กองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลสมาร์ทอินคัมเพื่อการเลี้ยงชีพ

Krungsri Global Smart Income RMF

รหัสกองทุน: KF-SINCOMERMF
บริษัทจัดการ: บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงศรี จำกัด
ระดับความเสี่ยง: 5
ประเภทกองทุน:
มูลค่าหน่วยลงทุน (NAV)
11.5910 บาท
ณ วันที่ 21 ส.ค. 2569
Fund Size: 1,357,246,255.30 บาท
YTD Return: -1.83%

ผลการดำเนินงาน

ช่วงเวลา 1 สัปดาห์ 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน YTD 1 ปี 3 ปี 5 ปี SI
ผลตอบแทน -0.22% +0.02% -0.03% -2.59% -1.83% +0.52% +3.05% -0.17% +1.52%
ความผันผวนกองทุน - - - - - +4.00% +4.20% +4.67% -
Maximum Drawdown - - - - - -3.62% -3.75% -13.42% -

นโยบายการลงทุน

  • 1. กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศที่มีเป้าหมายให้ผลตอบแทนในการถือครองหน่วยลงทุนในระยะยาว โดยจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ ชื่อ PIMCO GIS Income Fund (Class I-Acc) (“กองทุนหลัก”) ซึ่งบริหารจัดการโดยบริษัท PIMCO Funds: Global Investors Series plc และเป็นกองทุนรวมที่จัดตั้งตามระเบียบของ UCITS (Undertakings for Collective Investment in Transferable Securities) ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องของประเทศไอร์แลนด์ (Ireland) ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ International Organizations of Securities Commission (IOSCO) โดยมิได้เป็นกองทุนรวมประเภทเฮ็ดจ์ฟันด์ (hedge fund) 

    บริษัทจัดการจะทำการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักที่ประเทศฮ่องกงหรือประเทศสิงคโปร์อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งโดยปกติจะซื้อขายหน่วยลงทุนที่ประเทศฮ่องกงเป็นหลัก แต่กรณีประเทศฮ่องกงหยุดทำการจึงไปซื้อขายหน่วยลงทุนที่ประเทศสิงคโปร์แทน และจะลงทุนในสกุลเงินเหรียญสหรัฐเป็นสกุลเงินหลัก ในขณะที่กองทุนหลักจะลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินในหลายสกุลเงิน เช่น เงินเหรียญสหรัฐ ดอลลาร์ออสเตรเลีย เปโซเม็กซิกัน เรอัลบราซิล หรือปอนด์อังกฤษ เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักดังกล่าว เป็นประเทศอื่นใดนอกเหนือจากประเทศฮ่องกงหรือประเทศสิงคโปร์ ซึ่งได้แก่ ประเทศไอร์แลนด์ และ/หรือเปลี่ยนแปลงสกุลเงินหลักเป็นสิงคโปร์ดอลลาร์ หรือยูโร ในภายหลังก็ได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงสถานที่ (ประเทศ) ที่ทำการซื้อขายและ/หรือสกุลเงินที่ใช้ในการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน โดยส่งจดหมายแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนทุกราย และประกาศไว้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการและผู้สนับสนุน และ/หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้อง 

    อนึ่ง กองทุนหลักข้างต้นมีการเสนอขายในหลายคลาส (classes) ซึ่งสามารถลงทุนได้ทั้งผู้ลงทุนทั่วไป และ/หรือผู้ลงทุนสถาบัน โดยแต่ละคลาสของหน่วยลงทุนอาจมีความแตกต่างกันในเรื่องของนโยบายการจัดสรรกำไร/ผลตอบแทน ค่าธรรมเนียม หรือคุณสมบัติของผู้ลงทุน เป็นต้น ซึ่งบริษัทจัดการจะพิจารณาเลือกลงทุนใน Class I-Acc อย่างไรก็ดี บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาเปลี่ยนแปลงประเภทของหน่วยลงทุนตามความเหมาะสมในภายหลังก็ได้ เพื่อประโยชน์ของกองทุน โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว (รายละเอียดของประเภทของ Share classes สามารถดูเพิ่มเติมได้จากหนังสือชี้ชวนของกองทุนหลักจากเว็บไซต์ของกองทุนหลัก) 

    2. กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน PIMCO GIS Income Fund เพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน หรือตามอัตราส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. จะประกาศกำหนด 

    3. ในภาวะปกติ กองทุนจะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหรือตามอัตราส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. จะประกาศกำหนด

