กองทุนเปิดกรุงศรียุโรปอิควิตี้เพื่อการเลี้ยงชีพ

Krungsri Europe Equity RMF

รหัสกองทุน: KFEURORMF
บริษัทจัดการ: บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงศรี จำกัด
ระดับความเสี่ยง: 6
ประเภทกองทุน: European Equity
มูลค่าหน่วยลงทุน (NAV)
19.7555 บาท
ณ วันที่ 21 ส.ค. 2569
Fund Size: 396,457,362.32 บาท
YTD Return: +15.64%

ผลการดำเนินงาน

ช่วงเวลา 1 สัปดาห์ 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน YTD 1 ปี 3 ปี 5 ปี SI
ผลตอบแทน -1.11% +1.99% +4.87% +6.57% +15.64% +22.91% +7.26% -0.62% +5.96%
ความผันผวนกองทุน - - - - - +11.94% +15.59% +19.94% -
Maximum Drawdown - - - - - -7.22% -24.39% -40.61% -

นโยบายการลงทุน

  • 1. กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศที่มีเป้าหมายให้ผลตอบแทนในการถือครองหน่วยลงทุนในระยะยาว โดยจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ ชื่อ Goldman Sachs Europe CORE? Equity Portfolio (“กองทุนหลัก”) ซึ่งเป็นกองทุนรวมที่จัดตั้งและบริหารจัดการโดยบริษัท Goldman Sachs Asset Management B.V. และเป็นกองทุนรวมที่จัดตั้งตามระเบียบของ UCITS (Undertakings for Collective Investment in Transferable Securities) ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องของประเทศลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ International Organizations of Securities Commission (IOSCO) โดยมิได้เป็นกองทุนรวมประเภทเฮ็ดจ์ฟันด์ (hedge fund)

    บริษัทจัดการจะลงทุนในสกุลเงินยูโรเป็นสกุลเงินหลัก ในขณะที่กองทุนหลักจะลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินในสกุลเงินต่างๆ เช่น ยูโร ดอลลาร์สหรัฐ ปอนด์อังกฤษ ฟรังก์สวิส เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงสกุลเงินหลักเป็นสกุลเงินอื่นใดนอกเหนือจากสกุลเงินยูโรในภายหลังก็ได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงสกุลเงินที่ใช้ในการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ บริษัทจัดการจะแจ้งผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน 

    อนึ่ง กองทุนหลักข้างต้นมีการเสนอขายในหลายคลาส (classes) ซึ่งสามารถลงทุนได้ทั้งผู้ลงทุนทั่วไป และ/หรือผู้ลงทุนสถาบัน โดยแต่ละคลาสของหน่วยลงทุนอาจมีความแตกต่างกันในเรื่องของนโยบายการจัดสรรกำไร/ผลตอบแทน ค่าธรรมเนียม หรือคุณสมบัติของผู้ลงทุนเป็นต้น ซึ่งบริษัทจัดการจะพิจารณาเลือกลงทุนใน Class I Shares (Acc.) อย่างไรก็ดี บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาเปลี่ยนแปลงประเภทของหน่วยลงทุนตามความเหมาะสมในภายหลังก็ได้ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการดำรงวัตถุประสงค์ของการบริหารจัดการกองทุนให้เป็นไปตามที่ได้ระบุในหนังสือชี้ชวนฯ นี้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว (รายละเอียดของประเภทของ Share classes สามารถดูเพิ่มเติมได้จากหนังสือชี้ชวนของกองทุนหลักจากเว็บไซต์ของกองทุนหลัก)

    2. กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Goldman Sachs Europe CORE? Equity Portfolio เพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน หรือตามอัตราส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. จะประกาศกำหนด แต่ทั้งนี้ จะลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหรือตามอัตราส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. จะประกาศกำหนด 

    3. ในภาวะปกติ กองทุนจะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหรือตามอัตราส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. จะประกาศกำหนด

    4. เงินลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนจะลงทุนในต่างประเทศในตราสารหนี้และ/หรือเงินฝากที่ออก รับรอง รับอาวัล หรือค้ำประกันการจ่ายเงิน โดยภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงิน และ/หรือภาคเอกชนคุณภาพดี โดยตราสารดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ในกรณีตราสารดังกล่าวเป็นหุ้นกู้ด้อยสิทธิ (Subordinated Debt) จะต้องได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของตราสาร (Issue rating) อยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้เท่านั้น 

