กองทุนเปิดเค โกลบอล แอลโลเคชั่น ชนิดจ่ายเงินปันผล

K Global Allocation Fund

รหัสกองทุน: K-GA-A(D)
บริษัทจัดการ: ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
ระดับความเสี่ยง: 5
ประเภทกองทุน: Foreign Investment Allocation
มูลค่าหน่วยลงทุน (NAV)
12.3839 บาท
ณ วันที่ 13 พ.ค. 2569
Fund Size: 10,515,012,599.07 บาท
YTD Return: +3.88%

ผลการดำเนินงาน

ช่วงเวลา 1 สัปดาห์ 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน YTD 1 ปี 3 ปี 5 ปี SI
ผลตอบแทน -0.02% +3.84% +2.56% +4.88% +3.88% +14.57% +8.85% +2.21% +3.67%
ความผันผวนกองทุน - - - - - +9.63% +9.97% +10.87% -
Maximum Drawdown - - - - - -7.53% -10.47% -22.28% -

นโยบายการลงทุน

  • กองทุนมีนโยบายที่จะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยจะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน BGF Global Allocation Fund (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน กองทุนดังกล่าวเป็นกองทุนในกลุ่มของ BlackRock Global Funds ที่จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศลักเซมเบิร์ก ซึ่งจัดตั้งและจัดการโดย BlackRock (Luxembourg) S.A.มีนโยบายการลงทุนที่มุ่งลงทุนในตราสารทุน ตราสารหนี้ แล/ะหรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นในต่างประเทศทั่วโลก รวมทั้งอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non – Investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) โดยกองทุนหลักมีกรอบการลงทุนในตราสารหนี้ Non – Investment grade ไม่เกินร้อยละ 35 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ดังนั้น บริษัทจะทำการติดตามสัดส่วนการลงทุนใน Non – Investment grade และ/หรือ Unrated Securities ของกองทุนหลักและจะปรับลดสัดส่วนการลงทุนในกองทุนหลักและถือครองเงินสดหรือตราสารที่มีคุณภาพดีทั้งในและต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้สัดส่วนการลงทุนใน Non – Investment grade ของกองทุนเปิดเค โกลบอล แอลโลเคชั่น ไม่เกินกว่าเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนดคือร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน 
    ในกรณีที่การปรับสัดส่วนการลงทุนดังกล่าว ทำให้อัตราส่วนการลงทุนในกองทุนหลักต่ำกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี รวมถึงกรณีที่กองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุนอื่นที่ไม่สอดคล้องกับข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และบริษัทพิจารณาแล้วเห็นว่าการปรับสัดส่วนการลงทุนของกองทุนในกองทุนหลักไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้และ/หรือไม่เป็นผลประโยชน์โดยรวมกับผู้ถือหน่วยลงทุน บริษัทขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนกองทุนหลักหรือเลิกกองทุนได้ ให้ถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว 

    นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งหนี้หรือเงินฝาก หรือลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นในต่างประเทศที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ก.ล.ต. 

    กองทุนอาจมีการลงทุนในประเทศ โดยจะลงทุนในหลักทรัพย์ที่เสนอขายในประเทศ ได้แก่ เงินฝาก ตราสารทางการเงิน และลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ก.ล.ต. 

    ทั้งนี้ ในสภาวการณ์ปกติ กองทุนจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Notes) 

    ในภาวะปกติ กองทุนจะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน อย่างไรก็ดี ในช่วงเวลาระหว่างรอการลงทุน ซึ่งมีระยะเวลาประมาณ 15 วันทำการนับแต่วันถัดจากวันจดทะเบียนกองทรัพย์สิน และประมาณ 15 วันทำการก่อนเลิกโครงการ กองทุนอาจจำเป็นต้องชะลอการลงทุนในต่างประเทศเป็นการชั่วคราว ดังนั้น อาจมีบางขณะที่กองทุนไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามอัตราส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ข้างต้นได้