    4. ในกรณีที่กองทุน PIMCO GIS Income Fund มีการลงทุนในตราสาร SIP เกินกว่าอัตราส่วนการลงทุนที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด บริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้ 

    (1) บริษัทจัดการจะปรับลดสัดส่วนการลงทุนในกองทุนหลักเพื่อให้อัตราส่วนการลงทุนในตราสาร SIP ดังกล่าว ไม่เกินกว่าหลักเกณฑ์การลงทุนที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ภายใน 10 วันทำการนับแต่วันที่ทราบถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ยกเว้นกรณีที่เกิดจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้หรือกรณีจำเป็นและสมควรที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการภายในระยะเวลาข้างต้น บริษัทจัดการจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยไม่ชักช้า 

    (2) หากการดำเนินการปรับลดสัดส่วนการลงทุนในกองทุนหลักข้างต้น มีผลทำให้การลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งกองทุนหลักโดยเฉลี่ยในรอบระยะเวลาบัญชีน้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลสมาร์ทอินคัมเพื่อการเลี้ยงชีพ บริษัทจัดการจะดำเนินการพิจารณาคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิม โดยกองทุนต่างประเทศดังกล่าวจะต้องมีนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของกองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลสมาร์ทอินคัมเพื่อการเลี้ยงชีพ และมีคุณสมบัติตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยไม่ชักช้า และจะแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบต่อไป 

    (3) หากเกิดกรณีใด ๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวม โดยจะดำเนินการจำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของกองทุน เพื่อคืนเงินตามจำนวนที่รวบรวมได้หลังหักค่าใช้จ่ายและสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ตามสัดส่วนจำนวนหน่วยลงทุนที่ถือครองต่อจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของกองทุน 

    5. ในกรณีที่กองทุนหลักมีการลงทุนในทรัพย์สินประเภทอื่นที่ไม่ใช่ทรัพย์สินที่กองทุนไทยสามารถลงทุนได้ ได้แก่ Loan Participations และ/หรือ Loan Assignments และ/หรือ Credit Default Swaps (CDS) ในฐานะผู้ขายสัญญา (Protection seller) ในอัตราส่วนที่มากกว่าร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก บริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้ 

    (1) บริษัทจัดการจะดำเนินการพิจารณาคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิม โดยกองทุนต่างประเทศดังกล่าวจะต้องมีนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของกองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลสมาร์ทอินคัมเพื่อการเลี้ยงชีพ และมีคุณสมบัติตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยไม่ชักช้า และจะแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบต่อไป 

    (2) หากเกิดกรณีใด ๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวม โดยจะดำเนินการจำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของกองทุน เพื่อคืนเงินตามจำนวนที่รวบรวมได้หลังหักค่าใช้จ่ายและสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ตามสัดส่วนจำนวนหน่วยลงทุนที่ถือครองต่อจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของกองทุน 

    6. เงินลงทุนส่วนที่เหลือทั้งในประเทศและต่างประเทศ กองทุนจะลงทุนในตราสารหนี้และ/หรือเงินฝากธนาคาร และอาจจะลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non - investment grade) หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated securities) โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ทั้งนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (Unlisted securities) และตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured note) 

    7. กองทุนจะทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศอันอาจเกิดขึ้นทั้งหมด (Fully hedged) ซึ่งมีการกำหนดอัตราส่วนการป้องกันความเสี่ยงระหว่างร้อยละ 95 ถึงร้อยละ 105 ของมูลค่าความเสี่ยงที่มีอยู่  

    8. กองทุนอาจจะเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management) ซึ่งรวมถึงการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากการลงทุน โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ เช่น การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน/ด้านราคาตราสาร/อัตราดอกเบี้ย ซึ่งพิจารณาจากสภาวะการณ์ของตลาด กฎระเบียบ หรือข้อบังคับ และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น แนวโน้มและทิศทางราคาของหลักทรัพย์ที่ลงทุน การออกสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับดัชนีอ้างอิง การคาดการณ์เหตุการณ์ที่อาจจะส่งผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญของกองทุน และค่าใช้จ่ายในการเข้าทำธุรกรรมสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นต้น ทั้งนี้ กองทุนหลักจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยงเท่านั้น 

