วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน
กองทุนมีนโยบายกระจายการลงทุนในทรัพย์สินดังต่อไปนี้ โดยมี net exposure ในทรัพย์สินที่ลงทุนดังกล่าวโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
1. ลงทุนในหุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่มีลักษณะดังนี้
(1) หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่ได้รับการคัดเลือกจาก SET ว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment: E) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) และ/หรือ
(2) หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย รวมทั้งจัดให้มีการทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ โดยผู้ทวนสอบที่สำนักงาน ก.ล.ต. ยอมรับ และ/หรือ
(3) หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) ที่มีลักษณะดังนี้
(3.1) เป็นหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป หรือเทียบเท่า
(3.2) มีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนในเรื่องดังนี้ และรายงานความคืบหน้าการปฏิบัติตามเป้าหมายหรือแผน ผ่านช่องทางของ SET ซึ่งจัดไว้สำหรับการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวโดยเฉพาะ
(3.2.1) การมีเป้าหมายและแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มมูลค่าของกิจการ (corporate value up plan)
(3.2.2) การมีเป้าหมายและแผนการยกระดับการดำเนินงานในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ดังนี้ โดยต้องตั้งเป้าหมายเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามแผนการยกระดับดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปีนับแต่วันที่เปิดเผยเป้าหมายและแผนการยกระดับ
(3.2.2.1) แผนดำเนินการที่ชัดเจนเพื่อเข้ารับการประเมินจากผู้ประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานสากลตามที่ประกาศการลงทุนของกองทุนกำหนด
(3.2.2.2) เป้าหมายและแผนดำเนินการเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยตามข้อ (2)
(3.3) มีการเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารกับผู้ลงทุน ตามที่ SET กำหนด
2. ลงทุนในตราสารอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่าง ดังนี้
(1) ตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) และ/หรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond) ที่ออกตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่ต่อบุคคลในวงจำกัด และการเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพต่อบุคคลที่มีลักษณะเฉพาะ หรือประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยข้อกำหนดที่เกี่ยวกับการออกและเสนอขายศุกูก และการเปิดเผยข้อมูล แล้วแต่กรณี ซึ่งมีการเปิดเผยข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสาร หรือเอกสารที่นำเสนอต่อผู้ลงทุนในการเสนอขายตราสารดังกล่าว ในเรื่องดังนี้
(1.1) กรณีเป็นตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) หรือตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) ต้องมีการเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (use of proceeds) ว่าเป็นไปเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของประเทศไทย แล้วแต่กรณี
(1.2) กรณีเป็นตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond) ต้องมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของผู้ออกตราสารดังกล่าวในประเทศไทย และ/หรือ
(2) พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond)
ทั้งนี้ ในสภาวะปกติกองทุนจะลงทุนในทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงสูงในสัดส่วนโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ หุ้น หน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์/REITs กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน หน่วย private equity เป็นต้น อย่างไรก็ดี การลงทุนในหน่วยของกองทุนดังกล่าวจะลงทุนรวมกันโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
เงื่อนไขการลงทุนเพิ่มเติม
ส่วนที่เหลือ กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนดหรือให้ความเห็นชอบให้กองทุนสามารถลงทุนได้ รวมถึงการลงทุนดังต่อไปนี้
- ลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