    กรณีที่บริษัทจัดการพิจารณาเห็นว่าการลงทุนในกองทุน BGF Global Allocation Fund ไม่เหมาะสมอีกต่อไป อาทิ ในกรณีที่การปรับลดสัดส่วนการลงทุนในกองทุนหลักตามวรรคสอง ทำให้อัตราส่วนการลงทุนในกองทุนหลักต่ำกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี รวมถึงกรณีที่กองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุนอื่นที่ไม่สอดคล้องกับข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และบริษัทพิจารณาแล้วเห็นว่า การปรับสัดส่วนการลงทุนของกองทุนในกองทุนหลัก ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้และ/หรือไม่เป็นผลประโยชน์โดยรวมกับผู้ถือ หรือกรณีที่ผลตอบแทนของกองทุนต่างประเทศต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนอื่นๆ ที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกันอย่างมีนัยสำคัญหรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือขนาดของกองทุนต่างประเทศลดต่ำลงมากอย่างมีนัยสำคัญ จนอาจมีผลกระทบต่อการลงทุนหรือต่อค่าใช้จ่าย หรือการลงทุนของกองทุนต่างประเทศไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนหรือโครงการ หรือเมื่อกองทุนต่างประเทศกระทำความผิดร้ายแรงตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนต่างประเทศ หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่อาจส่งผลต่อการดำเนินของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน หรือในกรณีที่มีกองทุนอื่นที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกันและตอบสนองนโยบายการลงทุนของกองทุน และบริษัทพิจารณาเห็นว่าการย้ายไปลงทุนในกองทุนดังกล่าวเป็นผลดีต่อผลการดำเนินงานโดยรวมของกองทุนและเป็นผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน หรือในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด 
    (1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงเกินกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก 
    (2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนเกินกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก 
    กองทุนหลักดังกล่าวให้หมายถึงเฉพาะกองทุนที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด 

    เงื่อนไขในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าวบริษัทจัดการดำเนินการดังต่อไปนี้ 
    (1) แจ้งเหตุที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ 
    (2) ดำเนินการตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ 
    (3) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ 
    (4) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนรวมตาม (1) ต่อผู้ที่สนใจจะลงทุนเพื่อให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานะของกองทุนรวม 
    ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวด้วย 
    อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (2) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. 

    บริษัทสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเลิกกองทุนหรือลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศอื่นใดที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกันในอัตราส่วนเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ยกเว้นในรอบปีบัญชีที่มีการเปลี่ยนแปลงกองทุนหลัก ให้คำนวณอัตราส่วนดังกล่าวจากกองทุนหลักทุกกองทุนรวมกัน โดยถือว่าได้รับมติเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และจะประกาศให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบโดยไม่ชักช้า 

    ลักษณะสำคัญของกองทุนหลัก :

    ชื่อกองทุนหลัก  BGF Global Allocation Fund
    ประเภท  กองทุนรวมที่จัดตั้งและจัดการโดย BlackRock (Luxembourg) S.A. กองทุนดังกล่าวเป็นกองทุนที่จดทะเบียนในประเทศลักเซมเบอร์กเพื่อเสนอขายแก่ผู้ลงทุนทั่วไป (retail fund)
    นโยบายการลงทุน  เพื่อให้ได้ผลตอบแทนโดยรวมสูงสุด กองทุนมีนโยบายการลงทุนที่มุ่งลงทุนในตราสารทุนตราสารหนี้ และตราสารระยะสั้นทั่วโลกทั้งภาครัฐและเอกชน 
    กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์ที่ไม่มีการซื้อขายในตลาด (Unlisted) ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment grade) หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) 
    เสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก  3 มกราคม 2540
    อายุโครงการ  ไม่กำหนด  
    จำนวนเงินทุนของโครงการ  13,340.00 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ข้อมูล ณ เดือนพฤษภาคม 2553)
    BenchmarkS&P 500 Index (36%) FTSE World ex US Index (24%) ICE BofAML Current 5-Year US Treasury Index (24%) FTSE Non-USD World Government Bond Index (16%)
    สุกลเงินที่ใช้ซื้อขายดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (USD)
    Bloomberg codeMERGAAI LX 
    ISIN codeLU0072462426
    ReutersBLRKIO
    ผู้เก็บรักษาทรัพย์สินThe Bank of New York Mellon (International) Limited
    ค่าธรรมเนียมการจัดการ:1.50% ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
    website  http://www.blackrockinternational.com 

