Krungsri Global Technology Equity RMF
| ช่วงเวลา | 1 สัปดาห์ | 1 เดือน | 3 เดือน | 6 เดือน | YTD | 1 ปี | 3 ปี | 5 ปี | SI |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ผลตอบแทน | -9.68% | +2.23% | +29.46% | +29.09% | +31.63% | +54.79% | +28.68% | +5.54% | +10.52% |
| ความผันผวนกองทุน | - | - | - | - | - | +27.70% | +26.16% | +34.70% | - |
| Maximum Drawdown | - | - | - | - | - | -15.36% | -26.97% | -65.35% | - |
1. กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศที่มีเป้าหมายให้ผลตอบแทนในการถือครองหน่วยลงทุนในระยะยาว โดยจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ชื่อ T. Rowe Price Funds SICAV - Global Technology Equity Fund (Class Q) (“กองทุนหลัก”) ซึ่งมีนโยบายลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการพัฒนาหรือใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี โดยเน้นบริษัทที่เป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีทั่วโลกซึ่งรวมถึงประเทศในตลาดเกิดใหม่ ทั้งนี้ กองทุนดังกล่าวจัดตั้งและบริหารจัดการโดยบริษัท T. Rowe Price (Luxembourg) Management S.a r.l. และเป็นกองทุนรวมที่จัดตั้งตามระเบียบของ UCITS (Undertakings for Collective Investment in Transferable Securities) ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องของประเทศลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ International Organizations of Securities Commission (IOSCO) โดยมิได้เป็นกองทุนรวมประเภทเฮ็ดจ์ฟันด์ (hedge fund)
บริษัทจัดการจะลงทุนในสกุลเงินเหรียญสหรัฐเป็นสกุลเงินหลัก ในขณะที่กองทุนหลักจะลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินในหลายสกุลเงิน เช่น เงินเหรียญสหรัฐ หยวนจีน กิลเดอร์เนเธอร์แลนด์ สิงคโปร์ดอลลาร์ หรือปอนด์อังกฤษ เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงสกุลเงินหลักเป็นสกุลเงินยูโร ในภายหลังก็ได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงสกุลเงินที่ใช้ในการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน โดยส่งจดหมายแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนทุกราย และประกาศไว้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการและผู้สนับสนุน และ/หรือเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
อนึ่ง กองทุนหลักข้างต้นมีการเสนอขายในหลายคลาส (classes) ซึ่งสามารถลงทุนได้ทั้งผู้ลงทุนทั่วไป และ/หรือผู้ลงทุนสถาบัน โดยแต่ละคลาสของหน่วยลงทุนอาจมีความแตกต่างกันในเรื่องของนโยบายการจัดสรรกำไร/ผลตอบแทน ค่าธรรมเนียม หรือคุณสมบัติของผู้ลงทุน เป็นต้น ซึ่งบริษัทจัดการจะพิจารณาเลือกลงทุนใน Class Q (เป็น Class ที่ทำการซื้อขายหน่วยลงทุนในสกุลเงินเหรียญสหรัฐ และไม่มีการจ่ายเงินปันผล) อย่างไรก็ดี บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาเปลี่ยนแปลงประเภทของหน่วยลงทุนตามความเหมาะสมในภายหลังก็ได้ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของกองทุนให้เป็นไปตามที่ได้ระบุในหนังสือชี้ชวนฯ นี้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน โดยส่งจดหมายแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนทุกราย และประกาศไว้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการและผู้สนับสนุน และ/หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้อง (รายละเอียดของประเภทของ Share classes สามารถดูเพิ่มเติมได้จากหนังสือชี้ชวนของกองทุนหลักจากเว็บไซต์ของกองทุนหลัก)
2. กองทุนจะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ การดำรงสัดส่วนการลงทุนดังกล่าว และตามข้อ 1. มิให้รวมถึงช่วงเวลาประมาณ 15 วันทำการหลังจากการเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรกโดยนับตั้งแต่วันถัดจากวันจดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวม
3. เงินลงทุนส่วนที่เหลือทั้งในประเทศและต่างประเทศ กองทุนจะลงทุนในตราสารหนี้และ/หรือเงินฝากธนาคาร และอาจจะลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non – investment grade) หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated securities) โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ทั้งนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (Unlisted securities) และตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured note)
4. บริษัทจัดการอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินหรือไม่ก็ได้ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ซึ่งจะพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราในสกุลเงินต่างประเทศที่อาจเกิดขึ้นได้จากการลงทุนในต่างประเทศตามความเหมาะสมและสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ตัวอย่างเช่น กรณีค่าเงินต่างประเทศของหลักทรัพย์ที่ลงทุนมีแนวโน้มอ่อนค่าอย่างมีนัยสำคัญ ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงิน เป็นต้น
5. กองทุนอาจจะเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management) ซึ่งรวมถึงการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากการลงทุน โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ เช่น การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน/ด้านราคาตราสาร/อัตราดอกเบี้ย ซึ่งพิจารณาจากสภาวะการณ์ของตลาด กฎระเบียบ หรือข้อบังคับ และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น แนวโน้มและทิศทางราคาของหลักทรัพย์ที่ลงทุน การออกสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับดัชนีอ้างอิง การคาดการณ์เหตุการณ์ที่อาจจะส่งผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญของกองทุน และค่าใช้จ่ายในการเข้าทำธุรกรรมสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นต้น ทั้งนี้ กองทุนหลักจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยงเท่านั้น
6. ในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่า การลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ และ/หรือการลงทุนในกองทุน T. Rowe Price Funds SICAV - Global Technology Equity Fund ไม่เหมาะสมอีกต่อไป เช่น มีการลงทุนไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์หลักของกองทุน หรือผลตอบแทนของกองทุนดังกล่าวไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ หรือไม่สามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนดังกล่าวได้อีกต่อไป หรือกองทุนต่างประเทศดังกล่าวมีการกระทำผิดตามความเห็นของหน่วยงานกำกับดูแลของกองทุนต่างประเทศ และ/หรือเมื่อเกิดเหตุการณ์หรือคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่างๆ จนอาจส่งผลให้การลงทุนในกองทุนต่างประเทศเป็นภาระต่อผู้ลงทุนโดยเกินจำเป็น เป็นต้น และ/หรือในกรณีที่กองทุน T. Rowe Price Funds SICAV - Global Technology Equity Fund ได้เลิกโครงการในขณะที่บริษัทจัดการยังดำเนินการบริหารและจัดการลงทุนกองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลเทคโนโลยีอิควิตี้เพื่อการเลี้ยงชีพ
เมื่อปรากฏกรณีตามข้อ 6. ข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการพิจารณาคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิม โดยกองทุนต่างประเทศดังกล่าวจะต้องมีนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของกองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลเทคโนโลยีอิควิตี้เพื่อการเลี้ยงชีพ และมีคุณสมบัติตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด โดยอาจเป็นกองทุนที่บริหารและจัดการลงทุนโดยบริษัท T. Rowe Price (Luxembourg) Management S.a r.l. หรือไม่ก็ได้ และในการโอนย้ายกองทุนดังกล่าว บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการในครั้งเดียว หรือทยอยโอนย้ายเงินทุน ซึ่งอาจส่งผลให้ในช่วงเวลาดังกล่าวกองทุนอาจมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุนก็ได้
หากเกิดกรณีใด ๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวมของกองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลเทคโนโลยีอิควิตี้เพื่อการเลี้ยงชีพ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยจะดำเนินการจำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของกองทุน เพื่อคืนเงินตามจำนวนที่รวบรวมได้หลังหักค่าใช้จ่ายและสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ตามสัดส่วนจำนวนหน่วยลงทุนที่ถือครองต่อจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของกองทุนทั้งนี้ หากมีการดำเนินการดังกล่าว บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบโดยพลัน โดยส่งจดหมายแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนทุกรายโดยเร็ว และประกาศไว้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการและผู้สนับสนุน และ/หรือเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
7. ในกรณีที่กองทุนมีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีมากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนหลักไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF และมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักมีการลดลงในลักษณะดังนี้
(7.1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงมากกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก หรือ
(7.2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนมากกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก
ทั้งนี้ ในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าว บริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้
การดำเนินการ | ระยะเวลาดำเนินการ |
| (1) แจ้งเหตุที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของบริษัทจัดการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุน (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม) | ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนหลักที่ปรากฏเหตุ |
| (2) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตาม (1) ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย) | พร้อม (1) |
| (3) ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) | ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนหลักที่ปรากฏเหตุ |
| (4) รายงานผลการดำเนินการตาม (3) ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบ | ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตาม (3) แล้วเสร็จ |
8. กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดให้ลงทุนได้
9. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตให้เป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนรวมดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี)
10. ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วย ทั้งนี้ โดยจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
(10.1) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม
(10.2) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
สรุปข้อมูลสำคัญที่ผู้ลงทุนควรทราบเกี่ยวกับกองทุน T. Rowe Price Funds SICAV - Global Technology Equity Fund (กองทุนหลัก) :
| ชื่อกองทุน : | T. Rowe Price Funds SICAV - Global Technology Equity Fund ซึ่งเป็นกองทุนรวมที่จดทะเบียนจัดตั้งภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องของประเทศลักเซมเบิร์ก และเป็นสมาชิกสามัญของ International Organizations of Securities Commission (IOSCO) โดยมิได้เป็นกองทุนรวมประเภทเฮ็ดจ์ฟันด์ (hedge fund) |
ลักษณะเฉพาะของ Class Q :
| (1) เป็น Class ที่ทำการซื้อขายหน่วยลงทุนในสกุลเงินเหรียญสหรัฐ (2) ไม่มีการจ่ายเงินปันผล |
| วันที่จดทะเบียนกองทุนรวม : | 15 มิถุนายน 2558 |
| วันทำการซื้อขาย : | ทุกวันทำการซื้อขายของกองทุน |
วัตถุประสงค์ และนโยบายการลงทุน :
| กองทุนมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มมูลค่าหุ้น ตลอดจนการเติบโตของมูลค่าการลงทุนในระยะยาว ซึ่งส่วนใหญ่จะลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการพัฒนาหรือใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี โดยเน้นลงทุนในบริษัทที่เป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีทั่วโลก รวมถึงประเทศในตลาดเกิดใหม่ อย่างน้อย 2 ใน 3 ของทรัพย์สินทั้งหมดของกองทุน จะลงทุนในตราสารทุนหรือหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนของบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งได้แก่ หุ้นสามัญ, หุ้นบุริมสิทธิ์, ใบสำคัญแสดงสิทธิ์, American Depository Receipts (ADRs), European Depository Receipts (EDRs) และ Global Depository Receipts (GDRs) และส่วนที่เหลือจะลงทุนในตราสารหนี้และหลักทรัพย์ในตลาดเงิน กองทุนจะลงทุนในตราสารหนี้และหลักทรัพย์ในตลาดเงินไม่เกิน 1 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงและเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน |
| ตัวชี้วัด (Benchmark) : | MSCI ACWI Information Technology 10/40 Net |
| อายุโครงการ : | ไม่กำหนด |
| บริษัทจัดการกองทุน : | T. Rowe Price (Luxembourg) Management S.a r.l. |
| ผู้เก็บรักษาทรัพย์สินของกองทุน : | JP Morgan Bank Luxembourg S.A. |
| เว็บไซต์ : | สามารถดูข้อมูลหนังสือชี้ชวนฯ ของกองทุนหลัก และรายละเอียดอื่นเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์: https://www4.troweprice.com/gis/tpd/uk/en/funds.html |
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนหลัก T. Rowe Price Funds SICAV - Global Technology Equity Fund, Class Q
| 1. ค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากผู้ซื้อหรือผู้ถือหน่วยลงทุน (ร้อยละของมูลค่าหน่วยลงทุน) | |