- ลงทุนในหุ้นที่อยู่ในระหว่าง IPO เพื่อรอการจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงตราสารทุนอื่น ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก และ/หรือหน่วยลงทุนของกองทุนรวม เช่น กองทุน CIS กองทุนรวมอีทีเอฟ (ETF) กองทุน Infra กองทุน Property/ REITs กองทุน Private Equity เป็นต้น
- ลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (structured note) และ/หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (derivatives) เพื่อลดความเสี่ยงจากการลงทุน และ/หรือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management) โดยมีสินทรัพย์อ้างอิงเป็นอัตราแลกเปลี่ยนเงิน ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน จึงอาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้อัตราผลตอบแทนในรูปเงินบาทผันผวนหากค่าเงินตราสกุลต่างประเทศมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาปรับสัดส่วนการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศตามความเหมาะสม อีกทั้งอาจมีความเสี่ยงทางด้านเครดิตของบริษัทที่เป็นคู่สัญญาซื้อขายล่วงหน้านั้น โดยคู่สัญญาในการทำธุรกรรมอาจขาดสภาพคล่องจึงไม่สามารถจ่ายเงินตามภาระผูกพันได้ ซึ่งบริษัทจัดการจะติดตามสถานการณ์ที่มีผลกระทบต่อความเสี่ยงที่คู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันได้อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงอาจพิจารณาปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ เพื่อลดความเสี่ยงจากการที่คู่สัญญาในการทำธุรกรรมไม่สามารถทำตามข้อสัญญาตามที่ตกลงกันไว้
- ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ โดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และกองทุนรวมปลายทางสามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด
- ลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non - investment grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (unrated) และ/หรือหลักทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียน (unlisted securities)
- ทำธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo) หรือธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending) ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด
เป้าหมายที่กองทุนรวมต้องการบรรลุ
กองทุนจะเน้นลงทุนในทรัพย์สินตามกรอบนโยบายการลงทุนที่ผู้ออกทรัพย์สินเป็นภาครัฐและ/หรือกิจการที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่มีการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้กับผู้ลงทุน อีกทั้งเป็นแรงขับเคลื่อนให้มีกิจการที่มุ่งเน้นการดําเนินงานที่คํานึงถึงปัจจัยด้าน ESG มากขึ้น ส่งผลให้เกิดระบบนิเวศที่ยั่งยืนต่อระบบเศรษฐกิจ และเป็นแรงผลักดันให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ
กรอบการลงทุน (Investment Universe)
กองทุนจะกระจายการลงทุนในหลักทรัพย์และ/หรือทรัพย์สิน ดังนี้
- ลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนใน SET และ/หรือ mai ดังนี้
(1) หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการด้าน E หรือ ESG และ/หรือ
(2) หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย รวมทั้งจัดให้มีการทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยผู้ทวนสอบที่สำนักงาน ก.ล.ต. ยอมรับ และ/หรือ
(3) หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) ที่มีลักษณะตามหัวข้อ “วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน” ข้อ 1 (3) - ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ หรือตราสารหนี้อื่นๆ ที่มีการเปิดเผยข้อมูลตามหัวข้อ “วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน” ข้อ 2 (1) ทั้งนี้ การลงทุนในพันธบัตร หุ้นกู้ และตราสารหนี้ดังกล่าวจะต้องเป็น green bond sustainability bond หรือ sustainability-linked bond ที่ผู้ออกต้องการระดมทุนเพื่อนำเงินไปลงทุนหรือชำระหนี้สินเดิม (re-financing) ในโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือความยั่งยืนของประเทศไทย หรือเป็นการส่งเสริมความยั่งยืนของผู้ออกตราสารดังกล่าวในประเทศไทย
กลยุทธ์การลงทุน : ESG Integration และ Screening
