กองทุนเปิด แอสเซทพลัส อินเดีย ไดนามิกส์ อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ

Asset Plus India Dynamic Equity RMF Fund

รหัสกองทุน: ASP-INDIARMF
บริษัทจัดการ: บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนแอสเซท พลัส จำกัด
ระดับความเสี่ยง: 6
ประเภทกองทุน:
มูลค่าหน่วยลงทุน (NAV)
7.7510 บาท
ณ วันที่ 21 ส.ค. 2569
Fund Size: 28,927,235.75 บาท
YTD Return: -8.28%

ผลการดำเนินงาน

ช่วงเวลา 1 สัปดาห์ 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน YTD 1 ปี 3 ปี 5 ปี SI
ผลตอบแทน -0.74% +0.02% +4.22% -5.83% -8.28% -14.67% - - -10.98%
ความผันผวนกองทุน - - - - - +14.91% - - -
Maximum Drawdown - - - - - -22.02% - - -

นโยบายการลงทุน

  • กองทุนจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารทุนต่างประเทศ เช่น หน่วย CIS และ/หรือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอีทีเอฟ (ETF) เป็นต้น ที่มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนและหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนของบริษัทที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์มุมไบ (Mumbai Stock Exchange) และ/หรือในตลาดหลักทรัพย์แห่งชาติ (National Stock Exchange) ประเทศอินเดีย และ/หรือบริษัทที่จดทะเบียนธุรกิจและ/หรือดำเนินธุรกิจและ/หรือมีรายได้หลักจากการประกอบกิจการในประเทศอินเดียที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่ได้รับการยอมรับต่างๆ ทั่วโลก 

    ทั้งนี้ จะมี Net Exposure ในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศที่มีนโยบายลักษณะดังกล่าวข้างต้นโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศอย่างน้อย 2 กองทุน และจะลงทุนในกองทุนใดกองทุนหนึ่งไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งสัดส่วนการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน

    ในส่วนที่เหลือ กองทุนจะพิจารณาลงทุนในตราสารทุนนอกเหนือจากที่กล่าวข้างต้น และ/หรือตราสารหนี้ และ/หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือตราสารทางการเงิน และ/หรือเงินฝาก และ/หรือกองทุน ETF และ/หรือหน่วย CIS และ/หรือหน่วย Property และ/หรือหน่วย Infra และ/หรือหน่วย Private Equity และ/หรือทรัพย์สินอื่นใดที่มีลักษณะทำนองเดียวกันโดยได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดให้กองทุนลงทุนได้ ทั้งนี้ จะมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี Net Exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน 

    นอกจากนี้ กองทุนอาจมีการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management (EPM)) ทั้งเพื่อวัตถุประสงค์ในการลงทุนหรือการป้องกันความเสี่ยง ในส่วนการลงทุนในต่างประเทศกองทุนอาจทำการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนตามความเหมาะสมสำหรับสภาวะการณ์ในแต่ละขณะ และอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Lending) หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด 

    สำหรับการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ดังกล่าวข้างต้น กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาโดยมีสินทรัพย์อ้างอิงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ได้แก่ หุ้น อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยนเงิน เครติด ซึ่งหากราคาสินทรัพย์อ้างอิงมีความผันผวนมากหรือทิศทางการลงทุนไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ หรือคู่สัญญาที่ทําธุรกรรมไม่สามารถชําระภาระผูกพันได้ตามกําหนดเวลา อาจทําให้กองทุนขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจพิจารณาปรับเปลี่ยนการลงทุนหรือการเข้าทําธุรกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการกองทุนจะวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิงรวมถึงพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทําธุรกรรมและติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยกองทุนจะเน้นทําธุรกรรมกับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) 

    ทั้งนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) และตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted securities) อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) หรือตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted securities) ได้ เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) หรือจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (listed securities) แล้วแต่กรณี ในขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น

    การคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ 
    1. ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม 
    2. ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม 
    3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมากหรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ

    บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) หรือลงทุนในตราสารทุนโดยตรงในต่างประเทศ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (Risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน และเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนการดำเนินการเปลี่ยนแปลง โดยประกาศผ่านเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ

    กรณีการลงทุนของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีลักษณะครบถ้วนตาม 1. และ 2. บริษัทจัดการจะดำเนินการตาม 3.
    1. ฐานะการลงทุนสุทธิของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ 
    (1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี < 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ
    (2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ? 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF
    2. NAV ของกองทุนปลายทาง มีการลดลงในลักษณะดังนี้
    (1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ
    (2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง
    3. รายละเอียดการดำเนินการ
     

    การดำเนินการ

    ระยะเวลาดำเนินการ

    3.1 แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของ บลจ. ให้สำนักงานและผู้ถือหน่วย 
    (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม)

    ภายใน  3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ

    3.2 เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตาม 3.1 ต่อผู้ลงทุนทั่วไป
    (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย)

    พร้อม  3.1

    3.3 ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม 3.1

    ภายใน  60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ

    3.4 รายงานผลการดำเนินการตาม 3.3 ให้สำนักงานทราบ

    ภายใน  3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตาม 3.3 แล้วเสร็จ

Top 5 Holdings

RAMS UT-INDIA EQ PORTII-IUSD
75.73%
NOMURA IRELAND FUNDS PLC
24.47%
KASIKORNBANK PLC.
5.06%

สัดส่วนการลงทุน

หน่วยลงทุน
100.20%
เงินฝาก/ตราสารเทียบเท่า
5.06%
ตราสารอนุพันธ์
-1.78%
สินทรัพย์อื่น ๆ / หนี้สินอื่น ๆ
-3.49%

ค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมการขาย
-
สูงสุดไม่เกิน: -
ค่าธรรมเนียมการจัดการ
+1.61%
สูงสุดไม่เกิน: +2.00%
ค่าธรรมเนียมผู้ดูแล
-
สูงสุดไม่เกิน: +0.08%
ค่าใช้จ่ายอื่น
-
สูงสุดไม่เกิน: +1.41%

รายละเอียดการซื้อขาย

เวลาตัดรอบการซื้อ: 14:30
เวลาตัดรอบการขาย: 14:30
วันชำระเงิน: 5 วัน
การจ่ายเงินปันผล: ไม่จ่ายเงินปันผล
มูลค่าขั้นต่ำการซื้อครั้งแรก: 1,000.00 บาท
มูลค่าขั้นต่ำการซื้อครั้งถัดไป: 1,000.00 บาท

เอกสารเพิ่มเติม

ดาวน์โหลด Fund Factsheet

ข้อมูล ณ วันที่ 25 ส.ค. 2569

หมายเหตุ

  • การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
  • ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
  • ข้อมูลการวัดผลการดำเนินงานของกองทุนนี้ ได้จัดทำตามมาตรฐานการวัดผลการดำเนินงานของกองทุนของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน
  • ข้อมูล % ต่อปี สำหรับผลการดำเนินงานที่แสดงในช่วงเวลาตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป

Yuanta Securities (Thailand)

เลขที่ 127 อาคารเกษร ทาวเวอร์ ชั้น 14-16 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพฯ 10330

Tel: 0-2009-8000 Fax: 02-009-8889 Email: online@yuanta.co.th