กองทุนเปิดกรุงศรีเวิลด์อิควิตี้อินเด็กซ์เพื่อการเลี้ยงชีพ

Krungsri World Equity Index RMF

รหัสกองทุน: KF-WORLD-INDXRMF
บริษัทจัดการ: บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงศรี จำกัด
ระดับความเสี่ยง: 6
ประเภทกองทุน:
มูลค่าหน่วยลงทุน (NAV)
12.6899 บาท
ณ วันที่ 21 ส.ค. 2569
Fund Size: 1,074,924,074.57 บาท
YTD Return: +10.15%

ผลการดำเนินงาน

ช่วงเวลา 1 สัปดาห์ 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน YTD 1 ปี 3 ปี 5 ปี SI
ผลตอบแทน -1.14% +2.15% +2.56% +7.10% +10.15% +17.27% - - +13.75%
ความผันผวนกองทุน - - - - - +13.82% - - -
Maximum Drawdown - - - - - -9.84% - - -

นโยบายการลงทุน

  • 1. กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศที่มีเป้าหมายให้ผลตอบแทนในการถือครองหน่วยลงทุนในระยะยาว โดยจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่ตํ่ากว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ชื่อ iShares MSCI ACWI ETF (“กองทุนหลัก”) ที่มีนโยบายการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนี MSCI ACWI ซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนผลตอบแทนของหุ้นที่มีมูลค่าตามราคาตลาดสูงและปานกลาง (large and mid-capitalization) ของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว (Developed Markets) และกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ทั้งนี้ กองทุนหลักดังกล่าวบริหารจัดการโดยบริษัท BlackRock Fund Advisors และเป็นกองทุนรวมที่จัดตั้งภายใต้กฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ International Organizations of Securities Commission (IOSCO) โดยมิได้เป็นกองทุนรวมประเภทเฮ็ดจ์ฟันด์ (hedge fund) 

    กองทุน iShares MSCI ACWI ETF (“กองทุนหลัก”) เป็นกองทุนรวมอีทีเอฟ ที่จดทะเบียนซื้อขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยบริษัทจัดการจะลงทุนในสกุลเงินเหรียญสหรัฐเป็นสกุลเงินหลัก ทั้งนี้ หากกองทุนหลักมีการจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์อื่นนอกเหนือจากตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ เช่น ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก เป็นต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงสถานที่ซื้อขายดังกล่าว หากบริษัทจัดการพิจารณาแล้วเห็นว่าจะเอื้อประโยชน์ต่อการลงทุน หรือการคิดคำนวณมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนประจำวัน หรือสามารถประกาศมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ มูลค่าหน่วยลงทุนได้รวดเร็วขึ้น เป็นต้น นอกจากนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงสกุลเงินหลักที่ใช้ในการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักเป็นสกุลเงินอื่น เช่น สกุลเงินสิงคโปร์ดอลลาร์ หรือ ฮ่องกงดอลลาร์ เป็นต้น ในภายหลังก็ได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน

    2. สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ ตราสารทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารทางการเงินอื่นๆ และ/หรือเงินฝากธนาคาร ที่เสนอขายทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ และอาจลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) และ/หรือตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured note) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด

    นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือตํ่ากว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non - investment grade) หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) โดยมีสัดส่วนการลงทุนในตราสารดังกล่าวเมื่อรวมกับสัดส่วนการลงทุนของกองทุนหลักจะไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

    3. กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ (กองทุนปลายทาง) ในสัดส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด หรือกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง หรือประกาศอื่นใดที่เกี่ยวข้อง และ/หรือที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต ทั้งนี้ กองทุนปลายทางสามารถลงทุนต่อในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด และไม่อนุญาตให้กองทุนปลายทางและกองทุนรวมอื่น ลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) ได้

    4. กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงิน (Fx hedging) หรือไม่ก็ได้ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (Dynamic hedging) ซึ่งจะพิจารณาจากสภาวการณ์ของตลาดและปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางของอัตราแลกเปลี่ยน หรือค่าใช้จ่าย เป็นต้น ตามความเหมาะสมในแต่ละขณะ