    5. กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารแห่งหนี้ในประเทศ หรือเงินฝากในสถาบันการเงินตามกฎหมายไทย ที่มีอายุของตราสารหรือสัญญา หรือระยะเวลาการฝากเงิน แล้วแต่กรณี ต่ำกว่า 1 ปี โดยเป็นการลงทุนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการสำรองเงินไว้สำหรับการดำเนินงาน รอการลงทุน หรือรักษาสภาพคล่องของกองทุน 

    6. ในส่วนของการลงทุนในประเทศ กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured note) ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non - investment grade) หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated securities) และตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (Unlisted securities) อย่างไรก็ตาม กองทุนสามารถมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non - investment grade) เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น 

    7. ในกรณีที่กองทุน Goldman Sachs Europe CORE? Equity Portfolio มีการลงทุนในหลักทรัพย์ ตราสาร และ/หรือสัญญาของบริษัทที่มิได้จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted company) และ/หรือตราสารแห่งหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated securities) และ/หรือหลักทรัพย์ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non - investment grade) โดยมีอัตราส่วนการลงทุนรวมกันทั้งหมดมากกว่าร้อยละ 15 ของ NAV ของกองทุนหลัก บริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้ 

    (1) บริษัทจัดการจะปรับลดสัดส่วนการลงทุนในกองทุนหลักเพื่อให้การลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินดังกล่าว มีอัตราส่วนการลงทุนรวมกันทั้งหมดไม่เกินร้อยละ 15 ของ NAV ของกองทุนเปิดกรุงศรียุโรปอิควิตี้เพื่อการเลี้ยงชีพ ภายใน 10 วันทำการนับแต่วันที่ทราบถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ยกเว้นกรณีที่เกิดจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้หรือกรณีจำเป็นและสมควรที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการภายในระยะเวลาข้างต้น บริษัทจัดการจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยไม่ชักช้า 

    (2) หากการดำเนินการปรับลดสัดส่วนการลงทุนในกองทุนหลักข้างต้น มีผลทำให้การลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งกองทุนหลักโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีน้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนเปิดกรุงศรียุโรปอิควิตี้เพื่อการเลี้ยงชีพ บริษัทจัดการจะดำเนินการพิจารณาคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิม โดยกองทุนต่างประเทศดังกล่าวจะต้องมีนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของกองทุนเปิดกรุงศรียุโรปอิควิตี้เพื่อการเลี้ยงชีพ และมีคุณสมบัติตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยไม่ชักช้า และจะแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบต่อไป 

    (3) หากเกิดกรณีใด ๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวม โดยจะดำเนินการจำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของกองทุน เพื่อคืนเงินตามจำนวนที่รวบรวมได้หลังหักค่าใช้จ่ายและสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ตามสัดส่วนจำนวนหน่วยลงทุนที่ถือครองต่อจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของกองทุน 

    ทั้งนี้ ในกรณีที่บริษัทจัดการอยู่ระหว่างการดำเนินการเปลี่ยน/โอนย้าย/เลิกกองทุนตามข้างต้น กองทุนจะยกเว้นโดยไม่นำเรื่องการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศดังกล่าวเพียงกองทุนเดียวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน รวมถึงการนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน มาบังคับใช้ในช่วงดำเนินการคัดเลือกและ/หรือเตรียมการลงทุนและ/หรือเลิกกองทุนดังกล่าว 

    8. บริษัทจัดการอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินหรือไม่ก็ได้ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ซึ่งจะพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราในสกุลเงินต่างประเทศที่อาจเกิดขึ้นได้จากการลงทุนในต่างประเทศตามความเหมาะสมและสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ตัวอย่างเช่น กรณีค่าเงินต่างประเทศของหลักทรัพย์ที่ลงทุนมีแนวโน้มอ่อนค่าอย่างมีนัยสำคัญ ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงิน เป็นต้น 

