กองทุนเปิดเค หุ้นยูเอส พาสซีฟ เพื่อการเลี้ยงชีพ

K US Equity Passive RMF

รหัสกองทุน: K-US500XRMF
บริษัทจัดการ: ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
ระดับความเสี่ยง: 6
ประเภทกองทุน:
มูลค่าหน่วยลงทุน (NAV)
12.9911 บาท
ณ วันที่ 21 ส.ค. 2569
Fund Size: 2,624,022,785.07 บาท
YTD Return: +10.37%

ผลการดำเนินงาน

ช่วงเวลา 1 สัปดาห์ 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน YTD 1 ปี 3 ปี 5 ปี SI
ผลตอบแทน -1.54% +1.81% +2.53% +10.49% +10.37% +17.53% - - +13.84%
ความผันผวนกองทุน - - - - - +13.09% - - -
Maximum Drawdown - - - - - -8.73% - - -

นโยบายการลงทุน

  • กองทุนมีนโยบายที่จะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศ โดยจะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน iShares Core S&P 500 ETF (กองทุนหลัก) และมี net exposure ในกองทุนหลักดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนหลักมุ่งสร้างผลตอบแทนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี S&P 500 ซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกา

    กองทุนหลักดังกล่าวเป็นกองทุนอีทีเอฟที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE Arca) ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นกองทุนในกลุ่ม iShares Trust ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ United States Securities and Exchange Commission (SEC) ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ International Organization of Securities Commissions (IOSCO)

    สำหรับการลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนอาจลงทุนในตราสารทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารหนี้ เงินฝาก หน่วย CIS หน่วย property หน่วย infra หน่วย private equity รวมทั้งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นใดทั้งในและต่างประเทศ ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด

    กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยง ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญา จะมีสินทรัพย์อ้างอิงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ได้แก่ ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยนเงิน หากราคาสินทรัพย์อ้างอิงมีความผันผวนมากหรือทิศทางการลงทุนไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ หรือคู่สัญญาที่ทำธุรกรรมไม่สามารถชำระภาระผูกพันได้ตามกำหนดเวลา อาจทำให้กองทุนขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงได้ ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจพิจารณาปรับเปลี่ยนการลงทุนหรือการเข้าทำธุรกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิง รวมถึงพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทำธุรกรรมและติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยกองทุนจะเน้นทำธุรกรรมกับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade)

    ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน

    กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non – Investment Grade) และหรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) รวมทั้งหลักทรัพย์ที่มิได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) ทั้งในและต่างประเทศได้

    ลักษณะสำคัญของกองทุน iShares Core S&P 500 ETF : 

    ชื่อกองทุนหลักiShares Core S&P 500 ETF
    วันจดทะเบียนกองทุนหลัก15 พฤษภาคม 2543
    ประเภทกองทุนกองทุนอีทีเอฟ (Exchange Traded Fund)
    ตลาดหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนซื้อขายตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE Arca)
    TickerIVV
    สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD)
    นโยบายการจ่ายเงินปันผลมี
    ที่ปรึกษาการลงทุน 
    (Investment Adviser)
    BlackRock Fund Advisors
    ผู้ปฏิบัติการงานกองทุน ผู้เก็บรักษารัพย์สิน 
    และนายทะเบียน 
    (Administrator ,Custodian and Transfer Agent)
    JPMorgan Chase Bank, N.A.
    ผู้สอบบัญชี (Auditor)PricewaterhouseCoopers LLP

    ISIN

    US4642872000
    Bloomberg TickerIVV:US
    ดัชนีชี้วัดดัชนี S&P 500
    วันทำการซื้อขายทุกวันทำการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE Arca)
    Websitehttps://www.ishares.com/us/products/239726/ishares-core-sp-500-etf

    วัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุนหลัก :
    กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี S&P 500

    นโยบายและกลยุทธ์การลงทุนของกองทุนหลัก :
    กองทุนหลักมุ่งสร้างผลตอบแทนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี S&P 500 (ดัชนีอ้างอิง) ซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกา (Large-capitalization U.S. equities) จำนวน 500 บริษัท จัดทำโดย S&P Dow Jones Indices LLC และใช้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดที่ปรับด้วยข้อมูลการกระจายหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นรายย่อย (Float-adjusted market capitalization) ในการจัดสรรน้ำหนักของหลักทรัพย์ โดยหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิงประกอบด้วยหลักทรัพย์จากหลากหลายอุตสาหกรรม

    กองทุนหลักใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบมุ่งหวังให้ได้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิง (Indexing Approach) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การลงทุน โดยมิได้มุ่งหวังสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าดัชนีอ้างอิง และจะไม่ปรับการลงทุนให้มีความเสี่ยงต่ำลง (defensive positions) เป็นการชั่วคราว เมื่อตลาดอยู่ในภาวะขาลงหรือภาวะที่มีระดับราคาสูงกว่าราคาที่เหมาะสม กลยุทธ์ดังกล่าวอาจส่งผลให้กองทุนหลักเสียโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่มากกว่าดัชนีอ้างอิง แต่ก็อาจเป็นการลดความเสี่ยงที่เกิดจากการลงทุนที่ใช้กลยุทธ์การลงทุนเชิงรุก (Active management) ได้ เช่น ความเสี่ยงจากการเลือกหุ้น กลยุทธ์นี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายและมีผลการดำเนินงานหลังหักภาษีที่ดีกว่า จากการที่มีปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์หมุนเวียนต่ำกว่าเมื่อเทียบกับกองทุนที่ใช้กลยุทธ์การลงทุนเชิงรุก (Active management)

    กองทุนหลักจะเลือกลงทุนในหลักทรัพย์บางตัวที่เป็นตัวแทนของหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง เพื่อให้การลงทุนโดยรวมเหมือนดัชนีอ้างอิง (Representative Sampling Indexing Strategy) ซึ่งหลักทรัพย์ดังกล่าวจะมีลักษณะด้านการลงทุน (พิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด และการให้น้ำหนักในแต่ละอุตสาหกรรม) ลักษณะด้านปัจจัยพื้นฐาน (เช่น ความผันผวนของผลตอบแทน และผลตอบแทน) และสภาพคล่อง คล้ายกับดัชนีอ้างอิง ทั้งนี้กองทุนหลักอาจไม่ได้มีไว้ซึ่งหลักทรัพย์ทั้งหมดที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง

    กองทุนหลักจะลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 80 ของทรัพย์สินของกองทุนหลัก ในหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง รวมถึงการลงทุนอื่นที่มีลักษณะทางเศรษฐกิจเหมือนกับหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง เช่น ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ (Depositary receipts) ของหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง และอาจลงทุนไม่เกินร้อยละ 20 ของทรัพย์สินของกองทุนหลัก ในสัญญาฟิวเจอร์ส สัญญาออปชั่น สัญญาสวอป เงินสดและตราสารเทียบเท่าเงินสด หน่วยลงทุนของกองทุนตลาดเงินที่แนะนำโดย BlackRock Fund Advisors (ที่ปรึกษาการลงทุนของกองทุนหลัก) หรือบริษัทในเครือ รวมถึงหลักทรัพย์อื่นที่ไม่ได้เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง แต่คาดว่าจะทำให้กองทุนหลักสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิงได้ ทั้งนี้ สำหรับการลงทุนในเงินสดและตราสารเทียบเท่าเงินสดที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าจะถูกนับรวมเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนนั้น เพื่อใช้ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนในดัชนีอ้างอิง

    กองทุนหลักอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ได้ไม่เกินหนึ่งในสามของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนหลัก (รวมมูลค่าของหลักประกันที่ได้รับ)

    ดัชนีอ้างอิงของกองทุนหลักจัดทำโดย S&P Dow Jones Indices LLC ซึ่งเป็นอิสระจากกองทุนหลักและ BlackRock Fund Advisors (ที่ปรึกษาการลงทุนของกองทุนหลัก) โดย S&P Dow Jones Indices LLC จะกำหนดองค์ประกอบและสัดส่วนของหลักทรัพย์ในดัชนีอ้างอิงและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าตลาดของดัชนีอ้างอิง

    กองทุนหลักมีการลงทุนกระจุกตัวในบางอุตสาหกรรมหรือบางกลุ่มอุตสาหกรรม (เช่น ลงทุนมากกว่าร้อยละ 25 ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนหลัก) ซึ่งจะเป็นไปตามดัชนีอ้างอิง อย่างไรก็ตาม หลักทรัพย์ของรัฐบาลสหรัฐฯ (รวมถึงหน่วยงานและเครื่องมือทางการเงินของรัฐบาลสหรัฐฯ) และธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (repurchase agreements) ที่มีหลักทรัพย์ของรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นหลักประกัน จะไม่ถูกจัดอยู่ในอุตสาหกรรมใดๆ

    ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับดัชนี S&P 500 (ข้อมูล ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2567) :
    -  เป็นดัชนีที่ประกอบด้วยหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในสหรัฐอเมริกาจำนวน 500 บริษัท ซึ่งครอบคลุมประมาณ 80% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของหุ้นทั้งหมดที่มีอยู่
    -  มีเกณฑ์ในการคัดเลือกหุ้น โดยพิจารณาจากมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) สัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อย (Public Float) ฐานะทางการเงิน (Financial Viability) สภาพคล่อง (Liquidity) และตัวแทนของกลุ่มอุตสาหกรรม (Sector Representation)
    -  คำนวณแบบถ่วงน้ำหนักด้วยด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดที่ปรับด้วยข้อมูลการกระจายหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นรายย่อย (Float-adjusted market cap weighted) 
    -  พิจารณาปรับรายการหลักทรัพย์ที่ใช้ในการคำนวณดัชนีทุกๆ 3 เดือน (มีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคม)
    -  จัดทำโดย S&P Dow Jones Indices LLC
     
    ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนหลัก :
    • ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee): ร้อยละ 0.03 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
    • ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Expense Ratio): ร้อยละ 0.03 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
    (ข้อมูลจาก Factsheet ของกองทุนหลัก ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567)

    ในกรณีที่กองทุนต่างประเทศคืนเงินค่าธรรมเนียมการจัดการบางส่วนเพื่อเป็นค่าตอบแทนเนื่องจากการที่กองทุนนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ (loyalty fee หรือ rebate) บริษัทจัดการจะดำเนินการให้เงินจำนวนดังกล่าวตกเป็นทรัพย์สินของกองทุน

    การสรุปสาระสำคัญในส่วนของกองทุน iShares Core S&P 500 ETF (กองทุนหลัก) ได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับฉบับภาษาอังกฤษให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์

Top 5 Holdings

Blackrock Funds Advisors.
101.82%
BANGKOK BANK PLC.
2.39%
Kasikorn Bank Pcl.
0.12%
JP Morgan Chase Bank, N.A.
0.02%
Siam Commercial Bank Pcl.
0.01%

สัดส่วนการลงทุน

หน่วยลงทุน
101.82%
เงินฝาก/ตราสารเทียบเท่า
2.53%
สินทรัพย์อื่น ๆ / หนี้สินอื่น ๆ
-0.14%
ตราสารอนุพันธ์
-4.21%

ค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมการขาย
-
สูงสุดไม่เกิน: -
ค่าธรรมเนียมการจัดการ
+0.54%
สูงสุดไม่เกิน: +3.21%
ค่าธรรมเนียมผู้ดูแล
-
สูงสุดไม่เกิน: +0.27%
ค่าใช้จ่ายอื่น
-
สูงสุดไม่เกิน: +1.07%

รายละเอียดการซื้อขาย

เวลาตัดรอบการซื้อ: 15:30
เวลาตัดรอบการขาย: 15:30
วันชำระเงิน: 3 วัน
การจ่ายเงินปันผล: ไม่จ่ายเงินปันผล
มูลค่าขั้นต่ำการซื้อครั้งแรก: 500.00 บาท
มูลค่าขั้นต่ำการซื้อครั้งถัดไป: 500.00 บาท

เอกสารเพิ่มเติม

ดาวน์โหลด Fund Factsheet

ข้อมูล ณ วันที่ 25 ส.ค. 2569

หมายเหตุ

  • การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
  • ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
  • ข้อมูลการวัดผลการดำเนินงานของกองทุนนี้ ได้จัดทำตามมาตรฐานการวัดผลการดำเนินงานของกองทุนของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน
  • ข้อมูล % ต่อปี สำหรับผลการดำเนินงานที่แสดงในช่วงเวลาตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป

Yuanta Securities (Thailand)

เลขที่ 127 อาคารเกษร ทาวเวอร์ ชั้น 14-16 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพฯ 10330

Tel: 0-2009-8000 Fax: 02-009-8889 Email: online@yuanta.co.th