K India Equity Fund
| ช่วงเวลา | 1 สัปดาห์ | 1 เดือน | 3 เดือน | 6 เดือน | YTD | 1 ปี | 3 ปี | 5 ปี | SI |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ผลตอบแทน | -2.05% | -2.91% | -9.52% | -14.49% | -11.67% | -12.21% | - | - | -3.77% |
| ความผันผวนกองทุน | - | - | - | - | - | +14.73% | - | - | - |
| Maximum Drawdown | - | - | - | - | - | -22.94% | - | - | - |
กองทุนมีนโยบายที่จะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศ โดยจะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Goldman Sachs India Equity Portfolio Class I Shares (Acc.) (กองทุนหลัก) ในอัตราส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนหลักมีนโยบายเน้นลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในหรือมีกำไรหรือรายได้หลักจากประเทศอินเดีย
กองทุนหลักดังกล่าวเป็นกองทุนในกลุ่ม Goldman Sachs Funds SICAV ที่จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) และบริหารจัดการโดย Goldman Sachs Asset Management B.V. รวมถึงเป็นกองทุนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Commission de Surveillance du Secteur Financier (CSSF) ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องของประเทศลักเซมเบิร์ก ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ International Organization of Securities Commissions (IOSCO) และเป็นกองทุนที่จัดตั้งตามระเบียบของ UCITS (Undertakings for Collective Investment in Transferable Securities) โดยมิได้เป็นกองทุนรวมประเภทเฮ็ดจ์ฟันด์ (hedge fund)
กองทุน Goldman Sachs India Equity Portfolio (กองทุนหลัก) แบ่งหน่วยลงทุนที่เสนอขายออกเป็น Share Class ซึ่งจะแตกต่างกันที่รายละเอียดต่างๆ เช่น มูลค่าขั้นต่ำของการสั่งซื้อ โครงสร้างอัตราค่าธรรมเนียม สกุลเงิน นโยบายการจัดสรรกำไรและผลตอบแทน คุณสมบัติของผู้ลงทุน หรือลักษณะอื่นๆ ทั้งนี้ กองทุนเปิดเค อินเดีย หุ้นทุน จะลงทุนใน Class I Shares (Acc.) ซึ่งเป็น Share Class ชนิดสะสมมูลค่า สำหรับผู้ลงทุนสถาบัน และซื้อขายเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลง Share Class ที่ลงทุน โดยคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญและไม่ถือว่าเป็นการดำเนินงานที่ผิดไปจากรายละเอียดโครงการ โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และบริษัทจัดการจะประกาศให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
สำหรับการลงทุนส่วนที่เหลือในต่างประเทศ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่ง ตราสารแห่งหนี้หรือเงินฝาก สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่มีตัวแปรอ้างอิงเป็นอัตราแลกเปลี่ยนเงิน เพื่อวัตถุประสงค์ในการลดความเสี่ยง (hedging) หรือ หลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นในต่างประเทศที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ก.ล.ต.