    9. กองทุนอาจจะเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management) ซึ่งรวมถึงการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากการลงทุน โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ เช่น การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน/ด้านราคาตราสาร/อัตราดอกเบี้ย ซึ่งพิจารณาจากสภาวะการณ์ของตลาด กฎระเบียบ หรือข้อบังคับ และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น แนวโน้มและทิศทางราคาของหลักทรัพย์ที่ลงทุน การออกสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับดัชนีอ้างอิง การคาดการณ์เหตุการณ์ที่อาจจะส่งผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญของกองทุน และค่าใช้จ่ายในการเข้าทำธุรกรรมสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นต้น 

    10. ในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่า การลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ และ/หรือการลงทุนในกองทุน Goldman Sachs Europe CORE? Equity Portfolio ไม่เหมาะสมอีกต่อไป เช่น มีการลงทุนไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์หลักของกองทุน หรือผลตอบแทนของกองทุนดังกล่าวไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ หรือไม่สามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนดังกล่าวได้อีกต่อไป หรือกองทุนต่างประเทศดังกล่าวมีการกระทำผิดตามความเห็นของหน่วยงานกำกับดูแลของกองทุนต่างประเทศ และ/หรือเมื่อเกิดเหตุการณ์หรือคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่างๆ จนอาจส่งผลให้การลงทุนในกองทุนต่างประเทศเป็นภาระต่อผู้ลงทุนโดยเกินจำเป็น เป็นต้น และ/หรือในกรณีที่กองทุน Goldman Sachs Europe CORE? Equity Portfolio ได้เลิกโครงการในขณะที่บริษัทจัดการยังดำเนินการบริหารและจัดการลงทุนกองทุนเปิดกรุงศรียุโรปอิควิตี้เพื่อการเลี้ยงชีพ ทั้งนี้ เมื่อปรากฎกรณีดังกล่าว บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศอื่นใดที่มีนโยบายการลงทุนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และ/หรือนโยบายการลงทุนของกองทุน และในการโอนย้ายกองทุนดังกล่าว บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการในครั้งเดียว หรือทยอยโอนย้ายเงินทุน ซึ่งอาจส่งผลให้ในช่วงเวลาดังกล่าวกองทุนอาจมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน โดยอาจเป็นกองทุนที่บริหารและจัดการลงทุนโดยบริษัท Goldman Sachs Asset Management B.V. หรือไม่ก็ได้ หรือ ขอสงวนสิทธิในการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวมของกองทุนเปิดกรุงศรียุโรปอิควิตี้เพื่อการเลี้ยงชีพ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการดังกล่าว บริษัทจัดการจะแจ้งโดยประกาศให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบโดยพลัน 

    11. ในกรณีที่ภายหลังการเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรกแล้ว ปรากฏว่าจำนวนเงินที่ได้จากการเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรกไม่เพียงพอต่อการจัดตั้งกองทุนเพื่อส่งเงินไปลงทุนในต่างประเทศได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหน่วยลงทุน บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการยกเลิกการจัดตั้งกองทุน โดยจะคืนเงินค่าสั่งซื้อแก่ผู้สั่งซื้อหน่วยลงทุนภายใน 3 วันทำการนับตั้งแต่วันทำการถัดจากวันสุดท้ายของการเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก อย่างไรก็ดี ภายหลังจากการจัดตั้งและบริหารจัดการลงทุนไปแล้ว บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเลิกกองทุน โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนทุกรายแล้ว หากเป็นกรณีดังต่อไปนี้ 
    (1) ผู้จัดการกองทุนพิจารณาแล้วเห็นว่า สถานการณ์การลงทุนในต่างประเทศไม่เหมาะสม 
    (2) กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศ 
    (3) กรณีที่มีเหตุให้เชื่อได้ว่าเพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม

    12. ในกรณีที่กองทุนมีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีมากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนหลักไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF และมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักมีการลดลงในลักษณะดังนี้

    (1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงมากกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก หรือ

    (2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนมากกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก

    ทั้งนี้ ในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าว บริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้

    การดำเนินการ

    ระยะเวลาดำเนินการ

    (1)   แจ้งเหตุที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของบริษัทจัดการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุน (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม)

    ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนหลักที่ปรากฏเหตุ

    (2)   เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตาม  (1) ต่อผู้ลงทุนทั่วไป
    (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย)

    พร้อม (1) 

    (3)   ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม  (1)

    ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผย
    ข้อมูลของกองทุนหลักที่ปรากฏเหตุ

    (4)   รายงานผลการดำเนินการตาม  (3) ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบ

    ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตาม (3) แล้วเสร็จ

    ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในกรณีที่มีการดำเนินการเปลี่ยน/โอนย้าย/เลิกกองทุน กองทุนจะยกเว้นไม่นำเรื่องการลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินในต่างประเทศ (offshore investment) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน มาบังคับใช้ในช่วงดำเนินการคัดเลือกและ/หรือเตรียมการลงทุนและ/หรือเลิกกองทุนดังกล่าว

    13. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตให้เป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนรวมดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี)

    14. ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วย ทั้งนี้ โดยจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
    (1)  ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม
    (2)  ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ

    สรุปข้อมูลสำคัญที่ผู้ลงทุนควรทราบเกี่ยวกับกองทุน Goldman Sachs Europe CORE? Equity Portfolio (กองทุนหลัก)

    ชื่อกองทุน:Goldman Sachs Europe CORE? Equity Portfolio 
    ลักษณะเฉพาะของ Class I Shares (Acc.):(1) เป็น Class  ที่ทำการซื้อขายหน่วยลงทุนในสกุลเงินยูโร
    (2) ขายให้กับผู้ลงทุนสถาบัน และไม่มีการจ่ายเงินปันผล
    ประเภทโครงการ :กองทุนรวมตราสารทุน 
    วันที่จัดตั้งกองทุนรวม:1 ตุลาคม 2542
    วันที่จัดตั้ง  Share Class :5 กันยายน 2549
    วัตถุประสงค์การลงทุน:กองทุนมีวัตถุประสงค์ให้เงินลงทุนเติบโตในระยะยาวโดยมุ่งเน้นการลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ตั้งอยู่ในทวีปยุโรป
    นโยบายการลงทุน:

    กองทุนใช้กลยุทธ์การลงทุนที่เรียกว่า  CORE? strategy โดยภายใต้สถานการณ์ปกติ กองทุนจะลงทุนไม่น้อยกว่าสองในสามของทรัพย์สินสุทธิของกองทุนในตราสารทุนหรือหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน (Equity Related Transferable Securities) ของบริษัทที่ตั้งอยู่หรือมีรายได้หรือได้รับกำไรอย่างมีนัยสำคัญจากประเทศในทวีปยุโรป และกองทุนที่เป็น Permitted Fund ที่ลงทุนในบริษัทเหล่านี้

    ตราสารทุนหรือหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน อาจรวมถึงหุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ ใบสำคัญแสดงสิทธิในหุ้นสามัญ และตราสารแสดงสิทธิในหุ้นประเภทอื่น ๆ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศซึ่งออกโดยสถาบันการเงินในสหรัฐอเมริกา (American Depositary Receipts หรือ “ADRs”) สถาบันการเงินในยุโรป (European Depositary Receipts หรือ “EDRs”) และสถาบันการเงินทั่วโลก (Global Depositary Receipts หรือ “GDRs”)

    ในกระบวนการคัดเลือกหลักทรัพย์เพื่อการลงทุน ที่ปรึกษาการลงทุนจะใช้โมเดลการลงทุนที่จัดทำขึ้นเองเพื่อประเมินถึงดัชนีชี้วัดหลากหลายประเภท ซึ่งอาจรวมถึงดัชนี้ชี้วัดบางตัวที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Corporate Governance: ESG) โดยกระบวนการคัดเลือกหลักทรัพย์เพื่อการลงทุนดังกล่าวจะไม่มีการใช้ตัวชี้วัด ความเสี่ยง หรือข้อพิจารณาเพียงประการเดียวเป็นตัวชี้ขาดในการตัดสินใจ

    กองทุนอาจลงทุนในตราสารทุน และ/หรือหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนของบริษัทอื่นๆ นอกเหนือจากข้างต้น และหลักทรัพย์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน (Non-equity related transferable securities) และกองทุนที่เป็น “Permitted Funds” ที่ไม่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน โดยมีสัดส่วนการลงทุนไม่เกินหนึ่งในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

