กองทุนเปิด ดาโอ อีโวลูชั่น ออฟ เซมิคอนดักเตอร์

DAOL EVOLUTION OF SEMICONDUCTOR FUND

รหัสกองทุน: DAOL-EVOSEMI
บริษัทจัดการ: บริษัท หลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
ระดับความเสี่ยง: 7
ประเภทกองทุน: Technology Equity
มูลค่าหน่วยลงทุน (NAV)
23.4596 บาท
ณ วันที่ 13 พ.ค. 2569
Fund Size: 841,468,750.88 บาท
YTD Return: +57.71%

ผลการดำเนินงาน

ช่วงเวลา 1 สัปดาห์ 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน YTD 1 ปี 3 ปี 5 ปี SI
ผลตอบแทน +4.61% +30.93% +40.25% +63.59% +57.71% +111.55% +40.27% - +19.03%
ความผันผวนกองทุน - - - - - +32.20% +35.55% - -
Maximum Drawdown - - - - - -13.07% -46.14% - -

นโยบายการลงทุน

  • 1. กองทุนเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของ VanEck Semiconductor UCITS ETF (กองทุนหลัก) CLASS A ในสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐ (USD) เพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนหลักเป็นกองทุนอีทีเอฟ ที่จัดตั้งตามหลักเกณฑ์ของ Undertaking for Collective Investment in Transferable Securities (UCITS) ซึ่งจดทะเบียนที่ประเทศไอร์แลนด์ และภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องของประเทศไอร์แลนด์ (Ireland) และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Central Bank of Ireland ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ International Organizations of Securities Commission (IOSCO)  และกองทุนบริหารจัดการโดย VanEck Asset Management B.V.
     

    กองทุนหลักเน้นลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี  MVIS US Listed Semiconductor 10% Capped ESG Index (ดัชนีอ้างอิง) ซึ่งเป็นดัชนีที่ติดตามผลการดำเนินงานของบริษัทขนาดใหญ่และมีสภาพคล่องสูงที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกา โดยผ่านการคัดเลือกตามเกณฑ์ ESG และมีรายได้ส่วนใหญ่จากธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) 

    อนึ่ง กองทุนหลักมีการเสนอขายในหลายชนิดของหน่วยลงทุน (Class of Units) ซึ่งแต่ละชนิดของหน่วยลงทุน อาจมีความแตกต่างกันในเรื่องของนโยบายการจ่ายเงินปันผล สกุลเงิน มูลค่าขั้นต่าของการลงทุนครั้งแรก มูลค่าของการลงทุนครั้งถัดไป อัตราค่าธรรมเนียมการจัดการลงทุน และค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บโดยอิงกับผลการดำเนินงาน (Performance Fee) เป็นต้น โดยกองทุนจะลงทุนใน “Class A” ซึ่งเป็นหน่วยลงทุนชนิดไม่จ่ายเงินปันผล ในสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐ (USD) อย่างไรก็ดี บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน (Class of Units) ของกองทุนหลักที่กองทุนลงทุนในอนาคตตามความเหมาะสมในภายหลังได้ เพื่อประโยชน์ในการดำรงวัตถุประสงค์ของการบริหารจัดการกองทุนให้เป็นไปตามที่ได้ระบุในหนังสือชี้ชวนนี้ ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยบริษัทจัดการจะเปิดเผยชนิดของหน่วยลงทุนที่กองทุนลงทุนไว้ในหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ

    บริษัทจัดการจะทําการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักที่จดทะเบียนซื้อขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน (LONDON STOCK EXCHANGE) ของประเทศอังกฤษ ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) หรือในสกุลเงินอื่นใด อนึ่ง บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงการส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักในประเทศอื่นใดนอกเหนือจากประเทศอังกฤษ และ/หรือเปลี่ยนแปลงสกุลเงินที่กองทุนนำไปลงทุนได้ โดยบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ และไม่ถือเป็นการดำเนินการที่ผิดไปจากรายละเอียดโครงการ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว 
     

    2. ในส่วนที่เหลือ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารทุน และ/หรือตราสารหนี้ และ/หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือตราสารทางการเงิน และ/หรือเงินฝาก และ/หรือหน่วย CIS และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์/REITs และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ และ/หรือกองทุนอีทีเอฟ ( ETF) และ/หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นใดตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบให้ลงทุนเพิ่มเติมได้ในอนาคต โดยจะลงทุนทั้งในประเทศ และ/หรือต่างประเทศให้สอดคล้องกับนโยบายกองทุนที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดให้ลงทุนได้