โดยในสภาวการณ์ปกติ กองทุนเปิดเค อินเดีย หุ้นทุน จะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ
สำหรับการลงทุนในประเทศ กองทุนอาจลงทุนในตราสารแห่งทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารแห่งหนี้ หรือเงินฝาก หรือหลักทรัพย์และทรัพย์สินอื่นทั้งในและต่างประเทศ หรือหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่กฎหมาย ก.ล.ต. กำหนด
นอกจากนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Notes) รวมถึงตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non – investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น
ในภาวะปกติ กองทุนจะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยรอบระยะเวลาบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน อย่างไรก็ดี ในช่วงเวลาระหว่างรอการลงทุน ซึ่งมีระยะเวลาประมาณ 15 วันทำการนับแต่วันถัดจากวันจดทะเบียนกองทรัพย์สิน กองทุนอาจจำเป็นต้องชะลอการลงทุนในต่างประเทศเป็นการชั่วคราว ดังนั้น อาจมีบางขณะที่กองทุนไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามอัตราส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ข้างต้นได้
บริษัทจัดการจะส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักไปที่ประเทศลักเซมเบิร์ก โดยใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (USD) เป็นสกุลเงินหลัก ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักในประเทศอื่นๆ นอกเหนือจากประเทศลักเซมเบิร์ก และ/หรือเปลี่ยนแปลงสกุลเงินหลักในภายหลัง โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ โดยบริษัทจัดการจะประกาศให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบถึงการเปลี่ยนแปลงล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันโดยจะประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
กรณีที่บริษัทจัดการพิจารณาเห็นว่าการลงทุนในกองทุน Goldman Sachs India Equity Portfolio (กองทุนหลัก) ไม่เหมาะสมอีกต่อไป อาทิ
1) กรณีที่ผลตอบแทนของกองทุนหลักต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนอื่นๆ ที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกันอย่างมีนัยสำคัญหรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือ
2) ขนาดของกองทุนหลักลดต่ำลงมากอย่างมีนัยสำคัญ จนอาจมีผลกระทบต่อการลงทุนหรือต่อค่าใช้จ่าย หรือ
3) การลงทุนของกองทุนหลักไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนหรือโครงการ หรือ
4) เมื่อกองทุนหลักกระทำความผิดร้ายแรงตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนหลัก หรือ
5) เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน หรือ
6) ในกรณีที่บริษัทจัดการพิจารณาเห็นว่าการย้ายไปลงทุนในกองทุนอื่นที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกันและตอบสนองนโยบายการลงทุนของกองทุน จะเป็นผลดีต่อผลการดำเนินงานโดยรวมของกองทุน รวมถึงเป็นผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน
บริษัทจัดการสงวนสิทธิที่จะพิจารณาลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศอื่นใดที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกันหรือเลิกกองทุน โดยถือว่าได้รับมติเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และบริษัทจัดการจะประกาศให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบโดยประกาศทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ รวมถึงจะรายงานการไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามอัตราส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ตามข้างต้นให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.รับทราบโดยไม่ชักช้า
ลักษณะสำคัญของกองทุน Goldman Sachs India Equity Portfolio Class I Shares (Acc.)
| ชื่อกองทุนหลัก | Goldman Sachs India Equity Portfolio |
| Share Class | Class I Shares (Acc.) |
| วันจัดตั้งกองทุนหลัก | 26 มีนาคม 2551 |
| วันจัดตั้ง Share Class | 26 มีนาคม 2551 |
| ประเภทกองทุน | กองทุนตราสารทุน |
| สกุลเงิน | ดอลลาร์สหรัฐ (USD) |
| นโยบายการจ่ายเงินปันผล | ไม่มี |
| บริษัทจัดการ | Goldman Sachs Asset Management B.V. |
| ที่ปรึกษาการลงทุน (Investment Adviser) | Goldman Sachs Asset Management International |
| ผู้เก็บรักษาทรัพย์สินและผู้ปฏิบัติการงานกองทุน (Depositary and Administrator) | State Street Bank International GmbH, Luxembourg Branch |
| นายทะเบียน (Registrar) | CACEIS Investor Services Bank S.A. |
| ผู้สอบบัญชี (Auditor) | PricewaterhouseCoopers, Soci?t? Coop?rative |