    9. ในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่า การลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ และ/หรือการลงทุนในกองทุน PIMCO GIS Income Fund ไม่เหมาะสมอีกต่อไป เช่น มีการลงทุนไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์หลักของกองทุน หรือผลตอบแทนของกองทุนดังกล่าวไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ หรือไม่สามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนดังกล่าวได้อีกต่อไป หรือกองทุนต่างประเทศดังกล่าวมีการกระทำผิดตามความเห็นของหน่วยงานกำกับดูแลของกองทุนต่างประเทศ และ/หรือเมื่อเกิดเหตุการณ์หรือคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่างๆ จนอาจส่งผลให้การลงทุนในกองทุนต่างประเทศเป็นภาระต่อผู้ลงทุนโดยเกินจำเป็น เป็นต้น และ/หรือในกรณีที่กองทุน PIMCO GIS Income Fund ได้เลิกโครงการในขณะที่บริษัทจัดการยังดำเนินการบริหารและจัดการลงทุนกองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลสมาร์ทอินคัมเพื่อการเลี้ยงชีพ 

    เมื่อปรากฏกรณีตามข้อ 9. ข้างต้นแล้วมีผลทำให้การลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งกองทุนหลักโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีต่ำกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลสมาร์ทอินคัมเพื่อการเลี้ยงชีพ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการพิจารณาคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิม โดยกองทุนต่างประเทศดังกล่าวจะต้องมีนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของกองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลสมาร์ทอินคัมเพื่อการเลี้ยงชีพ และมีคุณสมบัติตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด โดยอาจเป็นกองทุนที่บริหารและจัดการลงทุนโดยบริษัท PIMCO Funds: Global Investors Series plc หรือไม่ก็ได้ และในการโอนย้ายกองทุนดังกล่าว บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการในครั้งเดียว หรือทยอยโอนย้ายเงินทุน ซึ่งอาจส่งผลให้ในช่วงเวลาดังกล่าวกองทุนอาจมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุนก็ได้ 

    หากเกิดกรณีใด ๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวมของกองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลสมาร์ทอินคัมเพื่อการเลี้ยงชีพ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยจะดำเนินการจำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของกองทุน เพื่อคืนเงินตามจำนวนที่รวบรวมได้หลังหักค่าใช้จ่ายและสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ตามสัดส่วนจำนวนหน่วยลงทุนที่ถือครองต่อจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของกองทุนทั้งนี้ หากมีการดำเนินการดังกล่าว บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบโดยพลัน โดยส่งจดหมายแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนทุกราย และประกาศไว้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการและผู้สนับสนุน และ/หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้อง 

    10. ในกรณีที่กองทุนมีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีมากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนหลักไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF และมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักมีการลดลงในลักษณะดังนี้

    (10.1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงมากกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก หรือ

    (10.2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนมากกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก

    ทั้งนี้ ในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าว บริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้

    การดำเนินการ

    ระยะเวลาดำเนินการ

    (1) แจ้งเหตุที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของบริษัทจัดการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุน (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม)

    ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนหลักที่ปรากฏเหตุ

    (2) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตาม (1) ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย)

    พร้อม (1)

    (3) ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม (1)

    ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนหลักที่ปรากฏเหตุ

    (4) รายงานผลการดำเนินการตาม (3) ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบ

    ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตาม (3) แล้วเสร็จ

    11. กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดให้ลงทุนได้

    12. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตให้เป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนรวมดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี)

    13. ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วย ทั้งนี้ โดยจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
    (13.1) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม
    (13.2) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ

    สรุปข้อมูลสำคัญที่ผู้ลงทุนควรทราบเกี่ยวกับกองทุน PIMCO GIS Income Fund (กองทุนหลัก) : 

    ชื่อกองทุน :PIMCO GIS Income Fund ซึ่งเป็นกองทุนรวมที่จดทะเบียนจัดตั้งภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องของประเทศไอร์แลนด์ และเป็นสมาชิกสามัญของ International Organizations of Securities Commission (IOSCO) โดยมิได้เป็นกองทุนรวมประเภทเฮ็ดจ์ฟันด์ (hedge fund)
    ลักษณะเฉพาะของ Class I-Acc :(1) เป็น Class ที่ทำการซื้อขายหน่วยลงทุนในสกุลเงินเหรียญสหรัฐ
    (2) ขายให้กับผู้ลงทุนประเภทสถาบัน และไม่มีการจ่ายเงินปันผล
    วันที่จดทะเบียนกองทุน :30 พฤศจิกายน 2555
    วัตถุประสงค์ และนโยบายการลงทุน :

    กองทุนมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างกระแสรายได้ในระดับสูงโดยการบริหารการลงทุนอย่างรอบคอบ และมีวัตถุประสงค์รองในการสร้างการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว

    กองทุนมีหลักการสำคัญในการกระจายการลงทุนไปในตราสารหนี้ประเภทต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ทั่วโลก อย่างน้อย 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สิน ซึ่งอาจรวมถึง

    (1) ตราสารหนี้ภาคเอกชนทั้งที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) และอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) ที่ออกโดยบริษัทเอกชนทั่วโลกทั้งที่อยู่ภายในกลุ่มประเทศยุโรป และนอกกลุ่มประเทศยุโรปซึ่งรวมถึงกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่

    (2) ตราสารหนี้ภาครัฐ ที่ออกโดยรัฐบาลของประเทศในกลุ่มประเทศยุโรป และประเทศนอกกลุ่มประเทศยุโรป รวมถึงองค์กรที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐของประเทศเหล่านั้น

    (3) ตราสารที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อภาคอสังหาริมทรัพย์ (mortgage-related security) และ Asset-backed securities อื่นๆ และ

    (4) Foreign currency positions ซึ่งรวมถึงสกุลเงินของประเทศตลาดเกิดใหม่

    ทั้งนี้ กองทุนสามารถลงทุนใน loan participations and loan assignments ได้

    อย่างไรก็ตามการปรับสัดส่วนการลงทุนใน Sector ต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ในการลงทุนเหล่านี้สามารถทำได้ทั้งการลงทุนทางตรงในตราสาร และการลงทุนผ่านตราสารอนุพันธ์

    กองทุนจะมี Portfolio Duration อยู่ระหว่าง 0 – 8 ปี ขึ้นอยู่กับการคาดการณ์ด้านอัตราดอกเบี้ยของผู้จัดการกองทุน

    กองทุนอาจลงทุนในตราสารที่ได้รับการจัดอับดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (ต่ำกว่าอับดับความน่าเชื่อถือที่ Baa3 จากการจัดอับดับความน่าเชื่อถือของ Moody หรือเทียบเท่ากับการจัดอับดับความน่าเชื่อถือของ S&P or Fitch) ไม่เกิน 50% ของมูลค่าทรัพย์สิน (โดยไม่รวมถึงตราสารที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อภาคอสังหาริมทรัพย์(mortgage-related security) และ Asset-backed securities อื่นๆ) และสามารถลงทุนในตราสารหนี้ของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ไม่เกิน 20% ของมูลค่าทรัพย์สิน

    กองทุนไม่สามารถลงทุนในตราสารที่สามารถแปลงสภาพเป็นตราสารทุนได้ (convertible securities) เกิน 25% ของมูลค่าทรัพย์สิน ไม่สามารถลงทุนในตราสารทุน (equity) เกิน 10% ของมูลค่าทรัพย์สิน ทั้งนี้ เมื่อรวมการลงทุนของตราสารที่สามารถเปลี่ยนเป็นตราสารทุน ตราสารทุน ใบรับรองเงินฝาก (certificates of deposit) และ bankers’ acceptances จะต้องมีสัดส่วนไม่เกิน 1 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สิน ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารที่ไม่มีสภาพคล่อง (ซึ่งหมายรวมถึงพันธบัตร และตราสารหนี้อื่นๆ ที่ถูกกล่าวถึงตามนโยบายการลงทุนนี้) ได้ไม่เกิน 10% ของมูลค่าทรัพย์สิน

    กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (derivatives) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management)

    ตัวชี้วัด (Benchmark):Bloomberg US Aggregate Total Return Value Unhedged USD
    อายุโครงการ :ไม่กำหนด
    บริษัทจัดการกองทุน :PIMCO Funds: Global Investors Series plc
    ผู้เก็บรักษาทรัพย์สินของกองทุน:Brown Brothers Harriman Trustee Services (Ireland) Limited
    เว็บไซต์ :สามารถดูข้อมูลหนังสือชี้ชวนฯ ของกองทุนหลัก และรายละเอียดอื่นเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์: 
    http://www.pimco.com.sg/EN/Funds/Pages/Income-Fund.aspx?CUSIP=G7112M427

    ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนหลัก PIMCO GIS Income Fund, Class I-Acc 