    3. กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนให้สูงขึ้น หรือเพื่อลดค่าใช้จ่ายของกองทุน โดยพิจารณาจากสภาวะตลาดในขณะนั้น กฎข้อบังคับ และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางราคาหลักทรัพย์ อัตราดอกเบี้ย และสภาวะอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นต้น รวมทั้งกองทุนอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่มีตัวแปรเป็นอัตราแลกเปลี่ยนเงิน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงิน (Fx hedging) โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนตามความเหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ โดยบริษัทจัดการอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยนในสัดส่วนที่น้อย หรืออาจพิจารณาไม่ป้องกันในกรณีที่ค่าเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มแข็งค่า ซึ่งการใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงอาจมีต้นทุนสําหรับการทําธุรกรรมป้องกันความเสี่ยง โดยทําให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการกองทุนจะวิเคราะห์สถานการณ์อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง เพื่อลดความเสี่ยงและเพื่อให้กองทุนมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่มากขึ้น 
     

    4. กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non - Investment Grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) ตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) และตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.

    5. บริษัทจัดการสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงกองทุนหลักเป็นกองทุนต่างประเทศอื่น ในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่าการลงทุนในกองทุน VanEck Semiconductor UCITS ETF (กองทุนหลัก)  ไม่เหมาะสม เช่น มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ ผลการดำเนินงานของกองทุนหลักไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ โดยบริษัทจัดการจะพิจารณาลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศอื่นที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน เพื่อประโยชน์ในการดำรงวัตถุประสงค์ของการบริหารจัดการลงทุนให้เป็นไปตามที่ได้ระบุในหนังสือชี้ชวน โดยบริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว

    ทั้งนี้ ในการโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนต่างประเทศอื่นข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาดำเนินการครั้งเดียวหรือหลายครั้งก็ได้ อย่างไรก็ตาม หากบริษัทจัดการไม่สามารถลงทุนในกองทุนอื่นใดที่มีนโยบายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการขอมติพิเศษจากผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน หรือดำเนินการยกเลิกโครงการจัดการกองทุนรวมเพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนได้
     

    6. กองทุนอาจเข้าทำธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo) หรือ ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด   
     
    7. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุนประเภท Fund of Funds หรือลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือเปลี่ยนกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (Risk Spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยขึ้นกับสถานการณ์ตลาด และต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ หรือช่องทางอื่นใดที่บริษัทจัดการกำหนด ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงการลงทุนดังกล่าว
     

    8. เนื่องจากกองทุนหลักจัดตั้งเป็นกองทุนรวมตราสารทุน ซึ่งกองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในตราสารทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ซึ่งไม่ขัดกับระเบียบของ UCITS อย่างไรก็ดี โดยปกติตามเกณฑ์ไทยที่เกี่ยวข้อง กองทุนรวมตราสารทุน ต้องมีการลงทุนในตราสารทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของ NAV แต่เนื่องจากกองทุนไทยมีลักษณะพิเศษเป็นกองทุน Feeder Fund ซึ่งเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (กองทุนหลัก) ประกาศที่ ทน. 87/2558 ได้อนุญาตให้กองทุนไทยสามารถกำหนดประเภทกองทุนตามชื่อหรือนโยบายการลงทุนของกองทุนหลักได้ ซึ่งในกรณีนี้คือกองทุนรวมตราสารทุน โดยบริษัทจัดการได้เปิดเผยความแตกต่างระหว่างเกณฑ์การจัดประเภทกองทุนของต่างประเทศกับของไทยไว้ในหนังสือชี้ชวน ตามที่หนังสือเวียนที่ กลต.นจ. (ว) 3/2560 กำหนดแล้ว
     

    9. กรณีการลงทุนของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีลักษณะครบถ้วนตาม 9.1 และ 9.2 ให้ บลจ. ดำเนินการตาม 9.3
    9.1  ฐานะการลงทุนสุทธิของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์
    (1)  มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี < 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ
    (2)  มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ? 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF
    9.2  NAV ของกองทุนปลายทาง มีการลดลงในลักษณะดังนี้         
    (1)  NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ
    (2)  ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง
    9.3  รายละเอียดการดำเนินการ

     

     

    การดำเนินการ

    ระยะเวลาดำเนินการ

    9.3.1 แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของ บลจ. ให้สำนักงานและผู้ถือหน่วย

    (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม)

    ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มี
    การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทาง
    ที่ปรากฏเหตุ

    9.3.2 เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตาม  9.3.1 ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย)