| ISIN | LU0333811072 |
| Bloomberg Ticker | GSINDAI:LX |
| ดัชนีชี้วัด | ดัชนี MSCI India IMI, Net returns, Unhedged, USD |
| วันทำการซื้อขาย | ทุกวันทำการซื้อขาย |
| Website | https://www.gsam.com/content/gsam/uk/en/advisers/homepage.html |
วัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุนหลัก
กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์ที่จะเพิ่มมูลค่าเงินลงทุนในระยะยาวจากการลงทุนในตราสารทุนของบริษัทในประเทศอินเดีย โดยมีการบริหารการลงทุนเชิงรุก (active management) และใช้ดัชนี MSCI India IMI, Net returns, Unhedged, USD (ดัชนีชี้วัด) ในการกำหนดระดับความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน ซึ่งอาจกำหนดเป็นค่าที่เบี่ยงเบนจากดัชนีชี้วัด
การกำหนดองค์ประกอบของสินทรัพย์ในพอร์ตการลงทุนจะเป็นไปตามดุลยพินิจของที่ปรึกษาการลงทุน โดยจะลงทุนในสินทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีชี้วัด อย่างไรก็ตาม กองทุนหลักสามารถลงทุนในสินทรัพย์ดังกล่าวในสัดส่วนที่แตกต่างจากดัชนีชี้วัด และสามารถลงทุนในสินทรัพย์ที่ไม่ใช่องค์ประกอบของดัชนีชี้วัดได้ ดังนั้นผลตอบแทนของกองทุนหลักอาจแตกต่างจากผลตอบแทนของดัชนีชี้วัดอย่างมีนัยสำคัญ
นโยบายการลงทุนของกองทุนหลัก
ในภาวะปกติ กองทุนหลักจะลงทุนอย่างน้อย 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ในตราสารทุน และหรือตราสารและกองทุนที่มีความเกี่ยวข้องกับตราสารทุนของบริษัทที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในประเทศอินเดีย หรือมีกำไรหรือรายได้หลักจากประเทศอินเดีย โดยตราสารทุนและตราสารที่มีความเกี่ยวข้องกับตราสารทุนนั้น อาจรวมถึงหุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ สัญญาวอร์แรนท์ และสิทธิ์อื่นๆ ในการได้มาซึ่งหุ้น และตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ประเภท American depositary receipts (ADRs) European depositary receipts (EDRs) และ Global depositary receipts (GDRs)
กองทุนหลักให้การสนับสนุนด้านสิ่งแวดล้อมและหรือสังคม ถึงแม้จะไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนอย่างยั่งยืน แต่กองทุนหลักจะมีการลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 10 ในการลงทุนอย่างยั่งยืน โดยที่ปรึกษาการลงทุนจะใช้วิธีการหลากหลายรูปแบบในการพิจารณาด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) ซึ่งอาจประกอบด้วยการคัดกรองโดยเลือกที่จะไม่ลงทุนในธุรกิจที่สร้างผลกระทบเชิงลบและการพิจารณาปัจจัย ESG ร่วมกับปัจจัยอื่นในการตัดสินใจลงทุน
โดยกองทุนหลักจะลงทุนตรงในตราสารทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือซื้อขายในระบบของ Organized market ไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
กองทุนหลักอาจลงทุนได้ไม่เกิน 1 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ในตราสารทุนและหรือตราสารที่มีความเกี่ยวข้องกับตราสารทุนของบริษัทอื่นๆ และตราสารและกองทุนที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับตราสารทุน
กองทุนหลักอาจลงทุนไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิในกองทุนที่มีการลงทุนสอดคล้องกับนโยบายและข้อกำหนดของกองทุนหลัก ทั้งนี้กองทุนหลักจะไม่ลงทุนในกองทุนที่มีการเพิ่มฐานะการลงทุนในสินทรัพย์ให้มีมูลค่าสูงกว่ามูลค่าทรัพย์สินของกองทุน (leverage) เนื่องจากอาจทำให้ขาดทุนเกินกว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนดังกล่าวได้
นอกจากนี้ กองทุนหลักอาจมีการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงหรือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการลงทุน ซึ่งอาจรวมถึงแต่ไม่ได้จำกัดเพียงการลงทุนในสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า สัญญาฟิวเจอร์และสัญญาออปชั่นที่อ้างอิงกับตราสารทุนและตลาดตราสารทุน และสัญญาสวอป ซึ่งรวมถึง Equity Swaps และ Total Return Swaps
กองทุนหลักอาจถือครองเงินฝาก เช่น บัญชีกระแสรายวัน โดยในสภาวะตลาดที่ไม่เอื้ออำนวยเป็นพิเศษ กองทุนหลักอาจถือครองเงินฝากมากกว่าร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิเป็นการชั่วคราวได้ นอกจากนี้ กองทุนหลักอาจลงทุนในตราสารเทียบเท่าเงินสด อาทิ เงินฝาก ตราสารตลาดเงิน และกองทุนตลาดเงิน เพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารเงินสด และในกรณีที่เกิดสภาวะที่ไม่ปกติ ตามที่ที่ปรึกษาการลงทุนพิจารณาว่าจะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหน่วยลงทุน
ค่าธรรมเนียมของกองทุน Goldman Sachs India Equity Portfolio Class I Shares (Acc.)
• ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Entry Charge): ไม่มี
• ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Exit Charge): ไม่มี
• ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee): สูงสุดไม่เกินร้อยละ 0.85 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยปัจจุบันเรียกเก็บร้อยละ 0.85 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
• ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ : ร้อยละ 0.17 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
• ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เรียกเก็บจากกองทุน: สูงสุดไม่เกินร้อยละ 1.31 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยปัจจุบันเรียกเก็บร้อยละ 1.02 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
(ข้อมูลจาก Factsheet ของกองทุนหลัก ประจำเดือนธันวาคม 2566)
ในกรณีที่กองทุนต่างประเทศคืนเงินค่าธรรมเนียมการจัดการบางส่วนเพื่อเป็นค่าตอบแทนเนื่องจากการที่กองทุนนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ (loyalty fee หรือ rebate) บริษัทจัดการจะดำเนินการให้เงินจำนวนดังกล่าวตกเป็นทรัพย์สินของกองทุน
ความเสี่ยงของกองทุนหลัก
1) ความเสี่ยงด้านตลาด (Market Risk)
มูลค่าของสินทรัพย์ที่กองทุนหลักลงทุนถูกกำหนดได้จากหลายปัจจัย ซึ่งรวมไปถึงระดับความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อตลาดที่สินทรัพย์นั้นมีการซื้อขาย
2) ความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ (Operational Risk)
กองทุนหลักอาจเกิดความเสียงหายจากความผิดพลาดของบุคคล ระบบและ/หรือกระบวนการที่ล้มเหลว และระเบียบการหรือการควบคุมที่ไม่เพียงพอ
3) ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk)
กองทุนหลักอาจไม่สามารถหาผู้ซื้อสินทรัพย์เมื่อกองทุนหลักต้องการจะขายได้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระค่าขายคืนหน่วยลงทุน
4) ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (Exchange Rate Risk)
การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนอาจทำให้ผลตอบแทนของกองทุนหลักลดลงหรือเพิ่มขึ้นจากที่ผู้ลงทุนคาดหวังได้ การป้องกันความเสี่ยงอาจไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ และอาจเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในด้านอื่นๆ เช่น ความเสี่ยงจากการใช้ตราสารอนุพันธ์
5) ความเสี่ยงจากผู้รับฝากทรัพย์สิน (Custodian risk)
การล้มละลาย การละเมิดหน้าที่การดูแล หรือการประพฤติมิชอบของผู้รับฝากทรัพย์สินซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการเก็บรักษาทรัพย์สินต่างๆของกองทุนหลัก อาจทำให้กองทุนหลักขาดทุนได้
6) ความเสี่ยงจากตราสารอนุพันธ์ (Derivatives Risk)
ตราสารอนุพันธ์เป็นตราสารที่มีความอ่อนไหวอย่างมากต่อการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าสินทรัพย์อ้างอิง โดยการลงทุนในตราสารอนุพันธ์บางประเภทอาจทำให้ขาดทุนมากกว่าจำนวนเงินลงทุนได้
7) ความเสี่ยงจากคู่สัญญา (Counterparty Risk)
คู่สัญญาของกองทุนหลักอาจไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันในสัญญาได้ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อกองทุนหลัก
8) ความเสี่ยงจากการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market Risk)
การลงทุนในตลาดเกิดใหม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่มากขึ้น เนื่องจากมีสภาพคล่องที่น้อยกว่าและอาจขาดโครงสร้าง การป้องกัน และความมั่นคง ด้านการเงิน กฎหมาย สังคม การเมือง และเศรษฐกิจ รวมถึงความไม่แน่นอนทางด้านภาษี
9) ความเสี่ยงด้านความยั่งยืน (Sustainability Risk)