    1. ค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากผู้ซื้อหรือผู้ถือหน่วยลงทุน (ร้อยละของมูลค่าหน่วยลงทุน)
    (1) ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุนไม่มี
    (2) ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน :ไม่มี
    2. ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม (ร้อยละต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม)
    ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม :0.55*

     *กองทุนหลักอาจเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนได้ 

    ความเสี่ยงของกองทุนหลัก

    1. ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Risk)
    การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย จะส่งผลให้มูลค่าของตราสารหนี้และตราสารอื่นๆ ที่กองทุนถืออยู่มีแนวโน้มลดลง หลักทรัพย์ที่มีระยะเวลาครบกำหนดที่ยาวกว่าจะอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยมากกว่าและมีความผันผวนมากกว่า การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยอาจเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและไม่ได้คาดการณ์ไว้ กองทุนอาจสูญเสียเงินเนื่องจากการเคลื่อนไหวของอัตราดอกเบี้ย ทั้งนี้ กองทุนอาจไม่สามารถป้องกันความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยได้หรืออาจเลือกที่จะไม่ป้องกันความเสี่ยงเนื่องจากมีต้นทุนหรือเหตุผลอื่นๆ อีกทั้ง การป้องกันความเสี่ยงใดๆ อาจไม่ได้ผลตามที่คาดหวังไว้

    หลักทรัพย์ที่อ้างอิงอัตราเงินเฟ้อ (Inflation-indexed securities) จะมีมูลค่าลดลงเมื่ออัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงเพิ่มขึ้น ในสภาวการณ์อัตราดอกเบี้ยบางกรณี เช่น เมื่ออัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงกำลังเพิ่มขึ้นเร็วกว่าอัตราดอกเบี้ยที่กำหนดไว้ หลักทรัพย์ที่อ้างอิงอัตราเงินเฟ้ออาจประสบกับการขาดทุนมากกว่าหลักทรัพย์ประเภทตราสารหนี้อื่นๆ ที่มีระยะเวลาครบกำหนดเท่าๆ กัน

    ในระหว่างที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำมากหรือติดลบ กองทุนอาจไม่สามารถรักษาผลตอบแทนให้เป็นบวกได้ อัตราดอกเบี้ยต่ำหรือติดลบอาจเพิ่มความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยอาจส่งผลกระทบที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ทำให้มีความผันผวนในตลาดเพิ่มขึ้น และผลการดำเนินงานของกองทุนอาจลดลงตราบเท่าที่กองทุนได้รับอัตราดอกเบี้ยในอัตราดังกล่าว

    2. ความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Risk)

    กองทุนอาจสูญเสียเงินหากผู้ออกหลักทรัพย์หรือผู้ค้ำประกันตราสารหนี้ หรือคู่สัญญาในสัญญาอนุพันธ์ สัญญาซื้อคืน หรือเงินกู้ของพอร์ตหลักทรัพย์ ไม่สามารถชำระคืนเงินต้นและ/หรือดอกเบี้ยตามกำหนดเวลา หรือไม่ปฏิบัติตามสัญญา หลักทรัพย์ต่างๆ มีความเสี่ยงด้านเครดิตในระดับที่แตกต่างกัน ซึ่งมักจะสะท้อนให้เห็นในอันดับความน่าเชื่อถือของพันธบัตรรัฐบาลท้องถิ่น ความเสี่ยงจากการฟ้องร้องคดี กฎหมาย หรือเหตุการณ์ทางการเมือง ธุรกิจในพื้นที่หรือสภาพเศรษฐกิจ หรือการที่ผู้ออกหลักทรัพย์ล้มละลาย อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความสามารถของผู้ออกหลักทรัพย์ในการชำระคืนเงินต้นและ/หรือดอกเบี้ย

    3. ความเสี่ยงจากตราสารที่ให้ผลตอบแทนสูง (High Yield Risk)

    กองทุนที่ลงทุนในหลักทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงซึ่งครอบคลุมหลักทรัพย์ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (below investment grade) และหลักทรัพย์ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (junk bonds) อาจมีความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย ความเสี่ยงด้านเครดิต และความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ที่สูงกว่ากองทุนที่ไม่ได้ลงทุนในหลักทรัพย์ดังกล่าว หลักทรัพย์เหล่านี้มีลักษณะของการเก็งกำไรเป็นหลักเพื่อรับผลตอบแทนที่มีความเสี่ยงต่อความสามารถของผู้ออกหลักทรัพย์ในการชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยมากกว่า สภาพเศรษฐกิจตกต่ำหรือช่วงที่อัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น อาจส่งผลกระทบในทางลบต่อหลักทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงและลดความสามารถของกองทุนในการขายหลักทรัพย์ดังกล่าว หากผู้ออกหลักทรัพย์ผิดนัดชำระหนี้ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยหรือเงินต้น กองทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดได้