    กองทุนอาจลงทุนใน  Permitted Funds ที่สอดคล้องกับนโยบายและข้อจำกัดในการลงทุนของกองทุน ในสัดส่วนการลงทุนไม่เกินร้อยละ 10 ของทรัพย์สินสุทธิ และจะไม่ลงทุนใน Permitted Funds ที่มีการก่อภาระผูกพัน (Leverage) เนื่องจากอาจนำไปสู่ผลขาดทุนที่มีจำนวนเกินกว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหรือของ  Permitted Fund นั้น ๆ

    กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อบรรลุเป้าหมายของนโยบายการลงทุนหรือเพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกันความเสี่ยง โดยสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเหล่านี้รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง สัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (Foreign Currency Forward Contracts) สัญญาฟิวเจอร์สและออปชั่น (Futures and Option Contracts) ที่อ้างอิงกับตราสารทุนและดัชนีตลาดหลักทรัพย์ และสัญญาสวอป (Swaps) ซึ่งประกอบด้วย Equity Swaps และ Total Return Swaps

    กองทุนอาจฝากเงินที่สามารถไถ่ถอนได้ทันที เช่น บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน โดยการถือเงินฝากในลักษณะดังกล่าวอาจมีสัดส่วนเกินร้อยละ 20 ของทรัพย์สินสุทธิของกองทุนได้เป็นการชั่วคราว ในกรณีที่ตลาดมีภาวะไม่ปกติ นอกจากนี้ กองทุนอาจใช้ทรัพย์สินที่เทียบเท่าเงินสด เช่น เงินฝาก ตราสารในตลาดเงิน หรือ กองทุนรวมตลาดเงิน เพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารเงินสด หรือเมื่อตลาดมีภาวะที่ไม่พึงประสงค์ได้ หากที่ปรึกษาการลงทุนพิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำดังกล่าวจะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหน่วยลงทุน

    ข้อจำกัดในการลงทุนเพิ่มเติม: กองทุนจะลงทุนในตราสารทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือมีการซื้อขายในตลาดที่จัดตั้งอย่างเป็นทางการ (Organized Market) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 51 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ โดยไม่นับรวมการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ทั้งนี้ การลงทุนในกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trusts: REITs) ไม่จัดว่าเป็นตราสารทุนที่สามารถลงทุนได้ตามวัตถุประสงค์นี้

    (สามารถดูรายละเอียดของนโยบายการลงทุนเพิ่มเติมได้จากหนังสือชี้ชวนของกองทุน  Goldman Sachs Europe CORE? Equity Portfolio)

    อายุโครงการ:ไม่กำหนด
    วันทำการขายและรับซื้อคืน:ทุกวันทำการซื้อขายของกองทุน
    การจ่ายเงินปันผล:ไม่จ่าย
    บริษัทจัดการกองทุน:Goldman Sachs Asset Management B.V.
    ที่ปรึกษาการลงทุน:Goldman Sachs Asset Management International
    ผู้ดูแลผลประโยชน์ /ผู้เก็บรักษาทรัพย์สินของกองทุน  :State Street Bank International GmbH, Luxembourg Branch 
    ผู้สอบบัญชี :PricewaterhouseCoopers Soci?t? cooperative
    นายทะเบียน:CACEIS Bank, Luxembourg Branch
    เว็บไซต์:สามารถดูข้อมูลหนังสือชี้ชวนฯ ของกองทุนหลัก และรายละเอียดอื่นเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์: 
    https://am.gs.com/en-lu/individual/funds/detail/PV100011/LU0234682044/goldman-sachs-europe-core-equity-portfolio

    ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนหลัก Goldman Sachs Europe CORE? Equity Portfolio, Class I Shares (Acc.) *:

    1. ค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากผู้ซื้อหรือผู้ถือหน่วยลงทุน (ร้อยละของมูลค่าหน่วยลงทุน)
    (1) ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน

    ไม่มี

    (2) ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน

    ไม่มี

    2. ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม (ร้อยละต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม)
    (1) ค่าธรรมเนียมการจัดการ  