    ข้อจำกัดที่สำคัญในการลงทุนของกองทุนหลัก :
    กองทุนหลักอาจลงทุนในหลักทรัพย์ที่ไม่มีการซื้อขายในตลาด (Unlisted) ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่ต่ำกว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) มากกว่าร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก 
    ในกรณีที่กองทุนหลักมีการลงทุนในหลักทรัพย์ที่ไม่มีการซื้อขายในตลาด ตราสารหนี้ Non – Investment grade และ/หรือ Unrated Securities มากกว่าร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก บริษัทจะปรับลดการลงทุนในกองทุนหลัก เพื่อให้อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์ที่ไม่มีการซื้อขายในตลาด ตราสารหนี้ Non – Investment grade และ/หรือ Unrated Securities มีอัตราส่วนไม่เกินร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนเปิดเค โกลบอล แอลโลเคชั่น ทั้งนี้ การปรับลดสัดส่วนการลงทุนดังกล่าวจะดำเนินการภายใน 5 วันทำการนับแต่วันที่รับทราบข้อมูลการลงทุนในหลักทรัพย์ที่ไม่มีการซื้อขายในตลาด ตราสารหนี้ Non – Investment grade และ/หรือ Unrated Securities เกินร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก ยกเว้นในกรณีที่เกิดจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้หรือกรณีจำเป็นและสมควรที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ภายในระยะเวลาข้างต้น บริษัทจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยไม่ชักช้า หากการดำเนินการปรับสัดส่วนการลงทุนในกองทุนหลักข้างต้นมีผลทำให้

    การลงทุนในกองทุนหลักโดยเฉลี่ยรอบระยะเวลาบัญชีน้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนเปิดเค โกลบอล แอลโลเคชั่น บริษัทจะดำเนินการดังต่อไปนี้ 
    1. บริษัทจะคัดเลือกกองทุนรวมในต่างประเทศกองทุนใหม่ เพื่อเป็นกองทุนหลักแทนกองทุนเดิม โดยกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่ดังกล่าว จะมีนโยบายการลงทุนในตราสารทุนและตราสารหนี้ และมีคุณสมบัติตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือมีแนวทางให้ดำเนินการได้ ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยไม่ชักช้า และจะแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบต่อไป 
    2. หากเกิดกรณีใดๆ ที่ทำให้บริษัทไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่ เพื่อเป็นกองทุนหลักแทนกองทุนเดิมได้ บริษัทสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกกองทุน โดยจะจำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของกองทุน เพื่อคืนเงินตามจำนวนที่รวบรวมได้หลังหักค่าใช้จ่ายและสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ตามสัดส่วนจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด 
    3. ในกรณีที่บริษัทอยู่ระหว่างการดำเนินการเปลี่ยนกองทุนหลัก จะยกเว้นไม่ดำรงอัตราส่วนการลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนในช่วงดำเนินการคัดเลือกและเตรียมการลงทุนในกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่ เพื่อเป็นกองทุนหลักแทนกองทุนเดิม หรือระยะเวลาประมาณ 15 วันก่อนเลิกกองทุน

    ในกรณีที่กองทุนต่างประเทศคืนเงินค่าธรรมเนียมการจัดการบางส่วนเพื่อเป็นค่าตอบแทนเนื่องจากการที่กองทุนนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ (loyalty fee หรือ rebate) บริษัทจัดการจะดำเนินการให้เงินจำนวนดังกล่าวตกเป็นทรัพย์สินของกองทุน