เหตุการณ์หรือสภาวะด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล อาจทำให้มูลค่าของกองทุนหลักลดลงได้ ทั้งนี้ ความเสี่ยงด้านความยั่งยืนยังรวมถึงความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ภาวะชะงักงันของห่วงโซ่อุปทาน แนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ไม่เหมาะสม การขาดความหลากหลายของผู้บริหาร และการทุจริต
ทั้งนี้ การสรุปสาระสำคัญในส่วนของกองทุน Goldman Sachs India Equity Portfolio (กองทุนหลัก) ได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับฉบับภาษาอังกฤษให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ ทั้งนี้ หากกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใด ๆ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก
ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในประเทศ
บริษัทจัดการจะลงทุนหรือแสวงหาประโยชน์เฉพาะจากหลักทรัพย์ ทรัพย์สินอื่น หรือหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดดังต่อไปนี้ เว้นแต่ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบหรือมีประกาศแก้ไขหรือเพิ่มเติมประเภทหรือลักษณะของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น
ส่วนที่ 1 : ประเภทและคุณสมบัติของตราสารทางการเงินทั่วไป
1. ประเภทของตราสาร ได้แก่
1.1 ตราสารทุนในประเทศ
1.1.1 หุ้น
1.1.2 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น (share warrants)
1.1.3 ใบแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได้ (Transferable Subscription Right หรือ TSR)
1.1.4 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มีสินค้า ตัวแปร หรือหลักทรัพย์อ้างอิง (underlying) เป็นหุ้นหรือ share warrants
1.1.5 ตราสารทุนอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารทุนตาม 1.1.1 - 1.1.4 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดเพิ่มเติม
1.2 ตราสารหนี้ในประเทศ
1.2.1 พันธบัตร
1.2.2 ตั๋วเงินคลัง
1.2.3 หุ้นกู้ (ไม่รวมหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ และตราสาร Basel III)
1.2.4 ตั๋วแลกเงิน (Bill of Exchange หรือ B/E)
1.2.5 ตั๋วสัญญาใช้เงิน (Promissory Noteหรือ P/N)
1.2.6 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้
1.2.7 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มีสินค้า ตัวแปร หรือหลักทรัพย์อ้างอิง (underlying) เป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้
1.2.8 ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตาม 1.2.1 - 1.2.7 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนดเพิ่มเติม
1.3 ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนในประเทศ (ไม่รวมตราสาร Basel III)
2. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการลงทุน
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS
กรณีเป็นหน่วยที่การออกอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายไทย ต้องมีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการลงทุนดังนี้
1. มีคุณสมบัติและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ในการลงทุนเช่นเดียวกับข้อกำหนดสำหรับตราสารทางการเงินทั่วไป
2. ในกรณีที่กองทุนไปลงทุนในหน่วย CIS ของกองทุนรวม กองทุนรวมดังกล่าวต้องมีนโยบายการลงทุนดังนี้
(ไม่ใช้กับการลงทุนในหน่วย CIS ของกองทุนรวมทองคำที่ลงทุนในทองคำแท่ง)
2.1 มีการลงทุนในทรัพย์สินซึ่งเป็นประเภทและชนิดเดียวกับที่กองทุนสามารถลงทุนได้
2.2 มีการลงทุนในทรัพย์สินเมื่อใช้วิธีคำนวณตามสัดส่วน (pro rata) แล้วได้ผลเป็นไปตามหลักเกณฑ์ single entity limit ของกองทุนนั้น