    นอกจากนี้ กองทุนอาจเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management) โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ เช่น การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ / อัตราแลกเปลี่ยน / ด้านราคาตราสาร /อัตราดอกเบี้ย / เครดิต เช่น credit rating หรือ credit event ซึ่งพิจารณาจากสภาวะการณ์ของตลาด กฎระเบียบ หรือข้อบังคับ และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น แนวโน้มและทิศทางราคาของหลักทรัพย์ที่ลงทุน การคาดการณ์เหตุการณ์ที่อาจจะส่งผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญของกองทุน และค่าใช้จ่ายในการเข้าทำธุรกรรมสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นต้น ทั้งนี้ หากสินทรัพย์อ้างอิงมีความผันผวน หรือทิศทางการลงทุนไม่เป็นไปตามคาด หรือคู่สัญญาที่ทำธุรกรรมไม่สามารถชำระภาระผูกพันได้ตามกำหนดเวลา อาจทำให้กองทุนไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่คาดหวัง หรือขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ อย่างไรก็ตามบริษัทจัดการจะพิจารณาปรับเปลี่ยนการลงทุนหรือการเข้าทำธุรกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ มีการวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิง รวมถึงพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทำธุรกรรม โดยจะเน้นทำธุรกรรมกับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้

    5. ในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่าการลงทุนในกองทุน iShares MSCI ACWI ETF (กองทุนหลัก) ไม่เหมาะสมอีกต่อไป เช่น มีการลงทุนไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์หลักของกองทุน หรือผลตอบแทนของกองทุนดังกล่าวไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ หรือไม่สามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนดังกล่าวได้อีกต่อไป หรือกองทุนต่างประเทศดังกล่าวมีการกระทำผิดตามความเห็นของหน่วยงานกำกับดูแลของกองทุนต่างประเทศ และ/หรือเมื่อเกิดเหตุการณ์หรือคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่างๆ จนอาจส่งผลให้การลงทุนในกองทุนต่างประเทศเป็นภาระต่อผู้ลงทุนโดยเกินจำเป็น เป็นต้น และ/หรือในกรณีที่กองทุนหลักได้เลิกโครงการในขณะที่บริษัทจัดการยังดำเนินการบริหารและจัดการลงทุนกองทุนเปิดกรุงศรีเวิลด์อิควิตี้อินเด็กซ์เพื่อการเลี้ยงชีพ

    เมื่อปรากฏกรณีตามข้อ 5. ข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการพิจารณาคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิม โดยกองทุนต่างประเทศดังกล่าวจะต้องมีนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของกองทุนเปิดกรุงศรีเวิลด์อิควิตี้อินเด็กซ์เพื่อการเลี้ยงชีพ และมีคุณสมบัติตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด โดยอาจเป็นกองทุนที่บริหารและจัดการลงทุนโดยบริษัท BlackRock Fund Advisors หรือไม่ก็ได้ และในการโอนย้ายกองทุนดังกล่าว บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการในครั้งเดียวหรือทยอยโอนย้ายเงินทุน ซึ่งอาจส่งผลให้ในช่วงเวลาดังกล่าวกองทุนอาจมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุนก็ได้

    หากเกิดกรณีใดๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวมของกองทุนเปิดกรุงศรีเวิลด์อิควิตี้อินเด็กซ์เพื่อการเลี้ยงชีพ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยจะดำเนินการจำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของกองทุน เพื่อคืนเงินตามจำนวนที่รวบรวมได้หลังหักค่าใช้จ่ายและสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ตามสัดส่วนจำนวนหน่วยลงทุนที่ถือครองต่อจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของกองทุน ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการดังกล่าว บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทุกรายทราบโดยพลัน และประกาศไว้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการและผู้สนับสนุน และ/หรือเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ

    6. กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดให้ลงทุนได้

    7. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตให้เป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk profile) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนรวมดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี)

    8. ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วย ทั้งนี้ โดยจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ

    (1) ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม

    (2) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม

    (3) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ

    สรุปข้อมูลสำคัญที่ผู้ลงทุนควรทราบเกี่ยวกับ iShares MSCI ACWI ETF (กองทุนหลัก):

    ชื่อกองทุน

    iShares MSCI ACWI ETF 

    วันที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์

    26 มีนาคม 2551

    ตลาดหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนซื้อขาย:

    ตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ประเทศสหรัฐอเมริกา

    นโยบายการจ่ายเงินปันผล:

    มีนโยบายจ่ายเงินปันผล

    อายุโครงการ :

    ไม่กำหนด

    วันทำการซื้อขาย

    ทุกวันทำการซื้อขายของกองทุน

    วัตถุประสงค์การลงทุนกองทุนมีวัตถุประสงค์การลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนี  MSCI ACWI ซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนผลตอบแทนของหุ้นที่มีมูลค่าตามราคาตลาดสูงและปานกลาง (large and mid-capitalization) ของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว (Developed Markets) และกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) 

    นโยบายการลงทุน: 

     

    กองทุนมีการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนให้สอดคล้องกับผลดำเนินงานของดัชนี  MSCI ACWI (“ดัชนีอ้างอิง”) ซึ่งเป็นดัชนีที่คำนวณโดยใช้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดที่ปรับด้วย Free Float (หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่ผู้ลงทุนสามารถซื้อขายได้โดยเสรี)  (Free float-adjusted market capitalization) เพื่อใช้วัดผลการดำเนินงานของตลาดหุ้นทั้งในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว (developed markets) และกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่  (emerging markets)

    กองทุนใช้กลยุทธ์การลงทุน “เชิงรับ (Passive / Indexing Approach)” เพื่อให้ผลตอบแทนของกองทุนบรรลุวัตถุประสงค์การลงทุน โดยไม่ได้มุ่งหวังสร้างผลตอบแทนที่เหนือกว่าดัชนีอ้างอิง และไม่ปรับสถานะการลงทุนให้เป็นเชิงรับ (defensive positions) เป็นการชั่วคราวในสภาวะตลาดขาลงหรือตลาดมีมูลค่าสูงจนเกินไป ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนดังกล่าวอาจทำให้กองทุนไม่มีโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนสูงกว่าดัชนีอ้างอิง แต่ทั้งนี้ก็อาจลดความเสี่ยงบางประการที่เกิดจากการบริหารการลงทุนโดยใช้เทคนิคในเชิงรุก เช่น ความผิดพลาดจากการคัดเลือกหลักทรัพย์เพื่อลงทุน นอกจากนี้ กลยุทธ์การลงทุนนี้ยังช่วยให้กองทุนมีต้นทุนลดลงและให้ผลตอบแทนหลังจากหักภาษีแล้วดีกว่า โดยการพยายามรักษาอัตราส่วนหมุนเวียนการลงทุนของกองทุน (Portfolio Turnover) ให้อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับกองทุนอื่นที่ใช้การบริหารจัดการในเชิงรุก

    กองทุนจะใช้กลยุทธ์การลงทุนที่เรียกว่า  Representative Sampling Indexing Strategy โดยเลือกลงทุนในหลักทรัพย์ที่เป็นตัวแทนของหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง ซึ่งหลักทรัพย์ที่กองทุนเลือกลงทุนโดยรวมแล้วจะมีลักษณะเหมือนกับดัชนีอ้างอิง ทั้งในส่วนของลักษณะการลงทุน (ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด และนํ้าหนักตามหมวดอุตสาหกรรม เป็นต้น) ลักษณะพื้นฐาน (เช่น ความผันผวนของผลตอบแทน และอัตราผลตอบแทนของตราสาร เป็นต้น) และสภาพคล่อง ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์ทั้งหมดที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิงหรือไม่ก็ได้

    กองทุนจะลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดของกองทุนในหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง รวมถึงการลงทุนอื่นที่มีลักษณะทางเศรษฐกิจเช่นเดียวกับหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง (ได้แก่ ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงซึ่งเป็นหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง) และอาจลงทุนในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดของกองทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าบางประเภท เช่น สัญญาฟิวเจอร์ส สัญญาออปชัน และ/หรือ สัญญาสวอป เงินสด และตราสารที่เทียบเท่าเงินสด รวมถึงกองทุนรวมตลาดเงินที่บริหารจัดการโดย BlackRock Fund Advisors หรือบริษัทที่เกี่ยวข้อง และหลักทรัพย์อื่นๆ ที่ไม่ใช่องค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง แต่เชื่อว่าสามารถช่วยให้กองทุนสร้างผลตอบแทนที่ใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิงได้ โดยการลงทุนที่เป็นเงินสดและตราสารที่เทียบเท่าเงินสดที่เกี่ยวข้องกับสถานะการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าจะถือเป็นส่วนหนึ่งของสถานะการลงทุนนั้น ๆ ในการคำนวณมูลค่าการลงทุนในหลักทรัพย์ที่ไม่ใช่องค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง ทั้งนี้ กองทุนจะพยายามสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของกองทุนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนีอ้างอิง

    กองทุนอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ โดยมีสัดส่วนไม่เกินหนึ่งในสามของมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดของกองทุน (รวมมูลค่าของหลักทรัพย์ประกันที่ได้รับ) 

    นโยบายด้านการลงทุนกระจุกตัวในอุตสาหกรรม (Industry Concentration Policy) 

    กองทุนจะเน้นการลงทุน (กล่าวคือ อาจลงทุนตั้งแต่ร้อยละ 25 ขึ้นไปของมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดของกองทุน) ในเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมในระดับที่ใกล้เคียงกับการกระจุกตัวของดัชนีอ้างอิง 