    ความเสี่ยงในการลงทุนของกองทุนหลัก :
    (1) ความเสี่ยงที่กองทุนไปลงทุนในกองทุนหลัก 
    (ก) ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน 
    การลงทุนในหลักทรัพย์หรือกองทุนหลักที่มีสกุลเงินแตกต่างไปจากสกุลเงินที่ผู้ลงทุนใช้อยู่หรือใช้ในการลงทุนเริ่มแรก อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงเวลานั้นๆ ด้วย โดยอัตราแลกเปลี่ยนสามารถที่จะเพิ่มขึ้นหรือลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับอัตราที่ลงทุนเริ่มแรก ซึ่งอาจมีผลให้ตัวเลขรายงานราคาหน่วยลงทุนอาจจะมีความผันผวนได้ 
    (ข) ความเสี่ยงจากการขายคืนหน่วยลงทุน 
    ในบางขณะอาจมีเหตุจำเป็นทำให้การซื้อขายหน่วยลงทุนสำหรับกองทุนที่ไปลงทุนในต่างประเทศหยุดชะงัก ทำให้ไม่สามารถทำการขายคืนหน่วยลงทุนในต่างประเทศ ตามที่ต้องการได้ทุกขณะ 
    (ค) ความเสี่ยงจากการยกเลิกกองทุนในต่างประเทศ 
    กองทุนในต่างประเทศอาจถูกทำการยกเลิกได้จากเหตุการณ์ต่างๆ อาทิ ถ้าในขณะใด ขณะหนึ่งมูลค่าหน่วยลงทุนของกองทุนในต่างประเทศลดลงต่ำกว่ามูลค่าที่กำหนดไว้ในหนังสือชี้ชวนของกองทุนนั้น 
    (ง) ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาวะตลาด 
    มูลค่าของกองทุนหรือราคาของหน่วยลงทุนในระยะเวลาใดๆอาจจะลดลงหรือสูงขึ้นก็ได้ ตามการเปลี่ยนแปลงของสภาวะตลาด อาทิ การเปลี่ยนแปลงของสภาวะเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย หรือ สภาวะของหลักทรัพย์แต่ละประเภท 

    (2) ความเสี่ยงจากนโยบายการลงทุนของกองทุนหลัก 
    ในกรณีที่กองทุนหลักคือ BGF Global Allocation Fund ความเสี่ยงจากนโยบายการลงทุนของกองทุนหลักมีดังต่อไปนี้ 
    (ก) ความเสี่ยงในการลงทุนในตลาดต่างประเทศหลายประเทศ 
    การลงทุนในตลาดต่างประเทศจะผูกพันกับปัจจัยหรือตัวแปรของความเสี่ยงที่อาจจะแตกต่างไปจากปัจจัยหรือตัวแปรในตลาดท้องถิ่นที่ผู้ลงทุนมีความคุ้นเคย อาทิเช่น การแกว่งตัวของอัตราแลกเปลี่ยน ปัจจัยทางด้านสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ กฎหมายหรือข้อบังคับที่แตกต่างกัน ข้อจำกัดในการแลกเปลี่ยนสกุลเงิน ข้อจำกัดเกี่ยวกับการลงทุนจากต่างชาติ และ การแทรกแซงของหน่วยงานของรัฐ เป็นต้น อีกทั้งวิธีและหลักที่ใช้ในการประเมินมูลค่าของหลักทรัพย์จะขึ้นอยู่กับสภาพสังคมและเศรษฐกิจ ทัศนคติต่อการลงทุน และปัจจัยที่มีอยู่เฉพาะในประเทศนั้นๆ ฯลฯ 
    (ข) ความเสี่ยงจากการลงทุนในประเภทหลักทรัพย์ที่แตกต่างกันออกไป 
    หลักทรัพย์แต่ละประเภทที่กองทุนต่างประเภทไปลงทุนมีความเสี่ยงที่แตกต่างกันออกไปตามลักษณะของหลักทรัพย์ประเภทนั้นๆ อาทิ 
    1. การลงทุนในตราสารหนี้ 
    หลักทรัพย์จำพวกตราสารหนี้จะมีผลตอบแทนที่แปรผันไปกับระดับความเหมาะสมทางเครดิตที่เป็นจริงและที่คาดหวัง ซึ่งอาจมีผลให้การลดอันดับเครดิตของตราสารลง การเปิดเผยข้อมูลในด้านลบ หรือทัศนคติต่อการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไปของนักลงทุน อาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าและสภาพคล่องของตราสารหนี้ได้ โดยเฉพาะในตลาดที่มีปริมาณการซื้อขายน้อย ถึงแม้ว่าในบางครั้งสิ่งต่างๆ เหล่านั้นอาจจะไม่ได้เป็นไปตามปัจจัยพื้นฐาน 
    2. การลงทุนในตราสารทุน 
    หลักทรัพย์จำพวกตราสารทุนจะมีราคาและผลตอบแทนจากเงินปันผลที่แปรผันไปกับปัจจัยหลายประการ เช่นปัจจัยเฉพาะสำหรับหลักทรัพย์นั้นๆ ปัจจัยของภาพรวมอุตสาหกรรม เศรษฐกิจของประเทศที่หลักทรัพย์ดังกล่าวดำเนินการ หรือเศรษฐกิจโดยรวมของโลก เป็นต้น 
    อนึ่ง ในกรณีที่กองทุนหลักไม่ใช่ BGF Global Allocation Fund บริษัทจัดการจะได้ทำการแจ้งข้อมูลความเสี่ยงของกองทุนหลักที่กองทุนจะไปลงทุนให้ทราบในหนังสือชี้ชวนที่จะได้ออกเพิ่มเติมต่อไป

    ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในประเทศ 
    บริษัทจัดการจะลงทุนหรือแสวงหาประโยชน์เฉพาะจากหลักทรัพย์ ทรัพย์สินอื่น หรือหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดดังต่อไปนี้ เว้นแต่ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบหรือมีประกาศแก้ไขหรือเพิ่มเติมประเภทหรือลักษณะของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น

    ส่วนที่ 1 : ประเภทและคุณสมบัติของตราสารทางการเงินทั่วไป 
    1. ประเภทของตราสาร ได้แก่ 
    ตราสารหนี้ 
    1) พันธบัตร 
    2) ตั๋วเงินคลัง 
    3) หุ้นกู้ (ไม่รวมหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ และตราสาร Basel III) 
    4) ตั๋วแลกเงิน (Bill of Exchange หรือ B/E) 
    5) ตั๋วสัญญาใช้เงิน (Promissory Note หรือ P/N) 
    6) ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ 
    7) ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี underlying เป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้ 
    8) ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตามข้อ 1) – 7) ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดเพิ่มเติม 

    2. คุณสมบัติของตราสารและหลักเกณฑ์ในการลงทุน 
    เป็นไปตามประกาศ 

    ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS 
    กรณีเป็นหน่วยที่การออกอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายไทย ต้องมีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการลงทุนดังนี้ 
    1. มีคุณสมบัติและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ในการลงทุนเช่นเดียวกับข้อกำหนดสำหรับตราสารทางการเงินทั่วไป 

    2. ในกรณีที่กองทุนไปลงทุนในหน่วย CIS ของกองทุนรวม กองทุนรวมดังกล่าวต้องมีนโยบายการลงทุนดังนี้ 
    (ไม่ใช้กับการลงทุนในหน่วย CIS ของกองทุนรวมทองคำที่ลงทุนในทองคำแท่ง) 
    2.1 มีการลงทุนในทรัพย์สินซึ่งเป็นประเภทและชนิดเดียวกับที่กองทุนสามารถลงทุนได้ 
    2.2 มีการลงทุนในทรัพย์สินเมื่อใช้วิธีคำนวณตามสัดส่วน (pro rata) แล้วได้ผลเป็นไปตามหลักเกณฑ์ single entity limit ของกองทุนนั้น 
    2.3 มีการลงทุนในทรัพย์สินเมื่อใช้วิธีคำนวณตามสัดส่วน (pro rata) แล้วได้ผลเป็นไปตามหลักเกณฑ์ product limit สำหรับทรัพย์สินที่เป็น SIP ของกองทุนนั้น 
    2.4 มีการลงทุนใน derivatives ที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ global exposure limit ของกองทุนนั้น 

    3. ในกรณีที่กองทุนรวมฟีดเดอร์ไปลงทุนในหน่วย CIS ของกองทุนรวม กองทุนรวมดังกล่าวต้องไม่ใช่กองทุนรวมฟีดเดอร์ 

    ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก 
    เป็นไปตามประกาศ 

    ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo) 
    เป็นไปตามประกาศ 

    ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending) 
    เป็นไปตามประกาศ 

    ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภท derivatives 
    1. ประเภท underlying derivatives ที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาได้ คือ อัตราแลกเปลี่ยนเงิน 

    2. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการลงทุน 
    เป็นไปตามประกาศ 

    ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในต่างประเทศ 
    บริษัทจัดการจะลงทุนหรือแสวงหาประโยชน์เฉพาะจากหลักทรัพย์ ทรัพย์สินอื่น หรือหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดดังต่อไปนี้ เว้นแต่ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบหรือมีประกาศแก้ไขหรือเพิ่มเติมประเภทหรือลักษณะของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น