| (1) ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน | ไม่มี |
| (2) ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน | ไม่มี |
| 2. ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม (ร้อยละต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม) | |
| (1) ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management fee) : | ไม่เกิน 0.85 |
| (2) ค่าธรรมเนียมดำเนินการของตัวแทน (Administration agent fee) : | ไม่เกิน 0.07 |
| (3) ค่าธรรมเนียมผู้เก็บรักษาทรัพย์สิน (Custodial fee) : | ไม่เกิน 0.025 |
| (4) ค่าใช้จ่ายอื่นๆ (Other Expense) : | ตามที่จ่ายจริง |
ความเสี่ยงของกองทุนหลัก
1. ความเสี่ยงของตราสารทุน (Equity risk)
โดยทั่วไป ตราสารทุนมีความเสี่ยงสูงกว่าตราสารหนี้หรือตราสารเงิน ตราสารทุนอาจสูญเสียมูลค่าได้อย่างรวดเร็วและมีราคาตกต่ำต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ตราสารทุนของบริษัทที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วอาจอ่อนไหวต่อข่าวร้ายเนื่องจากมูลค่าส่วนใหญ่ของบริษัทตั้งอยู่บนความคาดหวังในการเติบโตอย่างมากในอนาคต ตราสารทุนของบริษัทที่มีราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงอาจถูกประเมินมูลค่าต่ำต่อไปหากบริษัทอยู่ภายใต้กระบวนการล้มละลายหรือการปรับโครงสร้างทางการเงินซึ่งอาจสูญเสียมูลค่าทั้งหมดได้
2. ความเสี่ยงของภูมิภาคที่ลงทุน (Geographic concentration risk)
ในกรณีที่กองทุนนำทรัพย์สินส่วนใหญ่ไปลงทุนในภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง ผลการดำเนินงานจะถูกกระทบอย่างมากจากสภาพสังคม การเมือง เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม หรือสภาพตลาดภายในภูมิภาคนั้น รวมถึงความผันผวนที่มีมากขึ้นและความเสี่ยงต่อการขาดทุนเมื่อเทียบกับกองทุนที่กระจายการลงทุนยังภูมิภาคต่างๆ
3. ความเสี่ยงจากการป้องกันความเสี่ยง (Hedging risk)
การป้องกันความเสี่ยงอาจไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ ในกรณีกองทุนมีการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินอาจไม่ประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์ และอาจนำไปใช้ไม่ได้ในเวลานั้นหรืออาจไม่ได้ผลอย่างสิ้นเชิง ทั้งนี้ การป้องกันความเสี่ยงมีต้นทุนค่าใช้จ่ายซึ่งจะลดทอนผลการดำเนินงานของการลงทุนได้ การป้องกันความเสี่ยงที่ประสบความสำเร็จก็มักจะกำจัดโอกาสในการทำกำไรรซึ่งรวมถึงความเสี่ยงต่อการขาดทุน
4. ความเสี่ยงของผู้ออกหลักทรัพย์ (Issuer concentration risk)
ในกรณีที่กองทุนนำทรัพย์สินส่วนใหญ่ไปลงทุนในหลักทรัพย์ของผู้ออกหลักทรัพย์เพียงไม่กี่ราย ผลการดำเนินงานจะถูกกระทบโดยสภาพธุรกิจ อุตสาหกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และการตลาดที่กระทบต่อผู้ออกหลักทรัพย์รายนั้นๆ ได้มากกว่า ซึ่งอาจหมายความถึงความผันผวนที่มากขึ้นและความเสี่ยงต่อการขาดทุนเมื่อเทียบกับกองทุนที่กระจายการลงทุนไปยังผู้ออกหลักทรัพย์หลายๆ ราย
5. ความเสี่ยงของตลาด (Market risk)
ราคาของหลักทรัพย์จำนวนมากมีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละวัน และราคาอาจลดลงเนื่องจากปัจจัยหลายอย่าง ได้แก่
- ข่าวการเมืองและเศรษฐกิจ
- นโยบายของรัฐบาล
- การเปลี่ยนแปลงในเทคโนโลยีและแนวปฏิบัติของธุรกิจ
- การเปลี่ยนแปลงด้านประชากรศาสตร์ วัฒนธรรม และประชากร
- ภัยธรรมชาติหรือภัยที่เกิดจากมนุษย์
- สภาพลมฟ้าอากาศ
- การค้นพบทางวิทยาศาสาตร์หรือด้านการสอบสวน
- ต้นทุนและการมีพลังงาน โภคภัณฑ์ และทรัพยากรธรรมชาติ
ทั้งนี้ ผลกระทบจากความเสี่ยงของตลาดอาจเกิดขึ้นทันทีหรือค่อยเป็นค่อยไป เกิดขึ้นในระยะสั้นหรือระยะยาว หรือมีผลในวงแคบหรือกว้างก็ได้
6. ความเสี่ยงของกลุ่มธุรกิจ (Sector concentration risk)
การที่กองทุนนำทรัพย์สินส่วนใหญ่ไปลงทุนในบางกลุ่มธุรกิจ ผลการดำเนินงานจะถูกกระทบโดยสภาพของธุรกิจ อุตสาหกรรม เศรษฐกิจ การเงิน หรือสภาวะตลาด ซึ่งอาจรวมถึงความผันผวนที่มากขึ้นและความเสี่ยงต่อการขาดทุนเมื่อเทียบกับกองทุนที่ลงทุนในหลากหลายกลุ่มธุรกิจ
7. ความเสี่ยงของหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก (Small and mid-cap stock risk)
หุ้นของบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก อาจมีความผันผวนมากกว่าหุ้นของบริษัทขนาดใหญ่ บริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กมักจะมีทรัพยากรทางการเงินน้อยกว่า มีประวัติการประกอบกิจการสั้นกว่าและมีสายธุรกิจที่หลากหลายน้อยกว่า ส่งผลให้มีความเสี่ยงมากกว่าในระยะยาวหรือเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจในลักษณะถาวร การเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPOs) อาจผันผวนมากและประเมินมูลค่าได้ยากเนื่องจากขาดประวัติการซื้อขายและข้อมูลทั่วๆ ไป