    4. ความเสี่ยงด้านตลาด (Market Risk)

    ราคาตลาดของหลักทรัพย์ที่ลงทุนอาจขึ้นหรือลง และในบางครั้งราคาอาจขึ้นหรือลงอย่างรวดเร็วหรือคาดการณ์ไม่ได้ หลักทรัพย์อาจมีมูลค่าลดลงเนื่องจากปัจจัยที่กระทบต่อตลาดหลักทรัพย์เป็นการทั่วไปหรือบางอุตสาหกรรมที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ มูลค่าหลักทรัพย์อาจลดลงเนื่องจากสภาพตลาดโดยทั่วไปซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะกับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง เช่น สภาพเศรษฐกิจที่แท้จริงหรือสภาพเศรษฐกิจที่เลวร้าย การเปลี่ยนแปลงในภาพรวมทั่วไปของรายได้บริษัท การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยหรืออัตราแลกเปลี่ยน การเปลี่ยนแปลงในทางลบของเครดิตในตลาดหรือความเชื่อมั่นของนักลงทุน นอกจากนี้มูลค่าหลักทรัพย์อาจลดลงเนื่องจากปัจจัยที่กระทบต่ออุตสาหกรรมบางอย่าง เช่น การขาดแคลนแรงงาน หรือต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น และสภาพการแข่งกันภายในอุตสาหกรรม โดยทั่วไปตราสารทุนจะมีความผันผวนด้านราคามากกว่าตราสารหนี้ การถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถืออาจส่งผลกระทบในทางลบต่อหลักทรัพย์ต่างๆ ที่กองทุนถืออยู่

    5. ความเสี่ยงด้านผู้ออกหลักทรัพย์ (Issuer Risk)

    มูลค่าของหลักทรัพย์อาจลดลงซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับผู้ออกหลักทรัพย์ เช่น ผลการปฏิบัติงานด้านบริหารจัดการ การใช้ financial leverage และการลดลงของอุปสงค์สินค้าและบริการของผู้ออกหลักทรัพย์ เป็นต้น

    6. ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk)

    ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องเกิดขึ้นเมื่อการลงทุนมีการซื้อหรือขายยาก การลงทุนของกองทุนในหลักทรัพย์ที่ไม่มีสภาพคล่องอาจลดผลตอบแทนของกองทุนเนื่องจากไม่สามารถขายหลักทรัพย์ในราคาหรือเวลาที่ได้เปรียบได้ กองทุนที่ใช้กลยุทธ์การลงทุนซึ่งรวมถึงการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ ตราสารอนุพันธ์ หรือหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงด้านตลาด และ/หรือความเสี่ยงด้านเครดิตในระดับสูง มีแนวโน้มจะมีความเสี่ยงด้านสภาพคล่องมากที่สุด

    7. ความเสี่ยงด้านอนุพันธ์ (Derivatives Risk)

    ตราสารอนุพันธ์เป็นสัญญาทางการเงินที่มูลค่าจะขึ้นอยู่กับหลักทรัพย์อ้างอิง อัตรา หรือดัชนีอ้างอิง ตราสารอนุพันธ์มักจะนำมาใช้เพื่อทดแทนการเข้าทำสถานะของหลักทรัพย์ที่อ้างอิง และ/หรือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่ออกแบบมาเพื่อให้เข้าถึงผู้ออกหลักทรัพย์ ดัชนี อุตสาหกรรม สกุลเงิน และ/หรือภูมิภาคเชิงภูมิศาสตร์ และ/หรือเพื่อลดความเสี่ยง เช่น ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยหรืออัตราแลกเปลี่ยน เป็นต้น การใช้ตราสารอนุพันธ์ย่อมมีความเสี่ยง เช่น ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย ความเสี่ยงด้านตลาด ความเสี่ยงด้านเครดิต และความเสี่ยงด้านการจัดการ รวมทั้งความเสี่ยงต่างๆ ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงในข้อกำหนดของมาร์จิน การกำหนดราคาผิดพลาดหรือประเมินมูลค่าไม่เหมาะสม และการเปลี่ยนแปลงมูลค่าของตราสารอนุพันธ์อาจไม่สัมพันธ์กับหลักทรัพย์อ้างอิง อัตรา หรือดัชนีอ้างอิง กองทุนอาจขาดทุนเกินกว่าเงินต้นที่ใช้ลงทุน ตราสารอนุพันธ์อาจเพิ่มความผันผวนของกองทุนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพตลาดที่ไม่ปกติหรือเลวร้าย ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าการทำธุรกรรมอนุพันธ์จะเป็นประโยชน์หรือเป็นผลสำเร็จเสมอไป

