Asset Plus Cryptocurrency ETF Tracker Fund Not for Retail Investors
| ช่วงเวลา | 1 สัปดาห์ | 1 เดือน | 3 เดือน | 6 เดือน | YTD | 1 ปี | 3 ปี | 5 ปี | SI |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ผลตอบแทน | -2.51% | +5.62% | +13.82% | -23.75% | -14.49% | - | - | - | -28.87% |
| ความผันผวนกองทุน | - | - | - | - | - | - | - | - | - |
| Maximum Drawdown | - | - | - | - | - | - | - | - | - |
กองทุนจะลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนกองทุนอีทีเอฟ (Exchange Traded Fund : ETF) และ/หรือหลักทรัพย์อีทีพี (Exchange Traded Products : ETP) ทั่วโลกที่มีนโยบายลงทุนและ/หรือสร้างผลตอบแทนในคริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) เช่น สกุลเงินดิจิทัลบิทคอยน์ (Bitcoin) และ/หรือสกุลเงินดิจิทัลอีเธอร์ (Ether) ซึ่งอยู่ในสกุลอีเธอเรียม (Ethereum) และ/หรือสกุลเงินดิจิทัลอื่นใดที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนดให้กองทุนลงทุนได้ ไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ การลงทุนดังกล่าวเป็นการลงทุนทางอ้อมในคริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) ดังนั้น ค่าธรรมเนียมและ/หรือค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) เป็นไปตามกองทุนอีทีเอฟและ/หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่กองทุนเข้าลงทุน
ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในกองทุนใดกองทุนหนึ่งไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และจะลงทุนอย่างน้อย 2 กองทุน โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยสัดส่วนการลงทุนดังกล่าวขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนตามสภาวะการลงทุนหรือการคาดการณ์สภาวะการลงทุนในแต่ละขณะ
ในส่วนที่เหลือ กองทุนจะพิจารณาลงทุนในตราสารทุน และ/หรือตราสารหนี้ และ/หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือตราสารทางการเงิน และ/หรือเงินฝาก และ/หรือหน่วย CIS และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์/REITs และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ และ/หรือกองทุนอีทีเอฟ (ETF) และ/หรือทรัพย์สินอื่นใดที่มีลักษณะทำนองเดียวกันโดยได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดให้กองทุนลงทุนได้ ทั้งนี้ จะมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี Net Exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
นอกจากนี้ กองทุนอาจมีการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management (EPM)) ทั้งเพื่อวัตถุประสงค์ในการลงทุนหรือการป้องกันความเสี่ยง ในส่วนการลงทุนในต่างประเทศ กองทุนอาจทำการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนตามความเหมาะสมสำหรับสภาวะการณ์ในแต่ละขณะ และอาจลงทุนในตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) และ/หรือตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) และ/หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) ได้ รวมถึงอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Lending) หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
สำหรับการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ดังกล่าวข้างต้น กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาโดยมีสินทรัพย์อ้างอิงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ได้แก่ อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยนเงิน เครดิต (Credit Rating และ/หรือ Credit Event) ซึ่งหากราคาสินทรัพย์อ้างอิงมีความผันผวนมากหรือทิศทางการลงทุนไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ หรือคู่สัญญาที่ทําธุรกรรมไม่สามารถชําระภาระผูกพันได้ตามกําหนดเวลา อาจทําให้กองทุนขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาปรับเปลี่ยนการลงทุนหรือการเข้าทําธุรกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการกองทุนจะวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิงรวมถึงพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทําธุรกรรมและติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยกองทุนจะเน้นทําธุรกรรมกับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade)
ทั้งนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนหน่วย Private Equity ตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และไม่ทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (Short Sale) รวมถึงการกู้ยืมเงินและการทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์โดยมีสัญญาซื้อคืน (Repo) เพื่อประโยชน์ในการจัดการลงทุนของกองทุนรวม เว้นแต่เป็นการกู้ยืมเงินและการทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์โดยมีสัญญาซื้อคืน (Repo) เพื่อบริหารสภาพคล่องของกองทุนรวมตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
อย่างไรก็ตาม กองทุนปลายทางอาจมีการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) เฉพาะส่วนที่มีลักษณะเป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้โดยไม่จำกัดอัตราส่วน และ/หรืออาจกู้ยืมเงินหรือทำธุรกรรมขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (Repo) เพื่อประโยชน์ในการจัดการลงทุนได้โดยไม่จำกัดอัตราส่วน และ/หรืออาจทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมหลักทรัพย์มาเพื่อการส่งมอบ (Short sale) ได้โดยไม่จำกัดอัตราส่วน แต่กองทุนปลายทางจะไม่ลงทุนในหน่วย Private Equity
การคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
1. ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม
2. ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม
3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมากหรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) หรือเป็นกองทุนที่มีการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินในต่างประเทศโดยตรง หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน และเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนการดำเนินการเปลี่ยนแปลง โดยประกาศผ่านเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
กรณีการลงทุนของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีลักษณะครบถ้วนตาม 1. และ 2. บริษัทจัดการจะดำเนินการตาม 3.
1. ฐานะการลงทุนสุทธิของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์
(1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี < 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ
(2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ? 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF
2. NAV ของกองทุนปลายทาง มีการลดลงในลักษณะดังนี้
(1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ
(2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง
3. รายละเอียดการดำเนินการ
การดำเนินการ | ระยะเวลาดำเนินการ |
| 3.1 แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของ บลจ. ให้สำนักงานและผู้ถือหน่วย (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม) | ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ |
| 3.2 เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตาม 3.1 ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย) | พร้อม 3.1 |
| 3.3 ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม 3.1 | ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ |
| 3.4 รายงานผลการดำเนินการตาม 3.3 ให้สำนักงานทราบ | ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตาม 3.3 แล้วเสร็จ |
ข้อมูล ณ วันที่ 15 พ.ค. 2569
Yuanta Securities (Thailand)
เลขที่ 127 อาคารเกษร ทาวเวอร์ ชั้น 14-16 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพฯ 10330
Tel: 0-2009-8000 Fax: 02-009-8889 Email: online@yuanta.co.th