2.3 มีการลงทุนในทรัพย์สินเมื่อใช้วิธีคำนวณตามสัดส่วน (pro rata) แล้วได้ผลเป็นไปตามหลักเกณฑ์ product limit สำหรับทรัพย์สินที่เป็น SIP ของกองทุนนั้น
2.4 มีการลงทุนใน derivatives ที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ global exposure limit ของกองทุนนั้น
3. ในกรณีที่กองทุนรวมฟีดเดอร์ไปลงทุนในหน่วย CIS ของกองทุนรวม กองทุนรวมดังกล่าวต้องไม่ใช่กองทุนรวมฟีดเดอร์
ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo)
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending)
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภท derivatives
1. ประเภท underlying derivatives ที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาได้ คือ อัตราแลกเปลี่ยนเงิน
2. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการลงทุน
เป็นไปตามประกาศ
ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในต่างประเทศ
บริษัทจัดการจะลงทุนหรือแสวงหาประโยชน์เฉพาะจากหลักทรัพย์ ทรัพย์สินอื่น หรือหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดดังต่อไปนี้ เว้นแต่ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบหรือมีประกาศแก้ไขหรือเพิ่มเติมประเภทหรือลักษณะของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น
ทั้งนี้ ตราสารหรือสัญญาในต่างประเทศ ตราสารหรือสัญญาดังกล่าวต้องเสนอขายหรือเป็นการทำสัญญาในประเทศที่มีหน่วยงานกำกับดูแลด้านหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกสามัญของ IOSCO หรือที่มีการซื้อขายในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศที่เป็นสมาชิกของ WFE หรือเป็นตราสารของบริษัทที่จัดตั้งและเสนอขายใน GMS
ส่วนที่ 1 : ประเภทและคุณสมบัติของตราสารทางการเงินต่างประเทศทั่วไป
1. ประเภทของตราสาร ได้แก่
1.1 ตราสารหนี้ต่างประเทศ
1.1.1 พันธบัตร
1.1.2 ตั๋วเงินคลัง
1.1.3 ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตามข้อ 1.1.1 - 1.1.2 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดเพิ่มเติม
2. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการลงทุน
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS
กรณีเป็นหน่วยที่การออกอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายต่างประเทศ ต้องมีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการลงทุนดังนี้
1. มีคุณสมบัติและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ในการลงทุนเช่นเดียวกับข้อกำหนดสำหรับตราสารทางการเงินทั่วไป
2. เป็นหน่วยของกองทุน CIS ต่างประเทศที่มีลักษณะดังนี้
2.1 การออกและการเสนอขายอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานต่างประเทศที่กำกับดูแลด้านหลักทรัพย์และตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ IOSCO หรือเป็นหน่วยของกองทุน CIS ต่างประเทศที่มีการซื้อขายในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศที่เป็นสมาชิกของ WFE
2.2 CIS operator ของกองทุนดังกล่าวอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานกำกับดูแลที่เป็นสมาชิกสามัญของ IOSCO
2.3 ในกรณีที่กองทุนรวมไปลงทุนในหน่วยของกองทุน CIS ต่างประเทศ กองทุน CIS ต่างประเทศดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์การกำกับดูแล การออก การเสนอขาย และการจัดการสำหรับกองทุนเพื่อผู้ลงทุนรายย่อยของประเทศนั้น
3. ประเทศที่กำกับดูแลการเสนอขายหน่วยดังกล่าวมีมาตรการให้ความคุ้มครองผู้ลงทุนอย่างเพียงพอทั้งนี้ ตามรายชื่อประเทศที่สำนักงานคณะกรรมการก.ล.ต.กำหนด
