเงินใด ๆ ที่มีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการลงทุนที่ครบถ้วนเป็นไปตามประกาศ ได้แก่
    1. ตราสารหนี้ในประเทศ
    1.1 พันธบัตร 
    1.2 ตั๋วเงินคลัง 
    1.3 หุ้นกู้ (ไม่รวมหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ และตราสาร Basel III) 
    1.4 ตั๋วแลกเงิน 
    1.5 ตั๋วสัญญาใช้เงิน 
    1.6 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ 
    1.7 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี Underlying เป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้ 
    1.8 ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตาม 1.1 – 1.7 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดเพิ่มเติม 
    2. ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน (ไม่รวมตราสาร Basel III)
    3. ตราสาร Basel III 
    4. ศุกูก
    ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS รวมถึงหน่วย CIS ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
    ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก
    ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo)
    ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending)
    ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภทสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (derivatives) 
    ประเภทสินค้า ตัวแปร หรือหลักทรัพย์อ้างอิง (underlying) ของ derivatives ที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาได้ต้องมี underlying อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังนี้ 
    (1) ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ 
    (2) อัตราดอกเบี้ย 
    (3) อัตราแลกเปลี่ยนเงิน 
    (4) เครดิต เช่น credit rating หรือ credit event เป็นต้น

    •  ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในต่างประเทศ:
     
    ส่วนที่ 1 : ตราสาร TS (Transferable Securities) หมายความว่า ตราสารทางการเงินใด ๆ ที่มีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการลงทุนที่ครบถ้วนเป็นไปตามประกาศ ได้แก่
    1. ตราสารหนี้ต่างประเทศ 
    1.1 พันธบัตร 
    1.2 ตั๋วเงินคลัง 
    1.3 หุ้นกู้ (ไม่รวมหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ และตราสาร Basel III) 
    1.4 ตั๋วแลกเงิน 
    1.5 ตั๋วสัญญาใช้เงิน 
    1.6 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ 
    1.7 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี Underlying เป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้ 
    1.8 ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตาม 1.1 - 1.7 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดเพิ่มเติม 
    2. ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนต่างประเทศ (ไม่รวมตราสาร Basel III) 
    3. ตราสาร Basel III ต่างประเทศ
    4. ศุกูก 
    ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS รวมถึงหน่วย CIS ที่จดทะเบียนในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศที่เป็นสมาชิกของ WFE 
    ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากต่างประเทศหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝากต่างประเทศ
    ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (derivatives) ในต่างประเทศ 
    ประเภทสินค้า ตัวแปร หรือหลักทรัพย์อ้างอิง (underlying) ของ derivatives ที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาได้ต้องมี underlying อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังนี้ 
    (1) ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ 
    (2) อัตราดอกเบี้ย 
    (3) อัตราแลกเปลี่ยนเงิน 
    (4) เครดิต เช่น credit rating หรือ credit event เป็นต้น

Top 5 Holdings

First Sentier Investors Global Umbrella Fund plc.
102.07%
United Overseas Bank (Thai) Plc.
1.28%
The Siam Commercial Bank Plc.
1.14%
TMBThanachart Bank Public Company Limited (FX-TX.5868461)
0.18%
TMBThanachart Bank Public Company Limited (FX-TX.5876922)
0.05%

สัดส่วนการลงทุน

หน่วยลงทุน
102.07%
เงินฝาก/ตราสารเทียบเท่า
2.42%
สินทรัพย์อื่น ๆ / หนี้สินอื่น ๆ
-0.56%
ตราสารอนุพันธ์
-3.94%

ค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมการขาย
0.00%
สูงสุดไม่เกิน: +2.00%
ค่าธรรมเนียมการจัดการ
+1.34%
สูงสุดไม่เกิน: +2.14%
ค่าธรรมเนียมผู้ดูแล
-
สูงสุดไม่เกิน: +0.11%
ค่าใช้จ่ายอื่น
-
สูงสุดไม่เกิน: +2.14%

รายละเอียดการซื้อขาย

เวลาตัดรอบการซื้อ: 15:30
เวลาตัดรอบการขาย: 14:30
วันชำระเงิน: 4 วัน
การจ่ายเงินปันผล: ไม่จ่ายเงินปันผล
มูลค่าขั้นต่ำการซื้อครั้งแรก: 500.00 บาท
มูลค่าขั้นต่ำการซื้อครั้งถัดไป: 500.00 บาท

เอกสารเพิ่มเติม

ดาวน์โหลด Fund Factsheet

ข้อมูล ณ วันที่ 12 มิ.ย. 2569

หมายเหตุ

  • การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
  • ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
  • ข้อมูลการวัดผลการดำเนินงานของกองทุนนี้ ได้จัดทำตามมาตรฐานการวัดผลการดำเนินงานของกองทุนของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน
  • ข้อมูล % ต่อปี สำหรับผลการดำเนินงานที่แสดงในช่วงเวลาตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป

Yuanta Securities (Thailand)

เลขที่ 127 อาคารเกษร ทาวเวอร์ ชั้น 14-16 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพฯ 10330

Tel: 0-2009-8000 Fax: 02-009-8889 Email: online@yuanta.co.th