    พร้อม 9.3.1

    9.3.3 ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม  9.3.1

    ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มี
    การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทาง
    ที่ปรากฏเหตุ

    9.3.4 รายงานผลการดำเนินการตาม  9.3.3 ให้สำนักงานทราบ

    ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตาม  9.3.3 แล้วเสร็จ


    10. ในกรณีที่การลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน ให้บริษัทจัดการดำเนินการแก้ไขสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมให้เป็นไปตามนโยบายการลงทุนภายใน 90 วันนับแต่วันที่สัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุน เว้นแต่บริษัทจัดการจะได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนให้เปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวมภายในกำหนดเวลาดังกล่าว


    ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน  บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้ รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ

    1.1 ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม

    1.2 ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม

    1.3 ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการสิ้นสุดสมาชิกภาพ หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกิน 10 วันทำการ

    อนึ่ง บริษัทอาจมีการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการของบริษัทเพื่อเป็นทรัพย์สินของบริษัท ทั้งนี้ ในการลงทุนดังกล่าวบริษัทจะดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด


    รายละเอียดของกองทุน VanEck Semiconductor UCITS ETF (กองทุนหลัก) :

    ชื่อกองทุนหลักVanEck Semiconductor UCITS ETF
    ชนิดหน่วยลงทุนCLASS A
    วันที่จดทะเบียน/จัดตั้ง1 ธันวาคม 2563
    วัตถุประสงค์การลงทุนกองทุนหลักมีวัตถุประสงค์ในการสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนี  MVIS US Listed Semiconductor 10% Capped ESG Index (ดัชนีอ้างอิง) ก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย
    นโยบายการลงทุน

    กองทุนมุ่งเน้นลงทุนในหลักทรัพย์ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีอ้างอิง ได้แก่ หุ้น, ใบรับฝากหลักทรัพย์ที่ออกโดยธนาคารในสหรัฐอเมริกา  (American Depositary Receipts (ADRs))  และ ใบรับฝากหลักทรัพย์ที่ออกโดยธนาคารระหว่างประเทศ  (Global Depository Receipts (GDRs)) ที่จดทะเบียนหรือซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกา ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

    กองทุนอาจไม่ลงทุนในบริษัทที่ละเมิดเกณฑ์  ESG บางประการ ซึ่งรวมถึงบริษัทที่ 
    (1) กระทำการละเมิดบรรทัดฐานอย่างร้ายแรง (Very Severe Norms Violations)

    (2) มีรายได้มากกว่า 0% จากอาวุธประเภท Controversial weapons 

    (3) มีสัดส่วนรายได้เกินเกณฑ์ที่กำหนดจากบางอุตสาหกรรม ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ  

    ธุรกิจยาสูบ (Tobacco), การพนัน (Gambling), อุปกรณ์และบริการทางการทหาร (Military Equipment and Services), การสกัดพลังงานจากแหล่งธรรมชาติ (Energy Extractives)


    กองทุนอาจลงทุนในตราสารอนุพันธ์ทางการเงิน (Financial Derivatives Instruments) ที่เกี่ยวข้องกับดัชนีหรือส่วนประกอบของดัชนี ได้แก่ ฟิวเจอร์ส (Futures) ออปชัน (Options) (สิทธิในการขาย (Puts) และสิทธิในการซื้อ (Calls)) สวอป (Swaps)(equity swaps และ swaps on the Index) สัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (Currency Forwards) และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแบบไม่ต้องส่งมอบ (non-deliverable forwards หรือ NDFs)

    กองทุนอาจลงทุนใน ฟิวเจอร์ส (Futures) ออปชัน (Options) ในระหว่างรอการลงทุนเพื่อช่วยลดความคลาดเคลื่อนในการติดตามดัชนี (Tracking error)

    กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (Currency Forwards) และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแบบไม่ต้องส่งมอบ (non-deliverable forwards หรือ NDFs) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

    กองทุนอาจลงทุนในตราสารอนุพันธ์ทางการเงิน (Financial Derivatives Instruments หรือ FDIs) แทนการลงทุนโดยตรงในหลักทรัพย์ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีอ้างอิงเพื่อประโยชน์จากข้อได้เปรียบด้านต้นทุนหรือสภาพคล่อง

    นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในใบรับฝากหลักทรัพย์ที่ออกโดยธนาคารในสหรัฐอเมริกา (American Depositary Receipts หรือ ADRs) หรือ ใบรับฝากหลักทรัพย์ที่ออกโดยธนาคารระหว่างประเทศ (Global Depository Receipts หรือ GDRs)  เพื่อเข้าลงทุนในหุ้นแทนการลงทุนในหุ้นของจริง (Physical securities) ในกรณีที่ไม่สามารถลงทุนได้โดยตรงเนื่องจากมีข้อจำกัดด้านกฎหมายท้องถิ่นหรือข้อจำกัดด้านโควต้าหรือในกรณีที่เป็นประโยชน์ต่อกองทุนมากกว่า

    กองทุนอาจลงทุนใน สินทรัพย์สภาพคล่องที่เป็น ancillary liquid assets และ ตราสารตลาดเงิน (money market instruments) ซึ่งอาจรวมถึง เงินฝากธนาคาร, ใบฝากรับหลักทรัพย์ (depositary receipts), ใบรับฝากเงิน (certificates of deposit), ตราสารหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่หรือผันแปร (เช่น ตั๋วเงินคลัง), ตั๋วแลกเงินภาคเอกชน (commercial paper), ตราสารหนี้อัตราดอกเบี้ยลอยตัว (floating rate notes) และ ตั๋วสัญญาใช้เงินที่โอนเปลี่ยนมือได้อย่างเสรี (freely transferable promissory notes)

    การลงทุนในสินทรัพย์สภาพคล่องที่เป็น ancillary liquid assets และตราสารตลาดเงินอาจถูกนำมาใช้ในหลายกรณี เช่น การบริหารจัดการเงินสดและการกู้ยืมระยะสั้นเพื่อสภาพคล่อง และเพื่อเตรียมการเข้าร่วมในการเสนอขายสิทธิ (rights offering)

    กองทุนจะลงทุนไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมเปิด (open-ended collective investment schemes)
     

    กองทุนหลักจะลงทุนในตราสารทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ

    กลยุทธ์การลงทุนกองทุนบริหารแบบ Passive เพื่อสร้างผลตอบแทนให้สอดคล้องกับดัชนีอ้างอิง โดยกองทุนหลักเน้นลงทุนในหลักทรัพย์ทุกตัวที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง (full replication) 
    ทั้งนี้ ในสถานการณ์ไม่ปกติ กองทุนอาจใช้วิธีการอื่น เช่น การลงทุนในหลักทรัพย์ที่คล้ายคลึงกับดัชนีอ้างอิง (representative sampling) หรือการลงทุนโดยการคัดเลือกหลักทรัพย์บางตัว (optimised sampling) เพื่อเข้าถึงหุ้นที่มีลักษณะคล้ายกับหลักทรัพย์ในดัชนีอ้างอิง
    หน่วยงานต่างประเทศที่กำกับดูแลด้านหลักทรัพย์และตลาดซื้อขายหลักทรัพย์

    EXCHANGE

     TRADING CURRENCY

    LONDON STOCK EXCHANGE

    USD

    LONDON STOCK EXCHANGE

    GBP

    DEUTSCHE BORSE

    EUR

    BORSA ITALIANA

    EUR

    SIX Swiss Exchange CHF

    CHF

    Euronext Paris EUR

    EUR

    บริษัทจัดการVanEck Asset Management B.V.
    ผู้จัดการกองทุนVan Eck Associates Corporation
    Depositary,  

    State Street Custodial Services (Ireland) Limited  

    ADMINISTRATOR AND REGISTRAR 

    State Street Fund Services (Ireland) Limited  

    ผู้สอบบัญชี

    KPMG  

    การขายและรับซื้อคืนทุกวันทำการซื้อขายหน่วยลงทุน
    อายุกองทุนไม่กำหนด
    นโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่จ่าย
    มูลค่าขั้นต่ำของการลงทุนครั้งแรกไม่มี
    มูลค่าขั้นต่ำของการลงทุนครั้งถัดไป ไม่มี
    ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่สำคัญของกองทุน

    ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุนหลัก

    - Ongoing charges: 0.35% ต่อปี

    - Subscription Fee: ไม่มี
    - Redemption Fee: ไม่มี

    Websitehttps://www.vaneck.com/ie/en/investments/semiconductor-etf/documents/

    หมายเหตุ

    (1) ข้อความในส่วนของกองทุน VanEck Semiconductor UCITS ETF ได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์

    (2) ในกรณีที่กองทุนหลักมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไขเพิ่มเติมโครงการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลัก โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว

    ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับดัชนีอ้ำงอิง MVIS US Listed Semiconductor 10% Capped ESG Index