    8. ความเสี่ยงด้านตราสารทุน (Equity Risk)

    มูลค่าของตราสารทุนอาจลดลงเนื่องจากสภาพตลาดโดยทั่วไปซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะกับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง เช่น สภาพเศรษฐกิจที่แท้จริงหรือสภาพเศรษฐกิจที่เลวร้าย การเปลี่ยนแปลงในภาพรวมรายได้บริษัท การเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยหรืออัตราแลกเปลี่ยน การเปลี่ยนแปลงในทางลบของเครดิตในตลาดหรือความเชื่อมั่นของนักลงทุน นอกจากนี้มูลค่าของหลักทรัพย์อาจลดลงเนื่องจากปัจจัยที่กระทบต่อบางอุตสาหกรรม เช่น การขาดแคลนแรงงาน หรือต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น และสภาพการแข่งกันภายในอุตสาหกรรม โดยทั่วไปตราสารทุนจะมีความผันผวนด้านราคามากกว่าตราสารหนี้

    9. ความเสี่ยงจากการลงทุนทั่วโลก (Global Investment Risk)

    การลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศบางแห่ง อาจประสบกับการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าอย่างรวดเร็วและรุนแรงจากความไม่แน่นอนต่างๆ เช่น การพัฒนาทางการเมืองระหว่างประเทศ การเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาล การเปลี่ยนแปลงด้านภาษีอากร การจำกัดการลงทุนของต่างชาติและการส่งเงินลงทุนกลับประเทศ ความผันผวนของสกุลเงินและการพัฒนาด้านกฎหมายและระเบียบต่างๆ ของประเทศที่กองทุนลงทุน ตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ของประเทศที่มีขนาดเล็กและมีจำนวนบริษัทไม่มากจากอุตสาหกรรมเพียงไม่กี่กลุ่ม นอกจากนี้ผู้ออกหลักทรัพย์ในหลายประเทศมักจะไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่เข้มงวด อีกทั้งโครงสร้างทางกฎหมายและการบัญชี มาตรฐานการตรวจสอบและการรายงานอาจไม่ให้ความคุ้มครองนักลงทุนหรือให้ข้อมูลในระดับเดียวกันแก่นักลงทุน การโอนกิจการให้เป็นของชาติ การเวนคืน หรือการจัดเก็บภาษีจากผู้มีรายได้สูง การสกัดกั้นสกุลเงิน ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หรือการพัฒนาทางการทูต อาจส่งผลกระทบในทางตรงกันข้ามต่อการลงทุน กองทุนอาจสูญเงินลงทุนทั้งหมดในประเทศนั้นๆ และสภาวการณ์เลวร้ายในบางภูมิภาคอาจส่งผลกระทบในทางลบต่อหลักทรัพย์ของประเทศอื่นๆ ได้

    หมายเหตุ: 

    (1) ข้อความในส่วนของกองทุน PIMCO GIS Income Fund ได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ 

    (2) ในกรณีที่กองทุนหลักมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไขเพิ่มเติมโครงการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลัก โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว 

    •  ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในประเทศ: 

    ส่วนที่ 1 : ตราสาร TS (Transferable Securities) หมายความว่า ตราสารทางการเงินใด ๆ ที่มีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการลงทุนที่ครบถ้วนเป็นไปตามประกาศ ได้แก่
    1. ตราสารหนี้ในประเทศ
    1.1 พันธบัตร 
    1.2 ตั๋วเงินคลัง 
    1.3 หุ้นกู้ (ไม่รวมหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ และตราสาร Basel III) 
    1.4 ตั๋วแลกเงิน 
    1.5 ตั๋วสัญญาใช้เงิน 
    1.6 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ 
    1.7 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี Underlying เป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้ 
    1.8 ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตาม 1.1 – 1.7 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดเพิ่มเติม 
    2. ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน (ไม่รวมตราสาร Basel III)
    3. ตราสาร Basel III 
    4. ศุกูก
    ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS รวมถึงหน่วย CIS ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
    ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก
    ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo)
    ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending)
    ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภทสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (derivatives) 
    ประเภทสินค้า ตัวแปร หรือหลักทรัพย์อ้างอิง (underlying) ของ derivatives ที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาได้ต้องมี underlying อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังนี้ 
    (1) ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ 
    (2) อัตราดอกเบี้ย 
    (3) อัตราแลกเปลี่ยนเงิน 
    (4) เครดิต เช่น credit rating หรือ credit event เป็นต้น