    0.50%

    (2) ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ  

    0.09%

    ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Ongoing charge) 

    0.59%

    * เป็นข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 ทั้งนี้ กองทุนหลักอาจเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนได้

    หมายเหตุ:

    (1) ข้อความในส่วนของกองทุน Goldman Sachs Europe CORE? Equity Portfolio ได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์

    (2) ในกรณีที่กองทุนหลักมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการในภายหลัง บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไขเพิ่มเติมโครงการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลัก โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว

    •  ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในประเทศ: 

    ส่วนที่ 1 : ตราสาร TS (Transferable Securities) หมายความว่า ตราสารทางการเงินใด ๆ ที่มีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการลงทุนที่ครบถ้วนเป็นไปตามประกาศ ได้แก่
    1. ตราสารหนี้ในประเทศ
    1.1 พันธบัตร 
    1.2 ตั๋วเงินคลัง 
    1.3 หุ้นกู้ (ไม่รวมหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ และตราสาร Basel III) 
    1.4 ตั๋วแลกเงิน 
    1.5 ตั๋วสัญญาใช้เงิน 
    1.6 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ 
    1.7 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี Underlying เป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้ 
    1.8 ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตาม 1.1 – 1.7 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดเพิ่มเติม 
    ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS รวมถึงหน่วย CIS ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
    ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก
    ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo)
    ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending)
    ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภทสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (derivatives) 
    ประเภทสินค้า ตัวแปร หรือหลักทรัพย์อ้างอิง (underlying) ของ derivatives ที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาได้ต้องมี underlying อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังนี้
    (1) ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ 
    (2) อัตราดอกเบี้ย 
    (3) อัตราแลกเปลี่ยนเงิน 
    (4) ดัชนีเงินเฟ้อ 
    (5) เครดิต เช่น credit rating หรือ credit event เป็นต้น 

    •  ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในต่างประเทศ : 

    ส่วนที่ 1 : ตราสาร TS (Transferable Securities) หมายความว่า ตราสารทางการเงินใด ๆ ที่มีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการลงทุนที่ครบถ้วนเป็นไปตามประกาศ ได้แก่
    1. ตราสารหนี้ต่างประเทศ 
    1.1 พันธบัตร 
    1.2 ตั๋วเงินคลัง 
    1.3 หุ้นกู้ (ไม่รวมหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ และตราสาร Basel III) 
    1.4 ตั๋วแลกเงิน 
    1.5 ตั๋วสัญญาใช้เงิน 
    1.6 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ 
    1.7 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี Underlying เป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้ 
    1.8 ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตาม 1.1 – 1.7 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดเพิ่มเติม 
    ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS รวมถึงหน่วย CIS ที่จดทะเบียนในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศที่เป็นสมาชิกของ WFE 
    ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากต่างประเทศหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝากต่างประเทศ
    ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (derivatives) ในต่างประเทศ 
    ประเภทสินค้า ตัวแปร หรือหลักทรัพย์อ้างอิง (underlying) ของ derivatives ที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาได้ต้องมี underlying อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังนี้ 
    (1) ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ 
    (2) อัตราดอกเบี้ย 
    (3) อัตราแลกเปลี่ยนเงิน 
    (4) เครดิต เช่น credit rating หรือ credit event เป็นต้น

    •  อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมในประเทศและต่างประเทศ : 

    บริษัทจัดการจะลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์ หรือทรัพย์สินอื่น ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ประกาศกำหนดในปัจจุบัน และ/หรือที่แก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต เว้นแต่ หลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่มีการกำหนดอัตราส่วนการลงทุนเป็นการเฉพาะดังต่อไปนี้ 

    อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนหรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศแก้ไขเปลี่ยนแปลงอัตราส่วนการลงทุน บริษัทจัดการจะลงทุนให้เป็นไปตามประกาศที่แก้ไขด้วย

    อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามผู้ออกทรัพย์สินหรือคู่สัญญา (single entity limit)

    ข้อ

    ประเภททรัพย์สิน

    อัตราส่วน (% ของ NAV)

    1.

    หน่วย CIS ในประเทศ

    ไม่เกิน 10%

    2.