    ดัชนี MVIS US Listed Semiconductor 10% Capped ESG Index เป็นดัชนีที่ติดตามผลการดำเนินงานของบริษัทขนาดใหญ่และมีสภาพคล่องสูงที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกา โดยผ่านการคัดเลือกตามเกณฑ์ ESG และมีรายได้ส่วนใหญ่จากธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor)

    ดัชนีประกอบด้วยบริษัทที่มีรายได้ไม่น้อยกว่า 50% (หรือ อย่างน้อย 25% สำหรับบริษัทที่เป็นส่วนหนึ่งของดัชนีอยู่แล้ว ณ ปัจจุบัน) มาจากธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งรวมถึงบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับ:

    • การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ และ/หรือ
    • การผลิตอุปกรณ์สำหรับการผลิตเซมิคอนดักเตอร์

    ข้อกำหนดด้านขนาดและสภาพคล่อง (Size and Liquidity Requirements) ของหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง

    1. มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (Full Market Capitalization) ต้องมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
    2. ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยรายวันในช่วง 3 เดือน (Three-month Average Daily Trading Volume) ต้องมีมูลค่าอย่างน้อย 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งในไตรมาสปัจจุบันและสองไตรมาสก่อนหน้า
    3. จำนวนหุ้นที่ซื้อขายต่อเดือน (Monthly Shares Traded) ต้องมีปริมาณการซื้อขายอย่างน้อย 250,000 หุ้นต่อเดือน ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ทั้งในไตรมาสปัจจุบันและสองไตรมาสก่อนหน้า


    DIVERSIFICATION (การกระจายตัว)

    • น้ำหนักการลงทุนของหุ้นแต่ละบริษัทถูกจำกัดไว้ไม่เกิน 10%


    องค์ประกอบของดัชนีจะมีการปรับปรุงใหม่ (Reconstituted) ปีละ 2 ครั้ง ในเดือน มีนาคม และ กันยายน และมีการปรับสัดส่วนการลงทุน (Rebalanced) เป็นรายไตรมาส

    ทั้งนี้ สามาถดูข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับดัชนี MVIS US Listed Semiconductor 10% Capped ESG Index  ดัชนีได้ที่เว็บไซต์ของผู้จัดทำดัชนี ที่ https://www.marketvector.com/indexes/sector/mvis-us-listed-semiconductor-10-capped-esg

     

     

Top 5 Holdings

VANECK Investment Ltd
102.38%
BANK OF AYUDHYA PUBLIC COMPANY LIMITED
6.82%
JP MORGAN CHASE BANK, LONDON
2.93%
KASIKORNBANK PUBLIC COMPANY LIMITED (FX-TX.907637)
0.04%
KASIKORNBANK PUBLIC COMPANY LIMITED (FX-TX.908424)
0.02%

สัดส่วนการลงทุน

หน่วยลงทุน
102.38%
เงินฝาก/ตราสารเทียบเท่า
9.75%
ตราสารอนุพันธ์
-2.64%
สินทรัพย์อื่น ๆ / หนี้สินอื่น ๆ
-9.49%

ค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมการขาย
+1.60%
สูงสุดไม่เกิน: +2.14%
ค่าธรรมเนียมการจัดการ
+1.60%
สูงสุดไม่เกิน: +2.67%
ค่าธรรมเนียมผู้ดูแล
-
สูงสุดไม่เกิน: +0.11%
ค่าใช้จ่ายอื่น
-
สูงสุดไม่เกิน: +6.42%

รายละเอียดการซื้อขาย

เวลาตัดรอบการซื้อ: 15:30
เวลาตัดรอบการขาย: 15:30
วันชำระเงิน: 3 วัน
การจ่ายเงินปันผล: ไม่จ่ายเงินปันผล
มูลค่าขั้นต่ำการซื้อครั้งแรก: 1.00 บาท
มูลค่าขั้นต่ำการซื้อครั้งถัดไป: 1.00 บาท

เอกสารเพิ่มเติม

ดาวน์โหลด Fund Factsheet

ข้อมูล ณ วันที่ 15 พ.ค. 2569

หมายเหตุ

  • การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
  • ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
  • ข้อมูลการวัดผลการดำเนินงานของกองทุนนี้ ได้จัดทำตามมาตรฐานการวัดผลการดำเนินงานของกองทุนของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน
  • ข้อมูล % ต่อปี สำหรับผลการดำเนินงานที่แสดงในช่วงเวลาตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป

Yuanta Securities (Thailand)

เลขที่ 127 อาคารเกษร ทาวเวอร์ ชั้น 14-16 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพฯ 10330

Tel: 0-2009-8000 Fax: 02-009-8889 Email: online@yuanta.co.th