4. ในกรณีเป็นการลงทุนของกองทุนรวมในหน่วยของกองทุน CIS ต่างประเทศ กองทุนดังกล่าวต้องมีการจำกัดการกู้ยืมไว้เฉพาะกรณีมีเหตุจำเป็นในการบริหารสภาพคล่องเป็นการชั่วคราวเท่านั้น และมีนโยบายการลงทุนดังนี้ (ไม่ใช้กับการลงทุนในหน่วยของกองทุน CIS ต่างประเทศซึ่งเป็นกองทุนรวมทองคำที่ลงทุนในทองคำแท่ง)
4.1 มีการลงทุนในทรัพย์สินซึ่งเป็นประเภทและชนิดเดียวกับที่กองทุนรวมสามารถลงทุนได้ในสัดส่วนมากกว่าหรือเท่ากับ 80% ของ NAV ของกองทุน CIS ต่างประเทศนั้น
4.2 มีการลงทุนในทรัพย์สินเมื่อใช้วิธีคำนวณตามสัดส่วน (pro rata) แล้วได้ผลเป็นไปตามหลักเกณฑ์ single entity limit ของกองทุนรวมนั้น ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ดังกล่าวไม่ใช้กับกรณีทรัพย์สินที่เป็น SIP
4.3 มีการลงทุนในทรัพย์สินเมื่อใช้วิธีคำนวณตามสัดส่วน (pro rata) แล้วได้ผลเป็นไปตามหลักเกณฑ์ product limit สำหรับทรัพย์สินที่เป็น SIP ของกองทุนรวมนั้น
4.4 มีการลงทุนใน derivatives ที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ global exposure limit กองทุนรวมนั้น
5. ในกรณีที่กองทุนรวมฟีดเดอร์ไปลงทุนในหน่วยของกองทุน CIS ต่างประเทศ กองทุน CISต่างประเทศดังกล่าวต้องไม่ใช่กองทุนที่มีลักษณะทำนองเดียวกับกองทุนรวมฟีดเดอร์ เว้นแต่เป็นกรณีที่มีความจำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหน่วยลงทุน ทั้งนี้ โดยได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการก.ล.ต. โดยก่อนการลงทุนบริษัทจัดการต้องจัดให้มีการเปิดเผยข้อมูล เหตุผลความจำเป็นและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในลักษณะดังกล่าวไว้ในหนังสือชี้ชวนด้วย
ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภท derivatives
1. ประเภท underlying derivatives ที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาได้ คือ อัตราแลกเปลี่ยนเงิน
2. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการลงทุน
เป็นไปตามประกาศ
อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวม :
เป็นไปตามประกาศ ยกเว้นหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินดังต่อไปนี้ ที่มีอัตราส่วนการลงทุนน้อยกว่าอัตราส่วนที่ประกาศการลงทุนกำหนด
ส่วนที่ 1 : อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามผู้ออกทรัพย์สินหรือคู่สัญญา (single entity limit)
ข้อ | ประเภททรัพย์สิน | อัตราส่วน (% ของ NAV) |
1 | หน่วย CIS ในประเทศ | ไม่เกิน 10% |
ส่วนที่ 2 : อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามประเภททรัพย์สิน (product limit)
ข้อ | ประเภททรัพย์สิน | อัตราส่วน |
1 | 1. ทรัพย์สินที่ประกาศการลงทุนกำหนด 2. total SIP ตามข้อ 4 ของส่วนนี้ แต่ไม่รวมถึงตราสารหนี้หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนที่มีลักษณะ ครบถ้วนตามที่ประกาศการลงทุนกำหนดและมี credit rating อยู่ในระดับต่ำกว่า investment grade หรือไม่มี credit rating | รวมกันไม่เกิน 25% |
2 | reverse repo ในประเทศ | ไม่เกิน 20% |
3 | securities lending ในประเทศ | ไม่เกิน 20% |
4 | total SIP ซึ่งได้แก่ 1. ทรัพย์สิน SIP ในส่วนที่ 1 : อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามผู้ออกทรัพย์สินหรือคู่สัญญา (single entity limit) ของประกาศการลงทุน 2. ตราสารหนี้หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนที่มี credit rating อยู่ในระดับต่ำกว่า investment grade หรือไม่มี credit rating | รวมกัน |
5 | หน่วย CIS ในประเทศ | ไม่เกิน 20% |
ข้อมูล ณ วันที่ 14 พ.ค. 2569
Yuanta Securities (Thailand)
เลขที่ 127 อาคารเกษร ทาวเวอร์ ชั้น 14-16 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพฯ 10330
Tel: 0-2009-8000 Fax: 02-009-8889 Email: online@yuanta.co.th