    หน่วย CIS ต่างประเทศ

    โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่ต่ำกว่า 80%

     อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามประเภททรัพย์สิน (product limit)

    ข้อ

    ประเภททรัพย์สิน

    อัตราส่วน (% ของ NAV)

    1.

    ทรัพย์สินดังนี้

    1.1 ตั๋วแลกเงิน หรือตั๋วสัญญาใช้เงิน ที่มีเงื่อนไขห้ามเปลี่ยนมือแต่กองทุนได้ดำเนินการให้มีการรับโอนสิทธิเรียกร้องในตราสารได้ตามวิธีการที่กฎหมายกำหนด หรือมีเงื่อนไขให้กองทุนสามารถขายคืนผู้ออกตราสารได้

    1.2 เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝากที่มีระยะเวลาการฝากเกิน 12 เดือน

    1.3 total SIP ตามข้อ 3 ของส่วนนี้ แต่ไม่รวมถึงตราสารหนี้ที่มีลักษณะครบถ้วนดังนี้

    1.3.1 มีลักษณะตาม 6.4.3 และ 6.4.4 ของข้อ 6 ในส่วนที่ 1: อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามผู้ออกทรัพย์สินหรือคู่สัญญา (single entity limit) ของประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน

    1.3.2 มี credit rating อยู่ในระดับต่ำกว่า investment grade หรือไม่มี credit rating

    รวมกันไม่เกิน 25%

    2.

    หน่วย CIS ในประเทศ

    ไม่เกิน 20%

    3.

    total SIP ซึ่งได้แก่

    3.1 ทรัพย์สินตามข้อ 8 (SIP) ในส่วนที่ 1: อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามผู้ออกทรัพย์สินหรือคู่สัญญา (single entity limit) ของประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน

    3.2 ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อที่ตัวตราสารและ/หรือผู้ออกตราสารที่ต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade/unrated)

    รวมกันไม่เกิน 15%

Top 5 Holdings

Goldman Sachs Asset Management Fund Services Limited
98.89%
Standard Chartered Bank (Thai) Plc.
2.22%
Bank of Ayudhya Plc. (FX-TX.6043388)
0.04%
Kiatnakin Phatra Bank Plc.
0.02%
Bank of Ayudhya Plc. (FX-TX.6003321)
0.01%

สัดส่วนการลงทุน

หน่วยลงทุน
98.89%
เงินฝาก/ตราสารเทียบเท่า
2.22%
ตราสารอนุพันธ์
0.07%
สินทรัพย์อื่น ๆ / หนี้สินอื่น ๆ
-1.19%

ค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมการขาย
0.00%
สูงสุดไม่เกิน: +2.00%
ค่าธรรมเนียมการจัดการ
+1.34%
สูงสุดไม่เกิน: +2.14%
ค่าธรรมเนียมผู้ดูแล
-
สูงสุดไม่เกิน: +0.11%
ค่าใช้จ่ายอื่น
-
สูงสุดไม่เกิน: +2.25%

รายละเอียดการซื้อขาย

เวลาตัดรอบการซื้อ: 15:30
เวลาตัดรอบการขาย: 15:30
วันชำระเงิน: 4 วัน
การจ่ายเงินปันผล: ไม่จ่ายเงินปันผล
มูลค่าขั้นต่ำการซื้อครั้งแรก: 500.00 บาท
มูลค่าขั้นต่ำการซื้อครั้งถัดไป: 500.00 บาท

เอกสารเพิ่มเติม

ดาวน์โหลด Fund Factsheet

ข้อมูล ณ วันที่ 25 ส.ค. 2569

หมายเหตุ

  • การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
  • ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
  • ข้อมูลการวัดผลการดำเนินงานของกองทุนนี้ ได้จัดทำตามมาตรฐานการวัดผลการดำเนินงานของกองทุนของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน
  • ข้อมูล % ต่อปี สำหรับผลการดำเนินงานที่แสดงในช่วงเวลาตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป

Yuanta Securities (Thailand)

เลขที่ 127 อาคารเกษร ทาวเวอร์ ชั้น 14-16 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพฯ 10330

Tel: 0-2009-8000 Fax: 02-009-8889 Email: online@yuanta.co.th