    สำหรับวัตถุประสงค์ของข้อจำกัดนี้ หลักทรัพย์ของรัฐบาลสหรัฐฯ (รวมถึงหน่วยงานราชการและหน่วยงานย่อยของส่วนราชการ) และการทำธุรกรรมซื้อคืนโดยมีหลักทรัพย์ของรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นหลักประกัน จะไม่พิจารณารวมอยู่ในข้อจำกัดการกระจุกตัวในกลุ่มอุตสาหกรรมตามข้างต้น

    (สามารถดูรายละเอียดของนโยบายการลงทุนเพิ่มเติมได้จากหนังสือชี้ชวนของกองทุน  iShares MSCI ACWI ETF)

    ข้อมูลดัชนี MSCI ACWI:เป็นดัชนีที่สะท้อนผลตอบแทนของหุ้นที่มีขนาดใหญ่และปานกลาง (large and mid-capitalization) ใน 23 ตลาดหลักทรัพย์ของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว (Developed Markets) และ 24 ตลาดหลักทรัพย์ของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) โดยประกอบด้วยหุ้นจำนวน 2,757 บริษัทซึ่งครอบคลุมประมาณ 85% ของจำนวนหุ้นทั่วโลกที่มีโอกาสลงทุนได้ (ข้อมูล ณ วันที่ 30 สิงหาคม 2567)
    บริษัทจัดการกองทุน

    BlackRock Fund Advisors

    ผู้เก็บรักษาทรัพย์สินของกองทุน:

    State Street Bank and Trust Company

    เว็บไซต์ :สามารถดูข้อมูลหนังสือชี้ชวนฯ ของกองทุนหลัก และรายละเอียดอื่นเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์:
    https://www.ishares.com/us/products/239600/ishares-msci-acwi-etf 

    ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของ iShares MSCI ACWI ETF (กองทุนหลัก) *:

    ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม (ร้อยละต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม)
    ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee)0.32%
    ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Net Expense Ratio)0.32%

    * เป็นข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2567 ทั้งนี้ กองทุนหลักอาจเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนได้

    หมายเหตุ :

    (1) ข้อความในส่วนของกองทุน iShares MSCI ACWI ETF ได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์

    (2) ในกรณีที่กองทุนหลักมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไขเพิ่มเติมโครงการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลัก โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว

Top 5 Holdings

iShares ETFs/USA
99.28%
Standard Chartered Bank (Thai) Plc.
2.22%
Standard Chartered Bank-Singapore
0.75%
Kiatnakin Phatra Bank Plc.
0.11%

สัดส่วนการลงทุน

หน่วยลงทุน
99.28%
เงินฝาก/ตราสารเทียบเท่า
2.97%
สินทรัพย์อื่น ๆ / หนี้สินอื่น ๆ
-0.11%
ตราสารอนุพันธ์
-2.13%

ค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมการขาย
0.00%
สูงสุดไม่เกิน: +2.00%
ค่าธรรมเนียมการจัดการ
+0.80%
สูงสุดไม่เกิน: +2.14%
ค่าธรรมเนียมผู้ดูแล
-
สูงสุดไม่เกิน: +0.11%
ค่าใช้จ่ายอื่น
-
สูงสุดไม่เกิน: +2.25%

รายละเอียดการซื้อขาย

เวลาตัดรอบการซื้อ: 15:30
เวลาตัดรอบการขาย: 15:30
วันชำระเงิน: 2 วัน
การจ่ายเงินปันผล: ไม่จ่ายเงินปันผล
มูลค่าขั้นต่ำการซื้อครั้งแรก: 500.00 บาท
มูลค่าขั้นต่ำการซื้อครั้งถัดไป: 500.00 บาท

เอกสารเพิ่มเติม

ดาวน์โหลด Fund Factsheet

ข้อมูล ณ วันที่ 25 ส.ค. 2569

หมายเหตุ

  • การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
  • ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
  • ข้อมูลการวัดผลการดำเนินงานของกองทุนนี้ ได้จัดทำตามมาตรฐานการวัดผลการดำเนินงานของกองทุนของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน
  • ข้อมูล % ต่อปี สำหรับผลการดำเนินงานที่แสดงในช่วงเวลาตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป

Yuanta Securities (Thailand)

เลขที่ 127 อาคารเกษร ทาวเวอร์ ชั้น 14-16 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพฯ 10330

Tel: 0-2009-8000 Fax: 02-009-8889 Email: online@yuanta.co.th