ESG Integration: กองทุนจะคำนึงถึงปัจจัยด้านความยั่งยืนในการวิเคราะห์บริษัทจดทะเบียนที่กองทุนจะลงทุน โดยแสวงหาผลตอบแทนรวมในระยะยาวที่สูงกว่าดัชนีชี้วัด ซึ่งเน้นลงทุนในบริษัทที่กองทุนมองว่าจะได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน การดูแลผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การบริหารความเสี่ยงและการให้ความสำคัญต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล รวมถึงวิเคราะห์ปัจจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพทั้งในแง่ของความยั่งยืน ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยมีการใช้ข้อมูลจากหลายแหล่ง เช่น งบการเงิน ขนาดของหลักทรัพย์ หรือบทวิเคราะห์จากบุคคลที่สาม เป็นต้น
Screening: กองทุนจะใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบ Positive Screening โดยคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม หรือความยั่งยืน ประกอบกับการประเมินด้านปริมาณและด้านคุณภาพของผู้ออกหลักทรัพย์
หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์
- ตราสารทุน: กองทุนจะลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียน โดยคำนึงถึงปัจจัยด้านความยั่งยืน เช่น หุ้นของบริษัทที่ได้รับการคัดเลือกจาก SET ว่ามีความโดดเด่นด้าน E หรือ ESG ที่อยู่ในองค์ประกอบของดัชนีที่เกี่ยวกับความยั่งยืน ได้แก่ SET ESG Rating (แหล่งข้อมูล https://setsustainability.com/ESG-ratings) เป็นต้น หรือหุ้นของบริษัทที่ต้องบรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือหุ้นของบริษัทที่มีธรรมาภิบาลตามกรอบนโยบายการลงทุน รวมถึงพิจารณาด้านความยั่งยืนที่เชื่อว่ามีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนทางการเงินที่ยั่งยืนในระยะยาวให้กับบริษัทภายใต้กรอบนโยบายการลงทุน เช่น นโยบายของบริษัทที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนในด้านการสร้างนวัตกรรม การลดความเสี่ยงด้านภูมิอากาศ เป็นต้น โดยการวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่คำนึงถึงปัจจัยด้านความยั่งยืนจะผ่านกระบวนวิเคราะห์หลักทรัพย์ด้วยวิธีการภายในของบริษัทจัดการ
- ตราสารหนี้เอกชน: กองทุนจะลงทุนตราสารที่เป็น green bond sustainability bond หรือ sustainability-linked bond เท่านั้น โดยเป็นตราสารที่มีการเปิดเผยข้อมูลตามหัวข้อ “วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน” ข้อ 2 (1) เพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของประเทศไทย หรือเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของผู้ออกตราสารดังกล่าวในประเทศไทย
- ตราสารภาครัฐ: กองทุนจะลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรหรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้ที่เป็น green bond sustainability bond หรือ sustainability-linked bond เท่านั้น โดยจะต้องผ่านหลักเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์ของบริษัทจัดการ เช่น ต้องมีการเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (use of proceeds) ว่าเป็นไปเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือเพื่อความยั่งยืนของประเทศไทย เป็นต้น
กระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์
- ตราสารทุน: กองทุนจะวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่คำนึงถึงความยั่งยืน (ESG integration framework) รวมถึงการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค และใช้ข้อมูลจากทีมนักวิเคราะห์ภายใน และจะมีการใช้บทวิเคราะห์ด้านความยั่งยืนที่จัดทำโดยบุคคลที่สาม เพื่อเลือกลงทุนในบริษัทที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืนเมื่อเทียบกับกลุ่มบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน ตลอดจนบริษัทที่ให้ความใส่ใจในการพยายามลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และ/หรือบริษัทที่มีธรรมาภิบาลตามกรอบนโยบายการลงทุน รวมถึงบริษัทที่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนทางการเงินที่ยั่งยืนในระยะยาวให้กับบริษัทภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืน นอกจากนี้กองทุนจะใช้การเข้าไปหารือร่วมกับบริษัทในประเด็น ESG เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในระยะยาว (Engagement) ปัจจัยที่กองทุนพิจารณาจะแตกต่างกันไป อาทิเช่น
- สิ่งแวดล้อม - ทางกายภาพและที่เป็นผลมาจากการเปลี่ยนนโยบาย หรือกฎเกณฑ์ต่างๆ
- สังคม - การดูแลพนักงาน ชุมชน ผลิตภัณฑ์และห่วงโซ่อุปทาน จริยธรรมและวัฒนธรรมองค์กร