หมายเหตุ:
(1) ข้อความในส่วนของกองทุน T. Rowe Price Funds SICAV - Global Technology Equity Fund ได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์
(2) ในกรณีที่กองทุนหลักมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไขเพิ่มเติมโครงการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลัก โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
• ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในประเทศ:
ส่วนที่ 1 : ตราสาร TS (Transferable Securities) หมายความว่า ตราสารทางการเงินใด ๆ ที่มีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการลงทุนที่ครบถ้วนเป็นไปตามประกาศ ได้แก่
1. ตราสารหนี้ในประเทศ
1.1 พันธบัตร
1.2 ตั๋วเงินคลัง
1.3 หุ้นกู้ (ไม่รวมหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ และตราสาร Basel III)
1.4 ตั๋วแลกเงิน
1.5 ตั๋วสัญญาใช้เงิน
1.6 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้
1.7 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี Underlying เป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้
1.8 ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตาม 1.1 – 1.7 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดเพิ่มเติม
2. ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน (ไม่รวมตราสาร Basel III)
3. ตราสาร Basel III
4. ศุกูก
ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS รวมถึงหน่วย CIS ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก
ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo)
ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending)
ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภทสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (derivatives)
ประเภทสินค้า ตัวแปร หรือหลักทรัพย์อ้างอิง (underlying) ของ derivatives ที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาได้ต้องมี underlying อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังนี้
(1) ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้
(2) อัตราดอกเบี้ย
(3) อัตราแลกเปลี่ยนเงิน
(4) เครดิต เช่น credit rating หรือ credit event เป็นต้น
• ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในต่างประเทศ:
ส่วนที่ 1 : ตราสาร TS (Transferable Securities) หมายความว่า ตราสารทางการเงินใด ๆ ที่มีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการลงทุนที่ครบถ้วนเป็นไปตามประกาศ ได้แก่
1. ตราสารหนี้ต่างประเทศ
1.1 พันธบัตร
1.2 ตั๋วเงินคลัง
1.3 หุ้นกู้ (ไม่รวมหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ และตราสาร Basel III)
1.4 ตั๋วแลกเงิน
1.5 ตั๋วสัญญาใช้เงิน
1.6 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้
1.7 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี Underlying เป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้
1.8 ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตาม 1.1 - 1.7 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดเพิ่มเติม
2. ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนต่างประเทศ (ไม่รวมตราสาร Basel III)
3. ตราสาร Basel III ต่างประเทศ
4. ศุกูก
ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS รวมถึงหน่วย CIS ที่จดทะเบียนในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศที่เป็นสมาชิกของ WFE
ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากต่างประเทศหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝากต่างประเทศ
ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (derivatives) ในต่างประเทศ
ประเภทสินค้า ตัวแปร หรือหลักทรัพย์อ้างอิง (underlying) ของ derivatives ที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาได้ต้องมี underlying อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังนี้
(1) ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้
(2) อัตราดอกเบี้ย
(3) อัตราแลกเปลี่ยนเงิน
(4) เครดิต เช่น credit rating หรือ credit event เป็นต้น
ข้อมูล ณ วันที่ 12 มิ.ย. 2569
Yuanta Securities (Thailand)
เลขที่ 127 อาคารเกษร ทาวเวอร์ ชั้น 14-16 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพฯ 10330
Tel: 0-2009-8000 Fax: 02-009-8889 Email: online@yuanta.co.th