    ทั้งนี้ หากเป็นการลงทุนในตราสารหรือสัญญาในต่างประเทศ ตราสารหรือสัญญาดังกล่าวต้องเสนอขายหรือเป็นการทำสัญญาในประเทศที่มีหน่วยงานกำกับดูแลด้านหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกสามัญของ IOSCO หรือที่มีการซื้อขายในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศที่เป็นสมาชิกของ WFE หรือเป็นตราสารของบริษัทที่จัดตั้งและเสนอขายใน GMS

    ส่วนที่ 1 : ประเภทและคุณสมบัติของตราสารทางการเงินต่างประเทศทั่วไป 
    1. ประเภทของตราสาร ได้แก่ 
    ตราสารหนี้ต่างประเทศ 
    1) พันธบัตร 
    2) ตั๋วเงินคลัง 
    3) ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตามข้อ 1) – 2) ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดเพิ่มเติม 

    2. คุณสมบัติของตราสารและหลักเกณฑ์ในการลงทุน 
    เป็นไปตามประกาศ 

    ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS 
    กรณีเป็นหน่วยที่การออกอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายต่างประเทศ ต้องมีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการลงทุนดังนี้ 
    1. มีคุณสมบัติและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ในการลงทุนเช่นเดียวกับข้อกำหนดสำหรับตราสารทางการเงินทั่วไป 

    2. เป็นหน่วยของกองทุน CIS ต่างประเทศที่มีลักษณะดังนี้ 
    2.1 การออกและการเสนอขายอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานต่างประเทศที่กำกับดูแลด้านหลักทรัพย์และตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ IOSCO หรือเป็นหน่วยของกองทุน CIS ต่างประเทศที่มีการซื้อขายในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศที่เป็นสมาชิกของ WFE 
    2.2 CIS operator ของกองทุนดังกล่าวอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานกำกับดูแลที่เป็นสมาชิกสามัญของ IOSCO 

    3. ประเทศที่กำกับดูแลการเสนอขายหน่วยดังกล่าวมีมาตรการให้ความคุ้มครองผู้ลงทุนอย่างเพียงพอ ทั้งนี้ ตามรายชื่อประเทศที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด 

    4. ในกรณีเป็นการลงทุนในหน่วยของกองทุน CIS ต่างประเทศ กองทุนดังกล่าวต้องมีการจำกัดการกู้ยืมไว้เฉพาะกรณีมีเหตุจำเป็นในการบริหารสภาพคล่องเป็นการชั่วคราวเท่านั้น และมีนโยบายการลงทุนดังนี้ (ไม่ใช้กับการลงทุนในหน่วยของกองทุน CIS ต่างประเทศซึ่งเป็นกองทุนรวมทองคำที่ลงทุนในทองคำแท่ง) 
    4.1 มีการลงทุนในทรัพย์สินซึ่งเป็นประเภทและชนิดเดียวกับที่กองทุนรวมสามารถลงทุนได้ในสัดส่วนมากกว่าหรือเท่ากับ 80% ของ NAV ของกองทุน CIS ต่างประเทศนั้น 
    4.2 มีการลงทุนในทรัพย์สินเมื่อใช้วิธีคำนวณตามสัดส่วน (pro rata) แล้วได้ผลเป็นไปตามหลักเกณฑ์ single entity limit ของกองทุนรวมนั้น ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ดังกล่าวไม่ใช้กับกรณีทรัพย์สินที่เป็น SIP 
    4.3 มีการลงทุนในทรัพย์สินเมื่อใช้วิธีคำนวณตามสัดส่วน (pro rata) แล้วได้ผลเป็นไปตามหลักเกณฑ์ product limit สำหรับทรัพย์สินที่เป็น SIP ของกองทุนรวมนั้น 
    4.4 มีการลงทุนใน derivatives ที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ global exposure limit ของกองทุนรวมนั้น 

    5. ในกรณีที่กองทุนรวมฟีดเดอร์ไปลงทุนในหน่วยของกองทุน CIS ต่างประเทศ กองทุน CIS ต่างประเทศดังกล่าวต้องไม่ใช่กองทุนที่มีลักษณะทำนองเดียวกับกองทุนรวมฟีดเดอร์ เว้นแต่เป็นกรณีที่มีความจำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหน่วยลงทุน ทั้งนี้ โดยได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. โดยก่อนการลงทุน บริษัทจัดการต้องจัดให้มีการเปิดเผยข้อมูล เหตุผลความจำเป็น และค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในลักษณะดังกล่าวไว้ในหนังสือชี้ชวนด้วย 

    ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก 
    เป็นไปตามประกาศ 

    ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภท derivatives 
    1. ประเภท underlying derivatives ที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาได้ คือ อัตราแลกเปลี่ยนเงิน 

    2. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการลงทุน 
    เป็นไปตามประกาศ 

    อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวม :
    เป็นไปตามประกาศ ยกเว้นหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินดังต่อไปนี้ ที่มีอัตราส่วนการลงทุนน้อยกว่าอัตราส่วนที่ประกาศการลงทุนกำหนด

    ส่วนที่ 1 : อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามผู้ออกทรัพย์สินหรือคู่สัญญา (single entity limit)

    ข้อ

    ประเภททรัพย์สิน

    อัตราส่วน (% ของ NAV)

    1

    หน่วย CIS ในประเทศ

    ไม่เกิน 10%

     

    ส่วนที่ 2 : อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามประเภททรัพย์สิน (product limit)

    ข้อ

    ประเภททรัพย์สิน

    อัตราส่วน (% ของ NAV)

    1

    1. ทรัพย์สินตามที่ประกาศการลงทุนกำหนด
    2. total SIP ตามข้อ 4 ของส่วนนี้ แต่ไม่รวมถึงตราสารหนี้ที่มีลักษณะครบถ้วนตามที่ประกาศการลงทุนกำหนดและมี credit rating อยู่ในระดับต่ำกว่า investment grade หรือไม่มี credit rating

    รวมกันไม่เกิน 25%

     

    3

    reverse repo ในประเทศ

    ไม่เกิน 20%

    4

    securities lending ในประเทศ

    ไม่เกิน 20%

    5

    total SIP ซึ่งได้แก่ 
    1. ทรัพย์สิน SIP ในส่วนที่ 1 : อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามผู้ออกทรัพย์สินหรือคู่สัญญา (single entity limit) ของประกาศการลงทุน
    2. ตราสารหนี้ที่มี credit rating อยู่ในระดับต่ำกว่า investment grade หรือไม่มี credit rating

    รวมกันไม่เกิน 15%

     

    6

    หน่วย CIS ในประเทศ

    ไม่เกิน 20%

Top 5 Holdings

BLACKROCK INTERNATIONAL MANAGEMENT
101.12%
Siam Commercial Bank
3.03%
Kasikorn Bank Pcl.
0.19%
TMBThanachart Bank Pcl.
0.01%

สัดส่วนการลงทุน

หน่วยลงทุน
101.12%
เงินฝาก/ตราสารเทียบเท่า
3.22%
สินทรัพย์อื่น ๆ / หนี้สินอื่น ๆ
-1.03%
ตราสารอนุพันธ์
-3.32%

ค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมการขาย
+1.50%
สูงสุดไม่เกิน: +2.00%
ค่าธรรมเนียมการจัดการ
+1.07%
สูงสุดไม่เกิน: +2.41%
ค่าธรรมเนียมผู้ดูแล
-
สูงสุดไม่เกิน: +0.04%
ค่าใช้จ่ายอื่น
-
สูงสุดไม่เกิน: +0.32%

รายละเอียดการซื้อขาย

เวลาตัดรอบการซื้อ: 15:30
เวลาตัดรอบการขาย: 14:30
วันชำระเงิน: 4 วัน
การจ่ายเงินปันผล: จ่ายเงินปันผล
มูลค่าขั้นต่ำการซื้อครั้งแรก: 500.00 บาท
มูลค่าขั้นต่ำการซื้อครั้งถัดไป: 500.00 บาท

เอกสารเพิ่มเติม

ดาวน์โหลด Fund Factsheet

ข้อมูล ณ วันที่ 15 พ.ค. 2569

หมายเหตุ

  • การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
  • ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
  • ข้อมูลการวัดผลการดำเนินงานของกองทุนนี้ ได้จัดทำตามมาตรฐานการวัดผลการดำเนินงานของกองทุนของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน
  • ข้อมูล % ต่อปี สำหรับผลการดำเนินงานที่แสดงในช่วงเวลาตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป

Yuanta Securities (Thailand)

เลขที่ 127 อาคารเกษร ทาวเวอร์ ชั้น 14-16 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพฯ 10330

Tel: 0-2009-8000 Fax: 02-009-8889 Email: online@yuanta.co.th