    •  ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในต่างประเทศ : 

    ส่วนที่ 1 : ตราสาร TS (Transferable Securities) หมายความว่า ตราสารทางการเงินใด ๆ ที่มีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการลงทุนที่ครบถ้วนเป็นไปตามประกาศ ได้แก่
    1. ตราสารหนี้ต่างประเทศ 
    1.1 พันธบัตร 
    1.2 ตั๋วเงินคลัง 
    1.3 หุ้นกู้ (ไม่รวมหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ และตราสาร Basel III) 
    1.4 ตั๋วแลกเงิน 
    1.5 ตั๋วสัญญาใช้เงิน 
    1.6 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ 
    1.7 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี Underlying เป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้ 
    1.8 ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตาม 1.1 - 1.7 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดเพิ่มเติม 
    2. ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนต่างประเทศ (ไม่รวมตราสาร Basel III) 
    3. ตราสาร Basel III ต่างประเทศ
    4. ศุกูก 
    ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS รวมถึงหน่วย CIS ที่จดทะเบียนในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศที่เป็นสมาชิกของ WFE 
    ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากต่างประเทศหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝากต่างประเทศ
    ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (derivatives) ในต่างประเทศ 
    ประเภทสินค้า ตัวแปร หรือหลักทรัพย์อ้างอิง (underlying) ของ derivatives ที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาได้ต้องมี underlying อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังนี้ 
    (1) ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ 
    (2) อัตราดอกเบี้ย 
    (3) อัตราแลกเปลี่ยนเงิน 
    (4) เครดิต เช่น credit rating หรือ credit event เป็นต้น

Top 5 Holdings

PIMCO Global Advisors (Ireland) Limited
101.82%
United Overseas Bank (Thai) Plc.
1.2%
Bangkok Bank Plc.
0.32%
Tisco Bank Plc.
0.01%

สัดส่วนการลงทุน

หน่วยลงทุน
101.82%
เงินฝาก/ตราสารเทียบเท่า
1.53%
สินทรัพย์อื่น ๆ / หนี้สินอื่น ๆ
-0.47%
ตราสารอนุพันธ์
-2.89%

ค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมการขาย
0.00%
สูงสุดไม่เกิน: +2.00%
ค่าธรรมเนียมการจัดการ
+0.86%
สูงสุดไม่เกิน: +2.14%
ค่าธรรมเนียมผู้ดูแล
-
สูงสุดไม่เกิน: +0.11%
ค่าใช้จ่ายอื่น
-
สูงสุดไม่เกิน: +2.25%

รายละเอียดการซื้อขาย

เวลาตัดรอบการซื้อ: 15:30
เวลาตัดรอบการขาย: 15:30
วันชำระเงิน: 3 วัน
การจ่ายเงินปันผล: ไม่จ่ายเงินปันผล
มูลค่าขั้นต่ำการซื้อครั้งแรก: 500.00 บาท
มูลค่าขั้นต่ำการซื้อครั้งถัดไป: 500.00 บาท

เอกสารเพิ่มเติม

ดาวน์โหลด Fund Factsheet

ข้อมูล ณ วันที่ 25 ส.ค. 2569

หมายเหตุ

  • การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
  • ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
  • ข้อมูลการวัดผลการดำเนินงานของกองทุนนี้ ได้จัดทำตามมาตรฐานการวัดผลการดำเนินงานของกองทุนของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน
  • ข้อมูล % ต่อปี สำหรับผลการดำเนินงานที่แสดงในช่วงเวลาตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป

Yuanta Securities (Thailand)

เลขที่ 127 อาคารเกษร ทาวเวอร์ ชั้น 14-16 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพฯ 10330

Tel: 0-2009-8000 Fax: 02-009-8889 Email: online@yuanta.co.th