- การกำกับดูแลด้านธรรมาภิบาล - การกำกับดูแลกิจการ พฤติกรรมองค์กร โครงสร้างการจัดการและการจัดสรรเงินทุน - ตราสารหนี้: กองทุนจะจัดทำกรอบการวิเคราะห์หลักทรัพย์โดยใช้ข้อมูลจากสมาคมตราสารหนี้ไทย ThaiBMA รวมถึงอาจใช้ข้อมูลจากบุคคลที่สามเพื่อทำการวิเคราะห์ตราสารหนี้ ซึ่งครอบคลุมถึงเรื่องกลยุทธ์และแผนการดำเนินงานของผู้ออกตราสารหนี้ รวมทั้งวิเคราะห์และคัดเลือกพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรหรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งพันธบัตรหรือหุ้นกู้หรือตราสารหนี้ดังกล่าวต้องเป็น green bond sustainability bond หรือ sustainability - linked bond เท่านั้น นอกจากนี้กองทุนจะวิเคราะห์โครงการที่จะนำเงินลงทุนไปใช้ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือเพื่อความยั่งยืน รวมทั้งเกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ กองทุนจะพิจารณาให้น้ำหนักการลงทุนในแต่ละหลักทรัพย์ตามความเหมาะสม
การอ้างอิงดัชนีชี้วัดที่เกี่ยวกับความยั่งยืน
ตัวชี้วัดของกองทุนนี้ ได้แก่
- ดัชนีผลตอบแทนรวมตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET TRI)
เนื่องจากกองทุนมีวัตถุประสงค์ลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่คำนึงถึงด้าน E หรือ ESG และ/หรือด้านการช่วยลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโดยการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และ/หรือด้านการมีธรรมาภิบาลตามกรอบนโยบายการลงทุน ดัชนีชี้วัดจึงควรประกอบด้วยหลักทรัพย์ที่สอดคล้องกับกรอบการลงทุนด้านความยั่งยืนซึ่งในปัจจุบันไม่มีดัชนีที่เกี่ยวกับความยั่งยืนที่ครอบคลุมกรอบการลงทุนของกองทุน ดังนั้น ดัชนี SET TRI ซึ่งประกอบด้วยหุ้นของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดและจัดทำขึ้นโดย SET จึงเป็นดัชนีที่เหมาะสมภายใต้กรอบการลงทุนด้านความยั่งยืนของกองทุน อีกทั้งบริษัทที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี SET TRI เป็นบริษัทที่มีสภาพคล่องตามหลักเกณฑ์ที่ SET กำหนด และมีการเปิดเผยข้อมูลเพื่อนำไปใช้ในการวิเคราะห์ได้อย่างเพียงพอ
ผู้ลงทุนสามารถศึกษาคุณลักษณะและองค์ประกอบของดัชนี รวมถึงวิธีการจัดทำดัชนีดังกล่าวได้ที่ https://www.set.or.th/th/market/index/tri/profile - ThaiBMA Government Bond ESG Index Net Total Return
เนื่องจากเป็นดัชนีที่รวมตราสารหนี้ ESG ที่ออกโดยภาครัฐที่ขึ้นทะเบียนกับสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยเป็นองค์ประกอบ จึงเป็นดัชนีที่เหมาะสมสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายด้านความยั่งยืนของกองทุน
ผู้ลงทุนสามารถศึกษาคุณลักษณะและองค์ประกอบของดัชนี รวมถึงวิธีการจัดทำดัชนีดังกล่าวได้ที่
สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย หรือ https://www.thaibma.or.th/pdf/Article/esgBondIndex.pdf
แหล่งข้อมูล: https://www.thaibma.or.th/EN/Market/Index/ESGIndex.aspx - ผลตอบแทนรวมของดัชนีพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย
เนื่องจากเป็นดัชนีที่รวมตราสารหนี้ประเภทพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นที่ออกโดยกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยและมีอายุไม่เกิน 1 ปีเป็นองค์ประกอบ จึงเป็นดัชนีที่สะท้อนการลงทุนเพื่อเพิ่มโอกาสในสร้างผลตอบแทนของกองทุน
ผู้ลงทุนสามารถศึกษาคุณลักษณะและองค์ประกอบของดัชนี รวมถึงวิธีการจัดทำดัชนีดังกล่าวได้ที่สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย หรือ https://www.thaibma.or.th/pdf/remark_ThaiBMA/ShorttermGovernmentBondIndex.pdf
แหล่งข้อมูล: https://www.thaibma.or.th/EN/Market/Index/ShortTermIndex.aspx
ทั้งนี้ ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถดูรายละเอียดสัดส่วนของดัชนีชี้วัดแต่ละตัวที่ใช้ในการอ้างอิงได้ที่หนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดที่สอดคล้องกับความยั่งยืนได้ ภายใต้หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและข้อกำหนดของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน และ/หรือประกาศข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. รวมถึงหน่วยงานอื่นใดที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทจัดการจะเปิดเผยข้อมูลให้ผู้ลงทุนทราบผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
ข้อจำกัดด้านการลงทุน
กองทุนไม่ได้มีข้อจำกัดด้านการลงทุนในอุตสาหกรรมใดหรือธุรกิจใดเป็นการเฉพาะ แต่จะพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์ตามกระบวนการที่กำหนด
ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนของกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน
- ตราสารทุน: ผู้จัดการกองทุนเชื่อว่ากองทุนจะต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านความยั่งยืนที่หลากหลาย เช่น บริษัทจดทะเบียนอาจได้รับผลกระทบจากประเด็นหรือเหตุการณ์ด้าน ESG ที่เกิดขึ้นทั้งในเชิงของความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจของบริษัท ผลกำไรของบริษัท เป็นต้น ในการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืน ผู้จัดการกองทุนใช้การวิเคราะห์ข้อมูลภายใน บทวิเคราะห์ด้านความยั่งยืนที่จัดทำโดยบุคคลที่สาม และการประชุมกับบริษัทจดทะเบียนเพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อมูลค่าของหลักทรัพย์ของกองทุน
ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนเชื่อว่าการมีส่วนร่วมอย่างแข็งแกร่งกับบริษัทต่างๆ สามารถสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมขององค์กรและการดำเนินการที่เป็นประโยชน์ต่อกองทุน และช่วยลดความเสี่ยงด้านความยั่งยืน - ตราสารหนี้: การลงทุนในตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked bond) อาจมีความแตกต่างจากการลงทุนในตราสารหนี้ทั่วไป นอกจากนี้ อาจมีความเสี่ยงจากการพึ่งพาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลภายนอก เพื่อใช้ในการวิเคราะห์และคัดเลือกตราสารอาจมีข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ หรือไม่ถูกต้อง โดยบริษัทจัดการจะมีการทบทวนสอบข้อมูลจากหลายแหล่งเพื่อให้ข้อมูลที่นำมาใช้มีความถูกต้องมากที่สุด
- กองทุนอาจมีความเสี่ยงจากการลงทุนแบบกระจุกตัวในทรัพย์สินที่เกี่ยวกับความยั่งยืน และการไม่สามารถซื้อหรือขายหลักทรัพย์บางตัวได้ในราคาหรือช่วงเวลาที่เหมาะสม ด้วยเงื่อนไขด้านความยั่งยืนที่กองทุนกำหนด
แนวทางการดำเนินการ และมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนของ SRI Fund ไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่ได้กำหนดไว้
- ตราสารทุน: การลงทุนในตราสารทุนหากไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืน บริษัทจัดการจะดำเนินการตรวจสอบสาเหตุและเข้าไปมีส่วนร่วมกับบริษัทนั้นๆ ภายใต้กรอบและกระบวนการมีส่วนร่วม ดังนี้
- ผ่านการประชุมตามปกติกับตัวแทนบริษัท เช่น นักลงทุนสัมพันธ์ หรือทีมผู้บริหาร
- ยกระดับการติดตามและตรวจสอบโดยพิจารณาหารือเรื่องดังกล่าวกับคณะกรรมการบริษัทนั้น
- นโยบายการใช้สิทธิออกเสียง (proxy voting) ตามนโยบายการลงคะแนนเสียง เพื่อสนับสนุนข้อเสนอของผู้ถือหุ้น หรือแสดงความไม่เห็นด้วยต่อคณะกรรมการบริษัทในการจัดการประเด็นที่กระทบกับ ESG
- การร่วมมือกับผู้ลงทุนอื่นตามความเหมาะสม (collective engagement) ผ่านการแถลงข่าวหรือเขียนจดหมายร่วมกับผู้ถือหุ้นรายอื่น หรือการมีส่วนร่วมของการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น
- การขายหลักทรัพย์ ในกรณีที่ความพยายามในการมีส่วนร่วมของผู้จัดการกองทุนไม่ได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ
- ประเมินและทบทวนกระบวนการวิเคราะห์การลงทุนเป็นประจำทุก 1 ปี
- ตราสารหนี้: การลงทุนในตราสารหนี้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนหากไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืน บริษัทจัดการจะทำการประเมินและทบทวนกระบวนการวิเคราะห์การลงทุนอย่างสม่ำเสมอ หรืออาจมีความร่วมมือกับผู้ลงทุนอื่นเพื่อยกระดับการติดตามให้ใกล้ชิดมากขึ้น และเร่งรัดการแก้ไขปัญหาให้เสร็จโดยเร็ว รวมถึงบริษัทจัดการจะจัดทำรายงานพร้อมทั้งเหตุผล เพื่อรายงานต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และผู้ดูแลผลประโยชน์รวมทั้งดำเนินการแก้ไขสัดส่วนการลงทุนให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้ และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดต่อไป
อย่างไรก็ดี บริษัทจัดการอาจจัดให้มีบุคคลที่สาม (3rd party certifier) ทำหน้าที่ในการตรวจสอบการลงทุนด้านความยั่งยืนของกองทุน ดังนั้น กองทุนอาจมีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เกิดขึ้น